๕
หลังจากรอผ้าแห้ง ตอนนี้เจี๊ยบก็จัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ ทั้งปูผ้าปูที่นอน รีดเสื้อ รีดกางเกง รวมทั้งอัดกลีบชุดสูท จากนั้นก็จัดเก็บเข้าตู้โดยแยกเสื้อสูท เสื้อเชิ้ตเสื้อยืด กางเกงสำหรับทำงาน กางเกงสำหรับอยู่บ้าน แยกเก็บโดยไล่เฉดสี จากนั้นก็พับกางเกงชั้นในใส่ไว้ในลิ้นชักและเตรียมชุดทำงานวันพรุ่งนี้ให้กับั
แม้ว่าัจะไม่ได้สั่งให้เตรียมชุดทำงานไว้ให้แต่คนตัวเล็กคิดว่ามันเป็หน้าที่ที่เขาควรทำ
"อ่า…เสร็จแล้ว"
คนตัวเล็กพูดด้วยรอยยิ้มละไมและบิดขี้เกลียดไปมา
เจี๊ยบไม่เคยคิดว่างานที่ัให้ตัวเองทำมันเป็งานหนักหนาอะไรเพราะเจี๊ยบเคยผ่านงานที่หนักกว่านี้มาแล้วงานแค่นี้จึงสบายมาก
แต่สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือกลัวัจะทำเื่อันน่าเกลียดกับเขาอีก
สำหรับเจี๊ยบมันเจ็บนะที่ไม่ได้เป็อะไรกันแต่ต้องมานอนให้เขากระทำย่ำยี
คนตัวเล็กได้แต่นั่งถอนหายใจยาวด้วยความหนักใจกับเื่ที่คิดในขณะที่นั่งพักอยู่ในห้องครัวมองดูพวกพี่ ๆ ทำอาหารกันส่วนป้านิ่มมีหน้าที่สั่งเพราะเป็หัวหน้าแม่บ้าน และเป็คนที่เจี๊ยบเริ่มสนิทด้วยที่สุดในบ้านหลังนี้
"อ่า…หอมจังครับ"
คนตัวเล็กพูดพร้อมกับลุกขึ้นไปตามกลิ่นอาหารรอยยิ้มละไมคล้ายเด็กซุกซนยิ่งทำให้ทุกคนที่เห็นหลงรัก
"อันนี้เป็หมูผัดกะปิค่ะ"
มะนาวหันมาตอบแบบยิ้ม ๆ
"พี่นาวทำอาหารเก่งเหมือนกันนะครับ"
"ป้านิ่มสอนมาค่ะความจริงแล้วพี่ทำไม่เป็หรอก"
"จริงเหรอครับผมเองก็ทำอาหารไม่เป็เหมือนกัน"
"ถ้าอย่างนั้นมาช่วยป้าตำพริกกะปิดีกว่า…"ป้านิ่มหันมาบอก "ของชอบคุณัเลยล่ะค่ะแต่ห้ามเผ็ดนะเพราะรายนั้นไม่ชอบทานเผ็ด"
ป้านิ่มพูดด้วยรอยยิ้ม คำเชิญชวนให้ช่วยทำอาหารทำให้คนตัวเล็กยิ้มร่าด้วยแววตาที่เป็ประกายวาววับ
"แต่ผมตำไม่เป็นะครับ"
"เดี๋ยวป้าสอนค่ะง่ายนิดเดียวแต่ว่าสูตรน้ำพริกกะปิบ้านนี้ไม่เหมือนที่อื่นนะ มีส่วนผสมหลายอย่าง…"ป้านิ่มพูดพร้อมกับยกครกหินขึ้นมา"เดี๋ยวคุณเจี๊ยบตำนะคะ"
"ครับ"
คนตัวเล็กพูดพลางจับสากครกขึ้นมา
"อันดับแรกต้องตำพริกก่อนใช้พริกขี้หนูสวนกับกระเทียมไทย เผ็ดมากเผ็ดน้อยแล้วแต่เรา แต่ว่าคุณัทานเผ็ดไม่ได้ใส่แค่ห้าเม็ดก็พอ…" ป้านิ่มพูดพลางหยิบพริกกับกระเทียมใส่ลงครกจากนั้นเจี๊ยบก็ทำการโขลกพอหยาบ "ส่วนกะปิต้องเอาห่อใบตองไปย่างให้ได้กลิ่นหอมก่อนนะคะแล้วค่อยเอามาตำ"
"ทำยากเหมือนกันนะครับว่าแต่ผมชักอยากฝึกทำอาหารกับป้านิ่มแล้วสิ"
คนตัวเล็กพูดพร้อมกับตำน้ำพริกไปด้วยและระหว่างที่กำลังโขลกน้ำพริกอยู่นั้นมีสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องเจี๊ยบอยู่
สายตาคู่นั้นวูบไหวอย่างที่เขาไม่เคยเป็มาก่อนบอกไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กับแน่
เขามองดูการกระทำของคนที่อยู่ตรงหน้าไปเรื่อยๆ และบางครั้งก็เผลอยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว
"ยินดีมากเลยค่ะ…"คนพูดยิ้มละไม "พอหยาบแล้วก็เอากะปิใส่ลงไปตำกับพริกจากนั้นก็ใส่มะอึกลงไปหรือถ้าไม่มีก็ใช้ตะลิงปลิงแทนได้พอโขลกจนเข้ากันก็เติมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็ใส่กุ้งแห้งป่นใส่ไข่แดงของไข่เค็มลงไปสองลูก ปรุงรสด้วยน้ำตาลปึกน้ำมะนาวเล็กน้อยพอให้ได้กลิ่นเพราะเราได้ความเปรี้ยวจากมะอึกมาแล้วและก็น้ำปลาเล็กน้อย ใส่มะเขือพวงลงไปห้าหกเม็ดแล้วบุบพอแตกหรือถ้าชอบทานเผ็ดก็ใส่พริกขี้หนูสวนลงไปบุบอีกก็ได้ค่ะแค่นี้ก็เป็อันเสร็จ"
"ผมไม่เคยกินน้ำพริกกะปิสูตรนี้มาก่อนเลยครับ"
"อร่อยอย่าบอกใครค่ะไม่เชื่อลองชิมดู"
คนตัวเล็กหยิบชอนเล็ก ๆ ขึ้นมาตักน้ำพริกแค่ตรงปลายช้อนแล้วชิม
"หืม…อร่อยมากครับ ไม่คิดเลยว่าจะเข้ากัน ได้ความมันจากไข่เค็ม หอมกะปิกับกุ้งแห้งป่นรสชาติกลมกล่อมอร่อยมากครับ"
"อร่อยเดี๋ยวก็ทานเยอะๆ นะคะ วันนี้ยังมีผัดผักบุ้งกุ้งสด เนื้อหมูตุ๋นจนเปื่อยเป็สูตรของที่บ้านนี้เลยล่ะค่ะรับรองไม่เหมือนใครเดี๋ยวไว้วันหลังป้าสอน แล้วยังมีหมูผักกะปิที่มะนาวทำ ปลาทับทิมนึ่งมะนาวและก็ไข่เจียวชะอมทอด กับมะเขือยาวชุบไข่แล้วนำไปทอดให้เหลืองกรอบที่คุณัชอบมากๆ เวลาทานกับน้ำพริกกะปิ อ้อมีของหวานด้วยวันนี้มีซ่าหริ่มที่รถเมล์กำลังทำอยู่"
"ทำเยอะจังครับ"
"ปกติก็ไม่เยอะหรอกค่ะหรือบางครั้งก็ไม่ทำเพราะบางทีถ้างาน ยุ่งมาก ๆคุณัก็จะไม่ทานข้าวเย็นหรือบางครั้งก็ทานจากข้างนอกมาแต่วันนี้มีคุณเจี๊ยบอยู่ด้วยไงคะ"
"แต่ผมขอทานในห้องครัวนี้นะครับทานกับป้านิ่มทานกับพี่นาว"
เจี๊ยบพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและยังไม่ทันที่ป้านิ่มจะได้พูดเสียงหนึ่งก็พูดขึ้นจากทางประตูห้องครัว
"ออกมาทานกับฉัน…"น้ำเสียงนิ่งเรียบเฉยชาราวคนไร้หัวใจเหมือนเช่นเคย ทำเอาคนตัวเล็กใเล็กน้อยกับเสียงนั้นเขามาั้แ่เมื่อไหร่กัน แล้วเขาก็หันไปบอกกับป้านิ่มด้วยน้ำเสียงสุภาพ"ป้านิ่มครับให้เด็กจัดโต๊ะเลยครับ"
"อ้าวนึกว่าขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อมาทำอะไรที่นี่เหรอกรหรือว่าหิวแล้ว"
เสียงที่ไม่คุ้นชินสำหรับเจี๊ยบพูดขึ้น…แล้วเขาโผล่หน้าเข้ามาในห้องครัว
เจี๊ยบได้แต่ยืนนิ่งและมองผู้มาใหม่อย่างอดใจสงสัยไม่ได้หากทำไมสองคนนี้ใบหน้าละม้ายกันจัง
"อ้าวคุณแอลม่อนไหนบอกว่ากลับอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอคะ"
"พอดีงานเสร็จไวครับอีกอย่างคิดถึงป้านิ่มมากๆ ด้วย"
แอลม่อนเดินเข้ามาแล้วกอดป้านิ่มราวกับคนที่สนิทกับมาก
"คุณหนูก็…โตแล้วนะคะไมใช่เด็ก ๆ ขี้อ้อนอยู่นั่นแหละ"
"ก็คิดถึงป้านิ่มจริงๆ นี่ครับ"
เจี๊ยบยังคงมองผู้มาใหม่ด้วยความสงสัยทำไมคนนี้ดูอ่อนโยนจัง ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันเจี๊ยบก็พอเดาจะได้ว่าเขาเป็ใครแต่จะใช่หรือไม่นั้นคนตัวเล็กก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
"แล้วนี่ใครครับ"
หลังจากที่เข้ามาในห้องครัวสักพักแอลม่อนเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีใครอีกคนอยู่ในห้อง…ใครกันเขาไม่รู้จัก
"คุณเจี๊ยบค่ะ"
"เจี๊ยบเหรอครับ"
แอลม่อนถามเจี๊ยบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนที่จะพูดต่อ
"พี่ชื่อแอลม่อนนะครับเป็น้องของไอ้คุณั"
คนพูดยิ้มละไม เขาไม่ถือตัว ทำไมต่างจากคนเป็พี่นักล่ะเพราะพี่ร้ายยิ่งกว่างูพิษ ทำไมคนน้องดูอ่อนโยน ทั้งแววตา นิสัย และการกระทำ
คนตัวเล็กอดนึกสงสัยไม่ได้แต่ก็ยังไม่มีสิทธิ์ถามในตอนนี้ แล้วน้ำเสียงดุจึงทำลายห้วงความคิดเจี๊ยบลง
"จะกินมั้ยข้าวน่ะถ้ากินก็ออกมา ถ้าไม่กินก็ไม่ต้องกิน"
"ก๊อน…เป็ไพโบลาร์อะไรอีกอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่นั่นแหละ"
"หยุดพูดได้ละไอ้ม่อนมาทานข้าวเธอด้วยเจี๊ยบอย่าขัดคำสั่งถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีก"
พูดเสร็จัก็เดินออกกไป
เจี๊ยบได้แต่ยืนก้มหน้ากัดเม้มริมฝีปากของตัวเองเพราะเขาเกลียดที่ัชอบบังคับเขา หากบางทีเขาก็ดูอ่อนโยน บางทีเขาก็ใจร้าย
ส่วนแอลม่อนได้แต่มองภาพเหตุการณ์ที่อยู่ข้างหน้าอย่างฉงนเหมือนกัน
ภายในห้องอาหารที่ตอนนี้มีแต่เสียงเจ้ยแจ้วของผู้เป็น้องที่ถามนู้นถามนี่คนตัวเล็กด้วยความสงสัย
"เจ๊ยบมาอยู่ที่นี่ได้กี่วันแล้วครับ"
"เกือบอาทิตย์แล้วครับ"
"แล้วรู้จักกรได้ยังไงครับ"
"คือผมเป็ลูกหนี้ของคุณัครับผมมาเป็คนรับใช้เพื่อใช้หนี้ครับ"
เจี๊ยบพูดตามความจริงัเงยหน้ามองเจี๊ยบเล็กน้อย แล้วก้มหน้าทานข้าวต่อโดยที่ไม่พูดอะไร
"ได้ไงวะกรเอาน้องมาเป็คนใช้ได้ยังไง"
คราวนี้คนเป็น้องหันไปพูดกับคนเป็พี่ด้วยน้ำเสียงจริงจังและไม่พอใจ
"หยุดเสือกได้ละม่อนเื่ของกู"
น้ำเสียงดุเล็กน้อย
"ก๊อนดุกูอีกแล้วนะ"
คนเป็น้องขึ้นเสียงสูง เจี๊ยบได้แต่มองสองที่น้องพูดคุยกันซึ่งเกือบจะทะเลาะกันหรือว่านี่คือเื่ปกติ
เขาสองคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงคนหนึ่งเงียบขรึมหล่อดูมีเสน่ห์ อีกคนดูอ่อนโยนรูปร่างบอบบางกว่าคนพี่หน้าตาหวานกว่าหากยังดูหล่อ เป็คนอ่อนโยน สุภาพ และแอลม่อนก็ไม่มีท่าทีรังเกียจเจี๊ยบแถมยังผูกมิตรอีกต่างหาก
"หยุดสงสัยแล้วเอาข้าวยัดปากไป"
"อ้อ…เจี๊ยบเรียกพี่ว่าพี่แอลม่อนนะ ไม่ต้องเรียกคุณหรอกผูกมิตรกันไว้ดูท่าแล้วเจี๊ยบคงอยู่ที่นี่อีกนานรู้ไหมว่ากรไม่เคยให้ใครเข้ามาอยู่…"
"แอลม่อน"
ยังทันที่แอลม่อนจะพูดเสร็จ น้ำเสียงกดต่ำดุ และจริงจังของัก็พูดขึ้น
"ก๊อนดุอีกแล้วนะเดี๋ยวถ้าพ่อกับแม่กลับมากูจะฟ้อง"
คนเป็น้องพูดด้วยน้ำเสียงงอน
"อีกหลายเดือนเชิญตามสบาย"
"อะนี่เจี๊ยบไม่ต้องไปสนใจหมาแถวนี้หรอกคิดว่าเราอยู่กันสองคนก็ได้ นี่ไข่เจียวชะอมทอดกินกับน้ำพริกกะปิสูตรป้านิ่มอร่อยมาก"
แอลม่อนตักไข่เจียวชะอมทอดใส่จานให้เจี๊ยบัเหลือบแลการกระทำของคนเป็น้องแต่เขาก็ไม่พูดอะไร
ส่วนเจี๊ยบได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรเช่นกันเขาตักข้าวในจานกินไปเรื่อย ๆ ก่อนที่คนเป็น้องจะชวนพูดอีก
"เจี๊ยบยังเรียนอยู่ไหมครับ"
"ตอนแรกก็เรียนอยู่ครับแต่ว่าตอนนี้…"ปลายเสียงแ่เบาเล็กน้อย "ไม่เรียนแล้วครับ"
"อ้าวทำไมล่ะนั่นมันอนาคตเราเลยนะครับ"
"คือ…ผม"
"กินข้าวเสร็จแล้วขึ้นไปหาฉันที่ห้องทำงาน"
ัหันมาบอกเจี๊ยบแล้วลุกออกจากโต๊ะอาหารทันที
"ก๊อน…มึงเป็อะไรอีกวะ"
คนเป็น้องโวยวายเสียงดังตามหลังคนเป็พี่แล้วจึงหันหน้ามาคุยกับเจี๊ยบต่อ
"เอาล่ะ ๆพี่พอจะเข้าใจแล้วล่ะ พี่ไม่รู้หรอกนะว่าัทำอะไรกับลูกเจี๊ยบไว้บ้างแต่ลูกเจี๊ยบเชื่อพี่ม่อนนะครับว่าัไม่ใช่คนใจร้ายแต่ไอ้ก๊อนอะมันเป็คนปากแข็งรีบ ๆ กินข้าวแล้วรีบขึ้นไปหามันเถอะ่นี้มันเป็ไบโพลาร์"
เจี๊ยบได้แต่ก้มหน้ากินข้าว ส่วนแอลม่อนก็มองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสารนี่พี่ชายเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่นะ...แอลม่อนผู้อ่อนโยน