โน้ตเป็ชื่อเล่นชวินทร์ ดาวเป็ชื่อเล่นเนตราเธอกับเขาเป็เพื่อนร่วมเรียนสาขาเดียวกันในมหาวิทยาลัยชวินทร์มีชีวิตเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ รูปร่างหน้าตาดี ฉลาด เต็มไปด้วยอารมณ์ขันรวย มีแฟนสวย เพื่อนๆ รัก
ส่วนชีวิตเนตราขึ้นต้นเหมือนจะดีแต่แล้วกลับเคว้งคว้างดังว่าวหลุดลอย พ่อแม่เสียตอนอยู่ปีสองดีที่ได้ทุนการศึกษาของญาติชวินทร์มาช่วยเหลือ
หน้าตาเธอ หากจัดอันดับแล้วอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่สวยขนาดมีหนุ่มแปลกหน้ามาขอเบอร์ยังพอมีหนุ่มชวนไปดูหนังกินไอติมบ้างปีละครั้งสองครั้ง
เนตราเคยคิด หากตัวเองเป็ดาวได้ เขาคงเป็เดือน ส่องแสงสีเงินยวงให้เย็นใจกลางคืนอวดโฉมกระจ่างฟ้า เหมือนััได้แต่เอื้อมไม่ถึง เพราะเดือนอยู่สูง ไกลลิบ
ดาวที่เป็คนอย่างเธอจึงได้แต่แหงนมองเขาคอตั้งบ่า มันคงเป็เพียงอาการปลื้มคนหล่อหากวันหนึ่งเดือนไม่เคลื่อนมาใกล้ เขาและเธอจำต้องจับกลุ่มรายงานด้วยกัน
เนตราที่เพิ่งเสร็จงานศพพ่อแม่มาเรียนด้วยอารมณ์หดหู่ พ่อแม่ทำประกันปิดหนี้บ้านไว้ก็จริงแต่หักลบกลบหนี้แล้วเงินไม่พอให้เธอเรียนจบแน่
ระหว่างกำลังเหม่อลอยชวินทร์ก็มาอยู่ตรงข้าม
“ดาวโอเคไหม”
คำถามสั้นๆ ง่ายๆ กระแทกใจเธออย่างจัง เนตราจำได้ว่าตัวเองนั่งร้องไห้ต่อหน้าเขา...ก็ในสายตาเธอคิดว่าเห็นเขาคนเดียวล่ะนะ ชวินทร์ส่งทิชชู่หลายแผ่นให้เธอก่อนเล่าเื่ทุนการศึกษา
“ญาติเราเขาฝันไม่ดี อยากทำบุญสะเดาะเคราะห์แต่ได้อะไรที่เป็ประโยชน์ยืนยาวเลยจะให้เป็ทุนการศึกษา ดาวลองยื่นเื่ขอดูสิ”
เนตรายื่นขอแล้วก็ได้จริงๆเธอขอบคุณชวินทร์เสียมากมาย
“ไม่เห็นไร ญาติเราเห็นคุณสมบัติดาวครบตรงใจ เลยให้คุณ
วันนั้นดอกไม้น้อยๆ ได้เริ่มเติบโตในใจเนตราโดยมีความปลาบปลื้มเป็น้ำหล่อเลี้ยง ปุ๋ยชั้นดีคือเื่ราวของเขาก่อนเหี่ยวลงด้วยข่าวเขามีแฟน และออกดอกออกผลเป็ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนซึ่งนำความร้าวราญมาสู่เธอ
เนตรายังจำแววตาเขาในเช้าวันนั้นได้ เ็า ห่างเหิน ไว้ตัวคิดว่าความเป็เพื่อนคงสิ้นสุดแล้ว แต่ทำไมกลายเป็เขาและเธอเป็แฟนกัน
เธอใช้เวลาคิดเื่นี้ทั้งวันจนสมองสับสนไปหมด เย็นย่ำตะวันคล้อยตัวต้นเหตุก็กลับมาไหล่สะพายกระเป๋าเป้ มือถือกล่องขนมเค้ก
“กินอาหารโรงพยาบาลหลายมื้อผมกลัวดาวเบื่อเลยซื้อมาให้”
ครีมบนเค้กสตรอว์เบอร์รี่ชอตเค้กว่าฟูแล้ว ใจเนตราฟูยิ่งกว่าความอาทรนี้มีแด่เธอคนเดียวไม่ต้องแบ่งปันกับเพื่อนคนอื่นเหมือนสมัยมหาวิทยาลัยที่เขาซื้อของมาเลี้ยง
“หมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไร”
เธอถามแก้เก้อรู้สึกตัวเองชักจะมองเขามองไปแล้ว ชวินทร์หยิบรีโมทโทรทัศน์มาครอง
“วันพรุ่งนี้”
กดไล่ดูรายการทีละช่อง เมื่อเห็นไม่มีอะไรน่าสนใจก็วางคืนกลับให้บนเตียง เปิดเป้หยิบโน้ตบุคออกมา เธอคาดว่าเขาทำงาน สังเกตจากหัวคิ้วขมวดเคร่งเธอละเลียดทานเค้กหวานละมุน ตาลอบพินิจเขา
เนตราเป็แฟนกับเขาจริงๆนะหรือ ใครเป็คนขอเป็แฟนก่อน คบกันเป็แฟนขั้นไหน อยู่ด้วยกันหรือแยกบ้าน
“เค้กอร่อยมากเหรอ ไว้ผมจะซื้อให้ใหม่
ชวินทร์ทักเมื่อเห็นเนตราใช้ส้อมกวาดอากาศบนกระดาษในกล่องเค้กมาหลายรอบแล้ว
“อืม...อร่อยดี”
เธอสะดุ้งนิดๆหันเหบทสนทนาคุยเื่อื่น
“ว่าแต่นายเห็นมือถือฉันไหม”
“ตอนพาดาวมาโรงพยาบาลมัวแต่รีบ ไม่ทันได้สังเกตอะไรไว้ผมจะไปหาให้อีกที”
ชวินทร์ละสายตาจากคอมพิวเตอร์ วางมันลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นเดินมาหาเธอเขาหยิบกล่องเค้กไปทิ้งถังขยะ และพับโต๊ะทานอาหารให้เธอ
กริยาเขานุ่มนวลไปหมด ยามหยิบจับอะไรชวินทร์สวมเชิ้ตขาวพับแขนถึงข้อศอก คอปลดกระดุมเห็นแผงอกล่ำวับแวบกลิ่นตัวก็หอมเหมือนกลิ่นฝนตกใหม่
“ดาวมองผมทำไม อยากได้อะไรเหรอ”
อยากได้นายเอ๊ย! เนตราส่ายศีรษะเรียกสติ
“เปล่า ไม่ได้มอง”
“คนบางคนโกหกแล้วหูจะแดง”
เธอยกมือขึ้นปิดหูอัตโนมัติคิดในใจว่าคงไม่ใช่แค่หูแล้วล่ะที่จะแดง
“มองผมนานๆ เดี๋ยวความหล่อจืดหมด”
“หลงตัวเอง มันมีรสด้วยหรือความหล่อน่ะ”
เอาล่ะ!เธอกำลังจะเพลี่ยงพล้ำเขาชวินทร์จับได้ว่าเธอสนใจเขามาก แต่เนตราไม่ยอมเฉยให้เสียหน้าไปเปล่าๆ
“แล้วดาวอยากชิมไหมล่ะ”
มือแข็งแรงเชยคางเนตราขึ้น สบแววตาที่มาดมั่นเสียเหลือเกินของเขาเธอรู้สึกอึดอัด ในอกจะะเิ หายใจทางจมูกไม่ทันจนกลายเป็เผยอปาก
“จะว่าไปผมก็ยังไม่ทันได้ชิมเค้กเลย ไม่รู้หวานสักแค่ไหน”
และแล้วเดือนก็เคลื่อนมาใกล้ แนบชิดสนิทแน่นดาวบนดินเช่นเธอ เนตราเคยจูบครั้งเดียวในชีวิตรสไม่หวานเหมือนนิยายรัก แต่อ่อนนุ่ม อุ่น เจือกลิ่นเหล้าจูบที่อีกฝ่ายไม่เห็นพ้องด้วย
นั่นเป็ครั้งแรกที่ได้ััริมฝีปากผู้ชายเธอจำได้ถึงความแข็งแกร่งของเขาและความอ่อนนิ่มของเธอ อุณหภูมิที่ทิ้งรอยอ้อยอิ่งระหว่างผิวทั้งสองในช่องท้องปั่นป่วนเหมือนมีผีเสื้อสักล้านตัวกระพือปีกอยู่ข้างใน
จูบเดียวเป็จุดเริ่มต้นของจุดจบความสัมพันธ์ฉันเพื่อนระหว่างเธอกับเขาและจูบสองที่ไม่ทันตั้งตัว เธอสะดุ้ง ก้นเลยขอบเตียงไปเกินครึ่งดีที่วงแขนชวินทร์รัดรอบไว้ทัน
“ขนมเค้กหวานจริงๆ ด้วยแฮะ”
ชวินทร์เลียริมฝีปากเหมือนเด็กอาลัยอาวรณ์รสชื่นของน้ำตาล
“นายทำ ทำไม”
เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในนิยายสักเื่ ประเภทนางเอกโดนลักจูบอยากตบแต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ดวงตาที่แหงนมองเขานั้นมีน้ำคลอหน่วยสองมือยกขืนตัวออกจากวงแขนรัดแน่นเหมือนงูเหลือมรัดเหยื่อ
“ไม่รู้สิ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ” งูเหลือมเอ๊ย! ชวินทร์ตอบหน้าตาย
“แล้วมาจูบฉันทำไม”
“... ก็เราเป็แฟนกัน” เขาพึมพำอยู่เรือนผมยุ่งๆ ของเธอ
“แต่ไม่ใช่ให้มารุ่มร่ามแบบนี้”
“ใช้คำเชยจัง”
“นายอย่ามาลวนลามฉัน”
“แรงนะนั่น ฟังแล้วเหมือนผมเป็พวกโรคจิต” เขาชะงัก ทำเสียงฮึในลำคอ
“ก็ใช่ไหมล่ะ นายทำอะไรโดยฉันไม่ยินยอม”
เนตราพยายามเปลี่ยความรู้สึกอยากจะร้องไห้เป็ฮึดสู้ไม่สนล่ะว่าเธอกับเขาขณะนี้มีสถานะเป็อะไรกัน แต่เธอความจำเสื่อมควรได้ความปลอดภัย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ
“ห้ามแตะต้องฉันอีก”
ชวินทร์ปล่อยวงแขนหลวมๆมองเธอนิ่ง ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“หมายถึง ฉันยังไม่พร้อม ความทรงจำยังไม่กลับมา มันสับสนไปหมด”
เนตราโน้มน้าวให้เขาเชื่อตามสมองจะคิดได้ ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เหมือนกัน กลัวเขาจะโกรธ ก็ตอนนี้เธอยังพึ่งเขาอยู่นะ
“ผมเข้าใจ ผมขอโทษ”
ชวินทร์ถอนหายใจยาวลุกขึ้นจากเตียง ปล่อยเธอเป็อิสระ จัดท่านอนและคลุมผ้าห่มให้
“พักผ่อนซะเถอะ พรุ่งนี้ผมจะมารับ”
ชวินทร์กลับออกไปพร้อมกับอาการปวดหนึบในศีรษะจนเธอต้องขอยาแก้ปวดจากพยาบาล ค่อยช่วยบรรเทาจนหลับ ในฝันเนตรานั่งอยู่บนม้านั่งใต้ซุ้มเฟื่องฟ้าสีชมพูสดหน้าบ้านใครบางคนจับมือเธออยู่ เนตรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยก่อนภาพจะค่อยๆเปลี่ยนไปเป็ชวินทร์ในชุดนักศึกษา และแววตาห่างเหินเหมือนในเช้าวันนั้น เนตราสะดุ้งตื่นแล้วหลับไม่ลง จนต้องขอยานอนหลับอีกรอบ นั่นแหละเธอจึงหลับลึกจนไม่ฝันอีกเลย
หมอให้เนตราออกจากโรงพยาบาลในวันต่อมาชวินทร์เอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนในนั้นมีบราเซียร์สีฟ้าและกางเกงในสีเดียวกันลายจุดยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
เขารู้ว่าเธอชอบสีอะไรเขาเข้านอกออกในบ้านกระทั่งรู้จักตู้เสื้อผ้าในห้องนอน แต่เธอตอนนี้สิรู้จักเขาแค่ในนามเพื่อนและคนที่แอบรัก
ไม่เอาละ... เธอจะไม่คิดมาก ให้สมองฟื้นฟูตัวเองหมอบอกเองนี่ว่าความทรงจำเธอต้องกลับมาสมบูรณ์พร้อมในสักวันเนตราปลอบตัวเองอย่างมีความหวัง
ชวินทร์ยังชอบรถสปอร์ตเหมือนเดิม คราวนี้เปลี่ยนจากสีแดงเป็ดำจากยี่ห้ออิตาลีเป็เยอรมันเขาไม่ได้พากลับบ้าน รถคันงามเลี้ยวเข้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง
“นายพาฉันมาที่ไหน”
เธอเหลียวซ้ายแลขวาตลอดทางที่เขาขับขึ้นลานจอดรถมีรถจอดอยู่ไม่กี่คัน ล้วนเป็ยี่ห้อแพงๆ ไม่ค่อยเห็นวิ่งบนท้องถนน
“คอนโดผม” เขาปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยตัวเอง แล้วเอื้อมมาทำให้เธอด้วย
“ดาวยังไม่แข็งแรง อยู่ที่นี่สะดวกกว่า”
“ฉันอยากกลับบ้าน”
“ที่บ้านห้องคุณอยู่ชั้นบน เดินขึ้นลงลำบากเกิดเป็อะไรขึ้นมาจะทำไง”
“ฉันโทรบอกนายก็ได้” เธอพยายามหาเหตุผล
“ถึงตอนนั้นจะใช้โทรศัพท์ได้เหรอ”
“แล้วถ้าฉันเป็อะไรตอนอยู่ที่นี่ ระหว่างนายไปทำงาน” เธอยังไม่ยอมแพ้อยู่ดี
“อย่างน้อยผมก็กลับมาเจอพาส่งโรงพยาบาลได้เร็วกว่าบ้านดาว”
ระหว่างทางเธอเห็นแล้วว่าคอนโดเขาอยู่ในเมืองใกล้ทั้งสรรพสินค้าและรถไฟฟ้า โรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกล
ผิดกับบ้านเธอ อยู่ชานเมือง เงียบสงบห้างที่ใกล้ที่สุดต้องขับรถไปประมาณครึ่งชั่วโมง โรงพยาบาลไม่ต้องพูดถึงขับไปห้าสิบนาทีอย่างต่ำ
“คนอื่นเขาจะคิดยังไงที่เราอยู่ด้วยกัน” เนตราพยายามหาเหตุผลอื่นมาจนได้
“จะคิดยังไงก็ช่างเขา ถ้าดาวเป็อะไรไป คนอื่นไม่ได้มาช่วยดูแลเสียหน่อย”
ก็จริงนั่นแหละเธอป่วยตั้งหลายวัน มีแต่ชวินทร์มาดูแล
“แล้วฉันต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน”
“สักสองอาทิตย์ หลังไปฟอลโลว์อัพอาการกับหมอค่อยคิดเื่นี้กันอีกที”
ชวินทร์หยิบกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมาจากเบาะหลังไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ของเนตรา เพราะพลาสติกสีเทาเข้มดูไม่เข้ากับบุคลิกคนถือเอาเสียเลย
คอนโดมิเนียมชวินทร์เป็ห้องเพ้นท์เฮ้าส์มีหน้าต่างกว้างมองเห็นวิวแม่น้ำเ้าพระยา ห้องรับแขกมีโซฟายาวและโทรทัศ์จอใหญ่ ประตูห้องต่างๆเป็ไม้แข็งแรง ยกเว้นประตูกระจกสีขุ่นที่เดาว่าเป็ครัว
“ดาวใช้ห้องนี้นะ”
เขาเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนที่มีเตียงเดี๋ยวคลุมด้วยผ้าห่มสีเทา ข้างกันเป็โต๊ะหัวเตียง ถัดไปเป็ตู้เสื้อผ้าแบบบิลท์อิน
“ห้องผมอยู่ข้างๆ มีอะไรเรียกได้ หิวไหมเดี๋ยวสั่งอาหารมากินกัน ดาวอยากกินอะไร”