หลังจากหมอหลวงเดินทางมาถึง เขาได้รับทราบรายละเอียดระหว่างเดินทางแล้ว จึงรีบถวายการตรวจสอบร่างกายของฮ่องเต้และองค์ชายทุกพระองค์ แต่เขาก็ไม่พบความผิดปกติอะไร จึงเรียนกับฝ่าาไปตามตรง หลังจากนั้นไม่นาน ขบวนนางกำนัลก็ยกอาหารที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม ซึ่งกำลังเป็ประเด็นในตอนนี้เข้าเรียงรายบนโต๊ะ
หมอหลวงรับอาหารที่แบ่งมาในแต่ละจานเพื่อตรวจสอบพิษอย่างละเอียดอยู่หลายครั้งก็ไม่พบความผิดปกติเช่นเดิม เขาจึงสงสัยในความอร่อยของอาหารแต่ละจานจึงลองชิมดูหนึ่งคำ และก็ได้พบว่าความอร่อยของอาหารนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ หากนี่เป็ความสามารถในการปรุงของพ่อครัว ชื่อเสียงอีกฝ่ายคงขจรไกลไปทั่วแคว้นแล้วก็เป็ได้ และอาจได้รับสมญานามว่าพ่อครัวเทวดาเสียด้วยซ้ำ
หมอหลวงคิดว่าไม่แปลกเลยที่ฮ่องเต้จะทรงพระกังวล เขาพูดคุยกับเว่ยกงกงและพ่อครัวที่ติดตามมาด้วย แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่อาจหาข้อสรุปได้ถึงสาเหตุของความเลิศรสของอาหาร ยิ่งเมื่อพ่อครัวสามารถปรุงอาหารอร่อยซ้ำได้อีก บางทีนี่อาจเป็สิ่งที่์ประทานลงมาก็เป็ได้
เมื่อจวินหลิงจางเสวียนได้รับการยืนยันอีกครั้งแล้วว่าอาหารพวกนี้ไม่มีอันตรายแม้จะยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของการเปลี่ยนแปลงนี้ก็ตาม เขาจึงทำได้เพียงให้คนของตัวเองติดตามอยู่เรื่อยๆ แล้วมีความสุขกับอาหารพวกนี้แทน
จวินหลิงหยางชุนเห็นว่าความตึงเครียดบนใบหน้าของเสด็จพ่อหายไป เขาจึงได้โล่งใจอย่างหมดห่วง
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้เขากังวลเสียจนลืมความเหม็นขมของยาที่ดื่มไปทันที
พี่ชายทั้งสี่คนทูลลาเสด็จพ่อกลับตำหนัก แต่ไม่ได้กลับไปมือเปล่า เพราะหอบอาหารที่พ่อครัวทำมาใหม่กลับตำหนักของตัวเองไปด้วย
เขาได้แต่มองตามหลังไปอย่างใว่าพี่ชายของเขามีกระเพาะที่ทำจากหลุมดำใช่หรือไม่ พวกท่านไม่คิดจะอิ่มให้นานกว่านี้หน่อยเหรอ
ในวันเช้าวันใหม่ ตำหนักของเสด็จพ่อก็ได้รับการมาเยือนจากเหล่าพี่ชายแต่เช้าเช่นเดิม เขาถูกพี่ชายแต่ละคนผลัดกันอุ้มกอด จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังโต๊ะทานอาหารทันที
คิดว่าเขามองไม่ออกเลยสินะว่าความตั้งใจของแต่ละคนคืออาหารแสนอร่อยจากตำหนักของเสด็จพ่อ...
ดวงตาคู่โตของจวินหลิงหยางชุน มองอาหารแต่ละจานตรงหน้าก็พบว่าเมนูแต่ละอย่างถูกพ่อครัวคัดสรรมาอย่างดีและล้วนแล้วแต่มีส่วนประกอบของวัตถุดิบระดับหนึ่งอยู่ด้วยทั้งสิ้น อาหารทุกจานจึงล้วนมีรสชาติที่ดีไม่ต่างจากเมื่อวาน
แต่หากยังมีวัตถุดิบไม่กี่ชนิดที่ถูกอัปเกรด อีกไม่กี่วันเขาคงได้ทานอาหารเมนูเดิมที่สลับวนไปมาอยู่เรื่อยๆ แน่นอน
เขาต้องหาวิธีแก้ไขเื่นี้กับระบบโดยเร็วเสียแล้ว
เขาน่ะคันปากจะแย่ อยากจะบอกความจริงออกไปเลยว่าที่อาหารมันอร่อยแบบนี้ก็เพราะมีระบบจาก์ช่วยอัปเกรดให้ แถมยังสามารถทำให้อร่อยได้มากกว่านี้อีก ถ้าอัปเกรดวัตถุดิบเป็ระดับห้า
แต่เขาไม่สามารถบอกออกไปได้ เนื่องจากว่ามันเป็ความลับของ์ที่ไม่อาจแพร่งพรายว่าเขาสามารถติดต่อกับ์ได้ และหากไม่นับเหตุผลนี้ แล้วเขาสามารถบอกออกไปได้จริงว่า์ได้ประทานระบบมาให้เขา มันก็ต้องเล่าย้อนไปอีกหรือไม่ว่าทำไมเขาถึงเป็ผู้ถูกเลือกจาก์ และสุดท้ายความจริงที่องค์ชายห้าสิ้นพระชนม์และถูกแทนที่ด้วยเขาก็ต้องถูกเปิดเผยออกมา รวมถึงการมีอยู่ของโลกที่เขาจากมาก็ด้วย
เขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าสถานการณ์ต่อจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้างและจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปในทิศทางไหน
ไม่นับว่าตัวเขาเองก็ยังมีภารกิจจาก์ที่ยังผูกมัดเอาไว้ว่าต้องทำให้สำเร็จอีกด้วย
[นายท่านไม่ต้องกังวลขอรับ ระบบได้ประสานงานเื่นี้กับ์ไว้แล้ว ทาง์จะจัดการแก้ปัญหานี้ให้ขอรับ]
เสียงจากระบบที่ดังขึ้นแบบไม่บอกไม่กล่าว ทำเอาจวินหลิงหยางชุนเผลอสะดุ้งเฮือกด้วยความใ ทำให้ทุกคนหันมามองอย่างกังวลจนเขาต้องรีบคิดข้อแก้ตัวในหัว
"ลูกเผลอกัดลิ้นตัวเองพ่ะย่ะค่ะ"
"เืออกหรือไม่ เสี่ยวชุนอ้าปากให้พ่อดูหน่อย"
ร่างเล็กได้ยินอย่างนั้นถึงกับส่ายหัวรัวๆ แล้วรีบบอกว่า
"ลูกไม่ได้ลงแรงเยอะพ่ะย่ะค่ะ เจ็บเพียงนิดเดียวเท่านั้น"
จวินหลิงจางเสวียนได้ยินดังนั้นจึงไม่เซ้าซี้ต่อ แต่สายตาของเขายังสังเกตอาการของเ้าตัวน้อย เมื่อเห็นว่ายังสามารถเคี้ยวอาหารจนแก้มป่องได้ตามปกติก็โล่งใจ
วันนี้าบนโต๊ะอาหารไม่รุนแรงเหมือนเมื่อวาน เนื่องจากเว่ยกงกงกำชับกับพ่อครัวให้เพิ่มปริมาณอาหารให้มากขึ้น เพื่อช่วยรักษาภาพลักษณ์ให้กับผู้เป็นายของตัวเอง ไม่ให้มีภาพการแย่งชิงอาหารเช่นเมื่อวานต่อหน้าธารกำนัลอีก
กลางดึก
จวินหลิงจางเสวียนที่กำลังนอนกอดบุตรชายคนเล็กต้องตื่นขึ้นมาเนื่องจากแสงสว่างที่ส่องจ้ากระทบกับดวงตาของเขา เปลือกตาพยายามลืมขึ้น เขากะพริบตาเพื่อปรับสายตาและก็ได้เห็นภาพที่ชวนตกตะลึง
เมื่อมีแสงสีทองกำลังล้อมรอบร่างเล็กของเสี่ยวชุนอยู่ จากนั้นเขาก็เห็นรอยสักรูปโสมสีทองบนหน้าผากสวยของบุตรชาย ก่อนที่จะซึมเข้าไปในิัจนหน้าผากกลับมาขาวเกลี้ยงไม่มีร่องรอยใดเหลืออยู่ ละอองแสงมากมายที่กำลังลอยพุ่งเข้าสู่ร่างกายของบุตรชายคนเล็กที่กำลังหลับใหลอย่างไม่รู้เื่ราวเรื่อยๆ จนกระทั่งทุกอย่างกลับสู่ความมืดเช่นเดิม
เขารีบจุดโคมไฟข้างเตียงทันที
ร่างสูงรวบร่างของบุตรชายขึ้นมากอดเพื่อหาความผิดปกติจากสิ่งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ นิ้วยาวของเขาลูบบริเวณกลางหน้าผากของเสี่ยวชุนอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ปรากฏรอยสักรูปโสมที่เขาเห็นเมื่อครู่ เขาขยี้ตาตัวเองซ้ำหลายรอบเพื่อยืนยันว่าเขาไม่ได้ตกอยู่ในความฝัน
จวินหลิงจางเสวียนกำลังอยู่ในภาวะตะลึงงัน
ทำไมลูกชายเขาจึงมีละอองแสงสีทองที่ไม่ใช่สิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นล้อมรอบกายท่ามกลางความมืดในยามกลางคืนแบบนี้ ไหนจะรอยสักรูปโสมที่เป็าาของสมุนไพรซึ่งหายเข้าไปในตัวบุตรชายคนนี้อีก
หรือนี่จะเป็นิมิตอันดีของ์ที่กำลังบอกอะไรบางอย่างแก่เขา
แต่ทั้งหมดนั้นมันเกี่ยวข้องอะไรกับเสี่ยวชุนที่เป็เด็กธรรมดาคนหนึ่งที่โชคร้ายมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงั้แ่เกิด
สมองของเขากำลังขบคิดอย่างหนักและเชื่อมโยงในหลายๆ สิ่งที่อาจจะเกี่ยวพันกับลูกชายของเขา
แสงสีทอง โสม และเสี่ยวชุน ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร
แขนแข็งแรงค่อยๆ ว่างลูกชายในอ้อมกอดลงบนเตียงเช่นเดิม พร้อมกับห่มผ้าเพื่อป้องกันอากาศเย็นอย่างมิดชิด
จวินหลิงจางเสวียนค่อยๆ นึกถึงบางอย่างได้ ไม่ใช่ว่า่นี้มีเื่ประหลาดเกิดขึ้นในวังหลวงของเขาหรอกเหรอ
อย่างอาหารในตำหนักของเขาที่มีรสชาติอร่อยต่างไปจากเดิมอย่างคาดไม่ถึง
บางที่เื่นี้ก็อาจเกี่ยวข้องกับเสี่ยวชุนเพราะก่อนที่อาหารในตำหนักของเขาจะรสชาติเปลี่ยนไป ก็เป็เสี่ยวชุนที่เสนอแนะให้พวกเขาไปเก็บเมล็ดบัวมาทำอาหาร อีกทั้งเ้าตัวน้อยยังขอไปเยี่ยมชมห้องเครื่องของเขาอีก
แต่ในวันนั้นนอกจากเมล็ดบัวแล้ว เสี่ยวชุนก็ไม่ได้แตะต้องอะไรเลย แล้วจะอธิบายถึงอาหารอื่นๆ ที่ไม่ได้เมล็ดบัวแต่ก็ยังมีความอร่อยเช่นกันด้วยเหตุผลอะไรล่ะ แม้แต่ข้าวหุงสุกเฉยๆ ก็ยังมีความอร่อยมากกว่าที่เคยได้กินมาก่อน
มือใหญ่นวดขมับตัวเองเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่ตีตื้นขึ้นมา เขาที่พยายามเชื่อมโยงเมล็ดบัวกับเสี่ยวชุน แต่เขาก็พบว่าเมล็ดบัวไม่ได้มีความผิดปกติอะไรเลยเช่นกัน เนื่องจากตอนอยู่ในศาลาเขาเองก็ได้กินเมล็ดบัวที่บุตรชายแกะเองกับมือ รสชาติของมันก็ยังฝาดเหมือนเดิมอยู่ดี
เขาต้องนึกย้อนดูการกระทำของเสี่ยวชุนให้ละเอียดกว่านี้
ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เมื่อวันก่อนไม่ใช่ครั้งแรกที่เสี่ยวชุนไปเก็บเมล็ดบัว!
เพราะเ้าตัวน้อยเคยเก็บเมล็ดบัวเพื่อทำอาหารไปให้มารดาของตัวเอง วันนั้นเขาเองก็ได้ร่วมโต๊ะอาหารด้วยเหมือนกัน เขาเองยังแปลกใจในความอร่อยของมันอีกทั้งยังรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองสดชื่นขึ้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะคิดว่าน่าจะเป็ความสามารถของพ่อครัวของบุตรชายมากกว่า
แต่วันต่อมาเมื่อเขาร้องขอให้พ่อครัวที่ตำหนักเสี่ยวชุนทำมันอีกครั้งรสชาติก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่เพราะเสี่ยวชุนให้เหตุผลว่าพ่อครัวไม่สบายรสชาติจึงต่างจากเดิม เขาก็ไม่คิดอะไรมาก
อ่า ยิ่งขบคิดถึงมันเท่าไหร่ แววตาของเขาที่มองไปยังเด็กชายที่กำลังหลับอย่างไร้เดียงสาจึงเต็มไปด้วยความหนักใจและกังวลใจ
เมื่อหลายๆ นั้นล้วนมีเสี่ยวชุนเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้จะไม่สามารถเชื่อมโยงหลายอย่างเข้าด้วยกันได้
อย่างเช่น ถ้าเมล็ดบัวที่เสี่ยวชุนเก็บมีความพิเศษจริง ทำไมตอนที่เขากินเมล็ดบัวสดๆ ถึงไม่รับรู้ความแตกต่างของมัน และอาหารอย่างอื่นที่แม้แต่ข้าวก็ยังอร่อย
หรือบางทีเหตุการณ์มหัศจรรย์เมื่อครู่นี้คือนิมิตที่์กำลังบอกเขาถึงความพิเศษของเสี่ยวชุน
หลังจากตระหนักได้ในเื่นี้ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของเขาก็หายไปทันที และแทนที่ด้วยความรู้สึกปีติจนหัวใจพองโต ร่างกายของเขาที่เคยเครียดขึงก็ผ่อนคลายลง
เมื่อเป็นิมิตจาก์ ย่อมหมายความว่านี่เป็เื่ที่น่ายินดีไม่ใช่เหรอ
นี่อาจเป็สัญญาณที่์กำลังบอกเขาว่าบุตรของเขาคนนี้ได้รับการคุ้มครองจาก์และท่านอาจได้ประทานพรบางอย่างให้กับเสี่ยวชุน
ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร และเกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์โสมอย่างไร
บางทีอาจเกี่ยวข้องกับโรคของเสี่ยวชุนเพราะโสมคือาาของสมุนไพรก็เป็ได้
ที่สำคัญตอนนี้คือ เขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเสี่ยวชุนรู้ตัวว่าตัวเองมีความสามารพิเศษนี้หรือไม่ คงต้องค่อยๆ สังเกตเสี่ยวชุนต่อไป
แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนเป็บิดาแล้ว เมื่อได้รู้ว่าบุตรที่เขาเป็ห่วงมากที่สุดกำลังอยู่ในความคุ้มครองของ์ ก็ไม่มีอะไรน่ายินดีไปมากกว่านี้อีกแล้ว อนาคตของเสี่ยวชุนย่อมมีแต่เื่ที่ดีแน่นอน รวมถึงปัญหาเื่สุขภาพของเสี่ยวชุนเองก็ด้วย
เขาไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าบุตรชายของเขาวันดีคืนดีจะอาการทรุดหนักลงจนจากเขาไปทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร
ดวงตาัที่เริ่มมีริ้วรอยของกาลเวลาเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาของความดีใจ ฝ่ามือหนาลูบผมของลูกชายอย่างเบามือ จวินหลิงจางเสวียนก้มลงประทับจุมพิตที่หน้าผากเล็กของลูกชาย สูดดมกลิ่นกายที่ยามนี้ดูจะแตกต่างจากเดิม มันเป็กลิ่นที่หอมและทำให้เขารู้สึกสดชื่น ช่วยให้ผ่อนคลายขึ้น ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เป็กลิ่นของสมุนไพรจากยาของหลายๆ ตัวที่เสี่ยวชุนต้องกินมันเข้าไปจนแทรกซึมเข้าไปในทุกส่วนของร่างกาย
รอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าของโอรส์ น้ำตาหลั่งรินจากดวงตาสองข้าง
กายสูงคุกเข่าลงบนเตียง สองมือประสานกันแล้วก้มกราบเพื่อคำนับและขอบคุณ์ที่เมตตาบุตรชายของเขา
'ขอบคุณ์ที่เมตตาบุตรของข้า ข้าสาบานว่าจะตอบแทน์ด้วยการหมั่นทำความดีและทำให้ประชาชนแคว้นหลิงหลานพบเจอแต่ความสุขและมีความเป็อยู่ที่ดีตลอดไป'
Talk : ์จัดการเอง = บอกตัวพ่อแบบชัดเต็มตาไปเลย
อัปเดตตอนใหม่อีกทีวันอังคารนะคะ ขอลาหยุดนานหน่อย หลังจากโดนน้ำร้อนลวกมือซ้ายไป ตอนนี้อภินิหารตุ่มใสขนายใหญ่ขึ้นจนไม่สะดวกพิมพ์ค่ะ ตอนแรกวันนี้ว่าจะหยุดแต่ขอเฉลยก่อนดีกว่า ขอให้สนุกกับการอ่านค่ะ