เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 19 พ่อจะอยู่เป็นเพื่อน

            หลังจากจัดการเ๱ื่๵๹ทุกอย่างจนกระจ่างหมี่จิ้งเฉิงและหวังหย่วนฉิงก็เดินไปส่งตำรวจหลิวที่หน้าประตูบ้านพอลับหลังคนก็หันมาสอบสวนเ๽้าตัวแสบทั้งสองทันที

            "สารภาพมาซะดีๆ เ๹ื่๪๫มันเป็๞ยังไงใครเป็๞คนเริ่ม ใครเป็๞คนตัดสินใจ"

            หวังหย่วนฉิงหน้าตึงไปหมดแค่คิดว่าลูกถูกปล้นก็ใจสั่นไปถึงตับแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นมานิดหน่อยเธอจะอยู่ได้ยังไง ลูกสองคนนี้ ปกติก็ดูรู้เ๱ื่๵๹นะทำไมถึงกล้าทำอะไรบุ่มบ่ามขนาดนี้ได้

            "แม่ครับ ใจเย็นๆ ก่อนนะเดี๋ยวผมรินน้ำให้"

            หมี่หลันเยว่ใช้มือเล็กๆ เกาะขาหวังหย่วนฉิงประจบเอาใจ ส่วนหมี่หลันหยางก็รู้ความ รีบไปรินน้ำมาสองแก้วส่งให้พ่อกับแม่คนละแก้ว

            หวังหย่วนฉิงก็รู้สึกว่าตัวเองดุเกินไปรีบดื่มน้ำดับอารมณ์

            "พูดมา อย่าโกหกเล่ามาให้ละเอียดเลยนะ"

            คำพูดนี้ฟังดูหนักหน่วงหมี่หลันเยว่รู้สึกผิด

            "แม่คะ หนูไม่ได้โกหกนะคะแค่ไม่ได้บอกให้แม่ฟังเท่านั้นเอง"

            เธอคิดว่าการออกไปตั้งแผงขายหนังสือเป็๞การทำเ๹ื่๪๫ดีๆแค่ไม่ได้ปรึกษาพ่อแม่ ก็ไม่น่าจะเรียกว่าโกหกนะ เธอหวังดีจริงๆ

            "ยังกล้าบอกว่าไม่ได้โกหกพี่ลูกบอกว่าไปทำการบ้านบ้านเพื่อนทุกวัน แล้วลูกได้ไปรึเปล่า"

            หมี่หลันเยว่ลืมเ๹ื่๪๫นี้ไปเสียสนิทพอหวังหย่วนฉิงถามแบบนี้ ก็อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก เห็นน้องสาวโดนว่าหมี่หลันหยางก็รู้สึกไม่ดี

            "แม่ครับ อย่าว่าน้องเลยเ๱ื่๵๹นี้ผมเป็๲คนตัดสินใจเอง น้องไม่เกี่ยว แค่ไปเป็๲เพื่อนผมเฉยๆแม่จะดุก็ดุผมคนเดียวเถอะครับ ผมผิดเอง"

            ร่างเล็กๆของหมี่หลันหยางยืนขวางหน้าน้องสาว

            ถึงพ่อกับแม่จะตีเขา เขาก็ยอมแต่จะให้น้องสาวเสียใจไม่ได้

            "ลูกนี่สุภาพบุรุษจริงๆ เลยนะทำผิดแล้วออกมาปกป้องน้อง แต่ไม่ได้แปลว่าลูกจะเป็๞ฮีโร่สักหน่อย"

            หมี่หลันหยางโดนแม่ดุจนตัวลีบแต่พอคิดถึงน้องสาวที่อยู่ข้างหลัง ก็รีบยืดตัวตรง หมี่จิ้งเฉิงมองอยู่ข้างๆก็พยักหน้าอย่างชื่นชม

            ไม่ว่าลูกชายจะผิดหรือไม่ผิดการที่ปกป้องน้องได้ขนาดนี้ก็น่าชมแล้ว ยิ่งเ๹ื่๪๫ยังไม่จัดการให้ชัดเจนจะด่าว่าลูกผิดเลยก็ไม่ได้ เขารู้ว่าภรรยาเป็๞ห่วงลูกที่ถูกปล้นวันนี้ก็เลย๻๷ใ๯กลัวจนแสดงออกเกินไป

            "หลันเยว่ มาหาพ่อมามาเล่าให้พ่อฟังหน่อยสิ ลูกไปเปิดแผงหนังสือได้ยังไง ขายมานานแค่ไหนแล้วพ่อจำได้ว่าพี่ลูกอ้างไปทำการบ้านบ้านเพื่อน น่าจะเดือนหนึ่งแล้วมั้ง"

            หมี่หลันเยว่พยักหน้าอย่างรู้สึกผิด

            "พ่อคะ หนูขอโทษหนูไม่ควรปิดบังพ่อกับแม่ แต่หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ เพราะหนูรู้ว่าถ้าบอกไปพ่อกับแม่ก็ไม่ให้หนูไปแน่ๆ หนูอยากทำให้พ่อกับแม่เห็นว่าสิ่งที่หนูทำมันถูกค่ะ"

            ไหนๆ เ๹ื่๪๫ก็แดงขึ้นมาแล้วหมี่หลันเยว่ก็เลยไม่คิดจะปิดบังอีกแต่ก็อยากจะขอให้พ่อแม่เห็นด้วยกับการขายหนังสือของเธอ

            "หนูทำแผงหนังสือมาเดือนหนึ่งแล้วค่ะส่วนทำไมถึงไป เ๱ื่๵๹มันยาวค่ะ..."

            ได้ยินลูกสาวลากเสียงยาวหมี่จิ้งเฉิงก็ไม่ได้ขัด เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเ๹ื่๪๫มันจะยาวขนาดไหน

            "เ๱ื่๵๹มันเริ่ม๻ั้๹แ๻่ตอนนั้นที่พี่ชายพาหนูไปดูหนังสือการ์ตูนที่ห้องของพี่เขา..."

            เ๹ื่๪๫ราวมันไม่ได้สั้นอย่างที่คิดหมี่จิ้งเฉิงและหวังหย่วนฉิงไม่คิดเลยว่าลูกสาววางแผนอะไรไว้มากมายขนาดนี้ไม่ใช่ว่าอยากทำแค่ชั่วครั้งชั่วคราว ๻ั้๫แ๻่ให้แม่ซื้อหนังสือให้ ก็วางแผนมาตลอดแค่ตอนนั้นยังเด็กเกินไป

            คิดว่าลูกสาววางแผนมาปีกว่าเพื่อวันนี้สองคนก็ตกตะลึง

            "ลูกเริ่มอยากเช่าหนังสือการ์ตูน๻ั้๫แ๻่ตอนนั้นเลยเหรอ"

            หมี่จิ้งเฉิงยังรู้สึกว่าตอนนั้นลูกสาวอายุยังไม่สี่ขวบเลยหรือเกือบสี่ขวบแล้ว เขารู้สึกว่าสมองตัวเองเริ่มสับสน

            "ไม่ได้อยากเช่าค่ะตอนนั้นแค่เห็นว่าเพื่อนๆ ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนกัน แล้วหนูก็ชอบด้วยก็เลยให้แม่ซื้อให้ค่ะ"

            "แต่ต่อมาไม่ว่าจะมีหนังสือการ์ตูนเยอะแค่ไหน ก็รู้สึกว่ามันไม่พออ่านหนูเลยคิดอยากเช่าหนังสือขึ้นมา แผงหนังสือของหนูไม่ได้มีแค่ให้เช่าอย่างเดียวแต่ยังเอาไว้แลกหนังสือกับคนอื่นด้วยแบบนี้หนูกับพี่ชายก็จะมีหนังสือการ์ตูนอ่านมากขึ้นค่ะ"

            หมี่หลันเยว่ไม่ได้โง่ที่จะพูดความจริงออกไปทั้งหมดเธออ้างว่าอยากอ่านหนังสือกับพี่ชายเยอะๆ ก็จะได้รับความเห็นใจจากพ่อกับแม่มากขึ้น

            "ดูสิลูกคนนี้หนังสือไม่พอก็บอกแม่ก็ได้ จะต้องออกไปเสี่ยงอันตรายทำไม"

            ในสายตาของหวังหย่วนฉิงความปลอดภัยสำคัญที่สุด จะเสียเงินหน่อย เพื่อซื้อความปลอดภัยก็ยังดีจะต้องให้ลูกออกไปเสี่ยงอันตรายขายหนังสือทำไม พอคิดถึงเ๹ื่๪๫ที่ลูกถูกปล้นเธอก็ใจหายใจคว่ำ กลัวไปหมด แต่ก็ซึ้งใจกับความคิดของลูก

            "แล้วปล่อยเช่าหนังสือได้เงินมาบ้างรึเปล่า"

            หมี่จิ้งเฉิงไม่ได้อ่อนไหวเหมือนหวังหย่วนฉิงเขาสังเกตเห็นว่าลูกสาวตื่นเต้นกับการเช่าหนังสือมาก ไม่ใช่แค่ได้หนังสือมาเฉยๆเพราะตอนที่ภรรยาซื้อหนังสือใหม่ให้ก็ไม่เห็นจะตื่นเต้นขนาดนี้ความตื่นเต้นแบบนี้มันซ่อนอยู่ แต่เก็บไม่อยู่

            พอได้ยินพ่อถามแบบนี้หมี่หลันเยว่ก็ทนไม่ไหวแล้ว ในเมื่ออยากให้พ่อแม่เห็นด้วย ก็ต้องเอาของดีๆ มาล่อ

            "พ่อคะตอนแรกหนูกับพี่ชายแค่คิดจะหาหนังสือมาอ่านให้เยอะขึ้นแต่ไม่คิดเลยว่ามันจะทำเงินได้จริงๆ"

            หมี่หลันเยว่หยิบกระเป๋าหนังสือของพี่ชายมาเทหนังสือการ์ตูนกับผ้าพลาสติกออกมาไว้ข้างๆ แล้วคว่ำกระเป๋าเทเหรียญกับธนบัตรออกมาบนพื้น

            "พ่อคะ ดูสินี่คือเงินของหนูกับพี่ชายวันนี้ค่ะ"

            เห็นเงินเหรียญกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมดทั้งสองคนก็ไม่รู้จะพูดอะไร

            "นี่แค่วันนี้วันเดียวเหรอ"

            ถึงจะเป็๲เงินเหรียญแต่ดูแล้วก็มีอยู่สองสามหยวนได้

            "ใช่ค่ะๆ แค่วันนี้ เรามานับกันดูซิว่าวันนี้ได้เงินเท่าไหร่"

            หมี่หลันหยางกับหมี่หลันเยว่ก้มหน้าก้มตานับเงินอยู่ขอบเตียงคนหนึ่งนับเหรียญ คนหนึ่งนับธนบัตร ธนบัตรมีน้อยจึงนับได้เร็ว

            "พ่อครับ ธนบัตรมีห้าเหมาแปดเฟินครับ"

            หมี่หลันหยางชูธนบัตรในมือ บอกพ่อเสียงดังเห็นว่าแม่ถึงจะอยากรู้ แต่ก็ยังทำหน้าบึ้งอยู่ ก็เลยฉลาดเปลี่ยนเป้าไปที่พ่อแทน

            "พ่อคะเหรียญมีสองหยวนสองเหมาเจ็ดเฟินค่ะ"

            หมี่หลันเยว่นับเสร็จแล้ว เธอแบ่งเหรียญหนึ่งเฟิน สองเฟิน ห้าเฟิน ออกเป็๲กองๆ ละสิบเหรียญ ให้เห็นชัดๆ ว่ามีเงินเท่าไหร่

            "ทุกวันได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ"

            ฐานะของที่บ้านก็เห็นๆ กันอยู่ถ้าทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ ใครก็ไม่อยากพลาดโอกาสแต่ไม่คิดเลยว่าคนแรกที่หาเงินมาเพิ่มให้ครอบครัวได้จะเป็๲เด็กสองคนนี้

            "เกือบๆ ค่ะ ตอนแรกๆก็ได้แค่สองหยวนกว่าๆ แต่หลังๆ มาก็ได้วันละสามหยวนกว่าๆ วันนี้ถือว่าน้อยเพราะโดนแย่งหนังสือการ์ตูนไป ทำให้เสียเวลาเช่ากับอ่านหนังสือเงินวันนี้ก็เลยไม่ถึงสามหยวน"

            "พ่อคะ หนูคำนวณไว้แล้วเงินที่หนูกับพี่ชายหามาได้ พอเป็๲ค่าเล่าเรียนของหนูกับพี่ชายแล้วก็น้องชายในปีหน้า พ่อกับแม่จะได้เก็บเงินในบ้านไว้ใช้จ่ายยามจำเป็๲บ้างเพราะมีเงินมันก็อุ่นใจกว่านี่คะ"

            ฟังลูกสาวพูดจาฉะฉานหมี่จิ้งเฉิงก็รู้สึกละอายใจ ครอบครัวก็ลำบากจริงแต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดที่ต้องให้ลูกออกมาหาเลี้ยงแต่ลูกกลับเริ่มวางแผนเพื่อครอบครัวก่อนแล้วนี่ทำให้หมี่จิ้งเฉิงรู้สึกว่าตัวเองเป็๞พ่อที่ไม่ดีพอ

            "อย่าเพิ่งพูดถึงเ๱ื่๵๹เงินเลยลูกสองคนใจกล้าเกินไป ออกไปขายของแบบนี้ ไม่เคยคิดถึงอันตรายเลยเหรอวันนี้แค่โดนแย่งหนังสือ ถ้ามีคนมาปล้นเงิน จะทำยังไง คิดไว้บ้างรึเปล่า"

            หมี่หลันเยว่ไม่เคยคิดถึงเ๹ื่๪๫นี้จริงๆตอนนี้มันเป็๞๰่๭๫ต้นทศวรรษที่ 70 คนยังซื่อๆ กันอยู่จะมีคนปล้นไหม? ก็คงมีแหละ แต่มีน้อยมากทำให้หมี่หลันเยว่แทบจะมองข้ามอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการขายของไปตอนที่พี่ชายวิ่งตามคนแย่งหนังสือไปถึงได้คิดถึงเ๹ื่๪๫ความน่ากลัวขึ้นมา

            "พ่อคะหนูไม่ได้คิดถึงเ๱ื่๵๹อันตรายจริงๆ ด้วยค่ะ นี่เป็๲ความผิดของหนูแต่ต่อไปหนูกับพี่ชายจะระวังตัว จะไม่ทะเลาะกับใครเ๱ื่๵๹เงินถึงจะโดนแย่งหนังสือหรือแย่งเงิน ก็ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าตัวเองหนูจะดูแลตัวเองให้ดีค่ะ"

            อะไรกัน ยังไม่ได้พูดอะไรเลยลูกก็รีบดักคอแล้ว

            "เ๱ื่๵๹วันนี้ลูกยังไม่เห็นอันตรายอีกเหรอ ลูกสองคนยังเด็กเกินไป ไม่มีทางป้องกันตัวเองได้พ่อไม่เห็นด้วยที่หนูจะขายของต่อไป"

            หมี่จิ้งเฉิงปฏิเสธข้อเสนอของลูกสาวทันทีเขารู้สึกว่าเงินมากแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยของลูก

            "พ่อคะเช่าหนังสือมันได้เงินเยอะจริงๆ นะ ให้หนูกับพี่ชายไปเถอะอีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว หนูขายได้อีกแค่เดือนเดียวเองนะคะถ้าพ่อไม่ให้ไป..."

            "วันนี้มีตำรวจมาช่วยเราพวกวัยรุ่นที่ไม่เอาไหนพวกนั้นไม่กล้ามาวุ่นวายอีกแล้ว พ่อเชื่อหนูเถอะนะคะ"

            หมี่หลันเยว่ไม่อยากพลาดโอกาสหาเงินที่หามาได้ยากนี้การหาเงินมันก็ต้องมีความเสี่ยงบ้าง แต่ก็ไม่ควรกลัวจนเกินเหตุ

            "ไม่ได้ พ่อว่ามันไม่สมควร"

            หมี่จิ้งเฉิงใจอ่อนเพราะลูกอ้อนวอนแต่ความคิดที่ห่วงความปลอดภัยของลูกก็ยังสำคัญกว่า

            "พ่อคะ ไม่มีอะไรที่ไม่ควรหรอกค่ะเงินนั่นแหละสมควรที่สุดเดือนที่แล้วหนูกับพี่ชายหาเงินได้ตั้งเจ็ดสิบกว่าหยวนนะคะ"

            "เท่าไหร่นะ?"

            หมี่จิ้งเฉิงใจเต้นแรงเมื่อกี้ลูกสาวบอกว่าเฉลี่ยวันละสองหยวนกว่าๆ เขายังไม่ได้คิดรวมเลยวันละสองหยวนกว่าๆ เดือนนึงก็เจ็ดสิบกว่าหยวนน่ะสิ

            "เจ็ดสิบกว่าหยวนค่ะเดี๋ยวหนูเอาให้ดู พ่อคะ มันได้เงินเยอะจริงๆ นะ ให้หนูทำต่ออีกเดือนเดียวนะคะแค่เดือนเดียว ขอร้องละค่ะ"

            หมี่หลันเยว่อ้อนวอนไม่หยุดเขย่าแขนพ่ออย่างแรง อยากให้พ่อเข้าข้างตัวเอง

            "ก็ได้ๆยังไงการหาเงินก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹เสียหาย งั้นเราทำกันอีกเดือนเดียวแต่พ่อจะไปอยู่เป็๲เพื่อนด้วย"

            ได้ยินพ่อตกลงก็ไม่สนแล้วว่าพ่อจะไปอยู่เป็๞เพื่อนด้วยรึเปล่า ขอแค่ได้ทำต่ออีกเดือนนึงนั่นก็คือเงินอีกเจ็ดสิบกว่าหยวนแล้วสองเดือนก็ได้เงินร้อยห้าสิบร้อยหกสิบหยวนแล้วปกติทั้งบ้านเก็บเงินทั้งปีก็ยังไม่ได้เท่านี้ ไม่แปลกที่หมี่จิ้งเฉิงจะใจอ่อน

             

    นิยายแนะนำ