ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น
****ก่อนที่จะอ่านนิยายเื่นี้ พี่หมีขอบอกก่อนเลยว่า นิยายเื่นี้ถูกแต่งมานานแล้ว เพียงแค่เอามาลงใหม่ในเว็บนี้เท่านั้น อาจจะมีคำที่ไม่สวยหรือติดๆขัดๆบ้างต้องขออภัย เพราะเป็เื่แรกที่แต่งขึ้น แล้วมันก็นานมากแล้วด้วย*******
ทวีปเมฆานภาทวีปของผู้ฝึกตน มี 4พรรคใหญ่ และพรรคเล็กอีกมากมาย แต่มีเพียง 4 พรรคที่ได้รับการยอมรับว่าเป็พรรคที่แข็งแกรงและยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งแต่ละพรรคนั้นอยู่ในพื้นที่ทั้ง 4 ทิศแยกออกจากกันกันไปได้แก่.....
พรรคราชสีอยู่ทิศประจิมพรรคอินทรีอยู่ทิศบูรพา พรรคัอยู่ทิศอุดร และ พรรคกิเลนอยู่ทิศทักษิณ ทั้ง 4 พรรคมีประวัติศาสตร์ความเป็มาอันยาวนานมากกว่าหมื่นปีมีทั้งทรัพย์สินความมั้งคั่ง ทักษะยุทธ ของวิเศษและสัตว์เลี้ยงอสูร.....
ที่เก็บรวบรวมมาอย่างยาวนานจึงทำให้ทั้ง 4พรรคนี้มีความแข็งแกร่งเหนือพรรคหรือตะกูลอื่นๆแม้แต่ราชสำนักยังไม่กล้าแม้แต่จะตอแยกับพวกมันยังให้ความเคารพยำเกรงต่อพวกมันอีกด้วย……
ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งณ หมู่บ้านตง ทางทิศอุดร.....
"เฮอ!! เมื่อไหร่ข้าจะได้มีบุญวาสนาได้เป็ศิษย์พรรคัอุดรซักทีนะ!?"
"โถ่โถ่โถ่ จิ๋นหยางเ้ายังเพ้อฝันอีกเร่อะ?ลุกไปทำงานได้แล้หมดเวลาพักแล้ว!! อย่างเ้าอะนะเป็คนรับใช้ศิษย์ชั้นต่ำของพรรคยังไม่ได้เลยยังคิดที่จะเพ้อฝันอีกเร่อะ?คนต่ำต่อยฐานะยากจนอย่างเ้าไม่มีคุณสมบัติเลยซักนิด ดูอย่างข้านี้....ทั้งหล่อทั้งรวยในการสอบคัดเลือกศิษย์ใหม่ของพรรคัอุดรที่จะถึงนี้ข้าต้องได้เป็ศิษย์พรรคัอุดรอย่างแน่นอน และส่วนเ้า.......ฮ่า ฮ่าฮ่า!"
"เชอะ!!คอยดูเถอะข้าต้องเป็ศิษย์พรรคัอุดรให้ได้และจะกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปนี้ให้ดูแล้วซักวันหนึ่งเ้าต้องมาก็มากราบแทบเท้าข้า ท่านพ่อ ท่านแม่ลูกคนนี้จะทำให้ตระกูลของเราโด่งดังไปทั่วหล่าให้จงได้ ข้าจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองต้องผิดหวังเอาล่ะ!!"
จิ๋นหยางเป็คนของตะกูลจิ๋นเมื่อก่อนตระกูลจิ๋นเป็ตะกูลผู้ฝึกตนที่มีชื่อเสียงอย่างมากซึ่งมีผู้นำตระกูล ‘จิ๋นซู’ ซึ่งเป็ผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ขั้นห้าและผู้าุโทั้งแปดของตระกูลก็เป็ผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ขั้นสองและสาม.......
ต่อมาตระกูลจิ๋นได้พบของวิเศษในซากโบราณที่มีลักษณะเป็ทรงกลมเหมือนไข่มุกแต่ก็ยังไม่อาจรู้ถึงความสามารถของมันหลังจากนั้นข่าวของตระกูลจิ๋นที่ได้พบสมบัติวิเศษได้แพร่กระจายออกไปตามที่ต่างๆอย่างรวดเร็ว.....
บ้างก็บอกว่าเป็ไข่มุกวิเศษที่ช่วยให้ผู้ฝึกตนบรรลุถึงขั้นบรรพบุรุษหรืออาจจะมากกว่านั้นบ้างก็บอกว่ามันสามารถทำให้คนที่หลอมรวมกับมันทำให้เป็ะ ต่างๆนาๆจนทำให้เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น.......
พรรคน้อยใหญ่ต่างก็ส่งคนมาตรวจสอบความลับแต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรในวันหนึ่งสมบัติวิเศษทรงกลมก็เลืองแสงแปลกๆขึ้นไปบนท้องฟ้าผู้สังเกตการของพรรคต่างๆ พวกมันรีบส่งรายงานกลับไปที่พรรคของพวกมันถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น......
พรรคใหญ่น้อยต่างๆจึงได้ส่งผู้ฝึกตนระดับสูงของพวกมันมาที่ตระกูลจิ๋นเพื่อแย่งชิงสมบัติวิเศษที่ระกูลจิ๋นอยู่จนทำให้เกิดาขึ้นทำให้คนในตระกูลจิ๋นโดนฆ่าล้างทั้งตระกูลในวันนั้น......
ในวันที่เกิดเหตุเป็วันที่จิ๋นหยางเกิดพอดีและให้ห้องๆหนึ่งแม่ของเขา‘จิ๋นยู่หลี่’ บอกกับสาวรับใช้นางหนึ่งนาม ‘ป้าหยู่’ ว่า “ได้โปรดช่วยพาลูกชายข้าหนีไปด้วย” สาวรับใช้กำลังจะกล่าวเอ่ยขึ้นแต่จิ๋นยู่หลี่ก็รีบตัดบทนางทันที “เร็ว!!รีบไป!!” เมื่อเห็นใบหน้าผู้เป็นายหญิงรับใช้จึงตอบรับกลับในทันที “เ้าค่ะนายหญิง”ก่อนที่สาวใช้จะไ จิ๋นยู่หลี่ได้เอาไข่มุกวิเศษและหนังสือเก่าหนึ่งเล่มใส่ไปในห่อผ้าของจิ๋นหยางนั้นด้วย…..
"ลูกหยางแม่คงไม่อาจมีบุญได้ดูแลเ้าอีกแล้วจงมีชีวิตและกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งให้ได้แข็งแกร่งมากพอที่จะไม่มีใครมารังแกเ้าได้" จิ๋นยู่หลี่กล่าวทั้งน้ำตาของนางที่ไหลออกมาทั้งสองดวงตาในขณะที่นางมองดูสาวใช้พาลูกของนางจากไป.......
ไป!!
ปังปัง ปัง!!
ตู้มมมมม!!
เหตุการในวันนั้นทำให้คนในตระกูลจิ๋นทั้งหมดถูกฆ่าตายไม่เหลือใครนอกจากหญิงสาวรับใช้กับจิ๋นหยางเท่านั้นที่รอดมาได้เพราะใช้ทางลับออกมานากตระกูล......
ณหมู่บ้านตง.....
"ป้าหยู่...ข้ากลับมาแล้ว"
"เ้ากลับมาแล้วเหรอเป็ยังไงบ้างเหนื่อยไหม? มาๆ ข้าทำอาหารไว้ให้เ้าแล้ววันนี้มีผัดผักกับปลาย่างและก็ของโปรดเ้า.....ไก่ย่างห้าดาว ด้วยน่ะ" ป้าหยู่กล่าวพร้อมกับยิ้มกว้างให้กับจิ๋นหยางที่พึ่งกลับมา......
“ขอรับท่านป้า!!”
หลังจากนั้นจิ๋นหยางก็นำของที่เขาแบกมาเอาไปเก็บก่อนจะล้างไม้ล้างมือและมารับปะทานอาหารกับป้าหยู่ของเขาและเมื่อเขารับประทานอาหารเสร็จจิ๋นหยางก็มักจะออกมาฝึกร่างกายของตัวเองอยู่เสมอ.....
ตอนนี้จิ๋นหยางอายุสิบสี่ปีแล้วผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็ได้รับการฝึกฝนพื้นฐานยุทธเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้กับตัวเองไม่ว่าจะหญิงหรือชายต่างมีพลังยุทธกันหมดแต่อยู่ที่ว่าพร์ของใครจะมีมากกว่ากันและฐานนะของแต่ละคนด้วย.......
ตอนนี้เขาอยู่ในระดับผู้ฝึกหัดขั้นสามซึ่งแตกต่างจากผู้ฝึกตนที่อยู่รุ่นเดียวกันกับเขาที่ได้รับการฝึกจากตระกูลหรือพรรคอย่างถูกต้องเด็กเ่าั้ส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับสี่หรือห้าของผู้ฝึกหัดแล้ว ตาสำหรับคนที่มีพร์สูงและได้รับการสนับสนุนที่ดีพวกเขาบ้างก็อยู่ในระดับหกไม่ก็เจ็ดมีเพียงแต่จิ๋นหยางที่ติดอยู่ในขั้น3มานานแล้วเพราะไม่มีใครสอนเขาและทำให้เขาเป็ที่ดูถูกในหมู่คนรุ่นเดียวกันอย่างมาก……..
เขาใช้ชีวิตแบบนี้มานานแล้วเขารู้แค่ว่าตัวเองแซ่จิ๋น ตามที่ป้าหยู่ได้บอกเขาแต่ก็ไม่ได้บอกอะไรมากกว่านั้น นอกจากบอกว่าพ่อกับแม่ของเขาเป็คนดีและมีคุณธรรมแต่ก็ไม่ยอมบอกว่าพวกท่านอยู่ที่ไหน.......
ไม่ว่าเขาจะถามนางกี่ครั้งนางก็ไม่ยอมที่จะปริปากบอกเลยสักครั้งนางได้แต่ทำหน้าเศร้าเมื่อจิ๋นหยางถามนางเขามักคิดอยู่เสมอว่าพ่อแม่ที่แท้จริงคือใครตระกูลเขาอยู่ไหนมีประวัติความเป็มาอย่างไรความคิดนี้ติดอยู่ภายในใจของเขามานานแล้ว.....
่เวลาเช้า.......
จิ๋นหยางออกไปทำงานในตลาดตามปกติเขาชำเลืองไปเห็นกลุ่มคนที่ยืนมุงกันอยู่และตามมาด้วยเสียงเอะอะโครมครามตามมาทำให้เขาสงสัยและอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขาเข้าไปดูก็เห็นผู้ฝึกตนสองคนกำลังต่อสู้กันอยู่ที่ตรงนั้น.....
ชายคนหนึ่งใส่ชุดยาวสีขาวส่วนอีกหนึ่งใส่ชุดสีแดงทั้งสองเป็นผู้ฝึกตนระดับผู้เริ่มต้นแล้ว และภายในบริเวณนั้นก็มีเสียงกระซิบกระซาบกันของคนทีกำลังเผือกการต่อสู้ของพวกเขาอยู่.....
"เ้ารู้ไหมว่าทำไมพวกเขาสองคนถึงสู้กัน?"
"ข้าเองก็ไม่รู้เห็นว่ากันว่า พวกเขาสู้เพื่อแย่งชิงคัมภีร์ยุทธกันอยู่"
"คัมภีร์ยุทธนั้นมันเป็ของข้าส่งมันมาซะดีๆ!!ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!" ชายชุดขาวกล่าวอย่างดุร้ายพร้อมกับชี้อาวุธของเขาไปที่อีกฝ่าย......
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าคิดว่าเ้ามีปัญหาทำได้อย่างงั้นเรอะ? งั้นก็เข้ามาเลย!!" ชายหนุ่มที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งกล่าวตอบอย่างไม่สนใจและแสดงมีหน้าท้าทายกลับไปด้วย.....
พรึบ!!
เพรง!!
เสียงของเหล็กกระทบกันไปมาจนเสียดหูผู้ฝึกตนที่มีระดับต่ำส่วนใหญ่จะไม่สามารถทนได้เพราะด้วยความแตกต่างกันระหว่างระดับฝึกหัดกับระดับเริ่มต้นถ้าแค่ห่างกันเพียงหนึ่งขั้นก็ยังไม่เท่าไหร่แต่นี้ห่างกันถึงหนึ่ง่ชั้นมันจึงมีความแตกต่างกันอย่างมากเมื่อพวกผู้ฝึกตนระดับฝึกหัดอยู่ใกล้ๆ......
จิ๋นหยางตั้งใจดูอย่างมากโดยที่ตอนนี้เขาไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากการประทะกันของทั้งสองคนเพราะเขาอยู่ในที่ที่ไกลจากทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันเนื่องจากเขามีสายตาที่ดีเยี่ยมจึงสามารถมองเห็นได้ไกลมากกว่าคนอื่นถึงสามเท่า....
ทำให้เขาเห็นได้จากระยะไกลโดยที่ไม่ต้องเข้าไปเสี่ยงเหมือนคนอื่นหลังจากการต่อสู้ผ่านมาสักพักชายหนุ่มชุดแดงเริ่มที่จะเสียเปรียบมากขึ้นจนได้รับาเ็หลายแห่งมันเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าไม่สามารถสู้อีกฝ่ายได้จึงเริ่มที่จะวิ่งหนี......
“คิดหนีเร่อะ!!”ชายชุดขาวกล่าวขึ้นพร้อมทั้งทำหน้าเยาะเย้ยไปทางชายชุดแดงอย่างดูถูกและก็แทงดาบไปทางด้านหลังของชายชุดแดงที่กำลังวิ่งหนีอยู่……
ตาย!!
ขณะที่มันกำลังหนีอยู่มันก็วิ่งมาทางที่จิ๋นหยางยืนอยู่พอดีและเมื่อชายชุดแดงเห็นเจิ้งฟู่มันะโเสียงดังออกมา "หลบไปถ้าไม่อยากตาย" พร้อมทั้งยกกระบี่ชี้ไปทางจิ๋นหยางอย่างไม่สนใจสิ่งใด......
ส่วนจิ๋นหยางเขาไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อนมันเลยทำให้เขาทำตัวไม่ถูกและกำลังจะวิ่งหนีแต่อยู่ดีๆก็มีแสงสะว่างเจิดจ้าออกมาจากจี้ไข่มุกที่เขาห้อยอยู่.....
วิ้ง!!!
แสงสว่างทำให้ชายชุดแดงถูกดูดเข้าไปในไข่มุกนั้นและทันทีที่ชายชุดขาวเห็นอย่างนั้นมันก็เกิดความใและทำให้มันหยุดชงักไปก่อนจะรีบตรวจสอบระดับฝึกตนของจิ๋นหยางอย่างระมัดระวัง.......
…………………………
เมื่อมันมองดูแล้วมันเห็นระดับฝึกตนของจิ๋นหยางอยู่ที่ระดับฝึกหัดก็มีรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากของมันพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า "เห้!! น้องชายนั้นเป็ของวิเศษอันใดรึ?ขอให้พี่ชายคนนี้ดูจะได้หรือไหม?" เมื่อชายชุดขาวกล่าวจบก็ทำให้ตัวของจิ๋นหยางสั่นไปทั้งตัวจากนั้นจึงกล่าวขึ้นว่า.....
"นี้เป็ของที่ระลึกของแม่ข้าไม่ใช้ของวิเศษอย่างที่ท่านว่าหรอก" จิ๋นหยางกล่าพร้อมกับกำจี้ของเขาไว้แน่น......
"อย่างงั้นเหรอถ้างั้นข้าขอดูมันหน่อยได้หรือไม่?"ชายชุดขาวยังกล่าวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งสายตาจ้องมาทางจิ๋นหยางอย่างกับมันเป็เสือพร้อมที่จะกินอาหารอันโอชะและมันก็คิดว่าถ้าจิ๋นหยางตอบปฏิเสธมัน มันก็จะฆ่าเขาแล้วก็แย่งของมาทันที่……
"ขะ......ข้า......ข้าไม่อาจให้ท่านได้จริงๆ ของสิ่งนี้เป็ของที่ละลึกของแม่ข้าเป็ของดูต่างหน้าแม่ข้า ข้าไม่อาจ......" จิ๋นหยางยังไม่ทันได้กล่าวจบเขาก็รับรู้ได้ถึงความเย็นเยียบและความตายเข้ามาสู่ตนซึ่งนั้นก็คือแสงกระบี่ของชายชุดขาวที่กำลังมุ่งมาทางมันพร้อมกับส่งเสียงออกมาอย่างดังว่า.......
ตาย!!!!!!!!!