“ท่านพ่อรีบหายเร็ว ๆ นะเ้าคะ เงินที่ท่านย่าให้มาเหลือเพียงห้าตำลึงเท่านั้น ขืนป่วยนานกว่านี้ พวกเราจะเอาอะไรกินดื่ม”
ความเศร้าบนใบหน้าบุตรสาว กระแทกใจของบิดาผู้รักบุตรเป็อย่างมาก แต่ก่อนเงินร้อยตำลึง ไม่เคยอยู่ในสายตาของฮั่วหนานอันเลยสักนิด ยิ่งเป็เงินห้าตำลึง เขาโยนทำทานให้กับผู้ยากไร้จนเคยชิน แต่ตอนนี้แม้แต่อีแปะเดียวก็มีค่าดั่งทองคำ
“ปู่ของเ้าช่างใจร้ายใจดำกับพวกเราเหลือเกิน”
“ท่านปู่มิได้ใจร้ายใจดำกับพวกเราหรอกเ้าค่ะ แต่เป็เพราะท่านพ่อเองที่ทำตัวไม่เป็โล้เป็พาย จนพวกเราต้องมาตกระกำลำบากอยู่ที่นี่”
ฮั่วิจูสัญญากับตัวเองว่าจะเปลี่ยนนิสัยบิดา ต่อไปนี้นางไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาที่จะเห็นดีเห็นงามกับบิดาไปเสียทุกอย่าง
คำพูดของบุตรสาว ทำให้ฮั่วหนานอันเบิกตาเขียวช้ำกว้าง นี่เป็ครั้งแรกที่ถูกบุตรสาวต่อว่า หรือว่าอาการป่วยส่งผลให้บุตรสาวสมองกลับ
“เ้ายังไม่หายป่วยดีสินะ เสี่ยวเฟิง!” เรียกหาบ่าวข้างกาย
“ขอรับนายท่าน” เสี่ยวเฟิงวิ่งเข้ามาในห้องนอน
“เ้าตามหมอชราผู้นั้นกลับมาตรวจอาการิเอ๋อร์เร็วเข้า”
บุตรสาวสมองกลับ ต้องตามหมอมาตรวจอาการโดยด่วน!
“ท่านหมอเดินทางกลับเป็ที่เรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ไปตามกลับมาเสีย มัวยืนบื้ออะไรอยู่!”
“พี่เสี่ยวเฟิงไม่ต้องไป”
ยกมือน้อย ๆ ขึ้นห้าม ในบ้านหลังนี้คำสั่งมารดาคือที่สุด รองลงมาก็เป็ฮั่วเจินจู และฮั่วิจูตามลำดับ ส่วนคำสั่งของบิดาอยู่ลำดับท้ายๆ ที่ไม่มีความสำคัญ ทั้งหมดนี้เป็คำสั่งและความ้าของเหลียงอ๋องที่้าสั่งสอนบุตรชายนอกคอก
“ิเอ๋อร์ สมองเ้าน่าจะมีปัญหา ให้หมอเฒ่านั่นกลับมาตรวจดูเถิด”
“สมองข้าไม่ได้มีปัญหาเ้าค่ะ คนที่มีปัญหาคือท่านพ่อมากกว่า เหตุใดถึงต้องไปมีเื่กับอันธพาลพวกนั้นด้วย ตอนนี้เงินในครอบครัวถูกพวกเราสองพ่อลูกผลาญไปกับการรักษาจนเกือบหมด ท่านแม่คนงามกับพี่สาวจะใช้ชีวิตในชนบทต่อไปได้อย่างไรถ้าพวกเราไม่มีเงิน”
ฮั่วิจูแหกปากร้องไห้
“อย่าร้อง!!” ยกมือข้างที่ยังดีปิดปากบุตรสาว จ้องไปยังประตู พอเห็นว่าไม่มีผู้ใดเข้ามาก็โล่งใจ
“อือ!” ตีมือใหญ่ที่ปิดใบหน้านางจนมิด
“ถ้าพ่อปล่อย เ้าหยุดร้อง” ส่งสายตาทำข้อตกลงกับบุตรสาว
ฮั่วิจูพยักหน้าตกลง พอปากเป็อิสระก็พูดต่อทันใด “ท่านพ่อ ท่านต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองนะเ้าคะ ข้าไม่อยากให้ท่านแม่กับพี่สาวลำบาก ทั้งหมดเป็ความผิดของข้าเองที่ดื้อดึงอยากมากับท่าน จนดึงคนทั้งบ้านมาลำบากไปด้วย”
ก้มหน้าเศร้า เพื่อแสดงให้บิดารู้ว่านางเสียใจกับการกระทำไม่รู้ประสาของตนเอง
“เช่นนั้นพวกเ้ากลับไปเถิด พ่ออยู่ที่นี่เพียงลำพังได้”
ต่อให้ขึ้นชื่อว่าเสเพลเพียงใด ฮั่วหนานอันกลับรักครอบครัวชนิดที่ว่ามีหนึ่งไม่มีสอง เขาลำบากได้แต่คนในครอบครัวห้ามลำบาก แม้ว่าจะไม่อยากเลือกทนกับความลำบากก็ตาม แต่คำสั่งของบิดาคือประกาศิต ผู้ใดจะกล้าฝ่าฝืน
“ข้าเป็บุตร จะอกตัญญูต่อบุพการีได้อย่างไร ขอเพียงพวกเราร่วมมือร่วมใจกัน การอยู่ที่นี่คงไม่ใช่เื่เลวร้ายแต่อย่างใด”
“ลูกรักของข้า” ฮั่วหนานอันน้ำตาไหลพรากกับความกตัญญูของบุตรสาว ต่อให้ไม่มีบุตรชายเขาก็ไม่เคยคิดเสียใจ ในเมื่อมีบุตรสาวแสนดีขนาดนี้จะมีบุตรชายตัวเหม็นไปทำไม
“ท่านพ่อ ข้ามีอะไรจะบอก”
“หืม มีอันใดหรือ ไยถึงทำท่าทางลับๆ ล่อๆ”
เอียงหูเข้าไปใกล้ปากบุตรสาวตามที่นางกวักมือเรียก
“ที่ท่านแม่เดินทางมากับพวกเราด้วย มิใช่ว่าท่านแม่เป็ห่วงข้าเพียงอย่างเดียว แต่ท่านแม่เป็ห่วงท่านพ่อด้วย ท่านคิดดูนะ การรั้งเด็กตัวเล็กๆ ไว้ในจวน มิใช่เื่ยากแม้แต่น้อย แต่เพราะเป็ห่วงท่าน ท่านแม่จึงแสร้งว่าตามใจข้า”
ฮั่วิจู้าเติมเต็มช่องว่างระหว่างบิดากับมารดา เมื่อคืนนางไม่รู้บิดาทราบหรือไม่ว่ากำลังจะถูกฮูหยินของตนเองสังหาร ถ้าไม่รู้ก็ดีไป แต่ถ้ารู้เกรงว่าจะเกิดช่องว่างขนาดใหญ่จนไม่อาจเติมเต็มได้เหมือนชาติที่แล้ว
กว่าจะรู้ถึงความรักและภักดีที่ทั้งสองมีให้กันก็สายไปเสียแล้ว มารดาตัดสินใจแขวนคอจบชีวิตลงพร้อมกับคนสกุลฮั่ว ทั้งที่สามารถกลับไปยังบ้านเดิมได้ แต่มารดากลับไม่ทำ เลือกที่จะเรียกร้องความยุติธรรมให้กับพวกตน
“เ้ากล่าวเหลวไหลอันใดกัน”
แม้จะบอกว่าบุตรสาวกล่าวเหลวไหล แต่ฮั่วหนานอันกลับหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้ม ถึงจะเป็รอยยิ้มที่ดูแปลกประหลาด ทว่ามันอบอวลไปด้วยความดีใจที่รู้ว่าภรรยานั้นห่วงตน
“ข้ารู้ว่าท่านพ่อเป็คนดี เพียงแค่ชอบเที่ยวเล่นเป็อาจิณเท่านั้นเอง ต่อแต่นี้ท่านจะเที่ยวเล่นอีกไม่ได้แล้วนะเ้าคะ ท่านพ่อทำให้โอรสที่ไทเฮาประคบประหงมขาหัก เกรงว่าสกุลฮั่วจะตกเป็เป้าโจมตีเพื่อแก้แค้น”
“เ้าเด็กนี่ เหตุใดถึงได้รู้ความนักนะ พูดเป็วรรคเป็เวร”
จิ้มแก้มเนียนนุ่มที่ตอนนี้ถูกแสงแดดในหมู่บ้านประมงแผดเผา เห็นสีผิวบุตรสาวคล้ำลง หัวอกคนเป็บิดาบอบช้ำยิ่งกว่าอะไรดี พยายามขยับตัว ยื่นมือไปล้วงหาของบางอย่างที่อยู่ใต้หมอน
“พ่อให้เ้ากับเจินเอ๋อร์”
ฮั่วิจูมองสิ่งที่อยู่ในฝ่ามือของบิดา ถ้ายังคงเป็เด็กน้อยในวัยเจ็ดขวบคนเดิม คงไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่นางคือคนที่ได้รับโอกาสจากประมุขแห่ง์ให้หวนกลับมาในวัยเยาว์อีกครา จึงรู้ว่านี่คือเครื่องประทินผิวสำหรับป้องกันแสงแดด
สำหรับสกุลที่สามารถหล่อเลี้ยงกองทัพได้มากถึงสามแสนนาย เครื่องประทินผิวสองตลับนี้ก็เป็เพียงสิ่งของราคาถูกที่ไม่ควรค่าแก่การใช้มัน แต่นี่มันคือน้ำใจของบิดาที่มอบให้แก่บุตร ชาวบ้านทั่วไปไหนจะกล้ากัดฟันซื้อมันได้ลง เพราะมันน่าจะมีราคามากกว่าสองตำลึง
หน่วยตาของฮั่วิจูมีน้ำตารื้นขึ้นมา ชาติที่แล้วบิดาไม่ได้ให้สิ่งนี้กับพวกนางสองพี่น้อง
ฮั่วิจูจำได้ว่า พอทุเลาจากอาการาเ็ บิดาก็หายเข้าไปในตัวตำบล หลังจากนั้นก็นำเงินสิบตำลึงมามอบให้แก่มารดา แต่มารดาไม่รับไว้ บอกให้นำเงินพวกนี้กลับไปคืนเ้าของ เพราะรู้ว่าเงินสิบตำลึงนี้สำหรับชาวบ้านทั่วไปนั้นเป็จำนวนที่มาก
แสดงว่าตอนนั้นท่านพ่ออาจนำเครื่องประทินผิวกลับไปคืนร้าน แล้วนำเงินสิบตำลึงกลับมา แม้ว่าจะใช้วิธีการหาเงินมาซื้อของให้พวกตนสองพี่น้องไม่ถูกวิธี แต่ฮั่วิจูยังรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ดี
“มันคือขนมหรือเ้าคะ” นางจำต้องแสร้งทำเป็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“มันคือเครื่องประทินผิวที่ช่วยป้องกันแสงแดด เ้ากับพี่สาวควรทามัน อยู่ที่นี่แดดแรง ดูสหายเ้าสิ ตัวดำกันทุกคน ขืนเ้าตัวดำกลับไปยังเมืองหลวงจะต้องถูกผู้อื่นดูแคลนเอาได้”
“มีแค่ของข้ากับพี่สาวหรือเ้าคะ” มองตลับเครื่องประทินผิวที่มีเพียงสองตลับตาละห้อย
ฮั่วหนานอันท่าทางมีพิรุธ ล้วงมือเข้าไปในหน้าอกเสื้อ ก่อนจะหยิบตลับที่ดูดีกว่าตลับที่อยู่ในมือของบุตรสาวออกมา
“อันนี้ของแม่เ้า แต่ไม่รู้ว่านางจะชอบมันหรือไม่”
ั้แ่เกิดมา ฮูหยินของตนก็ถูกประคบประหงมเป็อย่างดี เพราะนางเป็บุตรีเพียงคนเดียวในตำหนักองค์หญิงใหญ่ และยังถูกไทเฮารับเข้าไปสั่งสอนในวังหลวงั้แ่เด็ก เื่ที่อัครเสนาบดีหวังกับองค์หญิงใหญ่และบรรดาพี่ชาย รักและเอ็นดูนางยิ่งกว่าไข่มุกในฝ่ามือเลื่องลือไปทั่ว
เครื่องประทินผิวราคาถูก เกรงว่าจะทำให้ผิวหน้าของนางระคายเคือง จึงลังเลที่จะมอบมันออกไป พอบุตรสาวถามหาจำต้องนำมันออกมา
“อู้ฮู! ท่านพ่อดีที่สุดเลยเ้าค่ะ ท่านแม่ต้องชอบมันแน่ ๆ”
หอบเครื่องประทินผิวไว้ในอ้อมแขน หย่อนเท้าลงจากเตียงแล้ววิ่งไปหามารดาที่อยู่ลานหน้าบ้าน
“ท่านแม่!”
หวังซื่อให้อาหารไก่อยู่บริเวณลานข้างบ้านส่งเสียงให้บุตรสาวได้ยินว่านางอยู่ที่ใด เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งมาด้วยความเร็ว พร้อมกับหอบอะไรบางอย่างมาด้วย
“ระวังล้มด้วย” เตือนบุตรสาวด้วยความห่วงใย
“ท่านแม่ทายซิว่าข้าหอบอันใดมา” ใช้แขนเล็ก ๆ ปิดบังสิ่งที่กำลังหอบมา
“ิเอ๋อร์ของแม่ แอบซ่อนไข่ไก่ใช่หรือไม่”
“ข้าหาได้ทำเช่นนั้นไม่ นี่คือเครื่องประทินผิวป้องกันแสงแดดที่ท่านพ่อซื้อมาให้พวกเรา นี่ของท่านแม่ ส่วนสองตลับนี้เป็ของข้ากับพี่สาว”
ยัดของใส่มือมารดา “อ๊ายหยา! ไม่มีของแม่นมเจียง สงสัยเงินท่านพ่อจะหมดก่อน”
ปกติบิดามิใช่คนตระหนี่ บ่าวรับใช้ต่างได้รับอานิสงส์กันอย่างทั่วถึง ทว่าตอนนี้ไม่มีเครื่องประทินผิวป้องกันแดดสำหรับแม่นมเจียง สิ่งที่ฮั่วิจูคิดได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือเงินบิดาหมดลงเสียก่อน
สิ่งที่ฮั่วิจูคิดนั้นถูกแล้ว เงินสิบตำลึงซื้อเครื่องประทินผิวป้องกันแสงแดดได้เพียงสามตลับเท่านั้น จึงไม่มีตกเหลือมาถึงแม่นมเจียง
“ถ้าข้าเอาของตัวเองให้แม่นมเจียง ท่านพ่อจะโกรธหรือเปล่านะ” ยืนครุ่นคิดโดยไม่รู้เลยว่าแม่นมที่ตนกำลังกล่าวถึงยืนอยู่ด้านหลัง
“คุณหนูเ้าคะ บ่าวเป็เพียงหญิงแก่ิัหยาบกร้าน ไม่เหมาะกับเครื่องประทินผิวหรอกเ้าค่ะ นายท่านซื้อมันให้คุณหนู คุณหนูโปรดเก็บไว้ใช้เถิด” แม่นมเจียงส่งยิ้มให้กับเทพธิดาตัวน้อยที่นึกถึงบ่าวอย่างนาง
“อืม...กลับไปยังเทียนอันเมื่อใด ข้าจะซื้อเครื่องประทินผิวให้แม่นมจนเต็มกล่อง แต่อันนี้เป็สิ่งที่ท่านพ่อมอบให้ ข้าจะเก็บมันเอาไว้”
ฮั่วิจูกอดเครื่องประทินผิวที่บิดามอบให้แน่น รีบวิ่งไปหาพี่สาวแล้วมอบสิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนให้กับคนตรงหน้า