"เป็ไงบ้างแก แยกตัวไปทำงานกับคีตะทำฉันเหงาเลยไม่มีคนเม้าด้วย" กลับหอมาเจอกันกำปั่นก็ชวนเพื่อนคุยทันทีเหงาปากมานาน
"ปวดหัว"
"ทำไมหรือเขาอาละวาดใส่แกหรือ"
"ก็ไม่เชิงหรอก คนอะไรหัวดื้อจริง"
"ขอพี่แพรวกลับมาทำอย่างฉันไม่ได้หรือ"
"ก็ที่ทำอยู่นี่ก็เพราะพี่แพรวนั่นแหล่ะขอ แล้วฉันก็เสียดายเงินด้วย"
"ตื๊ดดด"
"พี่แพรวโทรมา ตายยากจริง" มนต์ชญาเอาหน้าจอโทรศัพท์หันไปให้กำปั่นดู
"ค่ะพี่แพรว"
"น้ำมนต์ได้กลับมากับคีย์หรือเปล่า"
"เขาส่งน้ำมนต์ลงตรงสถานีรถไฟฟ้าค่ะแล้วเขาก็กลับบ้านไป"
"คีย์ไม่รับสายพี่เลย แต่มีคนตาดีมาบอกพี่ว่าเห็นคีย์ไปเที่ยวที่ผับกับน้ำหวาน" แพรวพราวร้อนใจ
"เขาคงจะไปจีบกันต่อมั้งคะ" น้ำมนต์ไม่รู้จะออกความเห็นอะไร
"แต่คีย์จะตกเป็ข่าวเสียหายน่ะสิ ปกติคีย์จะค่อนข้างระวังตัว แต่คราวนี้อะไรดลใจเขาเนี่ย" แพรวพราวอารมณ์เสีย
"ดลใจหรือ?" คำพูดของแพรวพราวทำให้มนต์ชญาคิดได้
"จริงสิพี่แพรว น้ำมนต์เคยเห็นน้ำหวานเอาอะไรไม่รู้มาป้ายคุณคีตะ"
"หมายความว่าไง แล้วอะไรที่เอามาป้ายคีย์"
"น้ำมันพราย ผู้หญิงที่น้ำมนต์หรือนักข่าวเห็นครั้งก่อนในรถคุณคีตะ ต้องใช่แน่ๆ"
"น้ำมันพรายอะไรกันน้ำมนต์ถามจริงมันมีจริงหรือของพวกนี้"
"ผีที่พี่แพรวเคยไม่เชื่อน้ำมนต์สุดท้ายพี่แพรวยังเจอกับตัวเองเลยนี่คะ" มนต์ชญาย้อนไปครั้งแรกๆที่แพรวพราวว่าเธอไร้สาระ
"แหม น้ำมนต์ล่ะก็ พี่สำนึกผิดแล้วจ้า แล้วเราจะทำยังไงได้บ้าง ขืนปล่อยคีย์ไปแบบนี้พังไม่เป็ท่าอนาคตศิลปินดังของพี่" แพรวพราวกลัวทั้งผีกลัวทั้งนักข่าว
"ครั้งก่อนิญญาที่มากับขนมเค้กก็มาจากมิกกี้ คราวนี้น้ำหวาน" มนต์ชญากำลังลำดับเหตุการณ์
"จะอะไร๊ ก็พวกหวังรวบหัวรวบหางทางลัดทั้งหล่อทั้งรวย" แพรวพราวเสียงสูงหมั่นไส้พวกคลั่งดาราทั้งหลาย
"น้ำมนต์ขอวันเดือนปีเกิดของคุณคีตะหน่อยได้ไหมคะ น้ำมนต์จะเอาไปให้พ่อของน้ำมนต์ดูดวงชะตาให้หน่อย"
"โอเค พี่จะส่งข้อความเข้าไลน์ให้นะ แต่ว่าตอนนี้เอาไงดี"
"พี่แพรวต้องไปหาทางลากคุณคีย์กลับมาให้ได้ค่ะ ลองเป็แบบนี้แสดงว่าน้ำมันพรายมันออกฤทธิ์แล้ว"
.................
"นั่นมันคีตะนี่ ไหนว่าไม่มีแฟนนั่นมากับใคร คุ้นๆเหมือนเคยเห็นอยู่นะ" นักข่าวสาวเรียกเพื่อนมาดูเห็นคีตะกำลังออกมาจากผับแห่งหนึ่งใจกลางกรุง
"เออ จริงด้วย เหมือนเคยเจอตอนไปถ่ายรูปโปรโมทละครแต่เห็นหน้าไม่ชัดเท่าไร น่าจะไม่ใช่ดารา" เพื่อนนักข่าวด้วยกันให้ความเห็น
"อ้าวนั่นพี่แพรวพราวนี่นา ไปทักกันเร็ว" สองนักข่าวสาวพากันชวนไปทักทายและแอบสืบไปในตัว
"คีย์ มาอยู่นี่เอง กลับบ้านกลับพี่เร็วมาเที่ยวทำไมไม่บอกกันบ้างเลย"แพรวพาลูกน้องผู้ชายมาด้วยสองคนตามมาจนเจอตัวคีตะกับน้าหวาน
"ทำไมผมต้องบอกพี่ด้วยครับนี่มันเวลาว่างของผม พี่ไม่ใช่แม่ผมนะ" คีตะเสียงอ้อแอ้อาการกรึ่มๆ
"พี่คีย์โตแล้วค่ะพี่แพรว ไปค่ะไปห้องน้ำหวาน" สีหน้าน้ำหวานเยาะเย้ย
"โนเวย์จ้ะ พี่ไม่ยอมให้อนาคตดาวดังที่พี่ปั้นมากับมือพังไปเพราะผู้หญิงอย่างเธอเด็ดขาด"
"ผู้หญิงอย่างน้ำหวานมันเป็ยังไงหรือคะ" น้ำหวานมองหน้าท้าทาย
"ฉันไม่เสียเวลาพูดกับเธอเร็วเข้าช่วยพาคีย์ไปขึ้นรถ" แพรวพราวสั่งลูกน้องสองคนที่พามาด้วย
"ปล่อยผม" คีตะเสียงดังแต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์เขาก็ไม่มีแรงขัดขืนเท่าไร
"อุ๊ยคีตะเมาอาละวาด ถ่ายรูปๆเร็ว" นักข่าวสาวสะกิดให้เพื่อนถ่ายรูปส่วนตัวเองก็อัดคลิปไว้
"ส่วนเธอมาเองก็กลับเองนะจ๊ะน้ำหวาน" เมื่อหิ้วปีกคีตะขึ้นรถได้แพรวพราวก็หันไปสะบัดเสียงใส่น้ำหวานทิ้งเธอไว้ตรงนั้น
"วางเขาไว้ที่โซฟาเลยจ้ะ ขอบใจพวกเธอมาก นี่เอาค่าแท็กซี่ไป" แพรวพราวหยิบแบงค์เทาสองใบให้ลูกน้องที่มาช่วยพร้อมทอดถอนใจเมื่อหันกลับไปหาคีตะที่นอนหมดเรี่ยวแรงไร้ฤทธิ์เดชอันใด
"เฮ้อ! ตาคีย์สรุปนี่มันคือเวรกรรมของเธอหรือเวรกรรมของฉันกันแน่นะ เป็ผู้จัดการซุปตาร์ต้องอดทน" แพรวพราวปลงชะตาของตนเอง
"นั่งเฝ้ามันตรงนี่แหล่ะ ถ้ามีแรงลุกออกไปอีกให้มันรู้ไป" แพรวพราวมองสภาพคีตะที่นอนหลับไม่รู้เื่
"ใครน่ะ?" แพรวพราวทักเพราะเห็นหลังไวๆเดดินผ่านหน้าเธอไปแต่ก็มองเห็นได้ไม่ถนัดเสียเท่าไร
"คีตะมีใครมาอยู่ด้วยหรือ" แพรวพราวเดินลุกขึ้นไปดู พ่อแม่คีตะอยู่ที่ต่างประเทศหมดพี่น้องไม่มีแพรวพราวเป็เหมือนญาติเพียงคนเดียวของเขาที่ประเทศไทย ส่วนเพื่อนๆคีตะมีแต่เพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยแต่ก็นานๆทีจะได้เจอกัน
"ฉันถามว่าไคร?" แพรวพราวเงยหน้าขึ้นไปดูที่บันได้ก็เห็นแค่หลังที่เดินผ่านขึ้นไป แต่ตามขึ้นไปดูก็ไม่พบ
"คีย์คงจะไม่ได้เมาคนเดียวแล้วล่ะ ปวดหัวจนเบลอแล้วแพรวพราว" เมื่อไม่เจอใครแพรวพราวก็เดินลงมานึกสงสัยว่าตัวเองคงตาฝาดไป
"ลืมไปเลย ต้องเอาวันเดือนปีเกิดตาคีย์ให้น้ำมนต์นี่" เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความไปหามนต์ชญา
...................