ในท่ามกลางความร่มครึ้มของแมกไม้นั้นมองไม่เห็นสรรพสิ่งอันมีชีวิตเลย แต่สูงขึ้นไปเหนือยอดไม้ฝูงนกกําลังพักผ่อนอยู่ในรังของมัน ความร้อนระอุของยามกลางวันทําให้มันหมดแรงที่จะเปล่งเสียงแจ้วเจื้อยจํานรรจาออกมาเหนือยอดไม้ที่เปรียบประดุจกลดสีเขียวนั้นพันธุ์กล้วยไม้ระย้าช่อลงพร้อมที่จะผลิดอกสีขาวผ่องเป็พุ่มพวงขนาดใหญ่นกแก้วตัวน้อยสีสวยสดขยับปีกหลากสีบินถลาร่อนเล่นกันอยู่ บนกิ่งไม้ใหญ่น้อยยังมีนกตัวใหญ่ปีกเป็สีแดงจ้าสลับด้วยลวดลายสีสันอันงดงามเกาะนิ่งอยู่บนกิ่งไม่ไกลนักอีกด้วย
โทนี่พยายามสงบระงับความ้าของตัวเองที่อยากจะเอามือราน้ำเย็นฉ่ำสีเขียวข้างเรือไว้อย่างสุดความสามารถหันไปชวนเกตูลิโอคุยด้วยการตั้งคําถามที่เกี่ยวกับปลาชนิดหนึ่งขึ้น
“ครับแถบนี้มีปลาปิรันยาจริง ๆ” เกตูลิโอตอบด้วยน้ำเสียงรื่นเริง “แต่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เพราะไอ้ปิรันยานี่มันก็มีแทบทุกแม่น้ำคนก็ผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอด คนที่อยู่ในแถบนี้อาบน้ำกันวันละ 2 ครั้งนะครับ แต่ก็ต้องเลือกสถานที่อาบกันอย่างระมัดระวังหน่อย ตรงที่ค่อนข้างปลอดภัยก็คือตรงที่มีแม่น้ำไหลค่อนข้างแรงเพราะมันยังมีสิ่งอื่นที่เป็อันตรายมากกว่าปลาปิรันยาอีกนะครับ... อย่างเช่นพีอุมส์ เป็ต้น”
“พีอุมส์หรือคะ”โทนี่ถามย้ำขึ้นเนื่องจากไม่เคยได้ยินคํานี้ในการเรียนภาษาปอร์ตุเกสของเธอ
“มันน่าจะถูกเรียกว่าปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นก็ได้”กาเซียร์ว่าพร้อมกับดึงกระป๋องสเปรย์กันแมลงออกมาจากกระเป๋าใบเล็ก “ควรจะใช้ป้องกันไว้ เพราะตอนที่เราเลี้ยวโค้ง ทางน้ำมันจะแคบเข้าตอนนั้นละครับที่คุณจะถูกเ้าแมลงพวกนั้นโจมตีตรงบริเวณนั้นมันจะมีตลิ่งที่เป็ทรายที่เ้าพีอุมส์มันจ้องคอยจะดูดเือยู่”
และก่อนหน้าที่เธอจะทันฉีดสเปรย์ได้ทั่วตัวด้วยซ้ำที่เ้าแมลงร้าย2-3 ตัวเริ่มซอนซุกเข้าไปใต้เสื้อผ้าแล้ว เ้าแมลงตัวเล็ก ๆที่เกือบจะมองไม่เห็นก็จริง แต่พิษสงก็แสบ ๆ คัน ๆ มิใช่น้อย
“ที่แคมป์ของคุณหมอไม่มีพีอุมส์หรอกครับ”เกตูลิโอรับรอง เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่บอกถึงความไม่สบายใจของโทนี่ตัวเขาเองก็โดนแมลงชนิดนี้กัด เพียงแต่ความเคยชินทําให้ไม่รู้สึกอะไรมากนัก “เราต่อสู้เพื่อจะกําจัดมันให้ได้มาเป็เวลาแรมปีทําลายที่เพาะพันธุ์ของมันที่อยู่ในบริเวณจนเกือบหมดแล้ว”
“ฉันคิดว่าตอนนี้มันคงคิดว่าฉันเป็ที่เพาะพันธุ์ของพวกมันแล้วละ”โทนี่พูดอย่างเดือดร้อนเต็มทน สะบัดเสื้อด้านหน้าอยู่ไปมา
“ข้อสําคัญอย่าไปเกาตรงที่ถูกกัดไม่อย่างนั้นแล้ว แผลจะลุกลามไปกันใหญ่” เกตูลิโอเตือนและโทนี่ก็ทำตามคําสั่งที่ได้รับเพราะเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับอันตรายจากพิษของมันในรูปใดที่ยิ่งกว่านี้อีก
เรือยังคงแล่นไปตามลําน้ำเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เลี้ยวอ้อมโค้งอีกแห่งหนึ่งแล้วทุกคนจึงได้เห็นเสาธงที่ตั้งตระหง่านอยู่ผืนธงห้อยหลุบอยู่กับเสาระรวยอยู่กับสายลมอ่อน แต่เมื่อเข้ามาสู่อาณาบริเวณนี้การรบกวนจากเ้าแมลงตัวเล็ก ๆ ดูจะหายไปหมดสิ้นแต่โทนี่ก็ยังไม่อาจจะรู้สึกสบายใจไปได้เนื่องด้วยิัตรงส่วนที่ถูกกัดเริ่มปวดแสบปวดร้อนและลามขึ้นมาถึง่คอเ้าแมลงพีอุมส์นั้นไต่เข้ามาถึงข้อพับใต้แขนเสื้อ เจาะเข้าไปในแผ่นหลังและขณะเดียวกันเธอจะเกาไม่ได้ด้วย ดูมันจะเป็ความทุกข์ที่แสนสาหัสจริง ๆ
เรือแลนซาของเกตูลิโอแล่นเข้าเทียบท่าทุ่นลอยที่สร้างขึ้นด้วยปีกไม้และผูกติดไว้กับฝั่งด้วยเชือกเส้นใหญ่หยาบ ๆ เนื่องจากความสูงของแนวตลิ่งจึงทําให้ไม่อาจเห็นบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างบนตลิ่งได้มีเพียงหญ้ากับดงไผ่ที่ขึ้นอยู่ข้างแนวทางขึ้นที่สกัดแนวตลิ่งขึ้นเป็ชั้นบันไดหยาบๆ ลงไปในเนื้อที่ดิน เกตูลิโอดับเครื่องยนต์ลงโน้มตัวไปจับตัวท่าไว้
โทนี่ยอมรับความช่วยเหลือเมื่อเขายื่นมือมาให้ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ท่าที่ค่อนข้างโคลงเคลงแม้ปีกไม้ด้านผิวหน้าจะราบเรียบแต่ค่อนข้างลื่นโทนี่ออกจะดีใจที่สวมรองเท้าบู๊ตยางมาการทรงตัวให้มั่นบนท่าเทียบเรือแบบนี้ไม่ยากนัก กาเซียร์ออกจะลําบากหน่อยเนื่องจากรองเท้าหนังที่เขาสวมมาค่อนข้างลื่น และเกือบจะหน้าคะมำลง
โทนี่เอื้อมมือไปรับกระเป๋าเดินทางในเรือในลักษณะที่ยืนหันหลังให้ฝั่ง ตอนที่ได้ยินเสียงผู้ชายทักทายกาเซียร์มาจากตลิ่ง้าน้ำเสียงนั้นแฝงความหงุดหงิดในอารมณ์อยู
“เอ...ผมไม่ยักคิดว่าคุณจะมากับเขาเที่ยวนี้ด้วยนะ ดิโอโก” เสียงห้วนๆ สะท้อนก้องไปทั่วน้ำเสียงนั้นบอกให้รู้ได้ในทันทีว่าบุรุษเ้าของเสียงมิได้พึงพอใจในตัวแขกผู้มาเยือนเท่าไรนักโทนี่ออกจะรู้สึกแปลกใจอยู่ จึงเอี้ยวศีรษะไปมองทั้งที่ยังมิได้ลุกขึ้นบางทีอาจเป็เพราะเธอคุ้นชินกับการที่เคยได้ยินได้ฟังซินยอร์กาเซียร์พูดด้วยถ้อยคําสุภาพราบเรียบก็ได้ดังนั้นจึงมีความรู้สึกว่าวาจาประโยคนั้นออกจะหยาบคายอยู่สําหรับการที่จะต้อนรับการมาถึงของเธอ
บุรุษผู้ทักทายกาเซียร์ยืนเด่นอยู่เหนือตลิ่งเรือนร่างที่ค่อนข้างสูงเต็มไปด้วยพลังอันมหัศจรรย์นั้นดูตระหง่านเงื้อมเกินกว่าที่โทนี่จะคาดคิดไว้เธอมิได้ข้องใจในการปรากฏตัวของบุรุษผู้นี้เลยประสาททุกส่วนในเรือนกายบอกให้เธอรู้อย่างแจ้งชัดว่าเขาจะเป็ใครอื่นไม่ได้นอกจากหลุยส์เควนทอล การปรากฏตัวของเขานํามาซึ่งอิทธิพลอันประหลาด ถ้าจะพูดถึงด้านเรือนกายแล้วเขาคือผู้ซึ่งมีเรือนกายสง่างาม กอปรด้วยกล้ามเนื้ออันสมสัดส่วนขณะนี้เขายังมิได้มองตรงมายังโทนี่และเธอเองก็เห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาเท่านั้นแต่ก็มากพอที่จะวาดภาพถึงแนวสันกราม โหนกแก้มค่อนข้างสูงกับเรือนผมสีดำสนิทที่ยาวปรกลงมาถึงปกเสื้อซึ่งเป็สีกากีได้เขาเกี่ยวนิ้วหัวแม่มือไว้กับห่วงเข็มขัดตรงขอบเอว ท่าทางออกจะคุกคามอยู่ขาที่มั่นคงยืนแยกห่างจากกันแขนเสื้อถูกม้วนขึ้นจนสามารถเห็นมัดกล้ามตรงท้องแขนได้ ศีรษะเชิดขึ้นด้วยท่าทางที่บอกให้รู้ว่ามิได้อยู่ในอารมณ์พอใจนัก
“ผมมีเหตุผลที่จะต้องมาพบคุณเป็การส่วนตัว”กาเซียร์ตอบด้วยน้ำเสียงที่หวั่นไหวถึงขออภัยอยู่ในทีความรู้ในภาษาปอร์ตุเกสทําให้ไม่ยากที่โทนี่จะติดตามข้อความที่บุรุษทั้งสองพูดกันอยู่และบัดนี้สัญชาตญาณกําลังเตือนให้เธอเตรียมพร้อมไว้สําหรับเหตุการณ์ที่จะต้องเผชิญต่อไป
“เื่นั้นน่ะผมก็พอจะมองเห็นอยู่หรอก”น้ำเสียงที่ตอบโต้มาออกจะเยาะหยันเอาเสียด้วยซ้ำ “ทําไมคุณกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจเื่ที่อนุญาตให้ใครเข้ามาถ่ายทําได้หนังบ้า ๆ บอ ๆ นี่น่ะหรือ”
“ไม่ใช่...ไม่ใช่หลุยส์...ไม่ใช่เื่นั้น”กาเซียร์ปฏิเสธอย่างกระวนกระวายใจ “ผมรู้ว่าคุณลองได้ตกปากรับคําในเื่อะไรแล้วละก็ไม่คืนคําหรอก” ความอ่อนข้อให้ของบุรุษผู้เป็ข้าราชการทําให้โทนี่รู้สึกระคายใจขึ้นมาทันทีและทำให้เธอพอจะมองเห็นภาพของนายแพทย์ผู้ทรงอิทธิพลเหนือชีวิตของชาวลุ่มน้ำอเมซอนในแถบนี้ได้อีกด้วย“ผมขอยืนยันเลยหลุยส์ ว่าผมขอบคุณในความกรุณาของคุณมาก”
“ผมไม่ได้กรุณาอะไรกับคุณหรอก”เควนทอลตอบด้วยท่าทีมึนชา “ที่ผมยอมตกลงด้วยก็เพราะมองเห็นว่ามันอาจจะช่วยให้ผู้คนเขาเข้าใจอินเดียนเผ่าซาร่าหรือเผ่าอื่น ๆ บ้างเท่านั้น”
กาเซียร์ ออกจะรีบร้อนเกินไปกับการคล้อยตามในคําพูดประโยคนั้น
“นั่นไงตรงกับที่ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีไว้ทุกอย่างเลย” เขาพูดด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ่งเช็ดเหงื่อที่ลามไหลออกมาจากขอบหมวกกะโล่
“นั่นละจะยังไงก็ตามทีเถอะ ถ้าคนต่างชาติพวกนี้ก่อความยุ่งยากในละก็ ทุกคนจะต้องออกไปจากที่นี่ด้วยเครื่องบินทันทีเพราะผมจะไม่ยอมทนเห็นพวกซาร่าต้องผิดหวังหรือเสียใจแน่”