ในหลายวันที่ผ่านมาผมกับน้าพิมพ์เริ่มเปิดใจกันมากขึ้นเราไม่ได้แค่เจอกันที่ฟิตเนสหรือที่บ้านเท่านั้น แต่ยังติดต่อกันผ่านไลน์แทบทุกวันเราเริ่มคุยกันสบาย ๆ มากขึ้น แม้บางครั้งจะเป็แค่ข้อความธรรมดา แต่ความรู้สึกที่แฝงอยู่ในแต่ละประโยคทำให้ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรามันกำลังขยับเข้าใกล้จุดที่อันตราย
วันนี้เป็อีกวันหนึ่งที่ผมส่งข้อความไปหาเธอก่อน
‘น้าพิมพ์กำลังทำอะไรอยู่ครับ?’
ผมพิมพ์ข้อความไปอย่างเรียบง่ายแต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังว่าเธอจะตอบกลับมาในทันที
ไม่นานนักเธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ผมแทบจะจินตนาการได้
‘น้าอยู่บ้านจ้ะ พึ่งจะเสร็จจากการทำอาหารให้ลูกคนเล็ก...ส่วนลูกชายคนโตยังไม่กลับบ้านเลย’
‘น้องดิวคงยุ่งมากสิครับ? แอบหนีเที่ยวหรือเปล่า?’
น้าพิมพ์ตอบกลับพร้อมอิโมจิหัวเราะ
‘น้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงหนีแม่ไปเที่ยวจริง ๆ นั่นแหละ’
เธอส่งข้อความตามมาด้วยอิโมจิยิ้มบาง ๆ
ผมอดไม่ได้ที่จะหยอดกลับไป
‘แล้วน้าไม่อยากไปเที่ยวบ้างเหรอครับ? แอบไปเที่ยวกับเนสักวันดีไหม?’
ผมพิมพ์แบบนั้นพร้อมใจเต้นแรงไม่รู้ว่าน้าพิมพ์จะตอบว่าอะไร แต่ผมก็ไม่ต้องรอนาน
‘แหม ถ้าพาไปจริง น้าคงต้องระวังตัวหน่อยแล้วล่ะ เดี๋ยวเนทำอะไรแผลง ๆขึ้นมา น้าจะทำยังไงดี’
น้าพิมพ์ตอบกลับมาพร้อมกับอิโมจิหัวเราะเยาะและอิโมจิรูปหัวใจเล็ก ๆ ที่แฝงมาด้วย
ผมเห็นแบบนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
‘น้าก็ต้องเชื่อใจเนสิครับ ว่าเนไม่ทำอะไรที่น้าไม่พอใจแน่นอน...แต่ถ้าน้าพร้อมเมื่อไหร่ เนก็พร้อมจะพาไปนะครับ น้าพิมพ์จะได้ทิ้งเื่เครียด ๆไว้เื้ับ้าง’
ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่น้าพิมพ์จะตอบกลับมา
‘เดี๋ยวนี้รู้สึกเนพูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะหยอดเก่งแบบนี้สงสัยจะไปฝึกหยอดสาวที่ไหนมาบ้างหรือเปล่า’
ผมพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
‘ถ้าจะมีสาวที่ไหนให้หยอด ก็คงหยอดแค่น้าพิมพ์คนเดียวเท่านั้นแหละครับ’
บทสนทนานี้เต็มไปด้วยทีเล่นทีจริงแต่ทั้งผมและน้าพิมพ์ต่างก็รู้ว่าเรายังเก็บอาการ ไม่แสดงออกมากจนเกินไป
‘เนเก่งจังเลยนะ’
น้าพิมพ์พิมพ์ข้อความส่งมา
‘รู้วิธีทำให้น้ายิ้มได้เสมอ นี่ถ้าเนไม่ใช่ลูกของเพื่อน น้าคงคิดว่าเนพยายามจะจีบน้าแล้วนะ’
ผมอ่านแล้วรู้สึกถึงความท้าทายแฝงในคำพูดนั้นผมพิมพ์ตอบกลับด้วยความกล้า
' แล้วถ้าเนจะจีบจริง ๆ ล่ะครับ น้าพิมพ์จะว่ายังไง?’
ผมส่งข้อความออกไปด้วยหัวใจที่เต้นแรงรอคอยคำตอบจากน้าพิมพ์อย่างตื่นเต้น มันเป็คำถามที่ผมตั้งใจทดสอบความรู้สึกของเธอและไม่นานนัก ผมก็เห็นข้อความที่เด้งขึ้นมาจากน้าพิมพ์
‘แหม เนพูดแบบนี้ น้าจะตอบยังไงดีล่ะ’
น้าพิมพ์ตอบกลับมาพร้อมอิโมจิยิ้มและหัวใจเล็กๆ ที่แฝงอยู่ในข้อความ
ผมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวแล้วพิมพ์ต่อไป
‘ถ้าน้าพิมพ์เซย์เยส ผมก็อาจจะเดินหน้าจีบจริง ๆ นะครับ’
ข้อความที่ส่งออกไปครั้งนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนข้ามเส้นไปสู่จุดที่มันลึกซึ้งกว่าการเล่นหยอดกันธรรมดาความเงียบที่ตามมาจากน้าพิมพ์ทำให้ผมรู้สึกใจเต้นแรงมากขึ้นรอคำตอบที่อาจจะเปลี่ยนทุกอย่างไปจากที่เป็อยู่
ไม่นานนักน้าพิมพ์ตอบกลับมาด้วยข้อความที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึก
‘เลิกแกล้งน้าได้แล้ว... ไว้เราค่อยคุยกันใหม่นะ สามีน้ากลับมาบ้านแล้ว’
ข้อความสุดท้ายนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกตัดบททันที
‘ครับ ๆ แล้วเจอกันที่ร้านนะครับ’
ผมนั่งอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นยิ้มเล็ก ๆ กับโทรศัพท์ในมือ ขณะที่กำลังคุยเล่นกับน้าพิมพ์ผ่านไลน์ทุกอย่างดูปกติจนกระทั่งเสียงของพ่อดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ผมสะดุ้งจนเกือบทำมือถือร่วง
"ทำอะไรอยู่ลูกคุยกับสาวงั้นเหรอ?"
พ่อถามพลางเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น สายตาของเขามองมาทางผมที่กำลังยิ้ม ๆกับโทรศัพท์
"ปะ...เปล่าครับพ่อ ผมแค่คุยกับเพื่อนเฉย ๆ"
ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักพยายามทำให้ดูปกติที่สุด
พ่อหัวเราะเล็กๆ ก่อนจะส่ายหัว
"แหมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้ไม่ใช่เพื่อนหรอกมั้ง ไม่ต้องปิดพ่อหรอกวัยนี้ลูกก็ควรมีแฟนได้แล้วนะ"
พ่อเดินเข้ามาใกล้แล้วโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูผม
"แต่เอาเป็ว่าอย่าลืมใส่ถุงยางด้วยล่ะ และที่สำคัญ... อย่าให้แม่จับได้"
ผมรู้สึกถึงความเย็นวาบที่แผ่ไปทั่วร่างกายเมื่อได้ยินคำพูดของพ่อใจของผมเต้นแรงขึ้นพ่อพูดพร้อมกับมองไปทางแม่ที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านผ่านหน้าต่างแม่ยังคงมีท่าทางสงบและไม่รับรู้ถึงบทสนทนาที่เกิดขึ้นภายในบ้าน
พ่อขยิบตาให้ผมอย่างรู้ทันก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปหาแม่ที่อยู่ด้านนอก ผมได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาสายตาจ้องมองโทรศัพท์ในมือ แต่หัวใจกลับวุ่นวายและสับสน
จะให้พูดออกไปได้ยังไงล่ะว่าคนที่ผมไม่อยากให้จับได้มากที่สุดก็คือพ่อของผมเอง เพราะคนที่ผมกำลังแอบทำสิ่งที่ไม่ควรอยู่ก็คือเมียของพ่อ...ความลับนี้ที่ซ่อนอยู่ใต้การกระทำของเรา ไม่มีใครรู้ และไม่มีใครควรจะรู้
วันนี้ก็เป็อีกวันที่ผมเป็ตัวแทนของแม่มาช่วยงานที่ร้านฟิตเนสขณะที่ผมจัดอุปกรณ์ในห้องฟิตเนสสายตาของผมก็อดที่จะเหลือบมองไปทางน้าพิมพ์ที่กำลังสอนลูกค้าโยคะอยู่ไม่ได้เธอกำลังสอนท่า ‘สุนัขก้มหน้า’ หรือที่เรียกว่า ‘DownwardDog’ ท่านี้เป็ท่าที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นและการควบคุมกล้ามเนื้ออย่างมากร่างของน้าพิมพ์ในท่านี้ดูมีพลังและสง่างาม
น้าพิมพ์โค้งตัวลงมือทั้งสองข้างวางบนเสื่อโยคะอย่างมั่นคง ขณะที่ขาทั้งสองยืดตรง สะโพกยกสูงขึ้นสายตาของผมจับจ้องไปที่ร่างกายของเธออย่างไม่รู้ตัวเสื้อครอปที่เธอสวมใส่รัดกระชับกับกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แน่นและกระชับทุกครั้งที่เธอขยับเพื่อแนะนำลูกค้า ผมเห็นกล้ามเนื้อที่สวยงามของเธอเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม
"อย่าลืมรักษาความมั่นคงของมือและขารู้สึกถึงการยืดตัวผ่านสะโพกและกระดูกสันหลังนะคะ หายใจลึก ๆ"
น้าพิมพ์พูดขณะปรับท่าให้ลูกค้าทำได้ถูกต้องน้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความเป็มืออาชีพ
ผมมองดูสะโพกของน้าพิมพ์ที่ยกสูงขึ้นในท่านั้นกางเกงเลกกิ้งที่เธอสวมแนบสนิทกับร่างกาย เผยให้เห็นสัดส่วนที่แข็งแรงและยั่วยวนผมไม่อาจละสายตาจากสะโพกและเรียวขาที่สวยงามของเธอได้ทุกการขยับของเธอยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น
น้าพิมพ์ค่อยๆ โค้งตัวลงต่ำเพื่อปรับท่าทางให้ลูกค้าอีกครั้งสายตาของผมจับจ้องไปที่ทุกการเคลื่อนไหวของเธอกล้ามเนื้อสะโพกที่กระชับและเด่นชัดในกางเกงเลกกิ้งทำให้ผมจินตนาการถึงภาพที่ผมกำลังประกบเธอจากด้านหลังความคิดนี้มันทำให้ผมรู้สึกเงี่ยนจนแทบทนไม่ไหว
"รู้สึกถึงการยืดตัวผ่านกระดูกสันหลังหายใจเข้าลึก ๆ แล้วปล่อยลมหายใจออกมาช้า ๆ"
น้าพิมพ์บอกลูกค้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและมั่นคงขณะที่เธอยังคงทำท่า Downward Dog ต่อไป
ผมไม่สามารถมองน้าพิมพ์เหมือนเดิมได้อีกต่อไปทุกครั้งที่ผมมองเธอในท่าเหล่านี้ความคิดที่ว่าอยากจะก้าวเข้าไปใกล้แล้วถอดกางเกงออกทำให้ผมอยากจะเสียบควยเข้าไปในร่องของน้าพิมพ์จริง ๆมันเป็ความรู้สึกที่คุมไม่อยู่ ทุกท่วงท่าของน้าพิมพ์ทำให้ความคิดนี้ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่ผมกำลังจัดอุปกรณ์อยู่ในฟิตเนส ผมสังเกตเห็นผู้ชายที่เคยเย็ดกับน้าพิมพ์ในห้องทำงานผมจำเขาได้แม่น เพราะเขาเป็หนึ่งในลูกค้าของน้าพิมพ์ที่แอบเป็ชู้ลับ ๆ น้าพิมพ์ขณะที่ผมยืนมองไปทางเขา เขาเองก็มองไปยังน้าพิมพ์ไม่วางตามันเป็สายตาแบบที่ผมเองก็เข้าใจดี เพราะผมก็มองน้าพิมพ์ด้วยสายตาแบบนั้นเหมือนกัน
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความ้าขณะที่น้าพิมพ์กำลังสอนโยคะให้กับแฟนสาวของเขาร่างกายของน้าพิมพ์ในชุดออกกำลังกายที่รัดรูปทำให้ทุกสัดส่วนของเธอโดดเด่นมากขึ้นสะโพกที่โค้งรับกับเสื้อและกางเกงเลกกิ้งที่แนบสนิทไปกับผิวของเธอขณะที่เธอขยับร่างกายในท่าทางต่าง ๆมันยิ่งขับเน้นความยั่วยวนในทุกส่วนของร่างกายของเธอ
ผมเห็นน้าพิมพ์เปลี่ยนจากท่าโยคะหนึ่งไปยังอีกท่าหนึ่งท่า ‘สุนัขก้มหน้า’ ที่เธอกำลังทำให้แฟนของผู้ชายคนนั้นดูขาของน้าพิมพ์ยืดตรง สะโพกยกสูงขึ้น ผมมองเห็นทุกสัดส่วนของเธอได้ชัดเจนกางเกงเลกกิ้งที่รัดรูปยิ่งทำให้เห็นโคกนูนของเธอที่ชัดเจนขึ้นขณะที่สะโพกของเธอเคลื่อนไหวไปตามการยืดตัวกล้ามเนื้อที่แน่นกระชับของน้าพิมพ์ทำให้ท่วงท่าของเธอดูแข็งแรงและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
ผมไม่แปลกใจเลยที่ผู้ชายคนนั้นจ้องมองน้าพิมพ์อย่างไม่วางตาเขาคงจินตนาการถึงร่างของน้าพิมพ์ในท่าทางที่เร้าอารมณ์แบบนี้เช่นเดียวกับผมผมรู้ดีว่าความเงี่ยนที่มันกำลังรู้สึกนั้นเป็ยังไงอยากจะเข้าไปจับน้าพิมพ์เย็ดในท่านั้น
ขณะที่ผมกำลังจัดการงานอยู่ในฟิตเนสเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำให้ผมต้องหยิบมันขึ้นมาดูพบว่าเป็ข้อความจากไอ้ต้นและไอ้บอส ทั้งคู่ส่งข้อความมาทวงถามเื่คลิปใหม่ ๆอีกแล้ว
‘เฮ้ยเน เมื่อไหร่จะมีคลิปใหม่วะ?’
ต้นส่งข้อความมาเป็คนแรก
ผมถอนหายใจเบาๆ แล้วพิมพ์ตอบกลับไป
‘ยังไม่มีเวลาอัดเลยว่ะ ่นี้ยุ่งมาก’
บอสไม่รอช้ารีบพิมพ์ข้อความตามมา
‘ยุ่งห่าไร นี่ก็หลายวันแล้วนะ มึงไม่ได้เย็ดกับพี่เขาเลยหรือไง’
ผมยิ้มเล็กน้อยกับข้อความนั้นก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปแบบขำ ๆ
‘มึงช่วยตัวเองกับคลิปเก่า ๆ ไปก่อนเถอะวะ ถ้ามีคลิปใหม่กูจะรีบส่งให้ทันที’
"เออได้ ๆ แต่คลิปเก่ามันก็เริ่มเบื่อแล้วนะเว้ย ต้องมีอะไรใหม่ ๆ บ้างดิ"
ต้นตอบกลับมาอย่างเซ็งๆ
ผมมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วคิดในใจถึงพวกมันจะพูดแบบนั้น แต่ผมรู้ดีว่าคลิปเก่า ๆที่พวกมันได้ดูคงทำให้พวกมันพอใจกันอยู่ไม่น้อย คลิปที่ผมกับแม่เย็ดกันในรถ มันคงเป็หนึ่งในสิ่งที่พวกมันไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นความเงี่ยนที่ผมส่งผ่านคลิปนั้นไปทำให้พวกมันไม่หยุดทวงถามหาคลิปใหม่เลย
แต่ตอนนี้ผมเองก็รู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม แม่เองก็ยังเงียบไปหลายอาทิตย์แล้วเราไม่ได้มีอะไรกันมานาน และผมเองก็ไม่อยากกวนน้ำให้ขุ่น แม่คง้าเวลาคิดทบทวนผมจึงต้องยอมตามน้ำไปก่อน
ผมพิมพ์ข้อความสุดท้ายส่งไป
‘ไว้กูจะรีบหาเวลาอัดคลิปใหม่ให้พวกมึง แต่ตอนนี้ใช้คลิปเก่าไปก่อนนะเพื่อน’
ต้นและบอสตอบกลับด้วยข้อความที่แฝงด้วยความขี้เล่นและความหื่นกระหาย
‘รีบ ๆ เลยนะเพื่อน รอดูอยู่!’
ผมยิ้มเล็กน้อยขณะอ่านข้อความของพวกมันแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ตั้งใจกลับมาทำงานต่อ เผื่อแม่จะยกโทษยอมให้ผมเย็ดได้ในเร็ววันนี้
ขณะที่เราทั้งสองเดินออกจากฟิตเนสมุ่งหน้าไปยังรถที่จอดอยู่ชั้นใต้ดิน บรรยากาศเงียบสงบในยามค่ำคืนของลานจอดรถที่ห้าทุ่มทำให้ทุกอย่างดูเงียบเหงามีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟที่กระพริบเป็ระยะ ๆและเสียงฝีเท้าของเราที่ก้องในพื้นที่ว่างเปล่า รถคันอื่น ๆจอดเรียงรายแต่ไร้ผู้คน มันเป็่เวลาที่ทุกคนคงกลับบ้านไปหมดแล้วเหลือเพียงเราและความเงียบสงบที่แผ่ปกคลุมรอบตัว
"วันนี้อยากกินอะไรดีก่อนกลับบ้าน?"
น้าพิมพ์ถามขึ้นขณะเดินไปยังรถ รอยยิ้มบาง ๆที่มุมปากของเธอทำให้คำถามดูเหมือนเป็การชวนหยอดมากกว่าแค่ถามเื่อาหาร
ผมหันไปมองเธอแล้วยิ้มตอบ
"กินอะไรก็ได้ที่น้าพิมพ์ชอบครับน้าชอบอะไรผมก็ชอบแบบนั้น"
น้าพิมพ์หัวเราะเบาๆ พลางยิ้มตอบ
"หยอดเก่งแบบนี้คิดว่าจะทำให้น้าตอบอะไรดี ๆ ให้เหรอ?"
"ผมก็พูดจริงนี่ครับน้าพิมพ์ชอบอะไรก็ได้ ผมตามใจน้าพิมพ์หมดเลย"
ผมตอบกลับพร้อมส่งสายตายิ้มๆ แบบไม่จริงจัง แต่แฝงความสนิทสนม
"แล้วถ้าน้าชอบกินอะไรที่แปลกๆ ล่ะ จะตามน้าไหวไหม?"
น้าพิมพ์ถามพลางหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"แปลกแค่ไหนผมก็ไหวครับ ถ้าน้าชอบ"
"งั้นถ้าน้าบอกว่าชอบกินอะไรที่มันเผ็ดร้อนล่ะ?"
ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบ
"เผ็ดร้อนแค่ไหนผมก็ทนได้ครับถ้าน้าชอบ ผมก็พร้อมสู้"
น้าพิมพ์หัวเราะออกมาเสียงดังขณะที่เราทั้งสองเดินมาถึงรถ เธอมองหน้าผมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เนนี่พูดเก่งจริงๆ เลยนะ ไม่คิดว่าจะแซวน้าได้เก่งขนาดนี้"
"ก็เพราะผมอยู่กับน้าพิมพ์บ่อยไงครับเลยต้องหัดหยอดบ้าง ไม่งั้นน้าพิมพ์อาจจะไม่สนใจผม"
น้าพิมพ์หัวเราะอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูรถ
"แหมเน... ทำตัวน่ารักแบบนี้ เดี๋ยวน้าก็พาไปกินของอร่อย ๆ เอง"
ระหว่างที่น้าพิมพ์กำลังเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ จู่ ๆ เธอก็หยุดนิ่งแล้วอุทานออกมาเบา ๆ เหมือนฉุกคิดอะไรได้
"อุ๊ยลืมของไว้!"
"ลืมอะไรครับ?"
ผมถามขึ้นทันที แต่ยังไม่ทันได้คำตอบน้าพิมพ์ก็รีบหันมาพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ
"รออยู่ที่รถก่อนนะเดี๋ยวน้าไปเอามาเอง ไม่นานหรอก"
น้าพิมพ์ไม่รอให้ผมตอบอะไรเธอรีบหมุนตัวเดินกลับไปยังลิฟต์อย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบสงบของลานจอดรถที่ไร้ผู้คน ผมยืนอยู่ตรงนั้นชั่วครู่รู้สึกเป็ห่วงน้าพิมพ์ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ผมตัดสินใจวิ่งตามไป แต่เมื่อมาถึงลิฟต์น้าพิมพ์ก็เข้าไปในลิฟต์แล้ว ผมได้แต่เห็นประตูลิฟต์ปิดลงต่อหน้าต่อตา
ผมรออยู่พักหนึ่งก่อนจะกดเรียกลิฟต์อีกตัวเพื่อขึ้นตามไปด้านในอาคารตอนนี้เริ่มเงียบเหงา ไม่มีใครเดินผ่านไปมาเหมือนเมื่อ่เย็นแล้วบรรยากาศช่างเงียบสงัด เสียงก้าวเท้าของผมก้องไปทั่วทางเดินสลัว ๆขณะที่ผมเดินไปยังฟิตเนสที่ปิดไฟลงเกือบหมด มันทำให้บรรยากาศในตอนนี้ดูน่าขนลุกเล็กน้อยผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมเป็คนเดียวที่ยังคงอยู่ในอาคารนี้
ผมเดินเข้าไปในร้านฟิตเนสท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมรอบตัวจนกระทั่งเห็นแสงสว่างเล็กน้อยมาจากห้องล็อกเกอร์ด้านใน ผมเดินตามแสงไปและก็เห็นน้าพิมพ์กำลังค้นหาบางอย่างในห้องล็อกเกอร์ เธอก้มตัวลงมองหาของใต้ตู้ผมไม่อยากทำให้เธอใ เลยเดินเข้ามาเงียบ ๆ น้าพิมพ์ก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงประตูปิดอัตโนมัติและเงยหน้าขึ้นมาเห็นผม
"อุ๊ย เน! ทำไมตามมาล่ะ น้าบอกให้รอที่รถไง"
เธอพูดพร้อมกับทำหน้าใเล็กน้อย
"ก็ผมเป็ห่วงน้าพิมพ์นี่ครับกลัวว่าน้าจะหาของไม่เจอ เลยตามมาช่วย"
น้าพิมพ์มองผมด้วยสายตาอ้ำๆ อึ้ง ๆ เหมือนจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ
"น้าแค่ลืมของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้...ไม่ได้สำคัญอะไรหรอก"
"หาอะไรอยู่ครับ ผมช่วยหานะ"
ผมถามพลางก้าวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นสายตาของผมมองไปที่น้าพิมพ์ที่ยังคงก้มค้นหาอยู่ในห้องล็อกเกอร์ท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟเหนือหัวที่ทำให้เงาของเราสองคนดูยาวเหยียดไปตามพื้น
น้าพิมพ์เงียบไปราวกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะตอบเสียงเบา ๆ ราวกับไม่กล้าสบตาผม
"เอ่อ...น้าลืมกางเกงในไว้... ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นโยนมันไว้ที่ไหน"
เธอตอบพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อความอายทำให้เธอพูดติดขัด ราวกับว่าไม่อยากให้ผมรับรู้เื่ราวนี้
ผมอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อน้าพิมพ์บอกเื่นี้ออกมามันชัดเจนทันทีว่าวันนี้เธอแอบมาเย็ดกับผู้ชายคนนั้นในห้องนี้ผมไม่รู้จะตอบยังไงดี ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ พยักหน้าเข้าใจก่อนจะช่วยเธอค้นหากางเกงในที่หายไป
เราเดินหาด้วยกันอยู่สักพักจนในที่สุดผมก็มองเห็นบางสิ่งที่หล่นอยู่ใต้เบาะนั่ง ผมก้มลงเก็บมันขึ้นมามันคือกางเกงในลายลูกไม้สีดำเขียวที่ดูเซ็กซี่มากผมยกขึ้นชูให้น้าพิมพ์เห็นแล้วพูด
"เจอแล้วครับใช่ของน้าพิมพ์ไหม"
น้าพิมพ์มองมาทางผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอายใบหน้าของเธอแดงจัดจนเห็นได้ชัด ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ไฟฟ้าเกิดขัดข้องขึ้นไฟในห้องล็อกเกอร์ดับลงทันที ทิ้งให้เราสองคนอยู่ในความมืดมิดผมได้ยินเสียงของน้าพิมพ์อุทานเบา ๆ ด้วยความใ
"โอ้ย!ไฟดับอีกแล้วเหรอเน..."
น้ำเสียงของเธอแฝงความกังวลชัดเจน
ผมพยายามเดินไปที่ประตูเพื่อเปิดออกแต่ก็พบว่าประตูไม่ขยับเลย เพราะมันใช้ระบบไฟฟ้าในการล็อก ผมพยายามอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ
"ประตูเปิดไม่ออกเลยครับมันใช้ไฟฟ้า"
น้าพิมพ์ดูใมากขึ้นน้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย
"แล้วเราจะออกไปยังไงเน...ถ้าไฟไม่กลับมา เราจะทำยังไงดี?"
ผมยิ้มบางๆ แม้จะอยู่ในความมืดก็ตาม พยายามปลอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่ต้องห่วงครับน้าพิมพ์เดี๋ยวระบบไฟฟ้ากลับมาประตูก็เปิดได้เอง เราคงต้องนั่งรอกันไปก่อน"
น้าพิมพ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่แต่เธอก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เราทั้งสองนั่งลงข้าง ๆกันบนม้านั่งตรงกลางห้องล็อกเกอร์ที่มีแสงสีแดงสลัว ๆ ส่องมาจากโคมไฟเพดานเงียบสงบแต่กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศระหว่างเราทั้งคู่รู้สึกว่าห้องร้อนขึ้น