บทที่ 12 เก็บกวาดบริษัท
ลู่เฉิงเฟิงรออยู่ครู่หนึ่งและเลขาหญิงคนก่อนหน้านี้ก็ส่งข้อมูลที่เขาร้องขอมาให้
ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมแพ้และ้าโปรยเสน่ห์ใส่ลู่เฉิงเฟิงต่อ แต่ลู่เฉิงเฟิงไม่ให้โอกาสเธอเลยและโบกมือ “ออกไป”
ผู้หญิงคนนั้นออกไปอย่างไม่เต็มใจ แต่ตอนนี้ลู่เฉิงเฟิงใหญ่ที่สุดในบริษัทแล้ว เธอไม่สามารถขัดขืนได้
จางเหวินไห่เต็มไปด้วยความชื่นชม คุณลู่คนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ไม่หวั่นไหวกับความงามตรงหน้าแม้แต่นิด!
อย่างที่ทุกคนรู้ดีว่าลู่เฉิงเฟิงซึมซับนิสัยมาจากเฒ่าลั่ว เขาไม่ใช่พระที่ปฏิเสธผู้หญิง เขาแค่ไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ที่ถูกหมูอ้วนฟรานซิสเขมือบไปแล้วและไม่อยากทับไลน์เดียวกับไอ้หมูอ้วนคนนั้น
ลู่เฉิงเฟิงเริ่มเปิดดูเอกสาร ข้อมูลเหล่านี้เป็ข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดการบริษัทและจะเป็ประโยชน์อย่างมากในไม่ช้า
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป แต่กระนั้นก็ยังไม่มีใครมาถึง
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มเยาะในใจ เพราะรู้ดีว่าพวกผู้จัดการเ่าั้คงอยากจะลองของไม่ยอมทำตามที่เขาสั่ง!
จู่ ๆ บุคคลที่ไม่รู้จักก็กลายเป็ผู้จัดการทั่วไป เป็เื่ปกติที่บางคนจะไม่พอใจ
จนกระทั่งเกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมาประตูห้องประชุมก็เปิดขึ้น และชายคนหนึ่งในวัยสี่สิบซึ่งมีพุงโตในชุดสูทสีดำก็เดินเข้ามา
ข้างหลังเขามีผู้จัดการจากแผนกต่างๆ
บุคคลนี้คือฝ่านจื้อเหว่ยรองผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ลู่เฉิงเฟิงเคยพบอีกฝ่ายหลายครั้ง
ฟรานซิสไม่เคยแต่งตั้งผู้จัดการทั่วไปโดยบอกว่าตำแหน่งนี้ควรให้แก่ผู้ที่มีความสามารถมากที่สุด แต่จุดประสงค์จริง ๆ คือเพื่อกระตุ้นพวกผู้จัดการทั้งหลาย ทำให้แต่ละคนรู้สึกว่าตนเองมีโอกาสและพวกเขาจะทำงานหนักขึ้น
ฝ่านจื้อเหว่ยเป็คนที่มีแนวโน้มมากที่สุดที่จะได้เป็ผู้จัดการทั่วไป และทุกคนก็คิดเช่นนั้นแต่บังเอิญกลับมีคนอื่นแทรกเข้ามายึดตำแหน่งโดยไม่คาดคิด
“คุณลู่ ผมต้องขออภัยด้วยจริง ๆ เราไม่ได้ตั้งใจจะมาสาย เพียงแค่เรายุ่งกับงานมาก”
ฝ่านจื้อเหว่ยพูดด้วยสีหน้าขออภัยจากนั้นก็หาที่นั่งแล้วนั่งลงด้วยตัวเอง
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างสงบ “ทุกคน กรุณานั่งลง”
ทุกคนนั่งลงแต่สีหน้าของชายวัยกลางคนที่มีผมบางคนหนึ่งเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อเห็นจางเหวินไห่ยืนอยู่ข้างหลังลู่เฉิงเฟิง
ลู่เฉิงเฟิงี้เีเกินกว่าจะพูดเื่ไร้สาระกับคนเหล่านี้ จุดประสงค์ของเขาคือเก็บกวาดบริษัทให้เหี้ยนไม่ใช่เพื่อหาเพื่อน
เขาเคาะโต๊ะ “ซวีหลี่ิคือใคร”
ชายวัยกลางคนที่มีผมบางยืนขึ้น
ลู่เฉิงเฟิงเหลือบมองเขาแล้วชี้ไปที่จางเหวินไห่ “คุณรู้จักเขาไหม”
ซวีหลี่ิพยักหน้า “คุณลู่ ชายคนนี้เป็พนักงานแผนกการเงินของผม เขาเพิ่งถูกไล่ออกเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่ดีของเขา”
“แต่เขาแจ้งผมเื่การทุจริตและยักยอกเงินของคุณ”
สีหน้าของซวีหลี่ิเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน “คุณลู่ เขาแค่ไม่พอใจที่ถูกไล่ออกและจงใจแก้แค้น คุณจะเชื่อคำพูดของพนักงานตัวเล็ก ๆ ได้อย่างไร”
“ถูกต้อง คุณจะเชื่อคำพูดของพนักงานระดับล่างที่มีความประพฤติไม่ดีได้อย่างไร?”
ฝ่านจื้อเหว่ยพูดอย่างใจเย็น
จางเหวินไห่ระงับหน้าแดงของเขาและพูดด้วยความโกรธ “ผม ผมมีหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่าซวีหลี่ิทุจริตและยักยอกเงิน!”
ใบหน้าของซวีหลี่ิซีดลง และเขาจ้องมองไปที่จางเหวินไห่อย่างดุเดือด
ลู่เฉิงเฟิงลุกขึ้นยืน เดินช้า ๆ ไปที่ซวีหลี่ิและพูดอย่างใจเย็น “ผู้จัดการซวีคุณเองก็เป็คนเก่าแก่ในบริษัท ผมไม่้าทำให้เื่มันน่าเกลียดมากเกินไปดังนั้นผมจะให้เวลาคุณหนึ่งวันเพื่อคายทุกสิ่งที่คุณยักยอกไป ทำได้หรือเปล่า?”
“ผม ผม ผมไม่ได้ทุจริต...”
จางเหวินไห่ยังคงอยากเล่นละคร
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ลู่เฉิงเฟิงก็คว้ามือของเขาแล้วกดลงบนโต๊ะ มีแสงเย็นแวบปรากฎขึ้นและมีดบินก็แทงทะลุฝ่ามือของจางเหวินไห่ ตอกมือของเขาเข้ากับโต๊ะ!
“อ๊าาา!!!”
จางเหวินไห่กรีดร้องเสียงหลง เส้นเืปูดโปนขึ้นบนหน้าผากของเขา และร่างกายของเขากระตุกไปทั้งตัว
ทุกคนต่างหวาดกลัวกับฉากที่น่าสยดสยองนี้จนใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว นั่งตัวแข็งเกร็งบนเก้าอี้ไม่กล้าขยับตัว
ลู่เฉิงเฟิงเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฝ่านจื้อเหว่ยแล้วเยาะเย้ย “รองผู้จัดการทั่วไปฝ่าน ต่อจากนี้เวลาที่ผมพูดอะไร ผมไม่อยากให้ใครมาพูดแทรกเข้าใจไหม!”
ทันทีที่พูดจบ มือของฝ่านจื้อเหว่ยก็ถูกกดลงบนโต๊ะและทันใดนั้นแสงเย็นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เช่นเดียวกับซวีหลี่ิ มือของฝ่านจื้อเหว่ยก็ถูกมีดบินตอกไปที่โต๊ะ
“อ๊ากกก!!!”
ฝ่านจื้อเหว่ยกรีดร้องราวกับหมูที่ถูกเชือด ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความเ็ป ร่างกายที่อ้วนท้วนของเขาสั่นเทาตลอดเวลา และใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
คนอื่น ๆ หวาดกลัวมากจนหัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไตสั่นเป็เ้าเข้า และเืของพวกเขาก็เย็นเยียบด้วยความกลัว
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าเื่โหดร้ายเช่นนี้จะเกิดขึ้นระหว่างการประชุม
ลู่เฉิงเฟิงคนนี้เป็คนบ้าชัด ๆ!
ลู่เฉิงเฟิงนั่งลงที่เก้าอี้ประธานเหมือนเดิมและเคาะโต๊ะราวกับว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เขากวาดสายตามองดูทุกคนครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างใจเย็น “เอาล่ะตอนนี้มาเริ่มประชุมกัน ผมพูดและทุกคนฟัง!”
ทุกคนมองเขาด้วยความกลัวที่เผยบนใบหน้าอย่างชัดเจน
“ซวีหลี่ิตอนนี้บริษัทยังมีสภาพคล่องในบัญชีอยู่เท่าไร?”
ซวีหลี่ิครวญครางด้วยความเ็ป มือของเขาถูกตอกลงบนโต๊ะ และเืก็ไหลออกมาเป็สายเือาบไปตามโต๊ะ เมื่อได้ยินคำถามของลู่เฉิงเฟิง เขาก็มองดูด้วยความหวาดกลัวและพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “สอง…สองมากกว่านั้น มากกว่าสองร้อยล้าน”
ลู่เฉิงเฟิงขมวดคิ้ว น้อยกว่าที่เขาคาดไว้มาก
“ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ที่คุณจะคายไอ้เงินที่อมไว้ออกมา? หนึ่งวันเพียงพอไหม?”
ซวีหลี่ิพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว
ลู่เฉิงเฟิงมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเยาะเย้ย “ผู้จัดการซวีดูเ็ปมากเหลือเกิน ผมควรส่งคุณไปโรงพยาบาลหรือแจ้งตำรวจดีไหม... แต่ไม่ต้องกังวลนะ ลูกของคุณกำลังเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ใช่ไหม? หากคุณไม่มีเวลาไปรับเธอจากโรงเรียน ผมจะส่งคนไปรับเธอเอง”
ใบหน้าของซวีหลี่ิซีดลงทันที เขามองที่ลู่เฉิงเฟิงด้วยความหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่านี่เป็คำขู่! ชายคนนี้คือปีศาจตัวจริง!
เขาส่ายหัวด้วยความกลัว “ไม่ ไม่จำเป็ครับ...ขอบคุณคุณลู่สำหรับความเป็ห่วงของคุณ มันเป็แค่การาเ็เล็กน้อย ผมสามารถไปโรงพยาบาลด้วยตัวเองทีหลังได้”
“เฮ้! ไม่เป็ไรหรอก เราเพื่อนร่วมงานกันทั้งนั้น หากคุณ้าความช่วยเหลือผมยินดีช่วยอย่างเต็มที่!”
จากนั้นลู่เฉิงเฟิงหันไปมองฝ่านจื้อเหว่ยที่กำลังมีสีหน้าเ็ปรุนแรง “คุณฝ่าน ผมได้ยินมาว่าลูกสาวของคุณกำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศ แต่เอ… ่นี้มีความวุ่นวายในต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง ผมได้ยินมาว่านักเรียนต่างชาติมักจะหายตัวไป... ผมยังมีเส้นสายอยู่บ้างในต่างประเทศ ถ้าคุณ้า ผมสามารถช่วยหาคนไปดูแลลูกสาวของคุณได้นะ”
ฝ่านจื่อเหว่ยส่ายหัวด้วยความตื่นตระหนก น้ำเสียงของเขาสั่นรัว “ไม่ ไม่จำเป็ ขอบคุณคุณลู่ ผมซาบซึ้งในความมีน้ำใจของคุณแต่ขอรับไว้เพียงน้ำใจนะครับ”
“เอาน่า พวกเราล้วนเป็เพื่อนร่วมงาน ดังนั้นอย่าสุภาพกับผมนักเลย”
ลู่เฉิงเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม นี่คือเหตุผลที่เขา้าข้อมูลของฝ่ายบริหารทั้งหมด
ทุกคนดูหวาดกลัว ชายคนนี้เป็ปีศาจ!
ลู่เฉิงเฟิงเคาะโต๊ะ “มาเริ่มเื่กันดีกว่า ผมเพิ่งได้รับคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ให้ถอนทุน จากนี้ไปเราจะไม่ดำเนินโครงการใด ๆ อีกและเราจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงทุนอีกสักแดงเดียว”
“โครงการที่เรากำลังร่วมมือด้วยตอนนี้จะถูกโอนถ่ายถ้าเป็ไปได้ และเงินจะถูกถอนออกให้มากที่สุด ชัดเจนไหม”
ทุกคนพยักหน้าอย่างรวดเร็วตอบรับ
ริมฝีปากของลู่เฉิงเฟิงเยาะเย้ย คุณต้องแข็งกร้าวกับคนแก่โง่เหล่านี้ หากคุณให้เหตุผลกับพวกเขา พวกเขาจะทำตัวเหมือนนักเลงกับคุณ หากคุณทำตัวเหมือนนักเลงกับพวกเขา พวกเขาจะคุยกับคุณด้วยกฏหมาย
ดังนั้น มีเพียงการสะกดข่มด้วยวิธีนองเือย่างเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้พวกเขาหวาดกลัวและเชื่อฟัง
เขาคาดการณ์ว่าภายในหนึ่งสัปดาห์ สำนักงานใหญ่จะทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ ดังนั้นเขาจึง้าเก็บกวาดบริษัทก่อนที่สำนักงานใหญ่จะสามารถตอบสนองได้