“ท...ทำอะไร” ผมถามเสียงอึกอักเมื่อเขากำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ๆ นี่เขาคงไม่คิดที่จะปล้ำผมหรอกใช่ไหมถึงผมจะเป็เกย์แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะง่ายกับผู้ชายทุกคนสักหน่อยให้ผมมีโอกาสเลือกบ้าง!
“แล้วคุณคิดว่าคนที่เขาแต่งงานเป็ผัวเมียกันเขาจะทำอะไรถ้าอยู่กันสองคน”ร่างสูงของคุณพชรยื่นใบหน้าอันหล่อเหลาเหมือนนายแบบเข้ามาใกล้ระหว่างที่ผมกำลังคิดฟุ้งซ่านทำให้เผลอก้าวถอยหลังอย่าช้าๆ
“ย...อย่าทำอะไรบ้าๆนะ” ผมโวยวายพร้อมถอยหลังก้าวอย่างกลัวๆในขณะที่อีกคนก็เอาแต่สืบเท้าเข้ามาใกล้
แป๊ะ!
ร่างสูงยกยิ้มแสนจะร้ายกาจพร้อมกับดีดหน้าผากไปหนึ่งทีผมยกมือขึ้นลูบหน้าผากตนเองที่ถูกดีดจนเจ็บจี๊ด ในขณะที่อีกคนอมยิ้มอย่างพอใจ
“คิดลามกนะคุณน่ะ”
“อ้าว ใครมันจะไปรู้ว่าคุณหมายถึงอะไร” ผมบ่นอุบ “ก็พูดกำกวมเอง” ใครมันจะไปคิดล่ะว่าแค่แกล้งกันเล่นๆคนยิ่งชอบคิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่
“ผมเห็นคุณน่าแกล้งดี” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนต้องเอนหลังออกห่าง
ตุบ!
“โอ๊ย!”
ผมร้องโอดครวญเมื่อล้มหงายหลังลงไปบนเตียงอย่างไม่ทันตั้งตัวในจังหวะที่กำลังจะลุกขึ้น คุณพชรกลับโน้มตัวลงมาใช้สองแขนคร่อมร่างผมที่นอนแข็งทื่อไม่กล้าขยับใบหน้าคมคายยื่นเข้ามากระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้คนฟังหัวใจสั่น
“ขยับหน่อยครับ ผมนอนไม่ได้”
เขาพูดแค่นั้นและผละออกไป ผมนอนหัวใจเต้นตึกตักกับเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านไปเมื่อสักครู่พอตั้งสติได้ผมจึงรีบขยับตัวไปติดอีกฝั่งของเตียงเพื่อแบ่งที่ว่างให้อีกคนได้ขึ้นมานอนข้างๆกัน
ในตอนดึกที่เงียบสงัดเราทั้งสองคนตามนอนกันคนละฝั่งของมุมเตียงโดยเหลือที่ว่างตรงกลางเอาไว้แรงกระตุกดึงผ้าห่มทำให้ผมตื่นขึ้นมาทีแรกคิดว่าจะเป็เื่เหนือธรรมชาติแต่เมื่อมองดูๆแล้วพบว่าต้นเหตุมันมาจากร่างสูงที่นอนหันหลังอยู่ต่างหากเขาดึงผ้าห่มที่มีอยู่ผืนเดียวไปพันตัวเองไว้จนเป็ดักแด้
พรึ่บ
ผมดึงผ้าห่มคืนมาคลุมกายตัวเอง คุณพชรก็แย่งกลับไปอีกครั้งผมสะบัดหน้าไปมองคนข้างๆ ที่นอนหันหลังห่มผ้าอย่างสบายใจด้วยความหงุดหงิดเราสองคนสลับกันยื้อยุดผ้าห่มผืนเดียวอยู่นานและก็ยังคงเป็ผมที่ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป
“อยากห่มมากนักก็เอาไป!” ผมจัดการพันผ้าห่มไปกับร่างสูงที่นอนขดอยู่อีกฝั่งของเตียงด้วยความหมั่นไส้แค่คืนเดียวเท่านั้นทนๆหน่อยเดี๋ยวก็เช้าแล้วผมได้แต่ปลอบใจตนเองนอนกอดเข่าซุกตัวให้เล็กมากที่สุด
หมับ!
ผมปรือตาเล็กน้อยเมื่อถูกคนข้างๆ รั้งตัวเข้าไปกอดเอาไว้จนจมอกแม้ว่าจะพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถทำได้วงแขนแกร่งกดรัดร่างผมไว้ราวกับผมเป็หมอนข้างก็ไม่ปาน
“นี่คุณปล่อย”
“อือ”
นอกจากคุณพชรจะไม่ปล่อยแล้วเขายังซุกหน้าลงกับท้ายทอยของผมเป่าลมหายใจอุ่นร้อนรดต้นคอกันจนรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวแม้ผมจะเคยบอกว่าผมไม่ได้ง่ายกับผู้ชายทุกคนแต่มาเจอแบบนี้ผมก็ทนไม่ไหวเหมือนกันหรือว่าความจริงแล้วเขาตั้งใจจะยั่วผมกันแน่
“ปล่อยครับ” ผมบอกเสียงเข้มพยายามที่จะแกะมือของเขาออก
“นอนเฉยๆ”
เสียงงัวเงียกระซิบและกระชับกอดแน่นมากขึ้นจนแทบหายใจไม่ออกผมไม่รู้ว่าคนข้างกายมีสติหรือไม่แต่การที่เขากอดผมไม่ยอมปล่อยและบอกให้ผมนอนนิ่งๆผมจะถือเสียว่าเขาละเมอก็แล้วกันเนื่องจากตอนนี้ตาผมหนักอึ้งไปหมดไม่สามารถฝืนเอาไว้ได้อีกและการนอนในอ้อมกอดของเขามันก็อุ่นมากจริงๆ
เช้าวันต่อมาหลังจากการเข้าหอส่งตัวเมื่อคืนผมตื่นขึ้นมาั้แ่ฟ้ายังไม่ทันสางลืมตามองเพดานห้องกะพริบตาปริบๆ เคลื่อนสายตามองข้างกายที่ยังคงมีร่างสูงนอนกอดเอวอยู่ผมพยายามที่จะแงะออกอย่าสุดความสามารถแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย
นี่แขนคนหรือหนวดหมึกทำไมรัดเก่งแบบนี้
ในเมื่อไม่ยอมปล่อยงั้นคงต้องใช้วิธีสุดท้ายแล้วผมรวบแรงทั้งหมดที่มีผลักคนหน้ามึนที่กอดแน่นไม่ยอมปล่อยจนตกเตียง
ตุบ!
“โอ๊ย!” ผมคลานไปเกาะขอบเตียงแลบลิ้นใส่อย่างกวนๆ เขาสะบัดผ้าห่มออกจากตัวขยี้ตาอย่างงัวเงียก่อนะโขึ้นเตียงพุ่งมาใส่ผมอย่างรวดเร็ว แต่เสียใจด้วยนะเพราะผมเร็วกว่าะโหนีไปยืนอีกฝั่งของเตียงก่อน
“แน่จริงอย่าหนี” คุณพชรยืนเข่าบนเตียงชี้หน้าผมที่ยืนอยู่ห่างออกไปแค่ไม่กี่ก้าวอย่างเอาเื่ก่อนที่จะะโลงมาทำให้ผมออกตัววิ่งหนี
“อ๊ากก” ผมแหกปากร้องเสียงดังวิ่งหนีไปอีกทาง
หลบซ้ายทีขวาทีภายในห้องของโรงแรม กระทั่งเราสองคนเริ่มเหนื่อยหอบจากการเล่นเป็เด็กในที่สุดเราทั้งคู่ก็ล้มตัวลงนอนคนละฝั่งของเตียงหันหัวเข้าชนกันด้วยตัวที่มีเหงื่อชุ่มตัวไม่ต่างกัน
“เหนื่อยอะคุณ”
“แล้วใครบอกให้คุณวิ่งล่ะ” คุณพชรถามเสียงเรียบ
เราทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่งและเป็คนที่อายุมากกว่าผมเอ่ยขึ้นมาก่อน“คุณไปอาบน้ำเถอะเหม็น”
“คุณตัวหอมนักแหละ เหม็นเหมือนกัน”
ผมลุกขึ้นหลับตาแลบลิ้นใส่พร้อมกับวิ่งคว้าผ้าเช็ดตัวของตนเองเข้าไปในห้องน้ำทันที
“อย่าหนีนะ ตัวแสบ!” ร่างสูงลุกขึ้นหมายจะคว้าตัวของผมแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อประตูห้องน้ำปิดลงกั้นเราทั้งสองไว้คนละฝั่งของบานประตู
ปึ้ง ปึ้ง
“เปิดประตูออกมานะภีม” ร่างสูงทุบประตูห้องน้ำเสียงปึงปังจนผมกลัวว่าประตูมันจะเสียเอาถ้าเขายังไม่หยุดทุบ
“อย่าทุบ ประตูจะพัง!” ผมะโออกไปพร้อมรีบถอดเสื้อผ้ากระโจนเข้าหาสายน้ำที่ไหลออกจากฝักบัวทันที
เสียงทุบประตูเงียบลงไปแล้วสงสัยเขาคงจะยอมแพ้ไปแล้วล่ะมั้ง ผมจึงได้อาบน้ำอย่างสบายใจเสียทีเมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เห็นคุณพชรนอนใช้มือรองหัวอยู่บนเตียง หันหน้ามามองผมด้วยสายตาดุๆ
ไม่รู้จะดุอะไรนักหนาเป็หมารึไง
“แอบด่าอะไรผมในใจ” ผมสะดุดเมื่อถูกจับได้
“เปล๊า” ผมลากเสียงสูงอย่างมีพิรุธ และเลี่ยงโดยร่างสูงโดยการเดินไปหาเสื้อผ้าภายในตู้มาใส่
“เขาบอกว่าคนที่ปฏิเสธเสียงสูงคือคนโกหก”
“คุณนี่มัน...” ผมกำลังจะด่าออกมาเขาก็เข้าไปในห้องน้ำเสียแล้วเหลือแต่ผมที่โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่เอาชนะไม่ได้ ฮึ้ย!
ผมเลิกสนใจคนที่หนีเข้าไปในห้องน้ำแล้วมาจัดการแต่งเนื้อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดเส้นเปิดไหล่ลายดอกไม้สไตล์วินเทจแต่งระบายที่้าเสริมให้หน้าอกเด่นขึ้นมาส่วนกางเกงก็เป็กางเกงผ้าสีสะอาดเข้าชุดผมทำใจอยู่นานมากๆกว่าจะใส่ชุดนี้ได้แต่ถ้าไม่ใส่ก็ไม่มีเสื้อผ้าให้ใส่แล้ว
วิกผมยาวสีเข้มสมจริงที่ถอดทิ้งเอาไว้ั้แ่เมื่อคืนถูกผมนำมาแกะเครื่องประดับผมนั้นออกและเริ่มสางผมจัดทรงใหม่ไหนๆก็ต้องใส่ชุดผู้หญิงแล้วก็ขอใส่แบบครบชุดไปเลยแล้วกัน ส่วนเครื่องสำอางไม่ได้ก็ได้หรอกมั้งถึงยังไงหน้าผมก็หวานออกไปทางผู้หญิงอยู่แล้ว
“เดี๋ยวเสร็จแล้วไปเช็กเอาท์...” เสียงของร่างสูงที่ออกมาจากห้องน้ำขาดห้วงไปใบหน้าหล่อนิ่งค้าง ปากอ้าหวอ ดวงตาเบิกกว้างเหมือนคนเจอผีก่อนจะหันหน้าเบี่ยงไปทางอื่น
“ครับ เดี๋ยวผมขอโทรหาแม่ก่อน” ผมบอก เขาพยักหน้ารับรู้และเลือกเสื้อผ้าหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง
ผมยันตัวขึ้นแล้วเดินไปหยิบมือถือที่หัวเตียงมากดโทรหาแม่ก็มีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นมา
‘ขออภัยค่ะหมายเลข...’
คือแม่ไม่รับไง อะไรเนี่ย!!!
โทรเข้าเบอร์พี่เด่นเดือนก็ไม่รับสายเหมือนกันคือหายไปไหนกันหมดกะจะปล่อยผมไว้ที่นี่เลยรึไง? ไม่ได้นะตอนนี้เขารู้ความจริงแล้วจะมาปล่อยผมทิ้งๆขว้างๆ ไม่รับผิดชอบไม่ได้
“เป็อะไร” เสียงนิ่งๆ ถามขึ้น
ผมกำลังนั่งทำหน้ามุ้ยอย่างอารมณ์เสียจึงเงยหน้าขึ้นมองไล่ไปั้แ่ปลายเท้าขากางเกงผ้าที่เข้ารูปส่วนกลางหว่างขาที่นูนออกมานิดหน่อย เข็มขัดไล่ไปจนถึงเส้นผมที่จัดทรงอย่างเข้ากับรูปหน้า
ทำไมหล่อแบบนี้นะ
“แม่ปิดเครื่องอะ โทรหาเลขา แม่ก็ไม่รับ” บอกไปเสียงหม่นๆ
“แล้วจะเอายังไง” คุณพชรถาม
“งั้นคุณไปส่งผมที่บ้านหน่อยแล้วกันส่วนเื่พี่ภัทรไว้ค่อยคุยกันอีกทีก็ได้”ผมเสนอทางออกยังไงตอนนี้ผมก็ไม่มีอะไรติดตัวแล้วนอกจากมือถือเครื่องเดียว
“ได้ๆเดี๋ยวผมไปส่งที่บ้าน”
“อือ ขอบคุณนะ”
เมื่อเช็กเอ้าท์ออกมาโรงแรมแล้วเราทั้งสองคนมุ่งหน้าไปบ้านของผมซึ่งอยู่ในส่วนหนึ่งภายในเมืองหลวงตลอดทางผมเอาแต่เงียบนั่งมองข้างทางไปเรื่อยๆ นานมากแล้วที่ไม่ได้กลับมาเมืองไทยอะไรหลายๆ อย่างไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่จะมีก็แค่ค่าครองชีพที่สูงขึ้น
รถหรูของคุณพชรจอดเทียบที่หน้ารั้วบ้านบานใหญ่สีน้ำเงินที่ตรงกลางมีป้ายพลาสติกขนาดใหญ่ติดไว้ด้วยข้อความที่ทำเอาผมงงไปหมดทั้งยังมีเบอร์ติดต่อที่ด้านล่าง
‘ขายด่วน’
นี่มันเื่บ้าอะไรกันทำไมมีป้ายประกาศขายที่หน้าบ้านของผมเมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ทั้งที่ผ่านไปแค่คืนเดียวทำไมบ้านผมถึงถูกประกาศขาย
“เกิดอะไรขึ้น”ผมพึมพำมือก็กดเบอร์โทรที่อยู่บนป้ายซึ่งก็คือเบอร์ของแม่ผมเอง แต่ก็ไม่มีคนรับสาย
ผมยืนนิ่งค้างอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ด้วยสมองที่ว่างเปล่านี่มันเื่อะไรทำไมไม่เคยมีใครบอกผม ที่บอกว่าบ้านเป็หนี้หลายสิบล้านผมก็ไม่เคยคิดว่ามันจะหนักหนาถึงขั้นต้องขายบ้านแล้วแม่กับพี่ภัทรจะไปอยู่ที่ไหนพวกเขาหายไปไหน พวกเขาทิ้งผมไปแล้วหรือว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกติดต่อมา
หมับ!
“จะเอายังไง คิดว่าในบ้านคงไม่มีใครอยู่แล้ว”
“ผมมีกุญแจ เดี๋ยวเข้าประตูเล็กไปเก็บของแล้วกัน” ผมบอกด้วยสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่
“แล้วจะไปอยู่ที่ไหน”
“...”
ผมไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ที่ไทยผมไม่มีที่ให้ไปแต่ช่างเถอะผมโตแล้วนะเื่แค่นี้เองผมผ่านไปได้สบายมาก
เมื่อเข้ามาในบ้านได้ก็มองสำรวจโดยรอบไม่พบใครสักคนแม่บ้านก็ไม่มีคนสวนก็ไม่มี คุณพชรเองที่เดินตามหลังเข้ามาก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจะเดินตามมาเงียบๆเท่านั้น
กึก กึก
ผมลองเขย่าประตูใหญ่หน้าบ้านแต่ก็ไม่สามารถเปิดได้จึงเดินอ้อมไปด้านหลังที่เป็ประตูครัวซึ่งถ้าจำไม่ผิดจะมีกุญแจซ่อนอยู่ที่ใต้กระถางต้นไม้ๆแถวนั้นร่างสูงของแขกผู้เยือนอีกคนมองผมที่ก้มๆเลยอยู่แถมกระถางต้นไม้ครู่หนึ่งเพื่อกุญแจ
“คุณจะรอตรงนี้หรือจะเข้าไปข้างใน”
“รอตรงนี้แล้วกัน”
เข้ามาในบ้านได้แล้วก็จัดการเปิดระบบไฟในบ้านโชคดีที่ยังไม่ถูกตัดน้ำตัดไฟห้องแรกที่ผมไปคือห้องนอนของตัวเองซึ่งเป็ไปตามคาดว่าของทุกอย่างยังอยู่ที่เดิมผมจึงไม่รอช้าเปลี่ยนชุดผู้หญิงที่ตนเองกำลังสวมเป็ชุดผู้ชายปกติและเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่แล้วรีบออกมา
“เสร็จแล้ว”
“อืม...” เขาพยักหน้าและเข้ามาช่วยถือกระเป๋าอีกใบ“รู้หรือยังว่าจะไปที่ไหน”
“ยังครับ คุณไปส่งผมที่โรงแรมเดิมก็ได้”
ร่างสูงทำท่าคิดสักครู่แล้วส่ายหน้า “ไปอยู่ที่คอนโดของผมก็แล้วกัน”
ผมพยักหน้ารับอย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่าเช่าห้องถือว่าช่วยประหยัดไปได้มากระดับหนึ่ง ระหว่างทางไปคอนโดของคุณพชรผมแทบจะไม่ได้ดูทางเลยด้วยซ้ำเพราะในหัวเอาแต่คิดหาเหตุผลร้อยแปดถึงสาเหตุที่อยู่ๆแม่ก็ประกาศขายบ้านแถมยังทำเหมือนจะตัดหางผมปล่อยวัดอีกต่างหาก
“แม่คุณนี่ก็ฉลาดนะให้ลูกชายมาสวมรอยแต่งานใช้หนี้ส่วนตัวเองก็หนีไปไหนไม่รู้”
“แม่ไม่ทำแบบนั้น”
“แล้วคุณติดต่อท่านได้หรือเปล่าล่ะ”
คำพูดของเขาเหมือนมีดที่แทงเข้ากลางหัวใจผมติดต่อแม่ไม่ได้และผมก็กำลังสวมรอยแต่งงานแทนพี่สาวอยู่จริงๆ
“แค่หนี้ไม่กี่สิบล้านทำไมแม่ถึงต้องทำขนาดนี้”
“ไม่กี่สิบ? นี่คุณรู้เื่อะไรบ้าง”เสียงทุ้มถามกลับด้วยน้ำเสียงฉงน“ผมจะบอกอะไรให้นะแม่คุณถูกศาลฟ้องล้มละลายหนี้เป็ร้อยๆ ล้าน”
ร้อยๆ ล้าน
ผมนิ่งชะงักเมื่อได้ยินความจริง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าที่บ้านเป็หนี้หลายร้อยล้านแต่ที่ไม่ยอมกลับมาเมืองไทยเลยเพราะไม่อยากกลับมาเป็ภาระเพิ่มจึงอยู่ที่สวิซฯ เรียนจบหางานทำที่นั่น
ทุกวันนี้ผมหาเงินใช้เองโดยไม่ได้ขอแม่แม้แต่แดงเดียว แต่ทำไมแม่ถึงไม่เห็นความดีของผมแล้วทำกับผมแบบนี้ผมยังเป็ลูกท่านอยู่หรือเปล่าหรือว่าจริงๆ แล้วผมไม่ใช่ หึผมคิดบ้าอะไรจะไม่ใช่ได้ยังไงในเมื่อผมกับพี่ภัทรเป็แฝดกัน
“เอาน่าคุณก็ไปอยู่คอนโดฯ ผมก่อน เื่อื่นๆค่อยหาทางแก้ไข”
“ขอบคุณครับคุณพชร” ผมบอกออกมาจากความรู้สึกขอบคุณจริงๆถ้าเขาไม่อยู่ก็ไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อดี
“เรียกพี่พีทก็ได้”ร่างสูงเอ่ยขึ้นทั้งที่กำลังมองถนนเบื้องหน้า
“ครับ...พี่พีท”
ทางด้านแม่ของภีม
หลังจากที่ส่งลูกชายเข้าเรือนหอกับว่าที่เ้าบ่าวแล้วเธอก็รีบโทรหาภัทรศยา
ลูกสาวฝาแฝดอีกคนของเธอทันที ความจริงแล้วภัทรศยาไม่ได้หนีไปไหน แต่เป็เพียงแผนการที่เธอจัดขึ้นมาเพื่อช่วยลูกสาวเพื่อที่ภัทรศยาจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับพชร
เื่อะไรเธอจะยอมให้ลูกสาวที่เธอหมายมั่นปั้นมือจะให้แต่งงานกับเ้าของสวนยางพาราทางภาคอีสานไปแต่งงานกับผู้ชายเ้าชู้ประตูดินแบบนั้นอีกอย่างเธอก็จะได้มีเงินมาใช้หนี้ที่ค้างอยู่เร็วขึ้นด้วยทั้งจากลูกสาวและลูกชาย
“คุณแม่จะทิ้งภีมจริงๆ เหรอคะ” ภัทรศยาถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงน้องชายเธอไม่รู้ว่าเพราะอะไรแม่ถึงได้ไม่ชอบภีมมวัจน์นักทั้งที่ก็เป็ลูกชายของเธอเช่นกันหรือเพราะว่าภีมวัจน์เป็คนหัวแข็งไม่เชื่อฟังคำสั่ง
“ยัยภัทรหรือว่าแกอยากจะแต่งงานกับลูกชายบ้านนั้น” ผู้เป็แม่พูดลอดไรฟันออกมา“ฉันอุตส่าห์ปูทางสวยงามให้แกเดินแต่แกอยากไปเดินทางที่แกเองจะต้องเ็ปใจหรือไงคุณเทพไม่ดีตรงไหน” เธอเอ่ยถึงชายวัยสามสิบต้นๆ เ้าของสวนยางพาราที่เธออยากจะจับคู่ให้กับลูกสาว
“โถ่แม่...คุณพชรก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะคะแม่ ดีออกได้เป็สะใภ้ท่านรัฐมนตรี”ภัทรศยาบอก
ใช่ใครบ้างไม่ชอบการได้เป็สะใภ้นักการเมืองมีหน้ามีตาในสังคมผู้คนพูดถึงและอิจฉากันทั้งประเทศใครบ้างที่ไม่ชอบ
“แต่งไปก็มีแต่แกจะช้ำใจไม่รู้รึไงว่าลูกบ้านนั้นน่ะเ้าชู้ประตูดินแค่ไหนเปลี่ยนผู้หญิงเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้าฉันน่ะอยากให้แกเจอคนดีๆ” ผู้เป็แม่ไม่ยอมแพ้ยกเหตุผลร้อยแปดมากล่อมลูกสาว “อีกอย่างเรามีแต่ได้กับได้ ใช้หนี้หมดเร็วไม่ดีหรือไงแถมยังมีเงินเหลือให้แกถลุงเล่นอีกชาตินี้จะใช้หมดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”
“เลิกพูดเื่นี้เถอะค่ะ แล้วแม่จะบอกภีมว่ายังไงคะ”
“...”
“แม่คะ อย่าเงียบสิภัทรสงสารน้อง”
“ฉันว่าแกเลิกห่วงตาภีมแล้วห่วงตัวเองเถอะ”