ตอนที่ 14 : การประชุมของเหล่าผู้ปกครองโลก ตอนจบ
เดลล์เปิดเผยข้อมูลให้กับสภา
เื่ที่เขาพบปีศาจถูกอัญเชิญมาโดยกลุ่มโจร แต่กลุ่มโจรที่ว่าก็เป็แค่พวกโจรจากสลัมทั่วไป พวกมันไม่ได้มีความรู้เื่เวทมนตร์ด้วยซ้ำ จึงสามารถอนุมานได้ว่าพวกมันคงไปเรียนรู้วิธีการอัญเชิญมาจากบุคคลที่สาม
ร่องรอยของเวทอัญเชิญปกติเองก็ไม่มีอยู่จึงคาดว่าน่าจะใช้วิธีใหม่ในการอัญเชิญ ข้อสันนิษฐานของเดลล์ที่บอกว่าเป็ฝีมือของดาร์คแมทเทอร์จึงยิ่งน่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่
แต่อย่างน้อยทุกคนก็รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติแต่เป็ฝีมือของคน ั้แ่นี้ไปจึงมีการออกคำสั่งให้ตรวจตราในเมืองเพิ่มขึ้น และส่งข้อมูลให้ทุกประเทศกระตือรือร้นในการตรวจสอบคนเข้า-ออกเมืองให้มากขึ้นด้วย
นั่นคือข้อสรุปจากการประชุมในครั้งนี้
“เฮ้อ... สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลยแฮะ เสียเวลาทำมาหากินชะมัด”
เดลล์ออกจากห้องประชุมไม่ทันไรก็เดินหาว ฟูกะหัวเราะเอ็นดูอยู่ข้าง ๆ ส่วนเอมิเลียกำลังสับกบาลเดลล์
“ทำมาหากินอะไรล่ะยะเห็นเอาแต่นอนกลางวันหรอกย่ะ”
“เอ๋.....”
เดลล์ส่งเสียงอิดออด ทำปากจู๋ไม่รู้ไม่ชี้ตามเคย
“ว่าแต่... ในความเห็นของเดลล์คิดว่ายังไงเหรอคะ”
ฟูกะขยับเข้ามาเดินใกล้ ๆ เดลล์ ลางสังหรณ์ของเธอบอกว่าเดลล์รู้มากกว่าที่เผยในห้องประชุม คิ้วเอมิเลียเลยขมวดเข้าด้วยกันตาม
เป็ความจริงจังแบบเดียวกับสีหน้าเดลล์ตอนนี้
“ผมเองก็ยังไม่แน่ใจหรอก แต่บางทีอาจจะเป็ ‘หมอนั่น’ ”
น้ำเสียงเดลล์เย็นะเืไม่ตั้งใจ เอมิเลียกับฟูกะได้ยินแล้วหรี่ตามองเดลล์
ไม่ใช่จากความกลัว แต่จากความเป็ห่วงเป็ใย... เพราะพวกเธอเข้าใจดีว่าเดลล์หมายถึงอะไร
“โอย... เดลล์เอ้ย!”
เสียงชายชราจากด้านหลังดึงเดลล์กลับมายังความเป็จริง
น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับเอ็นดูหลานทำให้ทั้งสามคนหันกลับไปมอง
“ปู่วิลเฮม ไม่เจอกันนานเลยนะฮะ”
เดลล์ เอมิเลียและฟูกะโค้งให้ชายชรา... วิลเฮม พร้อมกับยิ้มทักทาย
“โฮโฮ๊ะ... ั้แ่ประชุมหลังแข่งไตรมาสรอบที่แล้วเลยสิเน่อ”
วิลเฮมโค้งหัวให้ตามมารยาทเช่นเดียวกับผู้ติดตามทั้งสองคนของเขา วิลเฮมเป็ชายชราที่มีส่วนสูงน้อยกว่าเดลล์และไว้หนวดเครายาว การสวมชุดพื้นบ้านแอบทำให้รู้สึกเหมือนเป็คนแก่ทั่วไปที่หาได้ตามท้องถนน
...แต่แน่นอนว่าไม่ใช่
ชายคนนี้คือัซ่อนเล็บของแท้ เขาคือกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์ ‘โกลเด้นแอปเปิ้ล (Golden Apple)’ กิลด์อันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน
หากอันเดอร์คลาวด์คือตำนานในหน้าหนังสือ ชายคนนี้ก็คือตำนานที่ยังมีลมหายใจ
ในส่วนของผู้ติดตามสองคน...
คนนึงเป็ชายหนุ่มสวมชุดเกราะทองเข้ากับผมสีเดียวกัน เสื้อใต้เกราะเป็สีน้ำเงินสลับแดงให้ความรู้สึกสุขุมแลเืร้อน สายตาคมกริบไม่ครั่นคร้ามช่วยเสริมมาดให้เข้มเคร่งขรึมเข้าไปอีก
อีกคนนึงเป็สาวงามอายุไล่เลี่ยกับเดลล์ เธอไว้เรือนผมสีน้ำเงินเกล้าเป็มวยไว้หลังศีรษะ สวมชุดเกราะเงินทับชุดสีแดงส้ม รูปลักษณ์ภายนอกแลดูเืร้อน ช่างขัดกับแววตาและสีหน้าเรียบเฉยเสียเหลือเกิน
ชายหนุ่ม เด็กสาวและเดลล์ยืนเผชิญหน้าใกล้กัน ทำให้เห็นอายุที่ห่างกันไม่มากจนเหมือนเป็เพื่อนร่วมรุ่น
และในความเป็จริง... ทั้งสามคนก็แทบจะโตมาด้วยกัน
แต่เื่ความคุ้นเคยทางวิลเฮมกลับมีมากกว่า เขายื่นถุงกระดาษใส่ของให้กับเดลล์
“เอ้านี่ของฝาก แบ่งให้เ้าริคด้วยล่ะ”
“ไหน ๆ ...ของหวานอีกแล้ว เดี๋ยวปู่ริคก็เป็เบาหวานหรอกฮะ”
“โฮโฮ๊ะ... ถึงหมอนั่นจะแก่แต่มันทนทายาทจะตาย แค่เบาหวานทำอะไรมันไม่ได้หรอก”
วิลเฮมลูบเคราหัวเราะพลางนึกถึงเพื่อนต่างกิลด์
ในขณะเดียวกัน เขาก็มองเดลล์หัวจรดเท้าด้วยความคิดถึง
“ห้าปีแล้วสิเน่อ”
คำพูดของวิลเฮมทำให้ทุกคนชะงักไป
เว้นแต่ฟูกะที่ไม่ได้มีความหลังกับ ‘ที่แห่งนั้น’ เธอเลยมองทุกคนด้วยสายตาปลอบประโลมแทน
วิลเฮมเลื่อนสายตามองนอกหน้าต่าง
“ั้แ่ที่อันเดอร์คลาวด์ล่มสลายไป ข้าเองก็รู้สึกเหงาหงอยไม่น้อยเลยล่ะเน่อ”
ปู่วิลเฮมชำเลืองมองเมฆเคลื่อนตัวนอกหน้าต่าง การนึกถึงความหลังชักจูงให้ทุกคนมองตาม และพาลให้นึกถึงอดีตอันไม่มีวันหวนคืน
สำหรับโกลเด้นแอปเปิ้ล... อันเดอร์คลาวด์คือคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ เป็เป้าหมายที่อยาก่ชิงอันดับหนึ่งให้ได้ในสักวัน
แต่อีกฝ่ายก็ดันหายไปเสียก่อนจะได้เอาชนะกันอย่างสมศักดิ์ศรี พอคิดแล้วก็ทั้งรู้สึกหงุดหงิดและเศร้าสร้อย
หลังเหตุการณ์วันที่อันเดอร์คลาวด์ล่มสลาย วิลเฮมรู้สึกเสียดายพร์ของพวกเด็ก ๆ และสงสารที่พวกเขาไม่มีที่ไป เขาจึงได้ชักชวนเด็กเ่าั้มาเข้ากิลด์ของตัวเองหวังอุปการะให้เป็บ้านหลังใหม่
ซึ่งสองคนที่เขาชวนสำเร็จก็คือชายหนุ่มและเด็กสาวที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังเขาตอนนี้
ยกเว้นเด็กหนุ่มที่เผชิญหน้ากับเขาอยู่ตอนนี้
เด็กหนุ่ม... ผู้มีความฝันแบบเดียวกับตนในอดีต
“พี่อเล็กซ์ ปู่วิลเฮม”
เดลล์จ้องตาวิลเฮมกับชายหนุ่มผู้เป็เสมือนพี่ชาย... อเล็กซ์ด้วยแววตาแน่วแน่เหมือนกับวันที่โดนชวน
เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองน่าสงสารหรือไม่มีที่ไป
ไม่เคยคิดพึ่งพาใคร ไม่สนใจทางลัด หากจะไปยังจุดสูงสุดก็ต้องเดินด้วยลำแข้งของตัวเองเท่านั้น
สายตาเชื่อมั่นในตัวเองอย่างแรงกล้าของเด็กหนุ่มไม่เคยแปรเปลี่ยนไปจากตอนนั้น
“ไตรมาสหน้า... พวกผมไม่แพ้แน่”
แววตาของเดลล์คมกริบด้วยรอยยิ้ม ดวงตาที่วิลเฮมเคยคิดว่าเป็ลูกสุนัขแท้จริงแล้วเป็ราชสีห์
เอมิเลียกับฟูกะยิ้มเอ็นดู แต่ก็ทำแววตาเฉียบคมใส่วิลเฮมไม่ต่างกัน
แม้สำหรับวิลเฮมผู้ผ่านโลกมามากจะยังมองพวกเขาเป็ลูกราชสีห์ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความมุ่งมั่นของเดลล์ทำให้ชายแก่คนนี้ใจเต้นระทึก
“หนุ่มสาวนี่ดีจังเน่อ... แบบนี้แหละค่อยน่าสนุก”
วิลเฮมเดินผ่านเดลล์ไปด้วยรอยยิ้มแสยะ รู้สึกเหมือนวันวานที่ได้ห้ำหั่นกับคู่แข่งตัวฉกาจกำลังจะกลับมาในเร็ววัน
อเล็กซ์เดินตามวิลเฮมไป เขาสวนเดลล์ด้วยรอยยิ้มแม้จะไม่ได้พูดอะไรสักคำ
สำหรับอาชีพนักผจญภัย จะเด็กหญิงชาย หนุ่มหรือชรา ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องมีคู่แข่งเพื่อเติมรสชาติให้ชีวิต ความตื่นเต้นจากการโดนไล่ตามและความปิติเมื่อได้รับชัยชนะนี่แหละคือหนึ่งในรสชาติที่นักผจญภัยทุกคนใฝ่หา
แต่แน่นอน... ทุกคนไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยความรู้สึกถวิลหาชัยชนะเสมอไป
อย่างน้อยก็สำหรับเด็กสาวที่ยังจ้องมองเดลล์ ไม่ยอมเดินตามวิลเฮมกับอเล็กซ์ไปทันที
“เลโอน่า”
เดลล์สบสายตากับเด็กสาวอายุเท่ากัน... เลโอน่า
พอเธอมองมา เขาเลยได้โอกาส
เดลล์เลื่อนมือตัวเองขึ้นแล้วกางนิ้วก้อย ท่าทางคล้ายกับสัญลักษณ์ขอคืนดี
แต่สำหรับทั้งสองคนแล้ว เป็ที่เข้าใจกันดีว่ามันมีความหมายมากกว่านั้น
“...”
แต่เลโอน่ากลับเบือนหน้าหนี เธอเดินผ่านเดลล์ไปอย่างไม่แยแส รีบจ้ำอ้าวตามวิลเฮมกับอเล็กซ์ไปในทันที
เดลล์ได้แต่ยิ้มขมด้วยอารมณ์อันหลากหลาย
ยัยคนปากแข็งเอ้ย
❖❖❖❖❖
———ในขณะเดียวกัน, ทางด้านของโอฟีเลีย
หลังจากโอฟีเลีย ไอชา และอาเรียส่งใบสมัครเรียบร้อย ทั้งสามคนก็ออกมาจากกิลด์เพื่อเดินเล่นในเมือง
ความจริงแล้วบรรยากาศในกิลด์คริสตัลคลาวด์เองก็น่าดูชมจนพวกเธอ (โดยเฉพาะโอฟีเลีย) อยากจะนั่งเล่นต่อ
...แต่การพบพานกันอย่างไม่คาดคิดมันน่าสงสัยมากกว่า แถมยังทำเอาร้อนใจจนไม่กล้าพักผ่อนได้อย่างสบายใจ
โอฟีเลียกับอาเรียที่มีเื่ต้องเคลียร์กันเลยออกมาเดินคุยข้างนอกแทน
“ว่าไปแล้ว ทำไมท่านโอฟีเลียถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ?”
อาเรียกระซิบถามขณะเดินเคียงกันไป เธอเดินเข้ามาถามใกล้ ๆ ในจังหวะที่ไม่มีใครบนท้องถนน
แล้วพอโดนจี้ถาม โอฟีเลียก็หัวเราะแหยะ ๆ ทันที
“อะ เอ่อ... แบบว่าเื่มันยาวน่ะ ฮะฮะ” โอฟีเลียหัวเราะกลบเกลื่อน ยิ่งทำอาเรียโกรธจนขมวดคิ้ว
“บ่ายเบี่ยงดื้อ ๆ อีกแล้วนะคะ”
อาเรียจ้องโอฟีเลียสลับกับไอชาตาเป็มัน หวังว่าจะมีใครสักคนอธิบายให้เธอเข้าใจได้
โอฟีเลียส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากไอชา แต่ไอชาก็ส่ายหน้ากลับมาราวกับช่วยไม่ได้
โอฟีเลียที่ไม่มีทางเลือกเลยถอนหายใจ ก่อนจำใจเปิดปาก
“เฮ้อ... ท่านพี่ช่วยให้หนีมาน่ะสิ”
“เอ๊ะ!? นี่มันเื่ใหญ่แล้วไม่ใช่รึไงกันคะเนี่ย!!!!”
อาเรียะโใสุดขีด ชาวบ้านที่กำลังขายของอยู่ในตึกถึงกับหันมามองขวับ อาเรียรีบปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน
...แต่นั่นเป็เื่ช่วยไม่ได้ หากใครรู้สถานภาพและสถานการณ์ของโอฟีเลีย ทุกคนน่าจะมีปฏิกิริยาแบบอาเรียกันหมดนั่นแล
“แต่ไม่เป็เื่ใหญ่อะไรหรอกน่า! ท่านพี่บอกว่าจะปิดข่าวไว้ให้ด้วยนะ!!!” โอฟีเลียโบกไม้โบกมือแก้ตัว แต่ไม่ได้ทำให้สถานการณ์น่ากังวลน้อยลงเลย อาเรียยิ่งกุมขมับเข้าไปใหญ่
“ให้ตายสิ... ทำไมท่านแอนเจลาถึงทำอะไรมุทะลุแบบนี้กันเนี่ย”
อาเรียถอนหายใจบ่นอุบ โอฟีเลียทำเป็ไม่สนใจผิวปากกลบเกลื่อน
เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วช่างละม้ายคล้ายกับเดลล์จนไอชารู้สึกขนลุก
แต่โอฟีเลียทำเป็ทองไม่รู้ร้อนขนาดนั้นไม่ได้
เพราะถ้าเื่แดงขึ้นมา เธอคงไม่สามารถอยู่กับคริสตัลคลาวด์ได้แน่
“เพราะแบบนั้นแหละ! อาเรียห้ามบอกใครเด็ดขาดเลยนะ เื่ของฉันน่ะ!” โอฟีเลียยื่นหน้าเข้าไปใกล้อาเรียจนเธอสะดุ้ง
“ดิฉันเองก็ขอร้องด้วยคนนะคะ”
“ไอชาก็เอาด้วยเหรอเนี่ย”
อาเรียเหงื่อตกลำบากใจ แม้แต่ไอชายังก้มหัวให้เธอ
หากปฏิเสธทั้งสองคน เธอคงกลายเป็ั์มารในสายตาของเพื่อนสมัยเด็กแน่ ๆ
แถมเธอเองก็รู้จักโอฟีเลียมานาน... เช่นเดียวกับที่โอฟีเลียรู้จักความขมขื่นของอาเรีย อาเรียเองก็รู้จักความเ็ปและโหยหาอิสรภาพของโอฟีเลียดี
อาเรียคิดแล้วขมวดคิ้ว เหงื่อตกด้วยความลำบากใจ แต่ยิ่งรู้แบบนั้นคำปฏิเสธยิ่งไม่กล้าออกจากปาก
...สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือก
“เฮ้อ... ถ้าท่านโอฟีเลียพูดแบบนั้น ฉันก็มีแต่ต้องทำตามแหละค่ะ”
อาเรียถอนหายใจยิ้มแห้งรับสภาพ ไอชาเดินไปวางมือบนไหล่อาเรียด้วยความเข้าใจ
มีแต่โอฟีเลียที่ยิ้มออกมาได้อย่างร่าเริงสดใส
...แต่ไม่ได้เป็เพราะอาเรียยอมช่วยเธออย่างเดียว
“ไม่ใช่ ‘ท่าน’ สักหน่อยอาเรีย” โอฟีเลียหยุดเท้ามองอาเรีย ทำให้อาเรียและไอชาหยุดเท้าลงตาม
“ตอนนี้ฉันน่ะ เป็แค่โอฟีเลียเท่านั้นแหละ”
โอฟีเลียเผยยิ้มสดใสเจิดจ้าปานดวงอาทิตย์ ออร่าอบอุ่นสะท้อนออกมาทำให้อาเรียหายกังวลไปในบัดดล
ั้แ่เจอกัน อาเรียแอบคิดมาตลอดว่าโอฟีเลียเป็เด็กดื้อก็จริง
แต่จากที่เห็นแล้ว เธอก็คือหญิงแกร่งคนนึงที่ไม่หวั่นเกรงอุปสรรค มุ่งหวังออกเดินทางเพื่อความฝันของตัวเองอย่างไม่ย่อท้อ
...แบบเดียวกับตัวเธอเอง
และอันที่จริง ต่อให้โอฟีเลียทำตัวเป็เด็กมันก็ไม่ใช่ปัญหา
เพราะไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ สิ่งที่คอยเยียวยาเธอกับไอชา ก็คือรอยยิ้มของเด็กสาวใสซื่อบริสุทธิ์คนนี้นี่แหละ
อาเรียกับไอชาถึงอมยิ้มพร้อมกัน ชวนหวนนึกถึงวันเก่า ๆ เอาการ
“เข้าใจแล้ว โอฟีเลีย”
อาเรียยิ้มตอบโอฟีเลีย การเรียกชื่ออย่างสนิทสนมเหมือนเมื่อก่อนทำให้โอฟีเลียใจฟูจนยิ้มแป้น
อาเรียยังหันไปทางไอชาด้วย
“ไอชาก็ด้วย หลังจากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ”
“ยินดีค่ะอาเรีย”
ไอชายิ้มดีใจไม่ต่างกัน เธอถึงกับจีบกระโปรงโค้งให้อาเรีย
โอฟีเลียเห็นทั้งสองคนแล้วอมยิ้มหัวเราะ หุหุ
ภาพที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เป็อย่างเดียวกับที่เธอเคยคิดหวังไว้ในอดีต
โอฟีเลียยิ่งมั่นใจกับการตัดสินใจของตัวเอง ผลลัพธ์ของการทำตามหัวใจเป็สิ่งที่คุ้มค่าแล้วกับภาพเหล่านี้
โอฟีเลียเริ่มออกเดินอีกครั้ง เธอแกว่งมืออย่างร่าเริงเป็เด็ก ๆ
“เฮะ ๆ ที่จริงแล้วฉันเองก็เคยฝันไว้เหมือนกันนะ ว่าสักวันจะได้ผจญภัยด้วยกันสามคนน่ะ”
“อื้ม! ฟังดูน่าสนุกนะ”
“ฟังดูน่าเป็ห่วงด้วยค่ะ”
อาเรียกับไอชาเดินตามโอฟีเลียไปด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสามคนรู้สึกอบอุ่นใจที่วันวานกลับมาเหมือนก่อน และรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ที่จะได้เผชิญร่วมกันในฐานะเพื่อนพ้องต่อจากนี้
แทบจะรอการทดสอบพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วสิ
โอฟีเลียยิ้มไม่หุบ ได้แต่ภาวนาให้วันพรุ่งนี้มาถึงเร็วที่สุดเท่าที่เป็ไปได้
❖❖❖❖❖

