บทที่ 56 หนึ่งหมัด
ทันทีที่ปราณของหม่าเหว่ยฟื้นคืน เขาก็รอเจียงผิงอันมาท้าทายแทบไม่ไหว
เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะเขาเดือดดาลจากศึกเผชิญเมิ่งจิงนัก และต้องการระบายโทสะในยามนี้
และการต่อยตีเจียงผิงอันให้น่วมก็คือการระบายโทสะที่ดี
แม้เขาจะประหลาดใจที่เจียงผิงอันจะมาถึงชั้นสิบเอ็ดได้ แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าคนพรรค์นี้จะสู้เขาไหว
หมัดอู๋จี๋ทลายได้ง่ายนัก วิชาเหยียบสุญตาของเขาทำให้เขามีความเร็วสูงยิ่ง ขณะที่วิชากระบี่หมื่นต้นหลิวยิ่งลือนามด้านอำนาจทำลายล้างและความเร็วมาแต่เดิม
ยากนักที่หมัดอู๋จี๋ของอีกฝ่ายจะเผยบทบาท
“ชำระปากเจ้าหน่อย!”
เมิ่งจิงฟังเสียงเย้ยเยาะของหม่าเหว่ยแล้วถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างดุร้าย
“ข้าไม่ชำระ เจ้าจะทำไม?”
หม่าเหว่ยแค่นยิ้ม ในเมื่อล่วงเกินอีกฝ่ายไปแล้ว เขาก็มิสนใจหากจะล่วงเกินมากไปกว่านี้
“เจ้า…”
ขณะที่เมิ่งจิงกำลังจะพูดโต้ตอบ เจียงผิงอันก็วางมือบนบ่านาง
“ไม่ต้องโกรธหรอก”
เจียงผิงอันค่อย ๆ เดินไปสู่ชั้นสิบ
ขอเพียงเขาเอาชนะหม่าเหว่ยได้ เขาก็จะอยู่ในชั้นสิบ มีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งขันประลองร้อยเมือง
และยังทำให้อีกฝ่ายหุบปากได้เช่นกัน
ผู้ฝึกตนมากมายบนเขาหันมองมา
“เจียงผิงอันผู้นี้รักษาอารมณ์เก่งนัก หากเป็นข้า คงระเบิดไปนานแล้ว”
“ข้าไม่คิดว่าเขารักษาอารมณ์ดีอะไรหรอก แค่ทนไหวและไม่แสดงสีหน้ามากกว่า”
“นั่นสิ ทนสายตาเย็นชา เสียงเย้ยเยาะของผู้อื่นมาได้สี่เดือน เป็นข้าไม่มีทางทำได้แน่”
หม่าเหว่ยถือกระบี่สีเขียวคราม กล่าวกับเจียงผิงอันอย่างถมึงทึง
“ข้ารู้ว่าเจ้าโมโหและคิดพิชิตข้า แต่ข้าไม่ให้โอกาสเจ้าหรอก บอกตรง ๆ เลยนะ ข้าจะเอาชนะเจ้าในหนึ่งกระบวนท่า ให้เจ้ารู้ซึ้งถึงความห่างชั้นระหว่างเรา!”
เขามั่นใจว่าหากลงมือสุดกำลัง เขาก็จะสามารถพิชิตเจียงผิงอันได้ในเวลาเพียงพริบตา แล้วอีกฝ่ายก็จะได้เห็นความต่างชั้นระหว่างทั้งสอง
เมิ่งจิงตะโกนอย่างเป็นห่วง “เจ้าท่อนไม้ เจ้าต้องระวังตัวนะ กระบี่เขาไวมาก ทุกเงากระบี่ล้วนเป็นการโจมตีแท้จริง!”
เมิ่งจิงเคยประมือกับหม่าเหว่ยมาแล้ว และรู้ความน่ากลัวของวิชากระบี่หมื่นต้นหลิ่วดี
สายตาของเจียงผิงอันไร้การเปลี่ยนแปลง ประหนึ่งบ่อน้ำโบราณอันนิ่งงัน “เริ่มเลยหรือไม่?”
“เริ่มเลย! ตายซะ!”
หม่าเหว่ยใช้วิชากระบี่หมื่นต้นหลิวออกมาทันที เงากระบี่มากมายปรากฏบนท้องฟ้า
อัจฉริยะมากมายมองภาพตรงหน้าอย่างเคร่งขรึม
นี่คือวิชากระบี่สูงสุดของสำนักเพียวเหมี่ยว วิชากระบี่หมื่นต้นหลิว
เป็นที่ลือชาด้านความเร็วสุดขั้ว อำนาจทำลายล้างและระยะโจมตีอันกว้างไกล ยากป้องกันได้ยามถูกใช้
หากเจียงผิงอันหยุดการโจมตีนี้ได้ เขาก็อาจเอาชนะหม่าเหว่ยได้จริง ๆ
ขึ้นกับว่าหมัดอู๋จี๋ของเจียงผิงอันจะหยุดมันได้หรือไม่
เจียงผิงอันก็เคลื่อนไหวเช่นกัน
เพียงพริบตา ซากศพนับไม่ถ้วนก็ปรากฏเลือนรางบนชั้นสิบ บ้างไร้ศีรษะ บ้างสะบั้นครึ่งท่อน ตกตายอย่างน่าสยดสยอง
ท้องนภาถูกย้อมแดง ปราณน่าสะพรึงกลัวกระโชกพุ่ง บรรยากาศลี้ลับ เย็นเยียบและอันตรายปกคลุมทั่วทั้งชั้นสิบ
ทุกดวงตาเบิกกว้างอย่างหวาดผวา
“เคล็ดเทียนซา!!”
“เจ้าเจียงผิงอันใช้เคล็ดเทียนซาได้ด้วย!”
“ข้าจำได้ว่านี่เหมือนจะเป็นวิชาของหอเทียนซานะ!”
ด้วยอิทธิพลของปราณนี้ ร่างของหม่าเหว่ยพลันชะงักทื่อ เงากระบี่บนท้องนภาเลือนจางลง
เจียงผิงอันปรี่เข้าประชิดหม่าเหว่ยทันทีที่ใช้เคล็ดเทียนซา
ปฏิกิริยาของหม่าเหว่ยดียิ่ง ไขมันบนร่างสั่นกระเพื่อม เร่งปราณสุดกำลังเพื่อขัดขืนอิทธิพลจากปราณชั่วร้าย
เมื่อเห็นเจียงผิงอันปรี่เข้ามาเอง หม่าเหว่ยก็ตระหนักแล้วว่าบางสิ่งไม่ชอบมาพากล เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายฝึกฝนหมัดอู๋จี๋ จะเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีได้อย่างไร?
หม่าเหว่ยใช้ ‘วิชาเหยียบสุญตา’ เตรียมเลี่ยงหนี
ทว่าทันใดนั้น ร่างของเขาก็ถูกอำนาจอันมิอาจบรรยายสายหนึ่งพันธนาการ ชะงักไปอีกครั้ง
อัจฉริยะผู้ฝึกจิตในอาภรณ์ผ้าบนชั้นสองของภูเขาลืมตาขึ้นกะทันหัน
เขาเหมือนสัมผัสพลังวิญญาณได้
แต่พลังนี้ช่างเบาบางนัก เขาคิดไปว่าตนสัมผัสพลาดไปเอง จึงมิได้คิดต่อมากมาย
ยามเจียงผิงอันปรี่ประชิดตรงหน้าหม่าเหว่ย หม่าเหว่ยคิดเหวี่ยงกระบี่โจมตี แต่ทันใดนั้น กำลังทั้งหมดของเจียงผิงอันก็มารวมตัวที่กำปั้น เปล่งรัศมีม่วงทองจากร่าง
อหังการดุดัน
ตู้ม!
เพียงหนึ่งหมัด ร่างอ้วนกลมของหม่าเหว่ยก็กระเด็นไปอย่างรวดเร็วเช่นอุกกาบาต
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
ไม่ว่าร่างของหม่าเหว่ยจะกระทบสิ่งใด สรรพสิ่งล้วนโค่นกระเด็น
เขาปลิวไปหลายร้อยจั้งจนหลุดออกนอกขุนเขา ร่วงลงสู่ผืนดิน
ผู้ดูแลคนหนึ่งลงมือฉับไว รับตัวหม่าเหว่ยไว้มิให้บาดเจ็บ
“พรวด!”
โลหิตทะลักออกจากปากของหม่าเหว่ย
แต่เขาหาสนใจบาดแผลของตนไม่ เขาจ้องมองเจียงผิงอันด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
รอบกายของเจียงผิงอันเรืองรัศมีม่วงทอง ปราณนี้ปัดเป่าสรรพสิ่งรอบกายกระเด็นห่าง
อำนาจกราดเกรี้ยวอหังการพลิ้ววนรายล้อม
“นี่มัน… เคล็ดกายาคลั่ง! ค่อก!”
หม่าเหว่ยกระอักไอรุนแรง โลหิตไหลทะลักบ้าคลั่ง สีหน้าเหลือเชื่อ
ผู้ครองร่างเทวะวิหคอมตะบนยอดเขาและผู้ครองร่างหมื่นทองบนชั้นสามต่างลืมตาขึ้นมองตรงมาสู่เจียงผิงอันบนชั้นสิบเป็นตาเดียว
ขณะนี้ เจียงผิงอันกลายเป็นจุดสนใจของทุกผู้คน หนึ่งเดียวในฟ้าดิน
หนึ่งหมัดส่งหม่าเหว่ยกระเด็น ไม่ว่าจะเป็นอัจฉริยะผู้ใดบนเขา ผู้ดูแลที่ตีนเขา หรือเซี่ยชิงบนหมู่เมฆ ทุกคนล้วนมีสีหน้าตกตะลึงยิ่ง
“ข้าชนะแล้ว”
เจียงผิงอันเก็บปราณอันบ้าคลั่งบนร่างไป คืนสู่ความสมถะเช่นกาลก่อน
ใช้เวลาแสนนานกว่าอัจฉริยะมากมายบนเขาจะตอบสนอง เกิดเสียงเอ็ดอึงขึ้นทุกที่
“เวรตะไล! หนึ่งหมัดชกหม่าเหว่ยกระเด็นในพริบตา! ที่แท้เขาก็ฝึกฝนวิชากายาที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามนุษย์ด้วย!”
“มิน่า หมัดอู๋จี๋ของเขาจึงทำลายมิได้ น้อยคนนักทั่วเขาลูกนี้จะมีอำนาจเกินเคล็ดกายาคลั่งได้สามเท่า!”
“ข้ามิได้พ่ายอย่างอยุติธรรม! แต่เขาก็จบศึกด้วยเคล็ดกายาคลั่งก็ได้นี่ เหตุใดต้องมาใช้หมัดอู๋จี๋สุดน่ารังเกียจนี่ด้วย?”
คนบางคนที่นี่มิเคยได้ยินถึง ‘เคล็ดกายาคลั่ง’ อันสร้างโดยตระกูลอันกายาแข็งแกร่งที่สุดนี้
หลังฝึกฝนบรรลุ ทั้งความแข็งแกร่งและพลังป้องกันก็จะสูงล้ำจนผิดปกติยิ่ง
ในด้านพละกำลังและพลังป้องกัน เว้นแต่กายาศักดิ์สิทธิ์อันเทียบชั้นเคล็ดกายาคลั่งได้ มนุษย์ผู้ใดก็ไม่อาจเทียบรัศมีวิชากายาเคล็ดกายาคลั่งได้
เจียงผิงอันกระทั่งซ่อนวิชาร้ายกาจเช่นนี้ไว้!
ปากน้อยของเมิ่งจิงอ้าหวอ คู่เนตรงามวูบไหว เนิ่นนานจากนั้นจึงเผยยิ้มกว้าง “เจ้าท่อนไม้ชั่วร้าย ซ่อนเนียนกระทั่งข้ายังไม่บอกเลยนะ”
องค์หญิงเซี่ยชิงบนหมู่เมฆจ้องตรงมายังใบหน้าอ่อนเยาว์ทว่าสุขุมนั้น
นางมิคาด และมิเคยเชื่อว่าเจียงผิงอันจะเรียนเคล็ดกายาคลั่งได้
เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นเหมือนหมาป่าเดียวดาย ไร้การปกป้องจากฝูง หากคิดอยู่รอด ก็ต้องมีความอดทน ระวังตัว และซ่อนเขี้ยวเล็บเงียบเชียบ
เขาอาจดูไร้พิษสงต่อผู้ใด แต่เขี้ยวเล็บกลับอาบด้วยยาพิษ ลงมือยามใด ก็หมายชีวิตต่ออริและเหยื่อ
เซี่ยชิงไม่เคยสนใจเจียงผิงอันมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่นางมองคนพลาด
สตรีเจ้าของร่างเทวะวิหคอมตะบนยอดเขาหันไปถามเจ้าของร่างหมื่นทองบนชั้นสาม “เจ้ามิได้ฝึกเคล็ดกายาคลั่งหรือ? ด้วยความสามารถของเจ้า หากเรียนเคล็ดกายาคลั่ง ก็จะยิ่งแข็งแกร่งไปใหญ่นะ”
เจ้าของร่างหมื่นทองร่างบึกบึนยิ้มฝืดเฝื่อน “ข้าหรือจะไม่เคยลองศึกษาวิชาทรงพลังเช่นนี้”
“แต่เจ้าหารู้ไม่ว่าการฝึกฝนมันลำบากลำบนเพียงไร ทุกครั้งที่ใช้เคล็ดกายาคลั่ง ก็เหมือนถูกคนระดมตี รวดร้าวเกินทนยิ่งนัก”
“เพราะเหตุนี้แหละ ผู้ฝึกฝนเคล็ดกายาคลั่งจึงไม่เยอะนัก”
“แม้วิชานี้จะเป็นวิชาจากตระกูลสูงสุด ก็ใช่ว่าจะฝึกฝนได้ทุกคน”
เจ้าของร่างหมื่นทองหันไปชื่นชมเจียงผิงอัน “คนผู้นี้อดกลั้นยิ่งนัก ข้าละอายต่อตัวเองจริง ๆ”