“ฮ่า ๆ ๆ ! มือถือไม้เท้าสวมชุดคลุมขาว ั้แ่โบราณกาลมานักเวทส่วนใหญ่ก็เน้นต่อสู้ระยะประชิดทั้งนั้นแหละ! นับจากนี้ไป โปรดเรียกฉันว่าพ่อนมสายบวก!”
หลินหานโบกไม้เท้าเวทในมือ รอยยิ้มที่มุมปากของหลินหานยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ฉายาพ่อนมสายบวกนี้ ช่างเข้ากับรูปร่างกำยำและนิสัยของเขาได้อย่างประจวบเหมาะ เขาตั้งตารอวันพรุ่งนี้จริง ๆ ว่าความเร็วในการเลื่อนเลเวลของตนจะน่ากลัวขนาดไหน!
หลังจากเก็บชุดคลุมและไม้เท้าเรียบร้อยแล้ว หลินหานก็หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภัยพิบัติอีกสักพัก ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วค่อย ๆ หลับไป
...
วันรุ่งขึ้น
หลินจงเทียนและเสิ่นเหมยออกไปทำงานตั้งนานแล้ว หลินหานจัดการอุ่นกับข้าวด้วยตัวเอง หลังจากกินเสร็จเขาก็สวมชุดคลุมนักเวทสีขาวและถือไม้เท้าเวท เตรียมตัวออกเดินทางทันที
เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“หลินหาน อยากตั้งปาร์ตี้เก็บเลเวลด้วยกันไหม” หวังเฉียงโทรถามขึ้นทันทีที่เขากดรับสาย
“ไม่ละ” หลินหานปฏิเสธคำชวนอีกฝ่ายทันที
“ทำไมวะ” ปลายสายชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะโวยวาย “เฮ้ย! นายดูถูกพี่น้องเหรอวะ บ้านฉันหาดันเจี้ยนไว้ให้แล้วนะ มอนสเตอร์ข้างในเลเวลแค่ 1–5 อ่อนแอจะตายชัก!”
หลินหานยิ้มพลางส่ายหน้า “เปล่า ไม่ดูถูกสักหน่อย แต่เก็บเลเวลแบบปาร์ตี้มันช้าเกินไป แถมนายยังปลุกพลังได้อาชีพสายต่อสู้หลัก มีโอกาสสูงที่จะติดมหาวิทยาลัยชั้นนำ หลักการที่ว่าลุยเดี่ยวเวลขึ้นไวและมีประสิทธิภาพมากกว่า นายก็รู้อยู่แล้วนี่”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง หวังเฉียงรู้ดีว่าสิ่งที่หลินหานพูดเป็ความจริง การรวมกลุ่มล่ามอนสเตอร์ต้องหารค่าประสบการณ์กัน แถมระยะเวลาเคลียร์ดันเจี้ยนก็ถูกจำกัดไว้ จึงเทียบกับการลุยเดี่ยวไม่ได้เลยจริง ๆ
“วางใจเถอะ แม้อาชีพผู้สังเวยของฉันจะไม่อาจก้าวข้ามคลาส 1 ได้ แต่ก่อนเลเวล 10 การลุยเดี่ยวในดันเจี้ยนทั่วไปไม่มีปัญหาแน่นอน ไว้เดี่ยวรอนายเลื่อนเป็คลาส 2 เมื่อไหร่ ค่อยพาฉันลุยมอนสเตอร์ระดับกลางก็ได้ ถึงตอนนั้นฉันไม่ปฏิเสธแน่” หลินหานเอ่ยเสริม
มอนสเตอร์เลเวล 11–20 คือระดับเงิน ซึ่งจัดเป็มอนสเตอร์ระดับกลาง หลังกำจัดพวกมันได้ ค่าประสบการณ์ที่ได้รับจะเพิ่มขึ้นมหาศาล
“ก็ได้ งั้นตกลงตามนี้นะ หลังจากเลื่อนเป็คลาส 2 สำเร็จ ฉันจะพานายลุยเอง!” เห็นหลินหานยืนกรานแบบนั้น หวังเฉียงจึงจำใจวางสายไป
หลินหานเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย ความจริงเขาก็อยากตั้งปาร์ตี้กับหวังเฉียงเหมือนกัน เพราะด้วยแผงสเตตัสในตอนนี้ การลุยเดี่ยวเคลียร์ดันเจี้ยนผู้เล่นใหม่นั้นง่ายดายราวกับปอกกล้วย
แต่หลังจากเลเวล 10 เขาจำเป็ต้องทะลวงผ่านคลาส 1 และต้องตามหาแหล่งกำเนิดธาตุมาดูดซับให้ได้ ดังนั้นสถานที่ล่ามอนสเตอร์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขา ก็คือเขตบุกเบิกที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ต้องห้าม!
สถานที่แห่งนั้นมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดภัยพิบัติขึ้น!
ทว่ามันอันตรายเกินไป หลินหานจึงไม่อยากลากหวังเฉียงไปเสี่ยงด้วย ตัวเขาย่อมมีปัญญาเอาตัวรอดได้สบาย ๆ แต่หวังเฉียงที่เพิ่งเลเวล 1 อาจจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ซึ่งเป็สิ่งที่หลินหานไม่อยากให้เกิดขึ้นเด็ดขาด
หลังเดินออกจากบ้าน หลินหานก็มุ่งหน้าไปยังลานเทเลพอร์ตทันที เมืองฮุยเยว่มีกฎระเบียบว่า หลังจากนักเรียนมัธยมปลายเรียนจบ ทุกคนจะได้รับสิทธิ์ใช้งานค่ายกลเทเลพอร์ตฟรีคนละหนึ่งครั้ง
และสถานที่ที่หลินหานเลือกเดินทางไป ก็คือเขตบุกเบิกที่ชื่อว่า แดนบึงสมุทร
...
เมื่อหลายร้อยปีก่อน ตอนที่โลกหลานซิงขยายขนาดขึ้น นอกเหนือจากพื้นที่ต้องห้ามอย่างรอยแยกมิติหรือหุบเหวลึกใต้พิภพจะอุบัติขึ้นแล้ว พื้นที่ของมหาสมุทรก็นับว่าขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยเท่าเช่นกัน มอนสเตอร์สารพัดชนิดถือกำเนิดขึ้นจากท้องทะเลอันกว้างใหญ่
บรรดายอดฝีมือระดับศักดิ์สิทธิ์ของจักรวรรดิัดาราต้องกรำศึกเข่นฆ่าสังหารมานานนับร้อยปี กว่าจะสามารถสร้างแนวป้องกันชายฝั่งทะเลขึ้นมาได้สำเร็จ เพื่อขัดขวางไม่ให้ฝูงมอนสเตอร์ทะเลบุกเข้าไปโจมตีพื้นที่ภายในจักรวรรดิ เมืองฮุยเยว่เองก็ถือเป็หนึ่งในป้อมปราการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ตามแนวชายฝั่งเช่นกัน
เวลาผ่านไปหลายร้อยปี เส้นทางสายอาชีพเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงเริ่มเปิดฉากสวนกลับเพื่อบุกเบิกพื้นที่ทางทะเล และพัฒนาเขตพื้นที่ขึ้นมามากมายเพื่อให้เหล่าผู้แข็งแกร่งได้ก้าวเข้ามาล่ามอนสเตอร์ พิชิตมิติลี้ลับ และเคลียร์ดันเจี้ยน
แดนบึงสมุทรถือเป็เขตทะเลที่อยู่ใกล้กับเมืองฮุยเยว่มากที่สุด บริเวณชายฝั่งทะเลของที่นี่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ชุกชุม ยิ่งไปกว่านั้นบนผืนน้ำยังเป็แหล่งรวมตัวของพายุคลั่ง บ่อยครั้งมักจะเกิดภัยพิบัติเหนือจินตนาการขึ้นเป็ประจำ
พร้อมกับแสงสว่างของค่ายกลวาบผ่าน ร่างของหลินหานก็มาปรากฏตัวขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่งที่มีป่าไม้หนาทึบ
[โปรดล่ามอนสเตอร์ด้วยความระมัดระวัง มิฉะนั้นญาติของท่านอาจต้องปาดน้ำตา ดันเจี้ยนกบพิษน้ำแข็งระดับเงิน ต่ำกว่าคลาส 2 ห้ามเข้า!]
ทางด้านซ้ายของค่ายกลเทเลพอร์ตมีป้ายเตือนตั้งตระหง่านอยู่ หลินหานเห็นแล้วก็ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าเข้าไปในผืนป่าทันที
ตอนนี้ตัวเขาไม่จำเป็ต้องไปใส่ใจคำเตือนพวกนี้เลยด้วยซ้ำ จากข้อมูลที่สืบค้นมาเมื่อคืน บริเวณใจกลางเกาะแห่งนี้จะเกิดการะเิของูเาไฟขึ้นภายในรอบปีนี้ ซึ่งจะชักนำให้เกิดสุดยอดภัยพิบัติที่ผสานรวมระหว่างูเาไฟะเิและคลื่นั์สึนามิเข้าด้วยกัน
ถูกต้องแล้ว! การเดินทางมาในครั้งนี้ หลินหานตั้งเป้าว่าจะต้องแหล่งกำเนิดธาตุถึงสองชนิดให้ได้! อีกทั้งเขาก็ไม่คิดจะนั่งรอใหู้เาไฟะเิขึ้นเองด้วย แต่เขาคิดจะลงมือกระตุ้นให้มันะเิขึ้นมาก่อนกำหนด!
หลินหานเดินไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่คนรุ่นก่อนถางเอาไว้ มุ่งหน้าตรงไปยังใจกลางเกาะ ไม่นานก็เห็นมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับกบตัวหนึ่ง
ที่บอกว่าคล้ายคลึงเป็เพราะมอนสเตอร์ตรงหน้ามีลำตัวยาวเกินกว่าหนึ่งเมตร มีปีกงอกออกมาคู่หนึ่ง ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยเกราะน้ำแข็งเหลี่ยมคมเด่นชัด ทั้งบริเวณส่วนหลังยังเต็มไปด้วยหนามพิษขนาดน้อยใหญ่เรียงราย!
[เลเวล 10] กบพิษน้ำแข็ง!
“กี๊ซ ๆ ~” ทันทีที่มันเห็นหลินหาน กบพิษน้ำแข็งก็กางปีกออกพลางแผดเสียงร้องคำรามที่คล้ายคลึงกับเสียงทารกร้องไห้ ฟังดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
“จะร้องทำไมกัน” หลินหานขมวดคิ้ว
นอกเหนือจากการโจมตีด้วยธาตุน้ำแข็งและธาตุพิษแล้ว กบพิษน้ำแข็งยังมีความสามารถในการโจมตีด้วยคลื่นเสียง ซึ่งส่งผลกระทบต่อพลังจิตของศัตรูอีกด้วย
เขาส่งพลังเวทเข้าไปในชุดคลุมนักเวท ปรากฏโล่ป้องกันสีน้ำตาลขึ้นมารอบกาย หลินหานยกยิ้มมุมปากพลางสาวเท้าเดินเข้าไปหากบพิษน้ำแข็ง
“กี๊ซ!” เมื่อเห็นมนุษย์เดินเข้ามาใกล้ กบพิษน้ำแข็งก็อ้าปากกว้าง ละอองธาตุน้ำแข็งสีฟ้าใสควบแน่นในปาก ก่อนจะยิงศระุน้ำแข็งออกมา ขณะเดียวกันหนามพิษบริเวณส่วนหลังก็พ่นของเหลวพิษสีดำทมิฬออกมาจำนวนมากเช่นกัน
“ซู่!”
ของเหลวพิษสาดกระจายรดลงบนตำแหน่งที่หลินหานยืนอยู่ พื้นดินถูกกัดกร่อนจนเป็รูพรุน หญ้าและต้นไม้เหี่ยวเฉาแห้งตายในพริบตา
ทว่ายามที่ของเหลวพิษและศรน้ำแข็งตกกระทบลงบนโล่ป้องกัน ตัวโล่กลับเพียงแค่เปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมาครั้งหนึ่ง พร้อมข้อความแจ้งเตือนผุดขึ้นในหัว
[ค่าโล่ป้องกัน -800]
“มิน่าล่ะ ถึงเตือนว่าต่ำกว่าเลเวล 10 ห้ามเข้า ลำพังแค่การโจมตีชุดนี้ ถ้าเป็ผู้เล่นใหม่ระดับทองแดงเลเวล 9 ก็คงต้องมือไม้ปั่นป่วนรับมือแทบไม่ทันแล้ว” หลินหานยังคงเดินต่อไปจนมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของกบพิษน้ำแข็ง
กบพิษน้ำแข็งเผยแววตาเคลือบแคลงสงสัย มนุษย์ผู้นี้ทำไมถึงไม่มีร่องรอยของการได้รับาเ็เลยล่ะ!?
ยังไม่ทันที่มันจะได้ตั้งตัว ไม้เท้าเวทสีน้ำตาลแกมน้ำเงินก็หวดเข้าใส่ร่างของมันอย่างจัง และนั่นคือภาพสุดท้ายที่มันได้เห็น…
[กำจัดกบพิษน้ำแข็งสำเร็จ! ได้รับค่าประสบการณ์ 100 หน่วย]
บนแผงสเตตัสมีข้อความแจ้งเตือนวาบผ่านอย่างรวดเร็ว หลังจากกบพิษน้ำแข็งตัวนี้ตาย
“กี๊ซ ๆ ~”
ทันใดนั้นเอง ภายในป่ารอบตัวของหลินหานก็บังเกิดเสียงทารกร้องไห้ระงมขึ้นมาสารพัดทิศทาง ไม่นาน กบพิษน้ำแข็งแปดตัวก็ปรากฏขึ้นในครรลองจักษุ
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลินหานก็เผยรอยยิ้มบาง จากนั้นเขาก็ชูไม้เท้าเวทขึ้นพร้อมกับหลับตาลง พลังเวทรอบ ๆ ตัวเริ่มไหลแปรปรวน ม้วนตัวหลอมรวมเข้าหาตำแหน่งที่เขายืนอยู่ทีละน้อย
ข้อห้ามเวทมนตร์!
พร์เฉพาะตัวของผู้สังเวยชีวิต สามารถกดข่มธาตุเวทมนตร์ในรัศมี 500 กิโลเมตร เพื่อแปรเปลี่ยนเป็พลังเวทของตนเอง ตัวเลขค่าพลังเวทบนแผงสเตตัสดีดตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
5 แสน... 1 ล้าน... 5 ล้าน!
“ธุลีว่อนปลิวฟุ้ง นักเดินทางผู้สับสน เสียงกึกก้องคำรามแห่งทวยเทพ เสียงเพรียกหาแห่งหมู่ดารา เจตจำนงแห่งความชั่วร้าย การถือกำเนิดใหม่แห่งระเบียบ มหาเทพแห่งความโกลาหลผู้ยิ่งใหญ่เอย... ตัวข้าคือสาวกผู้ภักดีที่สุดของท่าน... มหาเวทต้องห้ามอาณาเขตโกลาหล!”
หลินหานขับขานบทสรรเสริญเทพแห่งความโกลาหล!
หลังจากััได้ว่า ค่าพลังเวทพุ่งไปถึงขีดจำกัดของการปลดปล่อยทักษะระดับมหาเวทต้องห้ามแล้ว หลินหานก็ค่อย ๆ วาดตวัดไม้เท้าเวทในมือลงเบื้องล่างทันที!
ผืนฟ้าพลันมืดมิดลงในพริบตา!
อาณาเขตขนาดใหญ่แผ่ขยายม้วนตัวออกจากรอบกายของหลินหานอย่างบ้าคลั่ง!
ครืน!
ทันใดนั้น ชั้นฟ้าเหนือเกาะแห่งนี้ก็บังเกิดเสียงอัสนีบาตคำรามกึกก้อง!
ปรากฏอุกกาบาตั์ขนาดมหึมาเหนือคณานับ กำลังพุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วแสง!