ตอนที่ 13 ข้ารักษาได้ (1)
ถึงแม้ว่าในยุคปัจจุบันกู้เชียนเสวี่ยจะเป็หมอ แต่ก็เป็แพทย์แผนตะวันตก ส่วนความรู้แพทย์แผนจีนนั้นก็แค่อ่านผ่านๆ มาบ้าง และตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยก็เคยลงเรียนมาบ้างนิดหน่อย ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้ว่าแคว้นหนานเย่ว์จะเหมือนกับสมัยจีนโบราณมาก แต่อย่างไรก็ไม่ใช่ประเทศจีน เกรงว่ายาแต่ละชนิด ก็อาจจะเรียกไม่เหมือนกัน
เป็อย่างที่กู้เชียนเสวี่ยคาดคะเนเอาไว้ ยาสมุนไพรของแคว้นหนานเย่ว์กับยาสมุนไพรของประเทศจีนมีความแตกต่างกันอยู่มากทีเดียว แต่ก็มียาบางชนิดที่ใช้กันอยู่บ่อยๆ และชื่อก็เหมือนกันอย่างพวกชะเอมเทศ โกฐน้ำเต้า และเหลียนเฉียว[1]
ปิดตำรายาลง กู้เชียนเสวี่ยนอนอ่อนระโหยโรยแรงทั้งกายและจิตใจอยู่บนเตียง
แล้วจะรักษาพระสนมฉินเฟยได้อย่างไรกัน เสียสติอย่างนั้นหรือ
เสียสติ เกรงว่าจะเป็อาการผิดปกติทางจิตสินะ อาจได้รับความเสียหายบริเวณสมอง แล้วสมองของมนุษย์ก็ไม่ได้เหมือนกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย อาการาเ็ของมันเรียกได้ว่าแทบจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แม้จะเป็ในยุคปัจจุบันก็ตาม มีผู้ป่วยจิตเวชมากมายที่ไม่สามารถรักษาให้หายป่วยได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยุคโบราณที่ไม่มีแม้แต่เครื่องมือทางการแพทย์เลย
กู้เชียนเสวี่ยยกมือขึ้นนวดขมับ เริ่มรู้สึกเสียใจกับความหุนหันพลันแล่นของตัวเองก่อนหน้านี้แล้ว
จะตรวจวินิจฉัยอย่างไรดี ไม่มีที่ซีทีสมอง[2] ไม่มีเครื่องมือตรวจหาเนื้องอก หรือว่าใช้แค่เพียงการตรวจวินิจฉัยทางด้านจิตวิทยาก็สามารถวินิจฉัยได้แล้วว่าจะรักษาอย่างไร ไม่มียาพื้นฐานอย่างพวกริสเพอริโดน[3] กับโอแลนซาปีน[4] แล้วจะใช้ยากล่อมประสาทได้อย่างไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการผ่าตัดเลย
ยังมีอีกเื่ที่สำคัญคือนางไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง ความเข้าใจในอาการป่วยทางจิตนั้นมีเพียงทฤษฎีที่อยู่ในหนังสือ
กู้เชียนเสวี่ยหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ไม่รู้ว่านวดขมับไปกี่รอบแล้ว หัวปวดจนแทบจะะเิ
ในตอนนี้ หนทางเดียวที่มีอยู่ก็คือการกุเื่ชื่อโรคขึ้นมาสักหนึ่งชื่อเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไปก่อน ถ่วงเวลาเอาไว้ พลางคิดหาวิธีแก้ไข หากโชคดีรักษาให้หายได้ก็ดีไป แต่หากไม่มีทางรักษา ในระหว่างนั้นถ่วงเวลาได้มากเท่าไรก็สามารถคิดหาวิถีอยู่ร่วมกันได้มากเท่านั้น
ลี่อ๋อง
เมื่อกู้เชียนเสวี่ยนึกถึงลี่อ๋องขึ้นมา ในใจก็เต็มไปด้วยคำถาม
ใครๆ ก็รู้ว่าลี่อ๋องป่วยกระเสาะกระแสะ บางทีอาจเป็เพราะเขาร่างกายอ่อนแอ ถึงได้มีนิสัยแปลกๆ และเอาแต่ใจ ซ้ำยังเป็คนที่โเี้ แต่เพราะขาข้างหนึ่งที่เหยียบเข้าโลงไปแล้ว ฮ่องเต้จึงยอมให้เขาทำตามใจตนเองได้
ชีพจรของคนร่างกายอ่อนแอจะแข็งแรงขนาดนั้นเชียว หรือจะบอกว่าที่จริงแล้วลี่อ๋องไม่ใช่คนร่างกายอ่อนแอ แต่กำลังแกล้งป่วยอย่างนั้นหรือ
ลี่อ๋องเป็ถึงเชื้อพระวงศ์ต้องมีหมอหลวงมากมายที่ตรวจโรคให้กับเขา ต่อให้คนคนหนึ่งจะมีแผนแค่ไหน แต่ชีพจรก็ไม่สามารถโกหกกันได้ ลี่อ๋องปกปิดเหล่าหมอหลวงไปได้อย่างไรกัน
ลี่อ๋อง้าให้นางตาย หรือจะเกี่ยวข้องกับการแกล้งป่วยกัน
ไตร่ตรองดูแล้ว แต่ก็คิดคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้เสียที
เล่นเอาไม่ได้นอนตลอดหนึ่งวัน
วันต่อมา กู้เชียนเสวี่ยไม่ได้ก้าวเท้าออกจากเรือนทิงเสวี่ยเลยแม้แต่ครึ่งก้าว แต่เรือนของนางกลับมีบ่าวเดินเข้าออกกันไม่ขาดสาย นอกจากบ่าวของเรือนตนเอง ก็ยังมีคนของเรือนโบตั๋นด้วย
คนเ่าั้ต่างก็ส่งยามาไม่หยุด เพียงไม่เท่าไร เรือนทิงเสวี่ยก็เต็มไปด้วยกลิ่นยา ราวกับร้านขายโอสถก็มิปาน
เพียงแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในใจของคุณหนูใหญ่ที่นิสัยเปลี่ยนไปนั้นกำลังมีแผนการอะไรอยู่ แม้แต่ไท่ไท่ผู้เฒ่ากู้ก็ส่งคนมาถามไถ่อยู่เนืองๆ
วันที่สาม ซึ่งก็คือวันที่นัดกับลี่อ๋องเอาไว้นั่นเอง
ในวันนี้ เ้ากรมกู้ได้เตรียมของกำนัลไว้มากมาย สั่งให้คนนำของกำนัลและกู้เชียนเสวี่ยส่งไปยังวังของลี่อ๋องพร้อมกัน
ตอนที่อวี้เหลียนและอวี้ชุ่ยประคองกู้เชียนเสวี่ยขึ้นรถม้าของจวนตระกูลกู้ ด้านหลังก็มีเสียงร้องไห้อย่างกับกำลังไว้ทุกข์ของจ้าวซื่อไล่ตามมา และมีสายตาที่เหมือนกำลังดูเื่ตลกอยู่อีกนับไม่ถ้วน ในกลุ่มสายตาเ่าั้มีอยู่สองสามคู่ที่ชั่วร้ายเป็พิเศษ
กู้เชียนเสวี่ยขึ้นรถม้าไปอย่างไม่ใส่ใจ ภายในรถม้ามืดเล็กน้อย นางจึงแง้มม่านบนรถไปอีกด้านเบาๆ ก็พบกับใบหน้ายินดีที่แผนร้ายสำเร็จของเผยอี๋เหนียงและกู้เชียนโหรวอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน แววตาเยือกเย็นทีเดียว
ข้าเป็คนจิตใจดี จะไปห้ามโชคชะตาได้อย่างไร ข้าเป็คนเมตตากรุณา มีหรือจะปล่อยให้พวกเ้าเอาแต่ไล่ตามแบบนี้
ในเมื่อเป็เช่นนี้ อย่างนั้นพวกเราก็มาสู้กันสักตั้ง ดูสิว่าใครจะได้มีชีวิตอยู่ต่อในเวลานี้
ปล่อยม่านลง ขบวนรถม้าก็ค่อยๆ เคลื่อนตัว จนกระทั่งไม่เห็นร่องรอย
...
เชิงอรรถ
^ เหลียนเฉียว หรือ เหลี่ยงเคี้ยว สรรพคุณขับพิษและบรรเทาหวัดจากตัวร้อนระยะแรกเริ่ม^ ซีที (CT) หรือ CT Scan เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย^ ริสเพอริโดน (Risperidone) เป็นยาในกลุ่มรักษาอาการทางจิตเวช^ โอแลนซาปีน (Olanzapine) เป็นยาในกลุ่มรักษาอาการทางจิตเวช