第4章
กาลเวลาพัดผ่านเข้า500ปี
หมู่บ้านซูยังคงครึกครื้นเช่นหลายปีที่ผ่านมาผู้คนจากรุ่นสู่รุ่นเปลี่ยนไปให้สืบทอดต่อๆกันไป
"ถังหูลู่! ถังหูลู่!" เสียงนุ่มเอ่ยดังกังวานไม้ไผ่ในมือเรียวมีมัดฟางเสียบด้วยถังหูลู่นับสิบไม้ รอยยิ้มอบอุ่นพร้อมดวงตากลมแต่ั์ตาสีดำสนิทเดินทั่วหมู่บ้านริมฝีปากสีดอกเหม่ยฮวาเอ่ยร้องเรียกซ้ำๆไปมา ถึงแดดวันนี้จะร้อนจัดเพียงไดเด็กหนุ่มวัย25ปีก็ไม่เหนื่อย และยังคงรอยยิ้มไม่จางหาย
"พี่ชายๆ ขอถังหูลู่อันหนึ่ง"เด็กน้อยตัวอ้วนเดินมาดึงชายผ้าเบาๆ เทียนอี๋ก้มมองด้วยรอยยิ้มอบอุ่นก่อนจะดึงถังหูลู่ให้เด็กน้อยหนึ่งไม้
"ขอบคุณพี่ชาย"เด็กน้อยแก้มขาวดังซาลาเปายิ้มดีใจแล้วรีบวิ่งไปหาพ่อแม่ที่ยืนรออยู่
ครอบครัวเทียนอี๋เป็ครอบครัวเล็กๆอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซูมีอาชีพขายถังหูลู่ เงินที่ได้ก็แค่อยู่ไปวันๆ ไม่ได้มีกินมีใช้มากมายแต่ก็ไม่อดอยากเช่นขอทาน
"อาอี๋ วันนี้เป็เช่นไรบ้าง"เทียนซื่อแม่เทียนอี๋เอ่ยถามลูกชายด้วยความเป็ห่วง หลังจากเทียนอี๋กลับมาจากการขายถังหูลู่ใบหน้าหวานหันมองผู้เป็แม่ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"วันนี้ข้าขายได้ตั้งห้าไม้"เทียนอี๋บอกพลันยกมือเป็ท่าทาง ทำให้ผู้เป็น้องยู่ปากล้อเลียนเพียงเล็กน้อย
"ข้าได้ตั้งสิบไม้ ไม่เห็นต้องโม้อย่างเ้าเลย"เทียนต้านเอ่ยขัดด้วยความหมั่นไส้พี่ชาย ดวงตากลมหันมองผู้เป็น้องชายพลันหยอกล้อกันตามประสา
"ชิ๊" เทียนอี๋ยู่ปากหมั่นไส้การหยอกล้อของสองพี่น้องสร้างรอยยิ้มและสายตาเอ็นดูของผู้เป็แม่ ภายในบ้านหลังเล็กมีเพียงเทียนอี๋วัย25แม่วัย59และน้องชายวัย16 ส่วนผู้เป็บิดานั้นได้ตายจากพวกเขาทั้งสามแม่ลูกไปนานแล้วบ้านหลังนี้จึงมีเทียนอี๋เป็เป็เสาหลัก
"พรุ่งนี้ข้าจะพยายามขายให้หมด"เทียนอี๋นั่งลงพลางจับตะเกียบคีบข้าวเข้าปากเทียนต้านส่ายหน้าพลันยิ้มขำให้กับความพยายามของพี่ชาย
บ่ายคล้อยของวันใหม่ แดดวันนี้ช่างร้อนกว่าเมื่อวานความร้อนทำให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายต่างก็ยกมือปาดเหงื่อที่ไหลลงมาตามใบหน้าเทียนอี๋แบกไม้ถังหูลู่มาหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำข้างสะพานพลางยกมือเรียวปาดเหงื่อบนใบหน้า
"หนีไป! "เสียงดังลั่นพร้อมเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งจากสะพานมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่เทียนอี๋หันมองสบตากับเ้าของเสียงทุ้มคนนั้น ผมสีดำสนิทถูกรวบมัดไว้กลางสรีระสวมชุดสีน้ำเงินตัดทองปักลวดลายสวยงาม สายตาเกียจชังสบมองเทียนอี๋ด้วยความเกรี้ยวกราดไฟในอกลุกโชนอยากเข้ามาฆ่าคนตรงหน้าให้ตาย หากไม่ติดที่มีคนจากอาณาจักรน้ำแข็งไล่หลังมา
"หยุด! "เสียงดังลั่นไล่หลังมาติดๆ ชายแปลกหน้าจำใจรีบวิ่งหนีหายเข้าไปในฝูงชนเทียนอี๋ลุกขึ้นยืนมองตามแผนหลังคุ้นเคยนั้น แต่ในความคุ้นเคยกับมีความหวาดหวั่น จึงทำให้ไม่ทันระวังตัว
ปึก! ตุบ!ไม้ไผ่ที่มีถังหูลู่สิบไม้หลุดออกจากมือเรียว หล่นลงพื้นแตกกระจายไม่มีชิ้นดี เทียนอี๋มองถังหูลู่ที่ยังขายไม่ได้ด้วยความคุกรุ่นพลันเงยหน้ามองนายทหารแล้วก้มใบหน้ามองถังหูลู่ที่แตกอยู่บนพื้นส่วนนายทหารในชุดชาวบ้านธรรมดาคนนั้นก็มีสีหน้าหงุดหงิดไม่น้อย ที่เทียนอี๋มาขวางทางตน
"เ้า! หลบไป!"มือหยาบผลักร่างของเทียนอี๋ให้หลบออกจากเส้นทางเทียนอี๋ล้มลงบนพื้นด้วยใบหน้าเ็ป ก่อนจะตวัดสายตามองนายทหารผู้นั้น
"เ้า! คิดว่าใหญ่มาจากไหนกัน!"เทียนอี๋ลุกขึ้นประจันหน้ากับทหารนายนั้น
เสียงดังโวยวายเริ่มเรียกความสนใจให้บุรุษในชุดขาวปักลวดลายสวยงามใบหน้าหล่อเหลามองตรงมาทางต้นเสียง ผมดำสนิทถูกรวบไว้ครั้งสรีระข้างกายมีองครักษ์หญิงสองคนเดินเคียงข้าง เพียงได้สบตา เหยียนซานพลันหยุดนิ่งภาพของเสวี่ยนฮวาซ้อนทับกับบุรุษตรงหน้า ดวงตากลมสีดำสนิทมองมาทางเหยียนซานพร้อมความสงสัยช่างบริสุทธิ์เหมือนดวงตาที่เหยียนซานรู้จัก