ตอนที่ 19 สองพี่น้องเห็นแก่ตัว (2)
ตรงหน้าหม่าซื่อมีชามเล็กใบหนึ่ง ในนั้นมีเนื้อหมูอยู่หลายชิ้นที่คีบออกมาในตอนแรก นางแบ่งให้อันหยวนซิ่ง อันหยวนวั่งกับอันเสี่ยวเฟิ่งคนละชิ้น และเหลือให้ตัวเองสองชิ้น ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือในโต๊ะนี้ก็ได้แต่มองเท่านั้น
อันเสี่ยวเย่ว์คิดจะลองใจอันหยวนซิ่งกับอันหยวนวั่ง ดูว่าพวกเขาพอมีน้ำใจอยู่บ้างหรือไม่ จึงทำทีเป็นพูดว่า “หยวนซิ่ง หยวนวั่ง ขนมที่ให้พวกเจ้าไปวันนี้อร่อยหรือไม่”
“อร่อย!” อันหยวนวั่งรีบตอบ
อันหยวนซิ่งผงกศีรษะรับ “คิดไม่ถึงเลยว่าขนมบ้านเจ้าของที่ดินเกาจะหอมขนาดนี้ อร่อยมากเลย”
“หยวนซิ่ง หยวนวั่ง ในเมื่อพี่เสี่ยวเย่ว์มีของอร่อยยังแบ่งให้พวกเจ้าสองคน เช่นนั้นตอนพวกเจ้าสองคนมีเนื้อกิน จะแบ่งให้น้องหยวนเซิงบ้างได้หรือไม่ ไม่ต้องมากนักก็ได้ พวกเจ้าแบ่งคนละส่วนเล็กๆ ให้เขาก็พอ ดีหรือไม่”
“ไม่ดี! ข้าไม่ให้หรอก!” อันหยวนซิ่งกับอันหยวนวั่งพูดขึ้นพร้อมกันและทั้งคู่ปกป้องชามของตัวเอง สายตาฉายแววดุดันขึ้นมาอีกหลายส่วน
“พี่หญิงรอง ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่อยากกินเนื้อของพวกเขา ท่านไม่ต้องขอพวกเขาให้ข้า” อันหยวนเซิงพูดอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าวันนี้เขากินอิ่มแล้ว
อันเสี่ยวเย่ว์ส่ายหน้าอย่างระอาใจ ดูท่าเจ้าเด็กสองคนนี้ยังเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง แต่ว่าแม้จะเป็นเช่นนี้ นางที่เป็นวิญญาณจากอนาคตอายุยี่สิบกว่าปี ย่อมไม่ถือสาหาความเอากับเด็กน้อย แต่นางทราบว่าไม่อาจให้พี่น้องสองคนที่เห็นแก่ตัวนี้มาร่วมขบวนด้วย
“นางเด็กน่าตาย ยังกล้าขอเนื้อจากลูกข้าอีกหรือ” หนิวซื่อหน้าดำทะมึน เรื่องในวันนี้นางหมายหัวอันเสี่ยวเย่ว์ไว้แล้ว “น้ำหน้าอย่างพวกเจ้านี่นะ คิดจะกินเนื้อกับเขาด้วย ทำไมไม่ไปกินขี้เสียเล่า!”
คำพูดของหนิวซื่อทำเอาอันเสี่ยวเย่ว์หมดความอยากอาหาร เหตุใดต้องพูดคำพูดชวนอ้วกแบบนี้บนโต๊ะอาหารด้วยนะ
“หยวนซิ่ง หยวนวั่ง เนื้อชิ้นนี้ของพี่เสี่ยวเฟิ่งแบ่งได้เป็นสองชิ้น พวกเจ้าแบ่งกันคนละชิ้นนะ” อันเสี่ยวเฟิ่งทำตามคำพูดของอันหยวนเฟิง ตอนกินข้าวจึงดูแลเอาใจอันหยวนซิ่งกับอันหยวนวั่ง “พวกเจ้าเป็นเด็กดีที่สุด กำลังโตต้องกินให้มากหน่อย”
หนิวซื่อผงกศีรษะอย่างพอใจ เสิ่นซื่อเดิมทีเป็นคนหวงของกิน พอเห็นว่าบุตรสาวไม่เอาเนื้อให้ตัวเอง แต่กลับให้เด็กสองคนของบ้านเจ้าสี่ก็รู้สึกโมโหขึ้นมา คิดจะอาละวาดสักหน่อย แต่พอเห็นอันเสี่ยวเฟิ่งขยิบตาส่งสัญญาณให้ แม้จะไม่ทราบความหมายของอันเสี่ยวเฟิ่ง แต่ก็ไม่ได้หาเรื่องอีก
อันที่จริงพวกอันเสี่ยวเย่ว์กินอิ่มมาจากในเมืองแล้ว แม้กลับบ้านมาเกือบสองชั่วยามจนฟ้ามืดแล้วก็ยังไม่หิวเลย พวกอันเสี่ยวหลียังสามารถซดข้าวต้มที่แทบไม่มีเม็ดข้าวได้ ทว่าอันเสี่ยวเย่ว์กลับไม่อยากอาหารแม้แต่นิดเดียว
พอเห็นหลิ่วซื่อที่ผอมแห้งจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก จึงตัดใจยกส่วนของตัวเองให้กับหลิ่วซื่อครึ่งชาม “ท่านแม่ ข้ากินขนมที่บ้านเจ้าของที่ดินเกามากเกินไป ยังอิ่มอยู่เลย ท่านช่วยข้ากินหน่อยเถอะ!”
“ไม่ได้ เสี่ยวเย่ว์ กลางดึกเจ้าจะหิวนะ แม่กินอิ่มแล้ว เจ้ากินเองเถอะ” หลิ่วซื่อยังรู้สึกว่าลูกสาวยอมสละของกินให้นางเสียอีก!
หนิวซื่อกลับไม่สนอะไรเลย “ในเมื่อพวกเจ้าแม่ลูกไม่หิว เช่นนั้นก็ให้ข้าเถอะ! ข้ายังกินไม่อิ่มเลย!”
หนิวซื่อพูดพลางก็แย่งชามข้าวของหลิ่วซื่อไปหน้าตาเฉย
อันเสี่ยวเย่ว์คิดจะแย่งกลับมา แต่พอคิดได้ว่าคืนนี้ยังมีมื้อดึกให้หลิ่วซื่อกับอันลี่เปิ่นกิน จึงไม่ได้พูดอะไรอีก
อันเสี่ยวเย่ว์ยังนึกแปลกใจ อาหารที่หน้าตาดูไม่น่ากินเลยทั้งโต๊ะนี้ พวกเขากลับสามารถกินกันจนเกลี้ยง
หลังมื้ออาหาร พวกอันเสี่ยวเย่ว์ได้แต่ทำใจไปล้างชาม ส่วนอันหยวนเฟิงก็เริ่มแผนการของเขา เขาแกล้งพูดกับอันหยวนซิ่งและอันหยวนวั่งว่า “น้องๆ ได้ยินว่าคืนนี้อันเสี่ยวเย่ว์จะไปบ้านเจ้าของที่ดินเกาเพื่อเอาของกินอีก! หากพวกเจ้าอยากกิน ก็ไปดักพวกเขาระหว่างทางสิ ฉวยโอกาสตอนพวกเขายังล้างชามอยู่ พวกเจ้าก็คิดหาวิธีไปก่อน”
“จริงหรือ พี่หยวนเฟิง ท่านไม่หลอกพวกข้านะ เมื่อตอนบ่ายพวกเขาเพิ่งเอาของกินกลับมาเอง ตอนนี้ยังจะไปอีกหรือ” อันหยวนซิ่งท่าทางไม่อยากเชื่อเล็กน้อย
อันเสี่ยวเฟิ่งเข้ามาพูดว่า “หยวนซิ่ง เป็นความจริง หรือว่าเจ้าไม่เชื่อพี่เสี่ยวเฟิ่งแล้ว พี่เสี่ยวเฟิ่งไม่ดีกับพวกเจ้าหรือ”
“ข้าเชื่อ!” อันหยวนวั่งรีบกล่าว “พี่ชาย พวกเราไปรอที่แนวคันนาด้านนั้น ให้พวกเขาพาพวกเราไป”
“เมื่อครู่พวกเราไม่ได้ให้อันหยวนเซิงกินเนื้อ พวกเขาต้องไม่ยอมพาพวกเราไปแน่” อันหยวนซิ่งยังคาใจ
“พวกเขายังต้องเอากลับมาบ้างแน่” อันเสี่ยวเฟิ่งกล่าว “เอาอย่างนี้ พวกเจ้าก็ไปแย่งพวกเขากลางทางสิ หากแย่งมาได้เยอะ ก็เอากลับบ้านมาให้ท่านแม่พวกเจ้ากินอย่างไรเล่า”
“ตกลงตามนี้” อันหยวนซิ่งดึงมืออันหยวนวั่งวิ่งจากไป
ภาพเหล่านี้ อันที่จริงอันเสี่ยวเย่ว์ที่นั่งล้างชามอยู่ริมประตูห้องครัวเห็นทั้งหมดแล้ว แม้นางจะไม่ได้ยิน แต่ใช้นิ้วหัวแม่เท้าตรองดูก็รู้ว่าอันหยวนเฟิงกับอันเสี่ยวเฟิ่งคิดจะทำอะไร น่าจะเหมือนกับที่นางคาดไว้เมื่อตอนบ่าย
“ฝากไว้ก่อนเถอะ!” อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มเย็นที่มุมปาก ของที่นางซื้อกลับมา ต้องไม่ตกอยู่ในมือใครทั้งนั้น