ปราบขยับกายเคลื่อนไหวเขาทำการตรวจสอบความพร้อมแล้วออกเดินทางในทันใด
เด็กหนุ่มมองยังตึกที่อยู่ห่างไปราวสามสิบเมตร เขาเปิดเจ็ทแพกแลทะยานร่างออกอย่างรวดเร็ว
เพียงสามอึดใจก็มาถึงยังตึกเป้าหมายโดยที่เหล่าอสูรภาคพื้นไม่สามารถล่วงรู้
เด็กหนุ่มพลันสะท้านทั่วร่างเมื่อพบพานเข้ากับโครงกระดูกมากมายของมนุษย์ที่ตกตายลงในคราที่อสูรบุกเข้ามาอย่างมิทันตั้งตัว เขาสูดหายใจเข้าลึกแลผ่อนลมหายใจออกมาบางเบา
เด็กหนุ่มพนมสองมือไหว้ “ ขอให้ไปสู่สุขคติ “ เขาพึมพำ
เด็กหนุ่มก้าวเดินไปต่อ พร้อมกับวาดปากกระบอกปืนกวาดไปทั่วทั้งซ้ายทั้งขวา สองตามองตรงที่เบื้องหน้าตรงปลายกระบอกปืน สองเท้าก้าวอย่างแ่เบาแลนุ่มนวล
เมื่อมาถึงหน้าต่างของตึกเขามองออกไปพบว่าไม่มีตึกสูงแล้ว เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก เขานำเชือกออกมาแลผูกไว้กับผนังของตึกแลโรยตัวลงอย่างรวดเร็ว
เด็กหนุ่มคว่ำหน้ามองยังพื้น มือทั้งสองกำเชือกที่รัดรอบเอวแน่น แลปล่อยมือสองเท้าของเขาวิ่งไต่ลงตามผนังด้านนอกของตัวตึก
เขามองยังปลายเชือก “ หยุด “ เด็กหนุ่มเอ่ย
เขาปลดปลายเชือกร่างของเขาร่วงลงยังพื้นอย่างรวดเร็ว
“ ฟู่ว “ เจ็ทแพกพ่นแรงดันออกเพื่อพยุงร่างของเด็กหนุ่มไว้
“ ตุบ “ สองเท้าของเขาแตะลงยังพื้นอย่างแ่เบา
“ เ้านายในระยะสามสิบเม็ดมีอสูรหนึ่งตัว อยู่ห่างไปอีกห้าสิบเมตรมีอีกสามตัว “ อัลตรอนเอ่ย
เด็กหนุ่มพยักหน้าแลเดินย่องไปอย่างเงียบเชียบ
ผู้คนมากมายที่เฝ้ามองภารกิจของเด็กหนุ่มให้ใจเต้นระทึกตาม เพราอสูรที่เขากำลังเคลื่อนที่เข้าหานั้นมันเป็อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายที่แข็งแกร่งกว่ามาก
ในภาพที่โดรนส่งกลับมานั้นมันได้เผยแพร่ออกไปทั่วโลก เพราะภารกิจของเด็กหนุ่มเป็ภารกิจที่สำคัญเพราะหากอสูรร้ายเ่าั้เข้าถึงเตาปฏิกรณ์ได้มันจะเกิดหายนะใหญ่ เพราะอสูรที่ขั้นสูงนั้นสามารถกลืนกินพลังนิวเคลียร์เพื่อใช้ฝึกฝนได้ หากพวกมันได้ไปมนุษยชาติได้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์เป็แน่
พวกเขาจากหลายประเทศมองยังชายหนุ่มที่เดินย่องเข้าสู่ด้านหลังของอสูรร้ายที่กำลังนอนพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ เขานำมีดสั้นออกมากระชับไว้มือขวา
พวกเขามองยังเด็กหนุ่มที่สูดหายใจเข้าลึกก่อนที่จะกระโจนร่างเข้าหาอสูรตัวนั้น
สองมือของเขากระชับด้ามมีดไว้แน่นแลเงื้อมีดสั้นขึ้นสูง
“ ฉึก “ ปลายมีดแทงเข้าที่คอของมันตัดเส้นเืใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทั่วร่างบริเวณคอของมัน
“ อั้ก “ มันกระเืออกท่วมหน้า ทั้งยังดีดดิ้นอย่างทรมาน
ชายหนุ่มกดร่างของตนทับร่างอสูรที่กำลังดิ้นแลใช้มีดสั้นแทงเข้าที่สมองของมัน
“ ฉึก “ มีดสั้นทะลวงผ่านเกราะกายเข้าลายส่วนสมองของมัน
“ ฟู่ว “ เด็กหนุ่มเป่าปากออกอย่างแรง
เขาเร่งเก็บร่างอสูรไว้แล้วห้อตะบึงไปอย่างรวดเร็ว
ผู้คนที่มองต่างก็พยักหน้ากับภาพที่ปรากฏ
“ ทำไม่อสูรถึงไม่รู้ตัว
“ ผมว่าคงเป็เพราะการใช้รองเท้าบู๊ตมันจึงเงียบ “
“ ใช่ เพราะเกราะนั้นหนักแล้วยังเป็เหล็ก การเคลื่อนที่จึงเกิดเสียงดังตลอดเวลา “
“ พวกมันจึงรู้ตัวแล้วสามารถตั้งรับได้ทัน “
ฝ่ายวิจัยชุดเกราะ
“ ผมว่าควรเพิ่มยางที่พื้นเพื่อให้เคลื่อนที่เงียบมากขึ้น อาจเพิ่มในโหมดเสริมที่้าสเตลท์ “
“ ได้ ลองทำดู “
ปราบวิ่งเข้าหลบที่ซอกตึกเมื่อมีวิหคอสูรร่อนผ่าน เขามองมันผ่านกล้องอินฟราเรด
“ มันมีปรสิตเกาะอยู่ที่กลางหลัง หากทำลายปรสิตได้ไม่แน่ว่ามันอาจจะตาย “ เขาพึมพำ
“ หากมันไม่ตาย มันอาจใช้ประโยชน์ได้ “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
เขานำปืนไรเฟิลออกมา แลเปลี่ยนกล้องเป็กล้องอินฟราเรด
ปราบคุกเข่าลงหนึ่งข้าง เข่าอีกข้างชันไว้ ข้อศอกวางลงเหนือเข่า พานท้ายประทับบ่า เขาเลื่อนลูกเลื่อนขึ้นลำแลโน้มใบหน้าวางลงยังพานท้าย ดวงตามองลอดผ่านกล้องอินฟราเรด
“ กลั้นใจเวลายิง “ เขาพึมพำ
“ เปรี้ยงง “ ะุขนาดจุดสองสองสามเจาะเกราะพุ่งทะยานแหวกอากาศด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันเมตรต่อวินาทีตรงเข้าสู่เป้าหมาย
ปราบมิรอดูผลงานเขาเก็บของแลวิ่งเข้าตึกอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้าตึกมาก็พลันพบเจอกับอสูรตนหนึ่งที่อัลตรอนไม่รายงาน มันถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงกัมปนาท
ปราบวาดมือเรียกกระบี่สีดำออกมาพุ่งเข้าอสูรร้ายในทันใด มันร้องคำรามลั่นแลกระโจนเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
กรงเล็บของมันง้างออกแลวาดลงอย่างแรง เขาหลบหลีกออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับวาดกระบี่ตัดผ่าช่องท้องของมัน
“ พรวดด “ อวัยวะภายในของมันทะลักออก
ร่างใหญ่โตทิ้งลงยังพื้นดีดดิ้นอย่างทรมานก่อนตกตาย
เขาเร่งเก็บร่างของมันแลทะยานไปยังบันไดแลวิ่งหน้าตั้งไปอย่างรวดเร็ว
“ นับว่าได้ผล ะุเจาะเกราะสามารถล้มวิหคได้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะสามารถเจาะผ่านเกราะกายของพวกสี่ขาได้รึไม่ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ไอ้หนูปราบออกลุยแบบนี้ถือว่าได้ประโยชน์มาก เพราะเื่หลายเื่ที่ไอ้หนูปราบทำนั้นสามารถนำมาวิจัยได้ “ รองผอ.เอ่ย
“ ใช่ งานนี้ไอ้หนูดังแน่ “ สงเอ่ย
“ หึ หึ “ เขาหัวเราะในลำคอ
ปราบทะยานร่างมาถึงชั้นที่เก้าและโข้ามไปยังดาดฟ้าของตึกที่ติดกัน แลวิ่งหน้าตั้งเขายังอีกตึกอย่างรวดเร็ว
“ เ้านาย อสูรนับร้อยกำลังพุ่งเข้ามาตามกลิ่นเื ต้องเร็วกว่านี้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ เร็วสุดแล้ว “ ปราบร้องลั่น
เขารั้งกายไว้แลวางกับดักะเิชนิดใหม่ในของยุคสมัยนั้น แลเปลี่ยนะุธรรมดาเป็กระสนเจาะเกราะ
“ ไป “ ปราบร้องลั่นแลทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว
“ เ้านายอีกห้าร้อยเมตร “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ตูมม “
“ ฟิ้ว “
“ โฮกกก “
“ หงิง หงิงๆ “
ปราบยิ้มออกเมื่ออสูรร้ายถูกะเิทำลายแลยังถูกะุเจาะเกราะที่อยู่ในะเิทะลวงเกราะกาย
“ เ้านาย อสูรเจ็ดตัวตายทันที อีกสามตัวาเ็หนักลุกไม้ขึ้น อีกสิบตัวกำลังไล่หลังมา “ อัลตรอนส่งรายงาน
ปราบพยักหน้า
เมื่อครู่เขาวางะเิไว้มากถึงหกปอนด์มันมากพอที่จะถล่มได้ทั้งตึก แต่เหล่าอสูรกลับตายเพียงกึ่ง
“ ร่างกายของมันแข็งแกร่งจริงๆ “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มหาที่ซุ่ม แลนำเอาปืนไรเฟิลออกมา
“ เปรี้ยงง เปรี้ยงงง เปรี้ยงง “ ะุสามนัดพุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว
เขาเก็บสิ่งของแลวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
“ โฮกก “ อสูรร้ายสองตัวล้มกลิ้งมิเป็ท่า ที่เหลือไม่ได้สนใจพวกพ้องของตน วิ่งหน้าตั้งไล่ล่าชายหนุ่มต่อ
เขาหยุดเพื่อยิงปืนแลวิ่งเป็ระยะจนในที่สุดก็มาถึงยังตึกที่ทำการของภารกิจ
เขามองยังตึกที่ยังอยู่ในสภาพที่ดี เพราะมีการก่อสร้างไว้อย่างดีเยี่ยม เพราะภายในตึกนั้นมีเตาปฏิกรณ์การป้องกันจึงเป็เื่ที่สำคัญยิ่ง
เขาที่กำลังมองทางเข้า เหล่าอสูรก็ไล่เข้ามาจนทันแล้ว
ปราบยิ้มออกมา แลวาดมือเรียกกระบี่ดำออกมา แลปลดเปลื้องพันธนาการของตนออก
“ สี่ตัว “ เขาพึมพำ
“ ตายย “ ปราบพิภพร้องคำรามลั่น