Chapter 8
แผนฝากตัวเป็ศิษย์
“โยลูก..จะไปทำงานแล้วเหรอ?” หม่าม๊าเรียกผมขณะกำลังลงมาจากชั้น 2 เพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน เนื่องจากเมื่อวานผมสัญญากับท่านไว้ว่าจะอยู่ค้างคืนที่บ้าน ซึ่งหลังจากไปส่ง(ป่วนมากกว่า)คุณเชฟกลับบ้านผมก็รีบขับรถตรงกลับบ้านทันที
“ครับม๊า..ว่าแต่ม๊ามีอะไรหรือเปล่าครับ?” ผมขานรับซึ่งท่านก็เดินมาหาพลางเข้ามากอดเอว แล้วจึงเริ่มเข้าประเด็นทันที
“สัปดาห์หน้าก็จะถึงวันเกิดของปะป๊าเขาแล้วนะ ม๊าเลยอยากให้โยติดต่อร้านเค้กที่ซื้อมาเมื่อวานให้หน่อยน่ะ” หม่าม๊าว่าซึ่งความจริงแล้วผมก็กะจะสั่งเค้กจากร้านคุณเชฟนั่นแหละครับ ถึงได้ซื้อมาให้พวกท่านได้ลองชิมรสชาติว่าถูกปากหรือไม่
“ได้ครับม๊า..จริง ๆ โยก็ตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้วครับ” ผมว่าพร้อมกับยิ้มให้หม่าม๊าด้วยความพอใจ
“เอ๊ะ! ไม่ใช่ว่าไปติดใจอะไรที่ร้านนั้นหรอกนะ ใช่ไหม?”
ดูเหมือนผมจะถูกหม่าม๊าจับทางได้เสียแล้ว ท่านส่งสายตาคาดคั้นอยากรู้คำตอบมีเหรอที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างผมจะไม่บอกคุณแม่สุดที่รักคนนี้
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ แต่..ฝีมือทำขนมเขาก็เก่งใช้ได้เลยนะม๊า เมื่อวานม๊ายังชมเขาเลยนี่” ผมตอบพลางยิ้มแก้เขินแล้วจึงรีบแก้ตัวจนคนเป็แม่ถึงกับเลิกคิ้วสูงตามด้วยรอยยิ้มที่ดูจะรู้ทันความคิดผมเสียเหลือเกิน
“ม๊าก็ยังไม่ได้ว่าเราเลยนะ” คุณสุนิตาว่าพลางยิ้มออกมาน้อย ๆ
“วันงานก็ชวนเขามาด้วยสิ..ม๊าอยากเจอตัว” ประโยคสุดท้ายที่หม่าม๊าเอ่ยก่อนจะเดินเข้าครัวไปทำเอาผมยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เพราะนั่นเท่ากับว่าหม่าม๊ายอมไฟเขียวให้กับความรักครั้งนี้ของผม
*****
รถ Mercedes-Benz C-Class Estate ขับมาจอดยังหน้าร้านขณะที่ผมกำลังนำขนมออกเรียงเข้าตู้ขนมพอดี ทำเอารู้สึกละล่ำละลักอย่างบอกไม่ถูก
“คอจะหลุดแล้วค่ะพี่ตาม หึ ๆ” เสียงเ้าติ๋มทักขึ้นทำเอาผมชะงักไปเพราะรู้ตัวว่าตนเองเผลอชะเง้อมองออกไปอย่างไม่รู้ตัว
“ก็..ก็มองไงว่าใช่ลูกค้าหรือเปล่า จะได้เตรียมตัว” ผมรีบแก้ตัว
“ไม่ทันแล้วค่ะ..เมื่อวานหนูเห็นนะว่าพี่ตามขึ้นรถคันนี้กลับบ้านน่ะ” ยัยติ๋มมิวายหันมาเฉลยว่าในสิ่งที่เ้าตัวเห็นมา
“บ..บังเอิญเจอกันไง..เขาเห็นว่าซื้อของมาพะรุงพะรังก็เลยขอไปส่งเฉย ๆ” สีข้างผมตอนนี้เืไหลเป็ทางแล้วครับแถไปให้สุดทางเลยไอ้ตามเอ๊ย!
กริ่ง!
ระหว่างกำลังแถให้ลูกน้องฟังอยู่นั้นไอ้ตัวต้นเื่ก็เดินเข้ามาในร้านพอดีด้วยสีหน้าระรื่นจนน่าหมั่นไส้
“งั้นหนูขอตัวไปเคลียร์ของหลังร้านก่อนนะคะ..เชิญตามสบายเลยค่ะ เช้า ๆ แบบนี้ยังไม่มีลูกค้าหรอกค่ะ อิอิ” ยัยติ๋มชิ่งหนีผมไปดื้อ ๆ โดยไม่ลืมหันหน้าไปพูดกับไอ้โยราวกับร้านนี้เป็ร้านของตัวเอง..นี่สรุปร้านใครกันเนี่ยฮะ!?
“คิดถึงเหรอครับ เห็นเธอชะเง้อมองมาั้แ่โยยังไม่ลงจากรถ” น..นี่มันเห็นว่าผมชะเง้อมองมันด้วยงั้นเหรอเนี่ย
“ค..ใคร! บ้าแล้ว! กูเนี่ยนะชะเง้อมองมึง..หลงตัวเองไปป่ะ!?” ผมรีบด่ากลบเกลื่อน
“พี่ตามขนมนี่จะให้ผม..” เปอร์ที่กำลังเดินออกมาจากในครัวเอ่ยถามแต่ยังไม่ทันจบประโยคดีเนื่องจากเห็นผมกำลังคุยกับไอ้โยอยู่
“น้องครับเช้านี้ลูกค้ายังไม่มีใช่ไหม?” วาโยหันไปถามเ้าเปอร์ซึ่งกำลังยืนมองเราสองคนด้วยความงุนงงแต่ก็พยักหน้ารับคำตามที่อีกคนถาม ก่อนที่ไอ้ตัวดีจะฉวยโอกาสเดินเข้ามาถอดผ้ากันเปื้อนผมแล้วเอาไปวางลงที่เคาน์เตอร์โดยไม่ลืมหันไปบอกเ้าเปอร์อีกครั้ง
“งั้นพี่ขอตัวเ้านายเราสักครึ่งชั่วโมงนะ..เดี๋ยวมาส่ง” ว่าจบมันก็ดึงแขนผมให้เดินออกไปจากร้านทันที
*****
สิ้นเสียงกระดิ่งที่ดังอีกครั้งหลังจากพี่ตามถูกลูกค้าซึ่งเป็เ้านายของไอ้ตาลุงเบต้าลากออกไปหน้าตาเฉย ผมได้แต่ยืนมองสองคนนั้นพลางก็ครุ่นคิดด้วยความสงสัยว่าพวกเขาไปสนิทสนมกันตอนไหน
“นี่ติ๋มแกว่านั่นใช่แฟนพี่ตามไหมวะ?” จู่ ๆ กิ๊กบาริสต้าของร้านพูดถึงประเด็นของพี่ตามขึ้นกับเพื่อนพนักงานด้วยกัน
“ฉันว่ายัง..แต่เขาจีบกันอยู่อันนี้ชัว!” จีบกันงั้นเหรอหมายความว่าไง พนักงานอีกคนพูดสวนราวกับเ้าตัวอยู่ในเหตุการณ์ไม่มีผิด
“เมื่อวานค่ะ ฉันเห็นสองคนนี้เดินออกจากโรงหนังด้วยกัน”
“แล้วยังไงต่อ?” กิ๊กถามต่อ
“ยังไงน่ะเหรอ? สายเผือกอย่างฉันก็ตามไปดูสิคะ..ฉันเห็นพวกเขาขึ้นรถกลับไปด้วยกันจ้าา เดินคุยกะหนุงกะหนิงจนถึงรถเลยค่ะ”
“หุย˜งั้นก็อีกไม่นาน..คงได้เห็นพี่ตามพาเขาเปิดตัวแน่นอนอิจฉาเนอะ” บาริสต้าสาวว่า แล้วทั้งสองคนก็หันไปยิ้มให้กับอย่างเขิน ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด
“นี่มันเวลางานนะ..มัวแต่นินทาชาวบ้านเขาอยู่ได้” ผมพูดเสียงดุใส่ยัยพวกนั้นทำเอาสองสาวสะดุ้งเฮือกและรีบแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที
นี่พี่ตามกับไอ้บอสอะไรนั่นไปไหนกันมางั้นเหรอ แถมดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่ใช่เพียงแค่เ้าของร้านกับลูกค้ามือที่ถือผ้าสำหรับเช็ดโต๊ะจู่ ๆ ก็เผลอขยำขยี้เพื่อระบายความไม่พอใจให้เบาบางลง
*****
“นี่จะพากูไปไหนเนี่ย?” ต้องตามถามผมขณะขับรถออกมาจากร้าน ซึ่งความจริงแล้วผมก็ยังไม่รู้ว่าจะพาเ้าตัวไปไหนดีเลยทำทีเป็ขับรถไปเรื่อย ๆ
“สรุปมึงจะพากูไปไหน..ไอ้โย!” คุณเชฟตวาดดุผมจึงเอื้อมมือไปจับมือเขาพลางเอามาวางไว้ที่หน้าขาตัวเอง
“โยก็แค่อยากอยู่กับเธอเท่านั้นเอง..ไม่ได้เหรอ?”
“แต่นี่มันเวลางานไง..มึงไม่มีงานการต้องทำเหรอวะ?” คุณเชฟเอ่ยน้ำเสียงอ่อนลง ได้ทีผมก็ใส่ลูกอ้อนเข้าไปอีกด้วยการจับมือเ้าตัวขึ้นมาจุ๊บเบา ๆ ก่อนจะปล่อยมือ “มีแต่อยากมาเห็นหน้าเธอก่อนไง”
ผลัวะ!
ไม่น่าปล่อยมือเลยจริง ๆ เพราะฝ่ามือของเ้าตัวฟาดเข้ามาที่หน้าท้องแบบไม่ทันตั้งตัว
“โอ๊ยย..เธอ! เล่นอะไรเนี่ยโยขับรถอยู่นะ” ผมร้องเจ็บแล้วหันไปโวยเบา ๆ ใส่คุณเชฟซึ่งเ้าตัวกำลังยิ้มสะใจแบบสุด ๆ
“เมื่อวานมึงทำกูไว้แสบมากนะ..แค่นี้ยังน้อยไป!” เขาต่อว่าแต่ก็ไม่ได้จริงจังมากนักซึ่งพอนึกขึ้นได้ผมก็หันไปยิ้มเยาะใส่อีกคนน้อย ๆ
“อารมณ์ค้างเหรอ..ให้โยช่วยเธอตอนนี้ไหมล่ะ?” ว่าแล้วผมก็ยื่นมือไปจับหน้าขาของอีกคนเพราะอยากแกล้งเล่น แต่ดันโดนเ้าตัวตีมือเสียงดังเพี้ยะแถมยังมองค้อนใส่ผมตางี้เขียวปั้ด
“ไม่ต้อง! ว่าแต่เื่ที่จะคุยมีแค่นี้ใช่ไหม?” อีกคนปฏิเสธหน้าตายก่อนจะเป็ฝ่ายเปลี่ยนเื่คุยซะอย่างนั้น
“น่า ๆ ใจเย็นสิคะเตง คืองี้นะ..สัปดาห์หน้าจะเป็วันเกิดของป๊า โยก็เลยอยากหาของขวัญให้ท่านน่ะ”
“แล้ว?”
“โยอยากให้เธอช่วยสอนทำเค้กวันเกิดให้น่ะ?” ผมว่าสายตามองทอดยาวไปตามท้องถนน
“ซื้อเอาไม่ง่ายกว่าเหรอ?” เขาถามสวนมาทันทีพอได้ยินคำขอ ซึ่งความจริงแล้วผมก็แค่อยากหาข้ออ้างเพื่อจะได้ใกล้ชิดเ้าตัวเขาก็เท่านั้น ส่วนเค้กหากถึงเวลาแล้วทำไม่ได้ก็ค่อยซื้อกับเ้าตัวเองทีหลังเอา
“งั้นมันก็ไม่พิเศษน่ะสิ โยอยากให้ป๊ามีความสุขไง..อีกอย่างวันนั้นจะจัดรวมกับวันครบรอบแต่งงานของป๊าม๊าเลย เพราะเดี๋ยวท่านจะบินไปฝรั่งเศสตั้งหลายอาทิยต์แหนะ” ผมรีบชักแม่น้ำทั้งห้าพูดหว่านล้อมเพื่อให้คุณเชฟยอมตกลงรับสอน
“แล้วจะให้สอนทำเค้กอะไรล่ะ?”
“Opéra Cake”
“Opéra Cake!..มันไม่ได้ทำกันง่าย ๆ นะมึง?” คุณเชฟเริ่มโวยสีเมื่อผมมาบอกเอากระชั้นชิดมากแล้ว
“เธอสอนโยทำก่อนไม่ได้เหรอ นะ..นะครับ” คราวนี้จึงลองใช้ลูกอ้อนดูอีกครั้งโดยยื่นมือไปจับมือของคุณเชฟมาเขย่าไปมาราวกับเด็ก ๆ
“เออ ๆ ก็ได้ ไปหาวันว่างมาละกัน..วุ่นวายฉิบ” คนข้างกายทำเป็บ่นรำคาญแต่ก็ยอมรับปากตกลงจะสอนผมจนได้ทำเอารู้สึกดีใจแล้วดึงมือคนข้าง ๆ มาจุ๊บอีกทีเป็การให้รางวัล
“หื้มม เธอน่ารักที่สุดเลยครับ จุ๊บ!!”
“พอแล้วไหม..เยอะไปละ” คุณเชฟว่าพร้อมกับทำสายตาดุใส่ผมนิด ๆ แต่เขาก็ไม่ได้สะบัดมือหนีกลับยอมให้ผมจับต่ออยู่อย่างนั้น
“เดี๋ยวก็จะถึงร้านแล้วอะ ขอจับต่ออีกหน่อยนะ?”
“มึงนี่นะ!” ถึงจะบ่นสลับด่าแต่เขาก็ยอมให้ผมจับมือไว้อย่างนั้นจนถึงร้าน
*****
หลังจากคุยธุระกับโยเสร็จมันก็ขับพาผมกลับมาส่งตามที่สัญญา ซึ่งพอถึงร้านผมรีบลงจากรถแล้วตรงเข้าร้านทันทีแต่กลับรู้สึกว่าอีกคนกำลังเดินตามหลังมาจึงหันกลับไปหาเ้าตัวเพราะอยากรู้ว่าเขา้าอะไรอีก
“แล้วนี่จะเดินตามมาอีกทำไม ไปทำงานได้แล้วไหม?” ไอ้บ้าโยเดินตามผมต้อย ๆ แถมยังยิ้มมาให้น้อย ๆ แล้วเดินเข้ามาหาทำสายตาหมาน้อยใส่อีก
“ทำสิ..แต่ขอกินกาแฟก่อนได้เปล่า?” เ้าตัวว่าแล้วเดินเข้ามาเกาะยังแขนทำหน้าอ้อนผมจึงต้องยอมให้เขาตามเข้ามาในร้านอีกจนได้
“กิ๊กทำอเมริกาโน่ร้อนแก้วหนึ่ง..เอาแบบกลับบ้านนะ” กิ๊กพยักหน้ารับออเดอร์แล้วเตรียมลงมือทำทันที
“เดี๋ยวครับน้อง อย่าเพิ่งทำนะ”
“อะไรอีก?” ผมถามกลับเ้าตัวด้วยความเหนื่อยใจเพราะไม่รู้ว่าโยมันจะเอาอะไรอีก
“ทำให้หน่อยสิ นะ..อยากกินกาแฟฝีมือคุณเชฟอะ นะครับ” ทำสายตาอ้อนอีกแล้วนี่มันไปฝึกที่ไหนมาวะเนี่ย ไอ้เราก็ดันใจอ่อนยอมให้มันทุกทีด้วยสิ
ผมถอนหายใจทิ้งไปหนึ่งทีแล้วเดินเข้าไปยังเคาน์เตอร์ทำกาแฟโดยเ้ากิ๊กก็ส่งที่บดเมล็ดกาแฟมาให้แบบยิ้ม ๆ ผมจึงจัดการทำเครื่องดื่มให้กับคุณลูกค้าผู้มากเื่คนนี้ซะ ส่วนเ้าตัวก็เดินไปนั่งรอพร้อมกับยิ้มหน้าระรื่นอยู่ไม่ไกล
เปอร์ที่เห็นผมกำลังทำกาแฟให้โยอยู่ จึงเดินเข้ามาหาพร้อมกับบอกให้กิ๊กไปเช็กสต๊อกเมล็ดกาแฟที่หลังร้านแทน
“เขาพาพี่ไปไหนมาเหรอ?” เปอร์ถาม
“คุยธุระ” ผมตอบกลับสั้น ๆ ขณะกำลังเอาเมล็ดกาแฟที่บดเสร็จเข้าเครื่องสตรีมเพื่อกลั่นเอาน้ำกาแฟออกมา
“ธุระอะไรเหรอพี่?” เปอร์ยังคงถามต่อผมจึงหันไปมองคนน้องด้วยความสงสัย เพราะปกติเ้าเปอร์ไม่เคยถามจู้จี้มาก่อน
“ก็..เผื่อมีอะไรที่ผมช่วยได้ไง” เหมือนมันจะรู้ตัวจึงพูดพลางทำสีหน้ายิ้มเจื่อน ๆ
“เขาอยากให้สอนทำ Opéra Cake น่ะ”
“ล..แล้วทำไมเขาถึงอยากให้สอนเหรอพี่?” เปอร์ถามต่อโดยในน้ำเสียงดูอ่อนลงมาจากเมื่อครู่ลิบลับ อาจจะเป็เพราะผ่านมาไม่ว่าเปอร์จะรบเร้าผมแค่ไหนผมก็ไม่ยอมสอนให้ซึ่งก็แอบกังวลอยู่นิด ๆ เหมือนกันว่ามันจะน้อยใจหรือเปล่า
“เห็นบอกว่าอาทิตย์หน้าเป็วันเกิดพ่อเขาน่ะ..ก็เลยอยากจะทำเค้กเป็ของขวัญให้ท่าน” ผมพยายามตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพื่อไม่อยากให้อีกคนรู้ทันความคิด
“อ๋อครับ งั้นพี่ตามไปทำงานเถอะครับ..เดี๋ยวผมเอานี่ไปให้เขาเอง” เปอร์ตอบกลับโดยฝ่ายอาสาของเอากาแฟนี่ไปเสิร์ฟให้วาโยแทน ผมจึงยื่นแก้วนั้นให้น้องมันไป โดยที่สายตายังคงเหลือบไปมองไปยังอีกคนซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่จึงเดินกลับเข้าครัวไปเพื่อทำงานของตัวเองต่อ
*****
“อืม..อีก 10 นาทีฉันจะถึงออฟฟิศ เตรียมเอกสารให้พร้อมล่ะ” ขณะกำลังวางสายจากเลขาฯคนสนิท แก้วกาแฟก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าหากแต่คนที่นำมันมาให้กลับไม่ใช่คนที่ผมคิด
“อ้าว ตามไปไหนแล้วล่ะครับ?” ผมถามคนที่เอากาแฟมาให้
“เขาก็ต้องไปทำงานสิครับ..นี่ครับ 120 บาท” พนักงานคนนี้ว่าพลางทำสีหน้าดูไม่พอใจอะไรผมสักอย่าง ผมได้แต่ยักไหล่รับรู้แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ออกนำแบงก์สีแดงกับสีเขียวยื่นให้คนตรงหน้าไปก่อนจะลุกจากเก้าอี้เพื่อจะเดินออกจากร้าน
“คุณคิดจะจีบพี่ตามเหรอครับ?” อยู่ ๆ ไอ้เด็กนั่นก็ถามขึ้นฟังจากน้ำเสียงเขาดูไม่พอใจผมยังไงไม่รู้ ผมจึงหันกลับมาทางเ้าเด็กนี่ด้วยความสงสัย
“ถ้าใช่แล้วมันทำไม?”
“คุณไม่ใช่สเปคของพี่ตามหรอก..อย่าหวังเลย” ฟังจากคำพูดก็รู้ได้ในทันทีว่ามันคิดยังไงกับคุณเชฟ แล้วยังไงวะสเปคตามต้องอย่างมึงงั้นสิ? หึ ตลก!
“เื่นั้นให้ตามเป็คนตัดสินใจเองเถอะครับ..อย่าไปคิดแทนเขาเลย” พูดจบผมก็ก้าวเท้าเข้าไปประจันหน้ากับไอ้เด็กนั่น แล้วจึงตอกหน้าอีกคนประโยคที่ดูมีชั้นเชิงกว่า ทำเอาน้องมันเก็บอาการโมโหแทบไม่อยู่ และก่อนที่จะออกจากร้านผมจึงหันกลับพูดใส่ไอ้เด็กเปรตเพื่อกะจะให้มันเจ็บใจเล่นอีกดอก “อ๋อ..แต่เท่าที่ดู ตามเขาก็เริ่มหวั่นไหวกับผมอยู่พอสมควรนะครับ”
*****
“ประชุมถูกเลื่อนไปเป็่บ่าย 2 นะ พอดีท่านประธานติดคุย Video Conference กับพาร์ทเนอร์ที่ฝรั่งเศสน่ะ” เตชินแจ้งกำหนดการที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ผมทราบทันทีที่มาถึง หากแต่ผมไม่ได้สนใจฟังที่เขาเท่าไรนักเพราะมัวแต่คิดเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่
“มีอะไรหรือเปล่า..สีหน้าดูหงุดหงิด?” เตชินถาม หลังจากเห็นว่าผมเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา
“เตชิน..พนักงานที่ร้านตามชื่ออะไรนะ?” เมื่อสมองกำลังครุ่นคิดปากก็พูดออกไปอย่างอัตโนมัติ
“ใครเหรอ? ที่ร้านมีตั้งสามคน” เตชินถามย้อนพลางทำหน้าคิดตามไปด้วย
“ก็..ไอ้เด็กที่ช่วยตามทำขนมไง” ผมสวนกลับไปทันควัน
“อ๋อ..ชื่อเปอร์” เตชินทำหน้าคิดแวบหนึ่ง ก่อนจะบอกชื่อไอ้เด็กนั่นออกมาในที่สุด
“แล้วไอ้หมอนั่นเป็คนยังไง?”
“มีอะไรหรือเปล่า?”
“จิ๊! ถามก็ตอบมาเถอะน่า” ผมพูดสวนด้วยความหงุดหงิดที่อีกคนถามจุกจิกไม่ดูเวลา ซึ่งเ้าตัวก็นิ่งคิดไปชั่วขณะแล้วจึงบอกคำตอบที่ผมสงสัย
“ก็เป็เด็กขยันดีนะ..งานหนักแค่ไหนก็ไม่เคยบ่น”
“แล้วนิสัยส่วนตัวล่ะ?” ผมถามต่อ
“ก็ดี เป็คนร่าเริง..เข้ากันได้กับทุกคน” งั้นเหรอ แต่เท่าที่เห็นมันดูเป็เด็กอวดดีซะมากกว่า
“เออ..เสาร์-อาทิตย์นี้ไม่มีงานอะไรใช่ไหม?” ผมรีบถามเลขาฯทันทีเพราะจำได้ว่าวันหยุดที่จะมาถึงนี้ตารางผมว่างไม่มีธุระต้องพบใคร
“ใช่” เตชินก้มมองดูแฟ้มแล้วตอบยืนยัน
“งั้นเสาร์-อาทิตย์นี้ ช่วยไปไหนก็ได้ทีนะ..จะกลับบ้านที่ชลบุรีก็ได้ ฉันจะไปเรียนทำเค้กกับตามน่ะ”
“เรียนทำเค้ก?” เตชินถามทวนซ้ำเพราะเ้าตัวรู้ว่าผมถนัดเป็ผู้บริโภคมากว่าจะลงมือทำด้วยตัวเอง ก่อนที่เขาจะแสดงสีหน้าเหมือนเข้าใจความคิดผมโดยที่มิวายส่งสายตาพิฆาตมาให้เบา ๆ
“นี่แกคิดจะจริงจังกับลูกพี่ลูกน้องฉันจริง ๆ ใช่ป่ะ?” เตชินถามซ้ำอีกครั้งจากเมื่อครั้งก่อนที่เ้าตัวไม่ได้สนใจอะไรเท่าไร
“ชิน..ฉันขอยืนยันด้วยเกียรติของตัวเองเลยนะ..ว่าฉันจริงจังกับตามจริง ๆ เกิดถ้ามีวันไหนที่ฉันทำให้น้องแกเสียใจ ฉันอนุญาตให้แกต่อยหน้าฉันได้เลย” ผมตอบยืนยันเสียงหนักแน่น โดยยื่นข้อเสนอให้เ้าตัวสามารถต่อยหน้าผมได้หากผมผิดคำสัญญาซึ่งเ้าตัวก็พยักหน้ารับแล้วเผยรอยยิ้มจาง ๆ และทำท่าหักนิ้วทำเป็ขู่เสียอย่างนั้น
“ฉันจะคอยดู”
โปรดติดตามตอนต่อไป..
--ลูกชายไรท์มันเ้าแผนการว่ะ--