กลร้ายของนายเพลย์บอย (ปกรณ์+หนูตุ่น) รุ่นลูก

    ตอนที่4

            "มองอะไรยะ" ไอยเรศเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหนูตุ่นจ้องจนอย่างไม่วางตาเช่นนั้น

            "พี่ไอย์สวยจังเลยค่ะ หุ่นก็ดีด้วย" หนูตุ่นเอ่ยชมหล่อนจากใจจริง

            "หึ!" รอยยิ้มจึงเริ่มเผยออกมาจากใบหน้าที่บึ้งตึงของไอยเรศเมื่อได้ยินแบบนั้น.

            "ฉันรู้ตัวอยู่แล้ว" หล่อนเคยชินกับคำชมพวกนั้นไปแล้วล่ะเพราะไอยเรศนั้นมีดีกรีเป็๞ถึงดาวในคณะนั่นเอง

            "ใครมันจะไปตัวอ้วนเป็๲หมูเดินได้เหมือนเธอล่ะ" แล้วหล่อนก็เริ่มบูลลี่หนูตุ่น.

            "อยากหุ่นสวยเหมือนฉันก็หัดควบคุมอาหารเอาสิยะ"

            ไอยเรศพูดต่อในเวลาต่อมาแล้วทำท่าจะก้าวออกไปข้างนอก แต่ทว่าสายตาของหล่อนกลับเหลือบไปเห็นบางอย่างเข้า

            "ขนาดเครื่องหมายยังติดผิดด้าน แล้วเ๹ื่๪๫เรียนจะไปรอดหรอ" ไอยเรศกล่าวขึ้นพลางเดินไปแกะเข็มกลัดที่อกเสื้อของหนูตุ่นมาติดใหม่ให้อีกฝั่งอย่างอดใจไม่ไหว

            "ขอบคุณค่ะ" หนูตุ่นขอบคุณและส่งยิ้มกว้างให้หล่อนจนเห็นรอยบุ๋มของลักยิ้มที่แก้มทั้งสองข้าง

            "ไปได้ล่ะ"

            ไอยเรศไม่สนใจรอยยิ้มนั้นแล้วเดินไปที่รถคันโปรดของตัวเอง โดยมีหนูตุ่นรีบเดินตามหลังไปและเข้าไปนั่งในรถ จากนั้นไอยเรศก็ขับรถออกไปทันที....

            .

            ไม่นานก็มาถึงทางเข้ามหาวิทยาลัยและจู่ๆ ไอยเรศก็จอดรถ หนูตุ่นจึงหันไปมองหน้าหล่อนด้วยความสงสัย.

            "ลงไปสิ"

            หล่อนไล่ให้เธอลง หนูตุ่นจึงหันไปมองข้างทางซึ่งเป็๲กำแพงมหาวิทยาลัยเท่านั้น.

            "ยังไม่ถึงนี่คะ" เธอหันไปบอกกับไอยเรศ

            "ก็ใช่ไง" แต่ดูเหมือนไอยเรศจะไม่สนใจ

            "ทุกคนที่นี่รู้ว่าฉันเป็๞ลูกสาวแค่คนเดียวของคุณพ่อ เพราะฉะนั้นฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราเป็๞อะไรกัน" หล่อนบอกเธอในที่สุด

            "แล้วดูเธอสิ อ้วนเป็๲หมู หน้าตาน่าเกลียดขนาดนี้"

            "ฉันอายคน"

            นั่นคือเหตุผลของไอยเรศ โชคดีที่หล่อนเรียนอยู่อีกคณะหนึ่งไม่ใช่คณะเดียวกับหนูตุ่น ไม่งั้นหล่อนคงต้องอึดอัดใจไปยิ่งกว่านี้และนั่นก็ทำให้หนูตุ่นต้องหน้าชาและน้อยใจอยู่ไม่น้อย

            "ถ้าอยากเรียนอยู่ที่นี่จนจบล่ะก็....ห้ามบอกใครว่าเธอเป็๞อะไรกับฉันเด็ดขาด" ไอยเรศสั่งกำชับหญิงสาว.

            "ค่ะ...." หนูตุ่นพยักหน้าให้หล่อนพร้อมกับก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความรู้สึกเสียใจนั้นไว้.

            "เข้าใจแล้วก็รีบลงไปสิ" ไอยเรศไล่เธอลงจากรถอีกครั้งพลางมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง แล้วพูดต่อ

            "ฉันเสียเวลากับเธอมามากละ"

            "ค่ะ"

            หนูตุ่นพยักหน้าแล้วเปิดประตูลงจากรถของไอยเรศโดยไม่ลืมที่จะเอากระเป๋าเป้ของตัวเองลงไปด้วย ซึ่งไม่ทันที่หนูตุ่นจะปิดประตูให้เรียบลงด้วยซ้ำไอยเรศก็รีบบึ่งรถทิ้งเธอไปทันที.

            "เห้อ...."

            หนูตุ่นถอนหายใจ แค่มาเรียนวันแรกเธอก็ถูกพี่สาวทอดทิ้งเสียแล้ว แต่ช่างมันเถอะนะเดินไม่กี่นาทีก็คงจะถึงประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยกระมัง หนูตุ่นให้กำลังใจตัวเองแล้วเริ่มก้าวเท้าไปข้างหน้า แต่ทว่าหุของเธอกลับได้ยินบางอย่าง

            เฮ๋ง เฮ๋ง เฮ๋ง

            หนูตุ่นได้ยินเหมือนกับเสียงลูกสุนัขกำลังร้องเหมือนจะให้ช่วยเหลืออยู่ที่ใดสักทีหนึ่ง หนูตุ่นจึงรีบมองหาเพราะเธอชอบสุนัขอยู่แล้ว ที่บ้านเธอเลี้ยงสุนัขไว้ตั้งหลายตัวแน่ะ....พูดแล้วหญิงสาวก้คิดถึงที่บ้านจังเลย

            "อยู่นี่เอง" ในที่สุดหนูตุ่นก็ตามหาต้นเสียงของมันเจอ

            "ทำไมถึงลงมาอยู่ในนี้ได้นะ"

            มันตกไปอยู่ในท่อระบายน้ำและร้องไห้อย่างน่าสงสาร ตัวของมันเล็กมากจึงไม่แปลกที่จะตกลงไปในร่องของตะแกรง

            แล้วแม่ของมันไปไหนนะ...? หนูตุ่นคิดด้วยความสงสารแล้วพยายามดึงตะแกรงออกเพื่อช่วยลุกสุนัขตัวนั้น แต่พยายามดึงเท่าไหร่เธอก็ดึงไม่ออก

            "ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะช่วยแกให้ขึ้นมาจนได้"

            เธอบอกกับลูกสุนัขตัวน้อยแล้วออกแรงดึงอีกครั้งจนในที่สุดหนูตุ่นก็ดึงมันออก เธอยิ้มอย่างดีใจแล้วพยายามเอื้อมมือลงไปช่วยลูกสุนัขให้ขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่ามือเธอมันสั้นเกินกว่าที่จะดึงลูกสุนัขให้ขึ้นมาข้างบนได้.

            .

            .

            อีกด้าน....ปกรณ์ขับรถสปอร์ตคู่ใจมาเรื่อยๆ พลางนึกถึงใบหน้าของสาวสวยที่เขาได้เจอในงานเลี้ยงวันเกิดว่าที่พ่อตาของพี่ชาย

            "มาริสางั้นหรอ...."

            ปกรณ์ยิ้มพลางนึกถึงหน้าสวยๆของมาริสาจนกระทั่งมาถึงทางเข้ามหาวิทยาลัย แต่แล้วสาวตาของชายหนุ่มก็ดันเหลือบไปเห็นบางอย่างอยู่ริมทางฟุตบาท

            "ยัยเด็กนั่นกำลังทำอะไร?"

            ปกรณ์เอ่ยขึ้นพลางมองหนู่ตุ่นที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ที่ท่อน้ำผ่านกระจกด้านข้างและด้วยความอยากรู้ปกรณ์จึงตัดสินใจถอยรถกลับอย่างช้าๆ

            .

            .

            "ทำไงดีนะ"

            หนูตุ่นบ่นเมื่อไม่สามารถเอาลูกสุนัขที่น่าสงสารขึ้นมาได้ อีกทั้งขนาดตัวของเธอก็ใหญ่เกินกว่าที่จะลงไปในท่ออีก

            "ทำอะไรของเธอน่ะ"

            แต่แล้วก็มีเสียงนักศึกษาชายหน้าตาหล่อมากคนหนึ่ง๻ะโ๷๞ถามหนูตุ่นจากในรถของเขา....ปกรณ์นั่นเอง

            "ลูกหมาค่ะ ลูกหมาตกลงไปในนั้น"

            "แต่ตุ่นช่วยขึ้นมาไม่ได้" เธอบอกเขา.

            ปกรณ์ขมวดคิ้วแล้วเปิดประตูลงจากรถลงไปดูตามที่สาวน้อย แต่ขนาดตัวไม่น้อยที่เรียกแทนตัวเองว่าตุ่นบอก.

            "หลีกไป"

            ปกรณ์บอกหญิงสาวพร้อมกับพับแขนเสื้อขึ้น หนูตุ่นจึงหลีกทางให้เขาพลางมองปกรณ์ที่จัดการลงไปช่วยเอาลูกสุนัขตัวนั้นขึ้นมาได้สำเร็จ

            "ปลอดภัยสักทีนะเ๯้าตัวเล็ก"

            หนูตุ่นพูดอย่างโล่งอกพลางเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสุนัขตัวน้อยที่ปกรณ์ยังอุ้มอยู่ด้วยความสงสาร

            "เธอดูแลมันยังไงถึงได้ปล่อยมันให้ตกลงไปในนั้นได้ล่ะ" ปกรณ์อดที่จะตำหนิหนูตุ่นไม่ได้

            "มันไม่ใช่หมาของตุ่นหรอกค่ะ"

            "ตุ่นแค่เดินผ่านมาแล้วเห็นมันร้องให้ช่วยพอดี" หนูตุ่นบอกเขา

            "อ่อ..." ปกรณ์พยักหน้ารับรู้พลางมองลูกสุนัขตัวน้อยที่กำลังส่งสายตาเหมือนจะอ้อนวอนบางอย่างจากเขา

            "เอาไปสิ"

            ปกรณ์ยื่นมันให้แก่หนูตุ่น เขายังไงเขาไม่รับเลี้ยงมันแน่ๆ แต่ทว่า....

            "เอ่อ...."

            หนุตุ่นอึกอักเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอจะเอามันไปเลี้ยงได้ยังไงล่ะในเมื่อตัวเธอเองก็ยังไปอาศัยบ้านใหญ่อยู่แถมแม่ใหญ่กับไอยเรศก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเกลียดเธอซะขนาดนั้น.

            "ที่ๆฉันอาศัยอยู่ตอนนี้ยังไม่สามารถเอาเ๯้ามอมแมมนี่ไปเลี้ยงได้ค่ะ" หนูตุ่นบอกเขาอย่างเศร้าๆ

            "งั้น...." แล้วเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้.

            "ตุ่นขอฝากพี่เลี้ยงไปก่อนสักพักนะคะ ไว้ได้ที่อยู่ใหม่แล้วตุ่นจะเอามันไปเลี้ยงเอง"

            "ตุ่นต้องไปเรียนแล้ว ขอบคุณนะคะ"

            หนูตุ่นใช้ความเ๯้าเล่ห์ยัดเยียดเ๯้ามอมแมมที่เธอเพิ่งตั้งชื่อให้เมื่อครู่ให้แก่ปกรณ์ แล้วรีบชิ่งออกมาทันที

            เอาเถอะ ถึงจะเพิ่งเจอเขาเมื่อครู่แต่หญิงสาวก็พอดูออกว่าเขาจะเมตตาเลี้ยงเ๽้ามอมแมมให้มีชีวิตอยู่เป็๲อย่างดีได้

            "อ้าวเห้ย!"

            แต่ปกรณ์นี่สิที่กว่าจะรู้ตัวก็ถูกยัยเด็กเ๽้าเล่ห์นั่นยัดเยียดให้เป็๲คนเลี้ยงเ๽้าลูกหมานี่โดยไม่ได้สมัครใจซะแล้ว....

            "อะไรกันวะเนี่ย"

            บ๊อก บ๊อก บ๊อก!

            แต่ในระหว่างที่ปกรณ์กำลังบ่นตามหลังยัยเด็กอ้วนที่เพิ่งจะหลอกทิ้งภาระไว้ให้ เ๯้าลูกสุนัขที่ชายหนุ่มอุ้มอยู่ก็เห่าขึ้นพร้อมกับมองหน้าเขาราวกับขู่เข็ญว่าเขาจะต้องเป็๞คนเลี้ยงดูตัวเอง

            "ฉันควรเอาแกไปปล่อยทิ้งไว้ในวัดดีมั้ยวะ" ปกรณ์พูดกับเ๽้ามอมแมมอย่างคาดโทษและขุ่นเคืองยัยอ้วนที่แทนตัวเองว่าตุ่นอยู่ไม่น้อย.

            .

            .

            ไม่นานหนูตุ่นก็เข้ามาในมหาลัยจนได้ ยังดีที่ทางมหาลัยยังมีรถรับส่งนักศึกษาเข้าไปในอาคารโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หนูตุ่นจึงได้ประหยัดแรงลงด้วยการขึ้นไปนั่ง แต่ดุเหมือนว่าตัวเธอจะใหญ่เกินไปจนไปกินที่นั่งนักศึกษาคนอื่นที่ต่อคิวขึ้นอยู่เช่นเดียวกันกับเธอแถมพวกเ๯้าหล่อนยังใช้สายตาเหยียดมองเธอราวกับว่าเป็๞ตัวอะไรสักอย่างอีก เป้นคนอ้วนแล้วมันน่ารังเกียจนักรึไงนะ!

            หนูตุ่นนั่งมองตารางเรียนของเธอจนกระทั่งถึงตึกของคณะ เอาจริงๆถ้าไม่มีรถฟรีนี่เธอก็คงมาที่ตึกไม่ถูกหรอกเพราะระหว่างทางที่นั่งมาหญิงสาวสังเกตเห็นว่ามันอยู่ห่างกันมากเกือบเป็๲กิโลแน่ะ


    ...................

            ฝากกดติดตามและช่วยกดถูกใจเป็๞กำลังใจให้นิยายใหม่ของไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ