หนึ่งเดือนผ่านไป... แต่กลิ่นอายของเม็ดทรายและเสียงคลื่นซัดสาดกลับไม่เคยจางหายไปจากความทรงจำ
น้ำฟ้า ยืนทอดสายตามองออกไปทอดไกลยังเส้นขอบฟ้ายามเย็นที่แสงอาทิตย์กำลังดิ่งสลัวลงสู่ก้นบึ้งของท้องทะเล ชายหาดอันเงียบสงบในจังหวัดห่างไกลแห่งนี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับเซฟเฮ้าส์ส่วนตัวของหมอเอกไม่มีผิดเพี้ยน ลมทะเลหอบใหญ่พัดเข้าปะทะผิวกายมน ขับเน้นให้ชุดเดรสเนื้อบางปลิวไสวไปตามแรงลม พร้อม ๆ กับที่มันทำหน้าที่ปลุกเร้ากระแสความร้อนรุ่มลึก ๆ ให้แล่นพล่านขึ้นมาในห้วงคำนึง
หญิงสาวหลับตาลงเชื่องช้า สูดรับกลิ่นไอเค็มของทะเลที่เคยชโลมเรือนร่างของเธอในค่ำคืนอันแสนบ้าคลั่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน... ค่ำคืนที่เธอ พี่เอก ผู้กองวุติ เจนนี่ และมิ้นท์ หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ภาพกานกระทำอันรุ่มร้อนและบทเรียนรักอันแสนวิเศษพรั่งพรูเข้ามาในสมองระรัวถี่ สัมผัสจากฝ่ามือหนาอันอบอุ่นของพี่เอกยามที่เฟ้นคว้าปลอบประโลมเรือนร่างของเธอ สลับกับจังหวะอันดุดัน กระแทกกระทั้นเน้นย้ำความลึกซึ้งจากผู้กองวุติ รสจูบอันแสนหวานของเจนนี่ และเสียงครางระเส่าประสานสายตาของมิ้นท์... ความสุขสมท่วมท้นระดับขีดสุดที่คนทั้งห้าส่งมอบให้แก่กันในครานั้น มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราคะ แต่มันคือยารักษาที่ชะล้างความโสมมและบาดแผลแหลกสลายในอดีตของน้ำฟ้าให้หลุดพ้นจากขุมนรกอย่างแท้จริง
ร่างกายอวบอิ่มเริ่มสั่นระริกเบา ๆ สองมือนุ่มขยับยกขึ้นกอดอกตัวเองไว้แน่นหนา ยามเมื่อส่วนลึกของความเป็นหญิงเริ่มหลั่งหยาดน้ำหวานใสออกมาเอ่อล้นตามสัญชาตญาณความโหยหา เธอคิดถึงความอบอุ่นนั้นใจจะขาด... โหยหารสสัมผัสและอ้อมกอดหนาใหญ่ที่พร้อมจะโอบรัดเธอไว้จากทางด้านหลัง
ทว่า... เมื่อลืมตาขึ้นมาพบกับความจริง น้ำฟ้ากลับทำได้เพียงระบายยิ้มบางเบาอันแสนเศร้า
เธอกุมความสุขนั้นไว้ในใจแต่เลือกที่จะไม่ก้าวเดินกลับไปหา เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ทุกคนต่างมีเส้นทางของตัวเอง พี่เอกมีเจนนี่เคียงข้าง และผู้กองวุติต่างก็มีมิ้นท์โอบกอด ทั้งสองคู่คือครอบครัวที่สมบูรณ์แบบและงดงามเกินกว่าที่เธอจะนึกหน้าด้านเข้าไปแทรกกลาง ความรักและมิตรภาพที่ทุกคนมอบให้ในค่ำคืนนั้นมันมากเกินพอแล้วสำหรับผู้หญิงที่เคยพังทลายอย่างเธอ น้ำฟ้าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ พลันหมุนกายหันหลังให้แก่ภาพจำอันแสนหวาน ก้าวขาเรียวเดินแยกออกมาจากหาดทรายขาวเพียงลำพัง ปล่อยให้ความทรงจำ 5P อันเร่าร้อนกลายเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจในเงามืดชั่วชีวิต
น้ำฟ้าปล่อยให้สองเท้าก้าวเดินไปตามสัญชาตญาณอันเลื่อนลอย ความมืดค่ำคืบคลานเข้าปกคลุมหาดทรายเงียบสงัดทีละน้อยจนเธอมารู้ตัวอีกทีขาก็บรรลุมาไกลเกินกว่าที่คิด เบื้องหน้าในความสลัวคือท่าเรือประมงขนาดเล็กที่มีเรือประมาณ 3-4 ลำจอดเทียบท่าอยู่อย่างเงียบเชียบ แสงไฟดวงเล็กสีส้มสลัวจากท้องเรือทอดเงาวูบวาบลงบนผิวน้ำทะเลสีเข้ม ยิ่งตอกย้ำความอ้างว้างและโดดเดี่ยวในใจจนเธอตัดสินใจว่าควรจะหันหลังกลับไปตามเส้นทางเดิมก่อนที่ทัศนวิสัยจะมืดมิดไปมากกว่านี้
ทว่าในจังหวะที่กำลังจะหมุนกายกลับ... สายลมราตรีกลับหอบเอาเสียงครางแผ่วเบาปนกระเส่าแว่วมาตามลม
มันเป็นคลื่นเสียงต่ำที่เต็มไปด้วยกระแสธารแห่งความสุขสมและความรัญจวนใจอัดแน่น สัมผัสแว่วหวานนั้นพุ่งเข้าจุดชนวนความทรงจำอันวาบหวามในค่ำคืนเมื่อหนึ่งเดือนก่อนของเธอให้ตื่นตัวขึ้นมาในทันที หัวใจดวงน้อยกระตุกระทึกและเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกผสมปนเปไปกับความอยากรู้อยากเห็นที่เริ่มเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ สองเท้าก้าวเดินไปตามแรงดึงดูดลึกลับอย่างลืมตัว น้ำฟ้าค่อย ๆ ย่อกายลงต่ำ ย่องเข้าไปตามเงาขนานของสะพานปลาทอดดิ่งสู่ตัวเรืออย่างเงียบกริบที่สุด พยายามบังคับลมหายใจให้แผ่วเบาเพื่อแอบมองเข้าไปในบริเวณห้องพักบนเรือลำที่จอดอยู่ด้านในสุด... เพื่อค้นหาต้นตอของเสียงที่กำลังสั่นประสาทของเธออยู่ในเวลานี้
น้ำฟ้าชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอเหลียวมองรอบตัวก่อนจะค่อย ๆ แอบเข้าไปใกล้ต้นเสียงที่ดังมาจากบริเวณกาบเรือลำหนึ่งซึ่งจอดเทียบท่าอยู่ในเงามืดของโพ้นทะเล
เรือนร่างอวบอิ่มในชุดเดรสบางเบาถูกปกคลุมด้วยความมืด เธอปีนขึ้นไปบนเรือด้วยความระมัดระวัง มือบางยึดขอบไม้ที่เย็นเฉียบ แล้วค่อย ๆ แอบมองผ่านกระจกหน้าต่างที่มัวฝ้าด้วยไอทะเล...
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของน้ำฟ้าติดขัดในลำคอ ภายในเรือที่สลัวรางด้วยแสงไฟสีเหลืองนวล หญิงสาวผิวขาวเนียน หุ่นอวบอิ่มสมส่วนกำลังนอนแผ่กายอยู่บนที่นอนผืนหนา รอบตัวเธอเต็มไปด้วยชายผิวสีเข้มร่างกายแกร่งกำยำถึงหกคน แต่ละคนเปลือยกายจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นเป็นมัด ๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังดิบเถื่อน พวกเขาล้อมรอบหญิงสาวผู้นั้นไว้ราวกับฝูงหมาป่าที่หิวโหย
สองคนด้านหน้า กำลังผลัดกันนำแก่นกายอันดำทะมึนหนาใหญ่เข้ามาในเรียวปากอิ่มของเธอ หญิงสาวครางอือในลำคอ ขณะที่ริมฝีปากบางถูกยืดขยายเพื่อรองรับความใหญ่โตนั้น ลิ้นอุ่นของเธอวนเวียนเลียวนไปตามเส้นเอ็นที่ปูดโปนอย่างไม่ขาดสาย น้ำลายใสไหลย้อยตามจังหวะที่พวกเขาซอยสะโพกเข้าออกช้า ๆ แต่หนักแน่น
อีกสองคนด้านข้าง ก้มลงครอบครองปทุมถันอวบอิ่มคู่สวยของเธอด้วยปากร้อนผ่าว พวกเขาดูดดึงยอดชมพูสีหวานแรง ๆ สลับกับการบีบเค้นเนื้อนุ่มที่ล้นมือจนหญิงสาวแอ่นกายรับสัมผัส ร่างกายขาวเนียนของเธอสั่นระริกด้วยความเสียวซ่านที่ถาโถมจากทุกทิศ
ชายสองคนที่เหลืออยู่ด้านล่าง ไม่รอช้า คนหนึ่งจับสะโพกมนกลมกลึงยกขึ้นสูง แล้วดันแก่นกายร้อนระอุทะลวงเข้าไปในกุหลาบงามชุ่มฉ่ำด้านหน้าอย่างดุดันในคราเดียว “อ๊าาาา!...” เสียงครางเสียวของหญิงสาวดังลั่นปนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น ชายผิวเข้มซอยสะโพกถี่รัว จังหวะหนักแน่นดุจคลื่นทะเลที่ซัดสาดไม่ยั้ง แต่ละครั้งที่ดันสุดลำ เขาจะบดวนสะโพกเพื่อถูไถจุดเสียวภายในให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ส่วนอีกคนที่อยู่ด้านหลัง ค่อย ๆ ถูไถแก่นกายหนาใหญ่ที่เปียกชื้นด้วยน้ำหล่อลื่นไปตามร่องตูดกลมกลึง ก่อนจะค่อย ๆ ดันทะลวงเข้าไปในความคับแน่นที่ยังไม่เคยถูกครอบครองเต็มที่ หญิงสาวกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายเกร็งกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อถูกยัดเยียดเต็มทั้งสองช่องทางพร้อมกัน
“เสียว... เต็มหมดแล้ว... อื้อออ...” เธอครางพร่าผ่านปากที่ยังถูกครอบครอง สะโพกมนบิดเร่าเป็นจังหวะรับแรงกระแทกจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ชายทั้งหกผลัดกันครอบครองเรือนร่างอวบอิ่มของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เปลี่ยนท่าตั้งแต่ด้านหน้า ด้านหลัง นั่งคร่อมตัก ไปจนถึงยกขาทั้งสองข้างขึ้นสูงเพื่อแทงทะลวงลึกสุดโคน
น้ำฟ้าที่แอบมองอยู่หลังกระจก รู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่ลุกลามขึ้นมาจากท้องน้อยโดยไม่ทันตั้งตัว มือบางของเธอแนบแน่นกับขอบเรือโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นรัวแรงขณะเห็นหญิงสาวผู้นั้นถูกชายทั้งหกผลัดกันปล่อยน้ำรักร้อนผ่าวฉีดพ่นเข้าเต็มร่างกายและส่วนลึกภายในหลายรอบ ร่างขาวเนียนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและคราบขาวข้นที่ไหลย้อยลงตามเนินอกและต้นขา
เสียงครางเสียวซ่านประสานกับเสียงหอบหายใจหนัก ๆ ของชายทั้งหกดังก้องไปทั่วเรือ น้ำฟ้าถอยหลังกรูดเล็กน้อย ร่างกายสั่นเทาเพราะภาพตรงหน้าที่ทั้งน่ากลัวและชวนให้เลือดสูบฉีด...
ในขณะที่เธอกำลังถอยหลัง กลับสะดุดกับร่างแกร่งของชาย 2 คน ก่อนที่มันจะจับมือเธอไว้
“อยากเข้ามาร่วมกับพวกเราด้วยหรือจ๊ะคนสวย...”