ตอนนั้นเองที่นายท่านเ้าของจวนวิ่งมาที่เรือนของตนและฮูหยิน หยุดยืนจ้องมองบานประตูเรือนราวกับจะให้เห็นทะลุเข้าไปข้างในนั้น ก่อนจะบอกสาวใช้ของมารดาตน
“เ้าพาท่านแม่ไปพักที่เรือนก่อน” แล้วถามเื่ราวจากพ่อบ้านด้วยความร้อนใจ “นางเป็อย่างไรบ้าง เกิดเื่อันใดขึ้น เหตุใดท่านแม่จึงหมดสติไปเช่นนั้น”
“ฮูหยินและหมอตำแยเข้าไปในห้องหนึ่งชั่วยาม ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลอด จนฮูหยินอ่อนแรงแล้วหมดสติไปขอรับ” พอได้ฟังคำพ่อบ้านตัวก็รู้สึกชา หัวใจปวดหนึบไปหมด ั์ตาแดงก่ำ น้ำตาก็เอ่อคลอราวจะไหลลงมาทุกเมื่อ ได้ต้องฝืนไว้ตนต้องเป็ที่พึ่งให้ฮูหยิน ให้คนในจวนจะแสดงความอ่อนแอไม่ได้
“ฮูหยิน ฮูหยิน ค..คุณหนู ตื่นเถิดเ้าคะ คุณหนูต้องเข้มแข็งนะเ้าคะ” แม่นมป่านที่อดจะเอ่ยคำเรียกในสมัยที่เป็คุณหนูออกมาไม่ได้ หลังหมอตำแยนำยามาให้ดื่มฮูหยินก็ยังไม่มีที่ท่าจะฟื้นคืนสติ ตนจะทำเช่นไรดี จะช่วยอย่างไรดี
ปังงงง
“นายท่าน เข้าไปไม่ได้นะขอรับ นายท่าน” พ่อบ้านะโเมื่อเห็นนายท่านของจวนพังประตูเข้าเรือนไป พอประตูเปิดออกก็รีบเดินเข้ามาแล้วนั่งลงข้างเตียงพร้อมทั้งเรียกฮูหยินด้วยเสียงแหบพร่า
“น้องหญิง พี่ขอโทษที่กลับมาช้า พี่กลับมาแล้วมาอยู่ข้างๆ เ้า เ้าต้องเข็มแข็งเพื่อลูกของเรานะ น้องหญิง” แล้วก้มลงเพื่อจุมพิตหน้าผากของหญิงที่ตนรัก พร้อมน้ำตาที่หยดลงบนใบหน้านาง ก่อนจะได้ยินเสียงเบาจนแทบจะไม่ได้ยินตอบกลับมา “เ้าคะ ท่านพี่” ตามด้วยเสียงหมอตำแยรีบขอให้ท่านคหบดีออกจากห้องไปเนื่องด้วยการเข้ามาในห้องทำคลอดถือเป็การผิดธรรมเนียม แต่ได้เสียงดุดันตอบกลับมาว่า ข้าจะอยู่กับฮูหยินของข้า เมื่อไล่ไม่ไปจึงได้ตั้งสติกลับมาทำคลอดต่อ
“เบ่งเ้าคะฮูหยิน ออกแรงอีกนิดเดียว ใกล้แล้วเ้าคะ” หมอตำแยรีบพูดขณะที่ฮูหยินเ้าของจวนมีแรงกลับมาอันเป็ผลจากยาที่ดื่ม และคงกำลังใจจากชายที่รักด้วยกระมั้ง
“ท่านพี่ กรี๊ด.......”
อุแว้..อุแว้.... ในที่สุด่เวลาที่ทรมานก็จบลง พร้อมกับเสียงร้องของทารกน้อยที่เปล่งดังเสียงออกมาไม่หยุด ราวกับจะบอกถึงท่านพ่อ ท่านแม่ว่าตนปลอดภัยแข็งแรงดี “คุณหนูน้อยเ้าคะฮูหยิน ท่านคหบดี” หมอตำแยบอกกล่าวแก่ทั้งสองคน
“ท่านพี่ในที่สุดยอดดวงใจก็มาอยู่กับเราแล้วเ้าคะ” แล้วยิ้มให้กันด้วยความสุข
“ข้าจะไปทำความสะอาดคุณหนูและฮูหยินด้วย เชิญท่านคหบดีออกไปรอข้างนอกก่อนเ้าคะ”
“ข้าอยากอยู่กับนาง พวกเ้าเร่งดูแลฮูหยินกับคุณหนูเถอะ” ทั้งยังกุมมือของฮูหยินไว้ไม่ยอมปล่อย หมอตำแย แม่นมและสาวใช้ต่างไปทำหน้าที่ตนเอง ก่อนจะอุ้มคุณหนูที่ตอนนี้ห่อด้วยผ้าแพรเนื้อดีมาส่งให้กับคนเป็พ่อ เ้าของจวนสอบถามถึงการดูแลลูกน้อยและฮูหยินอยู่นานสองนาน ก่อนให้รางวัลและให้พ่อบ้านส่งหมอตำแยกลับออกไป แล้วให้สาวใช้ออกไปแจ้งข่าวแก่มารดาของตนด้วย
“ดูท่านางคงจะดื้อรั้นไม่เบา นางมองข้าไม่หยุดเลยฮูหยิน หรือกำลังคิดว่าบิดาของนางช่างหล่อเหลาจริงๆ ใช่หรือไม่ ฮาๆ” พูดขณะที่อุ้มบุตรสาวไว้ในอ้อมแขนด้วยความทะนุถนอม แล้วหันมามองฮูหยินที่นอนอยู่บนเตียง นางยิ้มกว้างตอบกลับคนหลงตัวเอง “ท่านนี่ ว่าลูกดื้อรั้นได้อย่างไร นางต้องเป็เด็กที่น่ารัก อ่อนหวาน น่าทะนุถนอมเป็ดั่งดวงใจของเราสิเ้าคะ” นายท่านของจวนไม่ตอบแต่หันมาจุมพิตที่หน้าผากนูนอีกครั้งให้สมกับความช่างพูดของเ้าตัว
“ท่าน.. แล้วท่านพี่จะตั้งนามลูกเราว่าอย่างไรเ้าคะ”
“อืม.. พอคลอดออกมาก็ร้องเสียงดังลั่นเลย นางคงมีพร์ขับร้องเป็อันดับหนึ่งของแคว้นแน่” ฮูหยินแอบสบสายตากันกับแม่นม ราวจะกล่าวว่านายท่านช่างกล่าวยอลูกได้หน้าไม่เปลี่ยนสี นับถือๆ
“นางจะมีชื่อว่า เฟิ่งลี่อิน อันมีความหมายถึงเสียงอันไพเราะ งดงามดั่งตัวนาง” พูดแล้วก็ใช้นิ้วแตะเบาๆ ที่แก้มของบุตรสาวตัวน้อย ทารกน้อยอ้าปากกว้างจนเห็นเงือกแดงๆ ของนางเสมือนจะบอกว่านางชอบชื่อนี้มาก เฟิ่งฮูหยินยิ้มให้กับภาพที่ตนเห็นตรงหน้าแล้วพูด
“เพราะมากเ้าคะ เหมาะกับนา
งเหลือเกินลูกแม่ เฟิ่งลี่อิน”