จ้าวเป่าฉินมองอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักเธอยังมึนๆ งงๆ ที่จู่ๆ ก็มาอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักอีกทั้งยังเจอปลาหมึกั์พูดได้อีก เธอยังไม่ทันคิดอะไร พลัน! ก็ได้ยินเสียงโครมครามดังมา แล้วก็เห็นปลาหมึกั์ตัวนั้นวิ่งกลับมา
“นายท่านเ้าขาท่านไม่ได้ให้หยกข้าแล้วข้าจะไปซื้ออาภรณ์ได้อย่างไร” เถากลืนจิตโวยวายลั่นวิ่งคึกๆ กลับมาหยุดหอบตรงหน้าจางอี้ปิน
จางอี้ปินมองมันแล้วพูดคำหนึ่ง“อ่อ”
เขาเอาถุงหยกปราณ์ออกมาแล้วยื่นให้มัน
เถากลืนจิตรับถุงหยกฯไปแล้วก็รีบวิ่งจากไป
จ้าวเป่าฉินมองอย่างอยากรู้อยากเห็นเธอไม่รู้ว่า ‘หยก’ ที่เถากลืนจิตพูดถึงคือหยกอะไรสำหรับเธอแล้วคิดว่าคงเป็หยกเขียว หยกขาวเหมือนที่ขายกันตามร้านจิลเวอรี่ล่ะมั้ง
จางอี้ปินเห็นท่าทางอยากรู้อยากเห็นของจ้าวเป่าฉินเขาจึงเอาถุงหยกอีกถุงออกมาแล้วยื่นไปให้นาง “นี่คือหยกปราณ์”
จ้าวเป่าฉินก้าวไปใกล้เขายื่นมือไปรับถุงผ้ามา แล้วเทของในถุงออกมาดู เธอเห็นก้อนหินสีเขียวสวยแปลกตาขนาดเท่าหอยแครงกลิ้งออกมาอยู่บนฝ่ามือเธอหยิบมันขึ้นพลิกไปพลิกมา มองดูอย่างสนอกสนใจแล้วจดจำว่าสิ่งนี้คือหยกปราณ์
“นี่คือหยกปราณ์ระดับต่ำ”จางอี้ปินบอก
จ้าวเป่าฉินพยักหน้าจดจำเอาไว้แล้วเอาหยกใส่ถุงยื่นคืนไป
จางอี้ปินรับถุงคืนไปแล้วเก็บไป
จ้าวเป่าฉินเห็นว่าท่าทางเขาดูเป็คนใจดีจึงถามว่า“ที่นี่คือ?”
“แดนเทพ”จางอี้ปินตอบ
จ้าวเป่าฉินเบิกตาโต“แดนเทพ?”
“ก็แดนเทพน่ะซิ” จางอี้ปินย้ำ“เ้าคงจะพลัดหลงเข้ามากระมัง ข้าเจอเ้าแถวชายแดนระหว่างแดนเทพกับยมโลกตอนนั้นเ้ากำลังจะถูกเ้าตัวตะกละกินแล้ว ดีที่ข้าช่วยทันไม่เช่นนั้นป่านนี้เ้าถูกมันกินจนแม้แต่ิญญาก็ไม่เหลือ”
“หา!” จ้าวเป่าฉินอ้าปากค้าง เธอเกือบถูกไอ้ปลาหมึกประหลาดนั่นกินเหรอ!
“เอาเถอะๆเ้าคงจะใไม่น้อย เ้าก็ค่อยๆ ตั้งสติเถิดถึงอย่างไรตอนนี้เ้าก็เป็ครึ่งเทพแล้ว ไม่อาจกลับไปแดนมนุษย์ได้แล้วเ้าก็เร่งบำเพ็ญเพียรให้กลายเป็เทพเถอะ” จางอี้ปินบอกอย่างมีเมตตา
จ้าวเป่าฉินงุนงง “ครึ่งเทพ?แดนมนุษย์?”
“เ้าก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละนิดเถอะถึงอย่างไรเ้าก็ต้องอยู่ในแดนเทพนี้ไปอีกนานเชียวล่ะ” จางอี้ปินบอก
จ้าวเป่าฉินเอียงคอมองอย่างงุนงง“เรียน?”
“ใช่ ค่อยๆเรียนรู้ไปทีละนิดทีละน้อย อีกหน่อยเ้าก็จะเข้าใจดินแดนทั้งหกภพเองแหละ”จางอี้ปินพยักหน้า
จ้าวเป่าฉินพยักหน้ารับอย่างงงๆเื่เรียนเธอไม่เกี่ยงหรอก ว่าแต่เธอจะเรียนยังไงเหรอ?เข้าเรียนในสถานศึกษาเหรอ?
จางอี้ปินอ่านสีหน้าท่าทางของจ้าวเป่าฉินแล้วพอจะเข้าใจจึงพูดว่า“ในเรือนข้ามีตำราอยู่เดี๋ยวรอให้เ้าแต่งกายให้เรียบร้อยดีแล้วข้าจะให้เ้าตัวตะกละเอาตำราไปให้เ้าอ่าน”
“อ่อ” จ้าวเป่าฉินพยักหน้ารับรู้เธอยกมือไหว้เขา “ขอบคุณคุณมากค่ะ”
“คำพูดเ้าฟังแล้วแตกต่างจากข้าถ้าจะให้ดีเ้าก็ควรจะหัดพูดจาให้เหมือนข้าดีกว่าวันหน้าเ้าออกไปข้างนอกจะได้ไม่ถูกใครเขารังแกเอาเพราะเห็นเ้าเป็คนต่างถิ่นส่วนใหญ่แล้วเทพใหม่มักจะถูกเทพที่อยู่มานานรังแกเอาดังนั้นถ้าเ้าไม่อยากถูกคนรังแกเพราะสาเหตุนี้เ้าก็ควรหัดพูดให้เหมือนข้าจึงจะดีที่สุด”จางอี้ปินบอก
จ้าวเป่าฉินพยักหน้าเข้าใจเื่คนต่างถิ่นถูกเ้าถิ่นรังแกเธอก็เคยเห็นบ่อยไปในเมืองปักกิ่งยิ่งในมหาวิทยาลัยยิ่งมีให้เห็นประจำ ประมาณว่าเด็กใหม่ก็มักจะถูกรุ่นพี่ข่มอะไรประมาณนั้นแต่สำหรับเธอ เธอไม่เคยถูกรุ่นพี่ข่มเลยนะ ก็ลองมาข่มเธอซิ เธอจะเอาขาอ้วนๆของเธอพาดคอคนๆ นั้นให้ดู ฮ่าๆๆๆ
เห็นเธออ้วนๆ แบบนี้แต่เธอก็เรียนวิชาป้องกันตัวมานะ ก็สมัยนี้คนร้ายมันเยอะนี่นา ขนาดยายเฒ่าอายุเจ็ดสิบแปดสิบยังโดนข่มขืนเลยแล้วเธอเป็สาวเป็นางวันไหนจะตกเป็เหยื่อโจรบ้ากามเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ไม่ต้องโจรบ้ากามก็ได้ เอาแค่พวกวิ่งราวก็เยอะจนเกลื่อนเมืองแล้วดังนั้นเป็หมัดมวยบ้างก็ย่อมได้เปรียบบ้างล่ะ
“เอาล่ะในเมื่อเ้าเข้าใจแล้ว เ้าก็ไปเถอะ” จางอี้ปินโบกมือไล่
จ้าวเป่าฉินมองเขาแล้วหมุนตัวเดินกลับบ้านที่เธอนอนเมื่อครู่ก็ยืนอยู่ต่อหน้าผู้ชายหล่อๆ มีผ้าห่มพันตัวผืนเดียวเธอก็รู้สึกเขินๆ นะเธอรีบเดินกลับไปอย่างเร็วมาก
จางอี้ปินมองนางอย่างปราณี
หากเทียบอายุกันแล้วเขานั้นแก่กว่านางมากนัก เขาอายุเท่าไหร่ อย่ารู้เลยรู้แล้วเดี๋ยวจะใตายเสียก่อน แต่รูปลักษณ์ของเขายังดูหนุ่มแน่นมีเพียงผมที่เป็สีขาวทั้งศีรษะ หากมองเื้ัย่อมคิดว่าเขาเป็ผู้เฒ่าแต่เมื่อมองหน้าตา ผู้คนมักจะคาดเดาว่าเขาอายุไม่เกิน 30 ปีอีกทั้งหากจะดูอายุจากกระดูก ผู้คนก็ไม่อาจดูอายุจากกระดูกเขาได้ด้วยพลังของคนพวกนั้นต่ำกว่าเขาคนเดียวที่สามารถมองอายุกระดูกของเขาได้ก็คือตี้จวิน แต่ถึงตี้จวินจะรู้อายุของเขาตี้จวินก็ไม่เคยบอกใครๆ เพราะตี้จวินนั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับเื่ทางโลก
ตัวเขาเองก็ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับเื่ทางโลกมากนักน้อยนักที่เขาจะออกจากบ้านส่วนใหญ่แล้วเป็เพราะเ้าตัวตะกละแอบหนีไปทำให้เขาเป็ห่วงจนต้องออกไปตามหา
เ้าตัวตะกละตัวนี้เขาพบมันั้แ่มันยังตัวเท่าถังไม้เขาเอามันมาเลี้ยงหวังจะรอให้มันโตแล้วจับมันตุ๋นกิน แต่เลี้ยงไปเลี้ยงมาเขาก็ตุ๋นมันไม่ลง จึงได้ปล่อยให้มันเติบใหญ่จนบัดนี้
จ้าวเป่าฉินเดินเข้าบ้านเธอเดินไปนั่งที่เตียง เธอไม่คิดจะนั่งที่เก้าอี้เพราะเก้าอี้ตัวเล็กเกินไปนั่งไม่สบาย อีกทั้งไม่แน่ใจว่าเก้าอี้จะรับน้ำหนักตัวเธอไหว เกิดนั่งๆไปแล้วมันหักขึ้นมาล่ะ เธอก็เจ็บตัวน่ะซิ
เธอนั่งมองไปรอบๆครุ่นคิดเื่ต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย ไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วยมทูตสุดหล่อบอกว่าเธอตายแล้วอันนั้นเธอเข้าใจดี เพราะยังจำได้ถึงความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกสำลักน้ำจนเจ็บไปหมด เ็ปทรมานอยู่นาน(ในความรู้สึกของเธอ)เมื่อยมทูตบอกว่าเธอตายแล้ว เธอก็รับรู้และทำใจยอมรับได้ ก็จะให้ทำยังไงล่ะร่างเธอก็เผาไปแล้วนี่นา ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรเหยียนหลัวหวางก็ตัดสินให้เธอไป์แล้ว
ว่าแต่์เป็สถานที่แบบไหนเธอก็ยังไม่ทันได้เห็นจู่ๆ ก็มาอยู่ที่นี่แล้ว
ผู้ชายผมขาวคนนั้นบอกว่าที่นี่คือแดนเทพแล้วแดนเทพนี่เป็สถานที่แบบไหนกันนะ? คิดๆ แล้วดูเหมือนว่า์กับแดนเทพจะเป็สถานที่คนละแห่งกันใช่ป่ะ?
“ไอหยา! อาภรณ์เ้าหายากเสียจริง”
จ้าวเป่าฉินหยุดคิดแล้วเงยหน้ามองเห็นปลาหมึกั์ อ่อ ต้องเรียกว่าอะไรนะ เถา...เถา? อ่อ เถากลืนจิต
เธอเห็นมันยืนอยู่นอกประตูเธอเพิ่งสังเกตขนาดประตูว่ามีขนาดใหญ่มากตอนเธอเดินเข้ามาก็เดินเข้ามาได้อย่างสบายมากจึงไม่ทันได้สังเกตความแตกต่างเื่นี้
เถากลืนจิตเดินผ่านประตูเข้าไปแล้วเอาผ้าหลายพับออกมาจากหยกคุนเฉียน*มันวางผ้าบนโต๊ะเป็ตั้งๆ 3 ตั้ง แล้วบอกว่า “นี่ของเ้า”
(หยกคุนเฉียนคือหยกที่ใช้เก็บข้าวของ ภายในหยกมีขนาดเล็กใหญ่ต่างกันตามราคา ยิ่งมีพื้นที่ใหญ่ราคาก็ยิ่งแพง)
จ้าวเป่าฉินมองผ้า 3ตั้งนั้นแล้วมองเถากลืนจิต
“อาภรณ์ที่ตัดเย็บแล้วขนาดเท่าตัวเ้าล้วนไม่มีข้าจึงซื้อผ้ามาให้เ้า เดี๋ยวข้าจะตัดเย็บอาภรณ์ให้เ้าเอง” เถากลืนจิตบอก
จ้าวเป่าฉินมองเถากลืนจิตแล้วสงสัยว่ามันจะตัดเย็บอาภรณ์ยังไง?
เถากลืนจิตยกเถาเส้นหนึ่งขึ้นทำท่าคล้ายกวักมือ“เ้ามานี่”
จ้าวเป่าฉินมองมัน“จะทำอะไร?”
เธอถามมันอย่างรู้สึกหวาดผวากลัวว่ามันจะจับเธอกิน
“ลุกมานี่ข้าจะได้วัดตัวเ้าแล้วตัดเย็บอาภรณ์น่ะซิ” เถากลืนจิตบอกพอเห็นสีหน้าหวาดผวามันจึงพูดย้ำว่า “นี่ๆ ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะกินเ้าหรอกนายท่านช่วยเ้าไว้ ตอนนี้เ้าก็ถือว่าเป็คนของนายท่าน ข้าไม่กล้ากินเ้าแล้วสบายใจได้ มาเร็วๆ ข้าไม่ได้มีเวลามาคอยเ้าทั้งวันหรอกนะ ข้ายังต้องไปตัดไม้ทำเครื่องเรือนให้เ้าอีกไหนจะต้องไปปัดกวาดถูเรือนให้นายท่านอีก ทั้งยังต้องต้มน้ำ ชงชา ทำกับข้าวไปเก็บผลไม้ ปลูกผัก...”
“พอๆไม่ต้องจาระไนแล้ว” จ้าวเป่าฉินยกมือขึ้นท่าพระพุทธรูปปางห้ามญาติทันทีเธอี้เีฟังมันพูดพร่ำ เธอจ้องมัน ถามย้ำ “ไม่กินแน่นะ?”
“วะ! เ้านี่นะ ข้าบอกว่าไม่กินก็ไม่กินซิ!ถึงข้าจะชอบกินิญญาก็จริง แต่ตอนนี้เ้าเป็ครึ่งเทพแล้ว ข้าไม่กล้ากินหรอกเดี๋ยวนายท่านรู้เข้าได้เอาข้าไปตุ๋นน่ะซิ” เถากลืนจิตพูดอย่างโมโหหน่อยๆ
จ้าวเป่าฉินมองมันอย่างชั่งใจตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นเลย เธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับปลาหมึกประหลาดตัวนี้ ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชายผมขาวคนนั้นดังนั้นตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือลองเชื่อใจมันดูล่ะกัน ถ้ามันคิดจะกินเธอเธอก็จะสู้ยิบตาเลยคอยดูซิ ถึงฝีมือเธอจะไม่ดีนัก แต่ก็พอป้องกันตัวได้บ้างนะ กฎ 3ข้อในการเอาตัวรอดคือ ข้อหนึ่ง หนีก่อน ข้อสอง หนีไม่ได้ก็แอบ ข้อสามแอบไม่ได้ก็ต้องสู้ล่ะ สู้แบบหมาจนตรอกก็ต้องสู้ ไม่สู้ก็ตาย มีแค่นี้เอง
เธอลุกขึ้นเดินไปหามัน
เถากลืนจิตมองๆพอนางมายืนห่างๆ มันก็เอาเครื่องเขียนออกมาวางบนโต๊ะ แล้วขยับไปหานาง
จ้าวเป่าฉินก้าวถอยหลังทันทีตามสัญชาตญาณทำให้เถากลืนจิตด่าอย่างโมโห “วะ! เ้าจะถอยไปทำไม!?”
“ก็ฉันกลัวนี่”จ้าวเป่าฉินพูดออกมา
“ไม่ต้องกลัวไม่กินก็คือไม่กิน ข้าก็มีศักดิ์ศรีนะ” เถากลืนจิตพูดอย่างเย่อหยิ่งมันเชิดหน้าอย่างหยิ่งทะนงยิ่ง
จ้าวเป่าฉินมองมันแล้วค่อยๆ ก้าวขาไป 1 ก้าวอย่างระแวง
เถากลืนจิตมองอย่างรำคาญมันจึงยื่นเถาเกือบทั้งหมดออกไป รัดพันรอบตัวสตรีอ้วนอย่างรำคาญ
“เฮ้ย!” จ้าวเป่าฉินร้องลั่น ไม่ทันได้ปัดป้องก็ถูกรัดทั้งตัวแล้วเธอกำลังจะยกมือต่อสู้ แต่พอยกมือขึ้น ข้อมือที่ถูกรัดก็ถูกปล่อยแล้ว อึดใจต่อมาตัวเธอก็ถูกปล่อยเป็อิสระแล้ว เธอกะพริบตาปริบๆ
เถากลืนจิตปล่อยสตรีอ้วนแล้วมันก็หันไปหยิบพู่กันมาขีดเขียนยิกๆ“โอ เ้านี่ช่างอวบอ้วนยิ่งนัก”
มันเขียนไปพลางบ่นพึมพำไปด้วย
“ฮึ!” จ้าวเป่าฉินแค่นเสียงอย่างไม่ชอบใจ ก็เธออ้วนแล้วมันหนักหัวใครฟร่ะ!
เถากลืนจิตมัวแต่ขีดเขียนจึงไม่สนใจสตรีอ้วนมันเขียนๆ ตวัดพู่กันไปมาพักใหญ่ ครั้นเขียนเสร็จแล้วมันก็วางพู่กันลงแล้วเก็บเครื่องเขียนไป เหลือเพียงกระดาษหลายแผ่นบนโต๊ะ
จ้าวเป่าฉินชะเง้อคอดูกระดาษบนโต๊ะเห็นตัวอักษรแปลกตา แต่น่าแปลกที่เธอกลับเข้าใจอักษรเ่าั้ เธออ่านออกเสียง 1แถว “แขนยาว 6 คืบ”
“หือ?”เถากลืนจิตหันไปมองสตรีอ้วน ถามว่า “เ้าอ่านอักขระเหล่านี้ได้ด้วยรึ?”
“ก็อ่านได้ทำไมเหรอ?” จ้าวเป่าฉินย้อนถาม
เถาะกลืนจิตจ้องนางพูดว่า “ิญญาที่เคยหลุดหลงมา ไม่เคยมีใครเข้าใจภาษาของที่นี่ อย่าว่าแต่อ่านเลยแค่พูดยังพูดไม่ได้เลย”
จ้าวเป่าฉินเอียงคออย่างฉงน“ฉันก็พูดอยู่เนี่ย แล้วก็ฟังคุณเข้าใจด้วย”
“ประหลาดนัก”เถากลืนจิตพูดอย่างแปลกใจ มันจ้องมองสตรีอ้วนเขม็งแล้วยื่นเถาไปชี้ที่อักขระบนกระดาษแถวหนึ่ง “เ้าอ่านนี่ซิ”
จ้าวเป่าฉินมองกระดาษแล้วอ่าน“คอ 4 คืบ”
“โอเ้าอ่านได้จริงๆ” เถากลืนจิตพูดอย่างประหลาดใจมาก มันหันไปมองสตรีอ้วนจ้องนางราวกับนางเป็ตัวประหลาดที่ผุดออกมาจากฟากฟ้าอย่างไรอย่างนั้น
“เ้ากินอะไรเข้าไป?หรือใครให้ของวิเศษกับเ้า?” มันถามอย่างอยากรู้ยิ่ง
จ้าวเป่าฉินส่ายหน้าก็เธอไม่รู้จริงๆ ว่าเหตุใดถึงได้ฟังเข้าใจ อ่านได้ ก็เหมือนกับที่เธอฟัง พูด อ่านเขียน ภาษาอังกฤษได้นั่นแหละ เธอต้องเก่งภาษาอังกฤษเพราะตำราเรียนของเธอเป็ภาษาอังกฤษทั้งหมดก็เธออยากเป็หมอนี่นา ดังนั้นเธอจึงเลือกเรียนสายแพทย์ แต่พอได้ทำงานเธอกลับเลือกเป็หมอนิติเวชก็นะศพมันไม่เคยบ่นว่าเธออ้วนนี่
“เอาเถอะเื่นี้เอาไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้ข้าต้องตัดเย็บอาภรณ์ให้เ้าก่อน ขืนให้เ้าใช้ผ้าห่มเช่นนี้เกิดผ้าหลุดต่อหน้านายท่านขึ้นมาได้อับอายแย่”เถากลืนจิตพูดขึ้นมา แล้วหันไปจัดแจงเื่ตัดเย็บอาภรณ์ต่อ
จ้าวเป่าฉินเห็นเถากลืนจิตไม่สนใจเธอแล้วเธอจึงถอยห่างออกไป แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะเมื่อนึกขึ้นได้แล้วเธอจึงถามเถากลืนจิตว่า “นี่ๆ ห้องน้ำอยู่ไหนเหรอ?”
“ห้องน้ำ?”เถากลืนจิตหันไปมองอย่างไม่เข้าใจ
จ้าวเป่าฉินจึงอธิบายว่า“ก็ห้องที่ใช้อาบน้ำไง ฉันอยากอาบน้ำ”
“อ่อเ้าอยากอาบน้ำก็ไปที่ลำธารนู้น” เถากลืนจิตยกเถาเส้นหนึ่งชี้ออกไปด้านนอก
จ้าวเป่าฉินมองตามแล้วเดินออกไป
เถากลืนจิตหันไปจัดแจงตัดเย็บอาภรณ์ต่อมันคลี่ผ้าออกแล้ววัดๆ ทาบๆ กับเถาตัวเองไปมา
จ้าวเป่าฉินเดินไปเรื่อยๆกวาดตามองหาลำธารพร้อมกับมองสำรวจสถานที่ไปด้วย
จนกระทั่งเธอเดินไปถึงลำธารสายหนึ่งน้ำใสแจ๋วมาก ใสจนเห็นทรายก้นลำธาร ใสราวกับไม่มีน้ำยังไงอย่างงั้นแหละเธอมองไปรอบๆ ดูว่ามีใครอยู่แถวนี้รึเปล่าเมื่อไม่เห็นใครเธอจึงแกะผ้าออกวางไว้บนพุ่มไม้ แล้วรีบเดินไปเอานิ้วเท้าแตะๆ น้ำน้ำเย็นปกติ อีกทั้งนิ้วเท้าเธอก็ปกติมาก เธอจึงก้าวลงไปในน้ำแล้วรีบอาบน้ำอย่างไวสุดชีวิต ขัดๆ ถูๆ ตัวไปทั่วๆเมื่อรู้สึกว่าสะอาดแล้วเธอก็รีบขึ้นทันที
ก็มันรู้สึกแปลกๆอ่ะ เธอไม่เคยอาบน้ำแบบ Outdoor เลยนะอีกทั้งเธอกลัวว่าอาจจะมีใครโผล่มาก็ได้ เธอไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างหรอกนะถึงเธอจะอ้วนแต่ก็หวงเรือนร่างนะโว๊ย!
ใครอยากดูก็ต้องจ่ายตังซิขนาดผู้ชายไปขอผู้หญิงแต่งงานยังต้องหอบสินสอดไปขอเลยดังนั้นร่างกายผู้หญิงจึงมีคุณค่านะ ไม่ใช่ของให้ดูฟรีๆ เฟ้ย
เมื่อขึ้นจากน้ำแล้วเธอก็รีบหยิบผ้ามาพันตัวให้แ่าเหมือนเดิมทันทีหลังจากอาบน้ำแล้วเธอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก จากนั้นเธอก็เดินกลับไปที่บ้านหลังเดิม
เมื่อกลับไปถึง เธอก็เห็นเถากลืนจิตกำลังยุ่งง่วนกับกองผ้าเธอจึงยืนมองมันอยู่หน้าประตู
เถากลืนจิตได้ยินเสียงฝีเท้าจึงเงยหน้าหันไปดูพอเห็นว่าเป็สตรีอ้วนมันจึงกวักเถาเรียก “มาๆเ้ามาลองอาภรณ์ที่ข้าเย็บเสร็จแล้วซิ”
จ้าวเป่าฉินจึงเดินเข้าไปในบ้านเถากลืนจิตก็ยื่นอาภรณ์ชุดหนึ่งให้นาง “นี่ เอาไปใส่”
จ้าวเป่าฉินรับอาภรณ์มากางดูเห็นว่าลักษณะคล้ายเสื้อผ้าแบบยุคโบราณ แต่ต่างกันตรงที่แขนไม่ได้กว้างๆเหมือนชุดโบราณ เธอมองๆ หาที่เปลี่ยนชุด แล้วก็เห็นฉากกั้นอันหนึ่งทำจากไม้กับผ้าผ้าเป็สีพื้น ไม่มีลวดลายอะไร เธอจำได้ว่าก่อนออกไป ในห้องยังไม่มีฉากอันนี้เลยนะเธอมองฉากอันนั้นอย่างสงสัย
เถากลืนจิตเห็นสตรีอ้วนมองฉากกั้นมันจึงบอกว่า “นั่นข้าเพิ่งทำเสร็จ ยังไม่ได้ปักลาย รอไว้ข้ามีเวลาแล้วจะปักลายให้ตอนนี้เ้าก็ใช้เช่นนี้ไปก่อนเถอะ”
“คุณทำ?”จ้าวเป่าฉินถาม
“ใช่”เถากลืนจิตเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจมาก แล้วคุยอวดว่า “เรือนหลังนี้ข้าก็สร้างเตียงนั่นข้าก็ต่อ โต๊ะนี่ข้าก็ทำเอง”
จ้าวเป่าฉินมองมันอย่างทึ่งมากต้องยอมรับเลยว่าปลาหมึกั์ตัวนี้เก่งมาก เธอชูนิ้วโป้งให้มัน
“หือ?”เถากลืนจิตทำหน้าฉงน
“อ่อแบบนี้หมายถึงว่า คุณสุดยอด” จ้าวเป่าฉินอธิบายให้ฟัง
“อ่อ”เถากลืนจิตพยักหน้าเข้าใจ แล้วโบกเถาไล่ “เ้ารีบไปเปลี่ยนซิข้าจะได้ดูว่าพอดีหรือไม่”
“ขอบคุณค่ะ”จ้าวเป่าฉินพูดขอบคุณจากใจจริงๆ ดูๆ ไปแล้วเถากลืนจิตก็นิสัยดีเหมือนกันนะ
เธอเดินไปหลังฉากกั้นแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า ซึ่งที่นี่เรียกว่าอาภรณ์นั่นแหละ
หลังจากเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จแล้วเธอก็เดินออกไป
เถากลืนจิตมองๆแล้วก้าวไปหา จ้าวเป่าฉินชะงักถอยหลังไป 2 ก้าว
“วะ! เ้านี่นะ จะหนีทำไม!?” เถากลืนจิตยกเถาเท้าสะเอว
จ้าวเป่าฉินยืนนิ่งหน้าแหยๆ“คือ...คือ...”
“ช่างเถอะๆ มาๆขยับมาให้ข้าดูดีๆ” เถากลืนจิตบอกพลางยื่นเถาไปจับข้อมือสตรีอ้วน
จ้าวเป่าฉินเกือบจะสะบัดมือแล้วรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้จะทำอะไรเธอ เธอจึงข่มใจไม่สะบัดออก
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ