ตอนที่ 17 เหล้าองุ่นถูกขายไปจนหมด
ฟู่เยี่ยนและฟู่ต้าหย่งต้องเดินไปยังทางเข้าหมู่บ้านเพื่อที่จะรอนั่งรถประจำทางเข้าไปในเมือง
ซึ่งรถประจำทางที่จะเข้าเมืองในแต่ละวันนั้นมีเพียงแค่2 รอบ หากจะไปรอบบ่ายก็คงจะสายเกินไปดังนั้นพวกเขาจึงต้องมารอขึ้นรถกันั้แ่เช้า
ดังนั้นฟู่ต้าหย่งจึงได้ตื่นั้แ่เช้าตรู่ส่วนหวังซู่เหม่ยก็ได้เตรียมเงินสดและตั๋วแลกของจำนวนหนึ่งเอาไว้ให้สองพ่อลูกแล้วเช่นกัน
ตั๋วผ้าที่ป้าเหอให้มาเมื่อวานนี้มีประโยชน์มากๆ หวังซู่เหมยจึงได้ให้พวกเขาพกมันติดตัวเอาไว้เพราะทุกวันนี้เงินสดเพียงอย่างเดียวไม่ได้มีประโยชน์อะไร จึงต้องใช้ตั๋วแลกของด้วย
“ขอให้ขายดีนะแต่ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่เป็ไร เอ่อคุณอย่าลืมไปที่ร้านค้าสหกรณ์เพื่อซื้อผ้ากลับมาด้วยล่ะ เดินทางปลอดภัยนะ” หวังซู่เหมยพูดย้ำกับสองพ่อลูกอีกครั้ง
“อืม เข้าใจแล้ววันนี้ตอนคุณไปที่บ้านของแม่ก็อย่าลืมเอาเนื้อไก่และเนื้อกระต่ายที่เราตากแห้งเอาไว้ครั้งที่แล้วไปให้พวกเขาด้วยล่ะ”
ขณะที่พูดนั้นฟู่ต้าหย่งก็ได้ยื่นเงินสดและตั๋วแลกของให้กับฟู่เยี่ยนเพราะกลัวว่ามันจะถูกขโมยไประหว่างทาง
เมื่อรับเงินสดและตั๋วแลกของพวกนั้นมาแล้วฟู่เยี่ยนจึงได้เก็บมันเอาไว้ในมิติของเธอทันทีจากนั้นก็แค่รอให้เดินทางไหนถึงในเมืองแล้วค่อยคิดหาวิธีแอบเอามันออกมา
ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ยืมเกวียนดังนั้นสองพ่อลูกจึงต้องเดินเท้าไปยังทางเข้าหมู่บ้าน
โชคดีที่ป้ายรถประจำทางของหมู่บ้านนั้นอยู่ไม่ไกลมากนักเมื่อพวกเขาเดินมาถึง ก็พบว่ามีชาวบ้านมารออยู่หลายคนแล้ว
และทุกคนต่างก็เป็คนในหมู่บ้านทั้งนั้นและฟู่ต้าหย่งรู้จักพวกเขาเป็อย่างดี ทุกคนต่างก็เข้ามาทักทายเขา
หลังจากขึ้นไปบนรถแล้วฟู่เยี่ยนก็ผล็อยหลับไป เพราะวันนี้เธอต้องตื่นนอนั้แ่ฟ้ายังไม่สางรถประจำทางใช้เวลาเดินทางไปกว่าหนึ่งชั่วโมง จนสุดท้ายพวกเขาก็ได้มาถึงจุดหมายปลายทางในที่สุด
ส่วนฟู่ต้าหย่งนั้นก็ได้นั่งพูดคุยกับเพื่อนบ้านที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันตลอดทาง
“เสี่ยวฮั่วตื่นได้แล้ว เรามาถึงแล้ว”
ฟู่ต้าหย่งเขย่าฟู่เยี่ยนเบาๆ เพื่อปลุกเธอให้ตื่น และทั้งสองก็ได้ลงจากรถไป
เมื่อลงมาจากรถแล้วสองพ่อลูกต่างก็รู้สึกสับสนเล็กน้อยเนื่องจากฟู่ต้าหย่งไม่เคยนำสินค้าของตัวเองมาขายที่นี่เลย ดังนั้นเขาจึงเดินดูรอบๆ ก่อน
ระหว่างที่เขากำลังเดินดูสิ่งต่างๆ อยู่นั้น เขาก็ได้เห็นวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในเมืองมากขึ้น
หลังจากที่เดินดูรอบๆ อยู่ครู่หนึ่งฟู่เยี่ยนก็ได้สังเกตเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมานั้นสวมชุดที่ดูคล้ายกันมากเธอจึงมั่นใจว่าจะต้องมีโรงงานอะไรสักอย่างอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้อย่างแน่นอน
ส่วนฟู่ต้าหย่งเองก็นึกขึ้นมาได้เช่นกันว่ามีโรงงานสิ่งทออยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันดังนั้นสองพ่อลูกจึงเดินต่อไปเรื่อย ๆ
โชคดีที่หลังจากเดินไปได้ไม่นานนักพวกเขาก็ได้พบกับโรงงานทอผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเข้า
ดังนั้นฟู่ต้าหย่งและฟู่เยี่ยนก็ได้เดินเข้าไปยังสถานที่ที่ลับตาคนก่อนจะเอาองุ่นและถังเหล้าองุ่นออกมา
ทั้งสองใช้ผ้าห่อองุ่นเอาไว้และหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ผิวขององุ่นช้ำ
ก่อนหน้านี้ฟู่เหมี่ยวได้บอกกับพวกเขาเอาไว้ว่าองุ่นนั้นเป็ที่นิยมอย่างแพร่หลายและคนส่วนมากก็มักจะชอบมันมากกว่าเหล้าองุ่นเสียอีกดังนั้นจึงจำเป็ต้องทะนุถนอมไม่ให้ผิวของมันช้ำ เพื่อจะได้มีราคาดีนั่นเอง
ปันต้าเหม่ยได้ทำงานอยู่ในโรงงานทอผ้าแห่งนี้ซึ่งทุกครั้งที่ถึงเวลาพัก เธอก็มักจะออกมาหาซื้อของอร่อย ๆ อยู่เสมอ
ซึ่งนั่นเป็เพราะเธออยากจะให้ลูกสองคนของเธอได้กินของดีๆ และอีกอย่างตอนนี้พ่อกับแม่ของเธอก็ยุ่งมากจนไม่มีเวลาทำอาหารอีกด้วย
ซึ่งโดยปกติแล้วใน่พักเที่ยง ทุกคนจะทานอาหารในโรงอาหารของโรงงานแต่เธอชอบกลับไปทำอาหารกินเองที่บ้านมากกว่า
เมื่อกลับจากร้านขายของชำเธอก็พบกับฟู่เยี่ยนที่กำลังเดินเร่ขายของอยู่
ด้วยความที่เธอเป็คนที่ฉลาดและมีจิตใจดีเธอจึงมักจะซื้อของจาก ‘ชาวบ้าน’ ที่มาเดินเร่ขายอยู่บ่อยๆ
ดังนั้นเมื่อเห็นฟู่เยี่ยน ปันต้าเหม่ยจึงรู้ได้ทันทีว่าทั้งสองคนมาที่นี่เพื่อขายของ
แต่ทว่าเนื่องจากเธอไม่ได้รู้จักกับสองพ่อลูกเป็การส่วนตัวดังนั้นเธอจึงไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไปมากนัก
หลังจากที่เดินตามฟู่เยี่ยนมาระยะหนึ่งเธอจึงฉวยโอกาสในตอนที่มีคนอยู่ไม่กี่คนเดินตรงเข้าไปหาพวกเขาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปว่า
“พี่ชายคุณกับสาวน้อยเอาอะไรมาขายอย่างนั้นเหรอ ? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็ชะงักไปทันทีด้วยความใ แต่พ่อของเธอยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉย
“คุณผู้หญิงรับองุ่นสดสักหน่อยไหมครับ ? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของปันต้าเหม่ยก็เป็ประกายขึ้นมาทันทีเธอชอบกินองุ่นอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจะพลาดของดี ๆ แบบนี้ไปได้อย่างไร
“โชคดีจังเลยนะพี่ชาย บ้านของพ่อกับแม่ฉันอยู่ใกล้ๆ นี้เอง พี่ชายช่วยตามฉันไปที่นั่นหน่อยได้หรือเปล่าหากใครถามก็บอกว่าพี่ชายเป็ลูกพี่ลูกน้องที่มาเยี่ยมฉันก็ได้”
ฟู่ต้าหย่งครุ่นคิดถึงเื่นี้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลงและตามปันต้าเหม่ยไปที่บ้านพ่อกับแม่ของเธอ
“พี่ชายฉันขอดูองุ่นหน่อยได้ไหม ? ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เยี่ยนจึงรีบหยิบองุ่นออกมาจากกระเป๋าของเธอ 4 พวงซึ่งองุ่นทั้งหมดนี้ถูกปลูกในมิติของเธอนั่นเอง มันจึงมีขนาดที่ใหญ่และสีสวย
ทันทีที่เห็นองุ่นพวกนั้นดวงตาของปันต้าเหม่ยก็ต้องเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง มันดูสดมาก ๆมันดูน่ากินและยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยออกมาอีกด้วยจึงทำให้ปันต้าเหม่ยอยากจะกินมันเสียเดี๋ยวนี้เลย
“พี่ชายฉันขอซื้อมันทั้งหมดเลยก็แล้วกัน”
ฟู่เยี่ยนที่เห็นท่าทางนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าคุณป้าที่อยู่ตรงหน้าของเธอนั้นต้องมีภูมิหลังทางครอบครัวที่ดีอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเองเธอจึงได้หยิบองุ่นทั้งหมดในกระเป๋าออกมาทันที และขณะนั้นเอง ฟู่เยี่ยนก็ยัง ‘แอบ’ หยิบองุ่นอีก 2 พวงออกมาจากมิติของเธออีกด้วย
ปันต้าเหม่ยไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งนั้นเธอจ้องไปที่องุ่นตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา ก่อนจะหยิบเงินออกมาอย่างมีความสุข
“คุณป้า เรายังมีเหล้าองุ่นอีกด้วยนะคะคุณป้าไม่สนใจหน่อยเหรอ ? ” ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินจากไปนั้นฟู่เยี่ยนก็หันหลังกลับพร้อมกับเอ่ยถามออกไป
“เหล้าองุ่นอย่างนั้นเหรอ? ” ในตอนนี้ปันต้าเหม่ยกำลังจะปิดประตูบ้านและรีบเอาองุ่นไปล้างตอนนี้เธออยากจะลิ้มรสชาติของมันจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“แม่ของหนูเป็คนทำเองค่ะเป็สูตรเหล้าองุ่นที่ตกทอดมาจากปู่ทวดของหนูในอดีตมันเคยมีชื่อเสียงโด่งดังมากเลยนะคะ รับรองว่ามันจะต้องอร่อยอย่างแน่นอนค่ะ” ฟู่เยี่ยนพูดออกมาด้วยท่าทีที่ภาคภูมิใจ
แม้ว่าปันต้าเหม่ยจะไม่ใช่คนที่มีประสบการณ์ในด้านนี้แต่เธอก็เคยเห็นมันถูกเก็บอยู่ในตู้เก็บเหล้าองุ่นของผู้เป็พ่อ
ซึ่งเธอได้ยินมาว่าพ่อของเธอนั้นนำมันกลับมาจากต่างประเทศและเธอเองก็ยังไม่เคยดื่มมันเช่นกัน
“ไหนฉันขอดูหน่อยสิ” ทันใดนั้นเองปันต้าเหม่ยก็เริ่มรู้สึกสนใจพ่อลูกคู่นี้ขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว นี่พวกเขาสามารถทำเหล้าองุ่นได้ด้วยอย่างนั้นหรือ
ฟู่ต้าหย่งจึงได้หยิบถังเหล้าองุ่นถังเล็กๆ ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แม้ว่ามันจะเป็ถังขนาดเล็ก แต่ก็ดูมีเอกลักษณ์มาก ๆ
“คุณผู้หญิงขอถ้วยหรือไม่ก็ชามมาให้ผมหน่อยสิ ผมจะได้รินเหล้าองุ่นให้คุณลองชิม”
ปันต้าเหม่ยจึงได้ได้หยิบถ้วยกระเบื้องเคลือบมาจากในครัว
เธอได้จิบมันเข้าไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและวินาทีต่อมา เมื่อต่อมรับรสของเธอได้ัักับรสชาติที่หวานและละมุนลิ้นของเหล้าองุ่นเธอก็อดใจไม่ได้และจิบมันเข้าไปอีกครั้ง ทันใดนั้นเอง เธอก็รู้สึกราวกับว่ามีกระแสน้ำอุ่นกำลังไหลเวียนไปทั่วช่องท้องส่วนล่างของเธออย่างน่าประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้เธอมีอาการปวดท้องประจำเดือนอยู่บ่อย ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกดีขึ้นเป็อย่างมาก
“พี่ชาย เหล้าองุ่นพวกนี้ขายอย่างไรเหรอ? ” ปันต้าเหม่ยเริ่มรู้สึกสนใจเหล้าองุ่นของพวกเขาขึ้นมาแล้ว
ฟู่ต้าหย่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปว่า “ถังใบเล็ก ๆ นี้บรรจุเหล้าองุ่นอยู่ด้านใน 2 ชั่งผมขายในราคา 5 หยวน คุณสามารถจ่ายเป็ตั๋วแลกของก็ได้นะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นปันต้าเหม่ยก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “ทำไมถึงได้แพงขนาดนี้กันล่ะ? ! ”
“คุณป้าคะหากคุณป้าซื้อ 2 ถัง หนูจะแถมองุ่นให้กับคุณป้า 2 พวงด้วยก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นปันต้าเหม่ยก็ตัดสินใจได้ในทันที ซึ่งในตอนแรกนั้นเธอก็รู้สึกลังเลอยู่เล็กน้อยแต่เมื่อได้ยินว่ามีของแถม เธอจึงตัดสินใจซื้อมัน 2 ถังอย่างไม่ลังเล
ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ หากมีของแถมแล้วล่ะก็ไม่ว่าผู้หญิงยุคไหนก็พร้อมที่จะซื้อสินค้าจริง ๆ
เนื่องจากสองพ่อลูกยังไม่ได้ขายของเลยดังนั้น ปันต้าเหม่ยจึงได้แนะนำลูกค้าอีก 2-3 รายที่อยู่ใกล้ ๆ ให้กับพวกเขา
เมื่อชายคนหนึ่งได้ชิมเหล้าองุ่นเข้าไปแล้วเขาก็ตัดสินใจซื้อเหล้าองุ่นถึง 4 ถัง
เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเหล้าองุ่นมากกว่าสิบถังก็ถูกขายไปจนหมด ทั้งยังมีการตกลงที่จะจัดส่งเหล้าองุ่นหลังมื้อกลางวันอีกด้วย
จากนั้นฟู่ต้าหย่งและฟู่เยี่ยนจึงได้เดินกลับออกมาจากเขตโรงงานทอผ้าแห่งนั้นก่อนจะไปทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ที่จริงตอนเช้าหวังซู่เหมยได้เตรียมข้าวกล่องให้พวกเขาแล้วแต่เมื่อขายเหล้าองุ่นหมด ดังนั้นฟู่ต้าหย่งจึงได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารแทน
ทุกวันนี้ร้านอาหารทั้งหมดได้เป็ของรัฐไปแล้ว และพนักงานเสิร์ฟก็มักจะทำตัวหยาบคายมาก ๆอีกด้วย ดังนั้นลูกค้าส่วนมากจึงต้องบริการตัวเอง
“วันนี้มีอะไรแนะนำบ้าง? ” ฟู่ต้าหย่งเอ่ยถามกับพนักงานทันทีที่เข้ามาในร้าน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นพนักงานเสิร์ฟก็เงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับตอบอย่างขอไปที “วันนี้มีหมูตุ๋น บะหมี่ และก็เกี๊ยวราคาอาหารก็ได้เขียนเอาไว้บนกระดานแล้ว คุณสามารถอ่านเองได้เลย”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของพนักงานฟู่เยี่ยนก็ชะโงกศีรษะไปมองเมนูของวันนี้ทันที
จากนั้นสองพ่อลูกก็ได้สั่งหมูตุ๋นและบะหมี่
ในตอนนี้ฟู่เยี่ยนแทบอยากจะร้องไห้ออกมา เพราะั้แ่ที่เธอมาอยู่ในร่างนี้นี่เป็ครั้งแรกที่เธอจะได้กินหมูตุ๋น
แม้ว่าเนื้อไก่ตากแห้งและเนื้อกระต่ายตากแห้งจะมีรสชาติที่ไม่เลวเหมือนกันแต่พวกมันดูแห้งไปหน่อย
ในตอนนี้สำหรับเนื้อตากแห้งแล้ว ฟู่เยี่ยนมองมันเป็เพียงแค่ตัวเลือกเท่านั้น
หลังจากที่ทานเสร็จเธอก็ได้เก็บหมูตุ๋นชิ้นหนึ่งเอาไว้ในมิติ โดยเธอตั้งใจว่าจะเอามันกลับไปฝากหวังซู่เหม่ยและพวกพี่ๆ ของเธอ
เมื่อเดินออกมาจากร้านอาหารแล้วสองพ่อลูกก็ได้เดินไปยังมุมที่ลับตาคนอีกครั้ง ก่อนจะหยิบถังเหล้าองุ่นและองุ่นออกมาและไปส่งให้กับลูกค้าที่ได้นัดหมายเอาไว้ในย่านโรงงานทอผ้าต่อ
ทว่ากลับมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นตอนนี้ได้มีคนมารอพวกเขาอยู่ที่นั่นเต็มไปหมด
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือปันเหลียงเชิงเขาเป็ผู้อำนวยการของโรงงานทอผ้าแห่งนี้ เขาเคยไปศึกษาที่ต่างประเทศมาก่อนก่อนจะนำความรู้เ่าั้กลับมาก่อตั้งโรงงานแห่งนี้ขึ้น
เขาได้ศึกษาอย่างหนักและสามารถแก้ไขปัญหาทางเทคนิคทั้งหมดในโรงงานทอผ้าแห่งนี้ได้ดังนั้นไม่เพียงแค่เขาจะมีวุฒิการศึกษาที่ดีมาก ๆ เท่านั้นแต่ยังเป็คนที่มีความสามารถรอบด้านอีกด้วย
ซึ่งในตอนพักเที่ยงของวันนี้เขาได้สัญญากับลูกสาวเอาไว้ว่าจะกลับมาทานมื้อเที่ยงที่บ้านด้วยกัน
เมื่อกลับมาเขาก็เห็นองุ่นพวงใหญ่ถูกวางอยู่บนโต๊ะปันเหลียงเชิงจึงได้หยิบมันขึ้นมาใส่ปากอย่างไม่คิดอะไร ทว่าวินาทีต่อมา เขากลับต้องรู้สึกทึ่งในความอร่อยของมัน!
“ต้าเหม่ยลูกไปซื้อองุ่นมาจากที่ไหนกัน ? ”
ปันต้าเหม่ยกำลังเสิร์ฟอาหารอยู่ในครัวเมื่อเธอเห็นพ่อของเธอกลับมาบ้าน เธอก็รีบหยิบเหล้าองุ่นที่เพิ่งซื้อมาเทใส่แก้วเล็กให้เขา
“พ่อลองชิมนี่ดูก่อนสิ” ปันต้าเหม่ยพูดขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อเห็นท่าทางของลูกสาวปันเหลียงเชิงก็รู้สึกขบขันขึ้นมาเล็กน้อย
จากนั้น เขาก็ได้รับแก้วมาจากมือของเธอแค่สูดกลิ่นเข้าไป เขาก็พอจะรู้แล้วว่ามันคือเหล้าองุ่นแดง เขาจึงลองจิบมันเล็กน้อยเพื่อที่จะชิมรสชาติของมัน
แต่วินาทีต่อมาปันเหลียงเชิงก็ได้ถูกความละมุนของเหล้าองุ่นสะกดเอาไว้ทันที ! เหล้าองุ่นแก้วนี้มีรสชาติคล้ายเหล้าองุ่นที่เขาได้มาจากโรงบ่มเหล้าองุ่นใต้ดินที่ฝรั่งเศสเมื่อ20 กว่าปีที่แล้วเลย !
“ลูกไปเอาเหล้าองุ่นนี่มาจากไหนกัน? พ่อสามีของลูกให้มาอย่างนั้นเหรอ ? ”
พ่อสามีของปันต้าเหม่ยกับเขาเป็เพื่อนกันมาหลายปีแล้วดังนั้นการให้เหล้าองุ่นดี ๆ แบบนี้เป็ของขวัญจึงเป็เื่ธรรมดาสำหรับพวกเขา
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะหนูเพิ่งจะซื้อมันมาเมื่อกี้นี้เอง”ปันต้าเหม่ยจึงได้เล่าเื่ที่เธอเจอสองพ่อลูกให้กับพ่อของเธอฟัง
“เหล้าองุ่นนี่มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ มันทำให้พ่อนึกถึงตอนที่เรียนอยู่ต่างประเทศเลยล่ะ”
ทว่าเมื่อฉันได้ยินว่าลูกสาวของเขาซื้อมันมาเพียงแค่2 ถัง และลุงตงก็ได้ซื้อมันมาแค่ 4 ถังเท่านั้นเขาก็กุมขมับของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้
“อย่ากังวลไปเลยค่ะพ่อตอนบ่ายพวกเขายังต้องกลับมาส่งองุ่นและเหล้าองุ่นที่นี่อีกครั้งเอาไว้หนูจะซื้อเพิ่มให้ก็แล้วกันนะคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นปันเหลียงเชิงจึงตัดสินใจที่จะไม่ไปทำงานใน่บ่ายและรอสองพ่อลูกอยู่ที่หน้าบ้านของเขาแทน
หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จไม่นานนักฟู่ต้าหย่งและฟู่เยี่ยนก็ได้มาส่งของที่ละแวกบ้านของเขา
เมื่อได้ยินว่าปันเหลียงเชิง้าที่จะซื้อเหล้าองุ่นถึง20 ถัง ฟู่เยี่ยนก็ได้แอบคิดขึ้นมาในใจทันที ชายคนนี้ช่างเป็คนที่ตาถึงจริง ๆ !
ดังนั้นเธอจึงได้บอกกับเขาไปว่าจะมาส่งเหล้าองุ่นให้เขาอีกครั้งในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า
หลังจากที่ได้ลูกค้ารายใหญ่แล้วฟู่เยี่ยนและฟู่ต้าหย่งจึงตัดสินใจที่จะไปซื้อของเพิ่มจากร้านค้าสหกรณ์
จากนั้นสองพ่อลูกก็ได้กล่าวลาพวกเขา และตรงไปยังร้านค้าสหกรณ์ทันที