เย่ซินเย่วลากรถเข็นมาหยุดที่หน้าบ้านของบิดาหลังจอดสนิทแล้วจึงเคาะประตู ะโเอ่ยเรียกอยู่หน้าบ้าน ไม่นานเฉินเสี่ยวเหมยก็เดินออกมาเปิดประตูให้ เย่ซินเย่วจึงลากรถเข็นเข้าไปจอดบริเวณกลางบ้าน
โจวอี้ฟานที่ยังงงงันอยู่มากก็หันมองซ้ายขวาอย่างสงสัย เด็กหญิงเมื่อกี้เรียกพี่ชายที่ช่วยเหลือเขาว่าพี่สะใภ้ใหญ่ นี่พี่ชายเป็สตรีหรอกหรือ แล้วที่นางอุ้มเขากับพี่ชายไปมาราวกับตุ๊กตายัดนุ่นนั่นเล่า สตรีคนหนึ่งจะทำได้ขนาดนั้นเลยหรือ
เฉินเสี่ยวเหมยที่ออกมาเปิดประตูให้บุตรสาวแล้วเห็นว่ามีคนเจ็บมาด้วย ก็รีบไปเรียกสามีที่อยู่หลังบ้านให้ออกมาหน้าบ้านเพื่อดูอาการคนไข้ กลับมาถึงก็เห็นคนป่วยทั้งสองลงมาอยู่แคร่หน้าบ้านแล้ว พวกเขาลงมาจากรถเข็นได้อย่างไรแต่ถึงแปลกใจก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมา เพราะเห็นว่าเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ท่าทางไม่สู้ดีแล้ว
“งั้นข้าฝากหน่อยนะเ้าค่ะ ท่านแม่ ส่วนค่ายาอย่างไรก็มาเก็บที่ข้าได้เลยเ้าค่ะ”
“ใครจะเก็บลูกกัน ไปไปรีบไปได้แล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่จัดการเอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
หลังจัดการส่งคนไข้ทั้งสองไว้ให้บิดาและมารดาดูแลแล้ว เย่ซินเย่วก็ตรงกลับบ้านทันที ไม่รู้ป่านนี้เ้าแฝดจะหิวนมหรือยัง เมื่อคิดถึงลูกเย่ซินเย่วก็เร่งความเร็วขึ้น ประตูบ้านถูกเปิดเอาไว้รอนางกลับมา เย่ซินเย่วจึงสามารถลากรถเข็นเข้ามาภายในบ้านได้เลย หลิงซีหลางกับหลิงซีซีที่นั่งรอกินข้าวที่โต๊ะอาหารเมื่อเห็นเย่ซินเย่วเข้าบ้านมา ก็ลุกขึ้นเตรียมถ้วยข้าวสำหรับสามคน
เย่ซินเย่วที่เข้าบ้านมาแล้วก็เดินไปอุ้มสองแฝดขึ้นจากตระกร้า แล้วเอาเข้าไปให้นมในบ้าน พร้อมเปลี่ยนชุดกลับเป็ชุดสตรีดังเดิม เมื่อจัดการตนเองเสร็จก็พาเ้าแฝดออกมาที่โต๊ะอาหาร วางทั้งสองไว้ข้างตัว แล้วลงมือกินข้าวที่หลิงซีซีและหลิงซีหลางเตรียมไว้ให้
“อาหลาง ซีซี พี่ว่าจะปรับปรุงบ้านนะ” เย่ซินเย่วเอ่ยบอกสิ่งที่้ากับทั้งสองคน ตอนนี้มีเงินแล้วนอกจากเื่อาหารก็เื่บ้านนี้แหละที่นางกังวล หากเข้าหน้าหนาวแล้วบ้านยังเป็เช่นนี้ พวกนางคงอยู่ได้ไม่นาน ไหนจะเ้าแฝดของนางอีกเล่า
“เงินเราพอแล้วหรือขอรับ อาหารสำหรับหน้าหนาวเรายังไม่มีเลย” หลิงซีหลางที่นั่งอยู่ก็เอ่ยขัดขึ้น ตัวเขาเองอดกังวลไม่ได้ ระหว่างบ้านกับอาหารเขาย่อมเลือกอาหาร บ้านหลังนี้ถึงจะผุผังไปบ้างแต่ก็พออยู่ได้ เขาอยู่อย่างนี้มาหลายปีแล้ว ถึงจะหนาวแต่การได้กินอิ่มก็ดีกว่า
“มีสิ พี่ขายหมีได้ราคาดีมาก วันนี้พี่เลยว่าจะซื้อของเข้าบ้านเยอะหน่อย”
หลิงซีหลางและหลิงซีซีที่ได้ยินคำตอบจากเย่ซินเย่วก็อดสงสัยไม่ได้ หมีตัวหนึ่งจะขายได้มากเท่าไรกัน
“ขายได้เท่าไรหรือเ้าค่ะ”
“100 ตำลึงทอง”
หลิงซีหลางกับหลิงซีซีที่ได้ยินราคาก็ถึงกับอ้าปากค้าง เย่ซินเย่วที่เห็นเด็กสองทั้งสองคนทำหน้าแบบนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ จึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้ฟังอย่างละเอียด
“เราโชคดีมากเลยนะเ้าค่ะ” หลิงซีซีกล่าวโดยมีหลิงซีหลางนั่งพยักหน้าตาม
“ใช่ เราโชคดีมาก พี่เลยว่าจะไปซื้อของเข้าบ้านหลังจากที่ขายผิงกั่วเสร็จ แล้วจะไม่เข้าเมืองไปอีกสักระยะ”
เมื่อสรุปเื่ของ่เช้าเสร็จแล้วทั้งสามคนก็ออกเดินทางเข้าเมืองอีกครั้ง เย่ซินเย่วที่เอาลูกน้อยไปฝากมารดา ก็รีบออกเดินทางทันที วันนี้นางจะขายเท่าที่ขายได้ไม่ให้เกินเวลา เหลือก็ไม่เป็ไรลูกนางสำคัญกว่า นางคิดไว้แล้วว่าหากมันไม่หมดนางจะเอามาหมักเหล้าผลไม้
เหล้าผลไม้นางมีสูตรหมักเพราะเคยช่วยตาทำเก็บไว้กินในบ้าน ตัวนางเองก็เป็เซียนเหล้าคนหนึ่งถึงจะทำร้ายสุขภาพนักกีฬาของนางไปบ้างแต่มันก็อดไม่ได้จริงจริง ความหอมหวานนั้นพูดแล้วก็เปรี้ยวปากยิ่ง กว่าเหล้าจะได้ที่นางคงไม่ต้องให้นมลูกแล้ว
ไม่นานทั้งสามก็มาถึงหน้าประตูเมือง เดินต่อสักหน่อยก็ถึงตลาดนางจองที่ขายไว้แล้วสำหรับ 3 วัน จึงไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีที่ขาย เย่ซินเย่วลากรถเข็นไปที่เดิมที่ขายเมื่อวาน ก็เห็นว่าจูตานหงและท่านลุงหลี่ตั้งแผงอยู่ก่อนแล้ว
“ซินเย่วเหตุใดวันนี้จึงมาช้านักเล่า” จูตานหงเอ่ยถาม นี่มันเริ่มสายแล้วแต่เย่ซินเย่วเพิ่งเดินทางมาถึง
“ติดธุระนิดหน่อยนะ แล้ววันนี้คนเยอะหรือไม่”
“ก็เยอะอยู่ แล้วก็มีลูกค้ามาถามหาเ้าสองสามคนแล้ว”
เย่ซินเย่วเพียงพยักหน้าเป็การรับทราบ แล้วเอ่ยทักทายท่านลุงหลี่กับจูตานหงอีกเล็กน้อยก็เริ่มจัดร้าน หลิงซีหลางและหลิงซีซีที่มีประสบการณ์ในการขายแล้วจากเมื่อวาน ก็ออกมายืนด้านหน้า เรียกลูกค้าอีกครั้ง ด้านเย่ซินเย่วเองก็หั่นผิงกั่วไว้ให้ลูกค้าชิมก่อนเช่นเดิม
บรรยากาศในการขายวันนี้ค่อนข้างดี ลูกค้าที่ซื้อเมื่อวานก็กลับมาซื้อเพิ่มอีกเพราะผิงกั่วที่ซื้อไปเมื่อวานรสชาติดียิ่ง หลังจากซื้อไปแล้วจึงเกิดติดใจกลับมาซื้ออีก แล้วยังมีลูกค้าใหม่ที่เดินมาตามเสียงเรียกของเด็กน้อยทั้งสอง เสียงใสะโออกมาดังกังวาล จนคนที่ผ่านไปมาอดเอ็นดูในความขยันของเด็กทั้งสองไม่ได้ เมื่อได้ชิมไปคนละชิ้นสองชิ้นก็ซื้อกลับ
การขายผิงกั่วล่วงเลยไปถึงปลายยามเว่ย ( 13.00 – 14.59 น. ) เย่ซินเย่วก็เริ่มเก็บของผิงกั่วเองก็เหลือไม่มากแล้ว ค่อยเอามาขายต่อพรุ่งนี้ก็ไม่เสียหาย นางต้องทำเวลาไหนจะต้องไปซื้อของเข้าบ้านอีก
เย่ซินเย่วที่กำลังจะกลับก็แวะซื้อของจากท่านลุงหลี่ก่อน โดยซื้อน้ำตาลและเกลืออย่างละ 10 ชั่ง น้ำส้มสายชู น้ำปรุงถั่วเหลือง กลับไปอีกอย่างละ 2 ไหใหญ่ หลี่หานที่ได้ยินตอนแรกก็ใกับจำนวนที่เย่ซินเย่ว้าแต่ก็จัดการให้ตามคำสั่งซื้อทันที แถมยกขึ้นรถเข็นให้ด้วย ลูกค้ารายใหญ่อย่างนี้เขาต้องดูแลให้ดี
จูตานหงที่เห็นว่าเย่ซินเย่วซื้อของจากหลี่หานก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ ของในแผงนางมีแต่ผักสดที่หาได้ง่ายและเก็บไว้ไม่ได้นาน หากเย่ซินเย่วจะซื้อก็คงซื้อไม่เยอะ จะเทียบกับที่เย่ซินเย่วซื้อจากลุงหลี่ก็คงไม่ได้
“ตานหง ข้าขอซื้อผักกาดนั้นทั้งหมด แล้วก็กุยช่ายนั้นด้วย อ้อนั่นหัวไชเท้านี่นาเอามาด้วยกันเลย กระเทียมด้วยอีกมัดนึง” เย่ซินเย่วเอ่ยสั่งซื้อของหลังจากจ่ายเงินร้านท่านลุงหลี่เสร็จ นางเห็นผักแล้วนึกอยากกินเสียนไช่ (ผักดองเกลือของจีน ) และเผ้าไช่ ( ผักดองของจีนคล้ายๆกับกิมจิของเกาหลี ) ขึ้นมา แม่ของนางในภพก่อนชอบใช้ให้นางช่วยทำผักดองพวกนี้ไว้กินกันเองในบ้าน มันจึงเป็อาหารเพียงไม่กี่อย่างที่นางทำเป็ เดี๋ยวนางจะซื้อผักพวกนี้ไปมากหน่อยแล้วทำเก็บไว้กินตอนหน้าหนาว
“ดะ…ได้”
จูตานหงที่ไม่คิดว่าเย่ซินเย่วจะซื้อผักของนางไปด้วยมากมายก็อดดีใจไม่ได้ มือก็หยิบของให้เย่ซินเย่วอย่างรวดเร็ว พร้อมวางบนรถเข็นเช่นเดียวกับท่านลุงหลี่ หลังจากจ่ายเงินเสร็จเย่ซินเย่วก็เอ่ยร่ำลากับหลี่หานและจูตานหง ทั้งสามฝากรถเข็นไว้กับจูตานหงและท่านลุงหลี่ซึ่งทั้งสองเต็มใจเป็อย่างมากที่จะดูแลให้
ทั้งสามเดินไปมาทั่วตลาด เด็กทั้งสองได้ถังหูลู่และน้ำตาลปั้นไปคนละไม้ ก็เดินกินอยู่ด้านข้างเย่ซินเย่วคนละข้างอย่างไม่สนใจอะไร เมื่อเห็นเด็กชอบของหวานนางจึงซื้อเค้กไข่กลับไปด้วยอีก 3 กล่อง เดินอยู่นานเย่ซินเย่วก็ได้ไข่มาอีก 30 ลูกคิดว่าจะเก็บไว้กินในบ้านและดองเค็มเก็บไว้
หลังจากได้ของมาพอสมควรแล้วทั้งสามจึงกลับมาที่รถเข็น เย่ซินเย่วลากรถเข็นมุ่งหน้าตรงไปที่ร้านขายข้าวสารก่อนเป็อย่างแรก ร้านที่เย่ซินเย่วเลือกเป็ร้านใหญ่คนค่อนข้างพลุ่งพล่าน มีของให้เลือกมากมาย จึงจอดรถเข็นไว้ที่ข้างร้านแล้วจูงมือเด็กทั้งสองเข้าไป
“แม่นาง้าอะไรขอรับ” พนักงานที่เห็นว่าเย่ซินเย่วเดินเข้ามาก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง หญิงสาวข้างหน้าถึงแม้ชุดที่ใส่จะโทรมไปบ้างแต่ก็สะอาดสะอ้านหน้ามอง
เย่ซินเย่วที่เข้ามาในร้านแล้วกวาดตามองในร้านเพื่อตรวจสอบก่อนแจ้งสิ่งที่นาง้าเบื้องต้นออกไป
“เอาข้าวสาร 60 ชั่ง แป้งมันเทศ 40 ชั่ง แป้งสาลี 40 ชั่ง เมล็ดข้าวโพด 20 ชั่ง ถั่วเขียวและถั่วเหลืองอย่างละ 10 ชั่ง”
“ขอรับเดี๋ยวข้าน้อยจะไปจัดการให้” พนักงานได้ยินก็รีบเดินไปสั่งการให้คนงานหลังร้านจัดเตรียมทันที เมื่อแจ้งเสร็จก็เดินมาดูแลเย่ซินเย่วต่อ “แม่นาง้ารับอะไรอีกหรือไม่ขอรับ”
“ร้านเ้ามีไหหรือไม่ ถ้ามีข้าขอขนาดเล็ก 10 ใบ ขนาดกลาง 10 ใบ ขนาดใหญ่ 10 ใบ”
“มีขอรับ เดี๋ยวข้าน้อยจัดการให้” พนักงานที่ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมก็แยกออกไปจัดการอีกครั้งตามความ้าของเย่ซินเย่ว ไม่นานของที่สั่งก็ถูกเตรียมจนครบ
“ช่วยยกขึ้นรถเข็นที่อยู่ด้านข้างให้ด้วยนะเ้าค่ะ”
“ขอรับ”
เย่ซินเย่วเมื่อเห็นของที่อยู่บนรถเข็นก็คิดว่าจะซื้อแค่นี้ก่อน คืนนี้นางจะไปจดรายการว่ายังขาดเหลืออะไรอีกบ้างค่อยซื้ออีกครั้งวันพรุ่งนี้ หลังจากซื้อของเข้าบ้านคนครบก็เหลือปรับปรุงบ้านให้แข็งแรงขึ้น และนางกำลังคิดว่าจะสร้างห้องเพิ่ม บ้านที่อยู่ตอนนี้เป็บ้านสองห้องนอน หนึ่งห้องครัวและมีห้องเก็บฟืนอยู่ด้านหลัง ยังเหลือพื้นที่ด้านหลังอยู่พอสมควรสามารถสร้างห้องเพิ่มอีกได้
ตอนนี้หลิงซีซีกับหลิงซีหลางนอนด้วยกัน แต่ต่อไปพวกเขาโตขึ้นย่อมต้องมีห้องเป็ของตนเอง ไหนจะเ้าแฝดอีกที่แม้ตอนนี้ยังเล็กนอนกับนางได้ แต่ไม่นานพวกเขาย่อมอยากมีห้องเป็ของตนเอง นางเลยวางแผนไว้ว่าจะทำห้องเพิ่มสามห้อง และจัดห้องเก่าของหลิงซีหลางกับหลิงซีซีเป็ห้องรับแขกไว้สำหรับทานอาหาร
เมื่อกลับมาถึงบ้านเย่ซินเย่วก็เห็นเจ๋อหลานรออยู่ นางมารู้ที่หลังว่าเป็เพื่อนสนิทของหลิงซีหานที่คอยเอาเงินเดือนของเขามาส่งให้ที่บ้านทุกเดือน เย่ซินเย่วที่เห็นเขาก็เดินเข้าไปทักทายพร้อมเอ่ยชวนเข้าไปกินน้ำกินท่าในบ้าน แต่เจ๋อหลานกลับปฎิเสธ พร้อมยื่นถุงเงินและซองจดหมายให้หนึ่งฉบับ
“ซีหานฝากมาให้เ้า ข้าไปล่ะ”
เจ๋อหลานที่ส่งจดหมายให้ภรรยาเพื่อนเสร็จแล้วก็รีบกลับ เข้าเพิ่งกลับมาถึงหมู่บ้านก็เอาของไปเก็บที่บ้านแล้วก็ตรงมาที่บ้านของหลิงซีหานทันที แต่พอมาถึงกับพบว่าไม่มีคนอยู่ คิดว่ารอสักพักหากไม่มีคนมาก็จะกลับ แต่เย่ซินเย่วก็กลับมาพอดี
“เดี๋ยว ท่านเอานี่ไปด้วยถือว่าเป็การขอบคุณที่เป็ธุระให้มาตลอดเ้าค่ะ”
“เออ…ขอบใจเ้ามาก”
พอรับของไปแล้วเจ๋อหลานก็เร่งเดินออกไปทันที เหตุใดวันนี้เย่ซินเย่วจึงพูดจาดีกับเขาแถมยังให้ผิงกั่วมาอีก ดูแล้วน่าจะ 3 ชั่งได้กระมั้ง ถึงจะน่าแปลกใจไปหน่อยแต่ก็ดีแล้วที่เย่ซินเย่วเริ่มมีน้ำใจกับคนอื่น
เย่ซินเย่วที่ให้ของตอบแทนกับเจ๋อหลานที่เป็ธุระจัดการเื่ของสามีนางแล้ว ก็เปิดประตูนำรถเข็นเข้าไปในบ้าน นำจดหมายและถุงเงินเก็บใส่อกเสื้อเก็บไว้ก่อน พวกของที่ซื้อมานางว่าจะแบ่งไปให้ที่บ้านมารดาสักหน่อย เพราะ่นี้นางรบกวนที่บ้านหลายอย่างทีเดียว ยังไม่รวมกับที่เอาคนป่วยไปให้ดูแลอีกสองคน
“พี่จะเอาของไปให้บ้านแม่ แล้วรับเ้าแฝดกลับมา พวกเ้าก็จัดการของที่จัดการได้ไปก่อนนะ”
“ขอรับ/เ้าค่ะ"
หลิงซีหลางและหลิงซีซีตอบรับอย่างแข็งขัน หลังจากมองของบนรถเข็นพวกเขาก็อดดีใจไม่ได้ ต่อไปพวกเขาจะได้กินอิ่มทุกวันไม่ต้องอดอยากอีก เมื่อคิดได้ดังนั้นเด็กทั้งสองก็ช่วยกันจัดการเก็บของที่ซื้อมาทันที นี่เป็อาหารของพวกเขาสำหรับหน้าหนาว จะเสียหายไม่ได้
เย่ซินเย่ว : ปกติไม่เห็นส่งจดหมายมา ทำไมรอบนี้ส่งมาล่ะ