บทที่ 8 ดวงตาของพระองค์
เจี่ยงเชี่ยนตายแล้ว
หลินชีเยี่ยเห็นการตายของเธอต่อหน้าต่อตา
สัตว์ประหลาดนั้นพุ่งลงมาจากฟ้า ใช้กรงเล็บกรีดผ่านคอของเธอราวกับการหั่นเต้าหู้ ก่อนจะเริ่มกัดกินร่างของเธออย่างกระหาย
จนถึงวินาทีสุดท้าย ดวงตาของเจี่ยงเชี่ยนยังคงจ้องมองหลินชีเยี่ย แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเกลียดชัง
การรับรู้ทางจิตของหลินชีเยี่ยััถึงรายละเอียดทั้งหมดอย่างชัดเจน น้ำย่อยในกระเพาะปั่นป่วน เกือบจะอาเจียนออกมา
แม้ว่าเขาจะผ่านความทุกข์ยากและความยากลำบากมามากมาย จิตใจจึงเข้มแข็งกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นภาพอันโหดร้ายเช่นนี้
และตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะอาเจียน
หลินชีเยี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาฉวยโอกาสในขณะที่สัตว์ประหลาดกำลังกัดกินศพของเจี่ยงเชี่ยน หันหลังวิ่งไปอีกทางหนึ่งของตรอก!
เส้นทางเดิมถูกสัตว์ประหลาดขวางกั้นไว้แล้ว เขาจึงทำได้เพียงวิ่งไปทิศทางตรงกันข้าม เป็ทางที่วังเส้าโดนโจมตี
สัตว์ประหลาดดูจะสนใจศพมากกว่า จึงไม่ได้ไล่ตามมา หลินชีเยี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดนั้นคือตัวอะไร แต่ที่แน่ ๆ คือมันไม่ได้อยู่ในขอบเขตของ ‘มนุษย์’ และไม่ได้อยู่ในขอบเขตของ ‘สัตว์’ ที่มนุษย์รู้จัก
ถ้าจะบอกว่ามันคือลิงที่กลายพันธุ์จากกัมมันตภาพรังสี เขาก็อาจจะเชื่อ เพราะขนาดตัว พละกำลัง และความเร็วระดับนี้ มนุษย์ปกติไม่มีทางเทียบได้เลย
แต่ก็เป็เพียง ‘อาจจะ’ เท่านั้น
ในโลกที่ปกคลุมด้วยหมอกแห่งนี้ เขาที่เคยเห็นการมีอยู่ของเซราฟด้วยตาตนเอง จึงไม่เชื่อว่าวิทยาศาสตร์จะเป็ความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่มีอยู่ในโลก
เขาเชื่อในการมีอยู่ของ ‘สิ่งลี้ลับ’
ยิ่งไปกว่านั้น หลินชีเยี่ยยังรู้สึกว่า… รูปลักษณ์ของสัตว์ประหลาดชนิดนี้ดูคุ้นตา เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด เขาก็ััได้ถึงบางสิ่งที่เข้ามาในระยะการรับรู้ทางจิตอีกครั้ง หลินชีเยี่ยหยุดฝีเท้ากะทันหัน
ลมหายใจหอบถี่ขึ้น
ตรงหน้าเขาในระยะสิบเมตร ร่างของสัตว์ประหลาดปรากฏขึ้นอีกครั้ง หลินชีเยี่ยยืนยันได้ว่านี่ไม่ใช่ตัวเดียวกับที่เจอเมื่อครู่
ถึงแม้จะหน้าตาอัปลักษณ์เหมือนกัน ทว่าไม่ใช่ตัวเดียวกันแน่นอน
หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือ ในอ้อมกอดของสัตว์ประหลาดตัวนี้ กำลังกอดศพของวังเส้าที่เสียชีวิตแล้ว และกำลังกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย
ยามนี้ใบหน้าของวังเส้าหายไปจนหมด เหลือเพียงเนื้อหนังที่แหลกเหลว ถ้าไม่ใช่เพราะเสื้อผ้าที่เขาใส่ หลินชีเยี่ยอาจจำไม่ได้ว่านี่เป็ใคร
นี่คือสัตว์ประหลาดตัวที่สอง
และเป็ตัวที่ฆ่าวังเส้าด้วย!
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่กับพวกเจี่ยงเชี่ยน เขาไม่เห็นภาพที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตร จึงคิดไปเองว่ามีสัตว์ประหลาดเพียงตัวเดียว แต่ตอนนี้เขาคิดผิดมหันต์
จากพฤติกรรมของสัตว์ประหลาดที่ฆ่าเจี่ยงเชี่ยน แสดงให้เห็นว่ามันชอบกินซากศพมากกว่าไล่ล่าคนเป็ มิฉะนั้นหลินชีเยี่ยก็คงหนีออกมาไม่ได้
ทว่าหลังจากที่วังเส้าตาย ก็มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งไล่ตามพวกเขาในทันที
ซึ่งหมายความว่า… มีสัตว์ประหลาดอีกตัวกำลังเพลิดเพลินกับศพของวังเส้าอยู่แล้ว
ในตรอกแคบ ๆ แห่งนี้ มีสัตว์ประหลาดถึงสองตัว ปิดกั้นเส้นทางหนีของหลินชีเยี่ยไว้อย่างสิ้นเชิง
หลินชีเยี่ยหน้าซีดเผือด ความรู้สึกสิ้นหวังที่ไม่ได้พบมานานปรากฏขึ้นในใจของเขาอีกครั้ง
ตลอดสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา มีเพียงสองครั้งเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังจริง ๆ
ครั้งแรกคือเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่เขาเห็นดวงตาคู่นั้นบนดวงจันทร์
และอีกครั้งก็คือตอนนี้
เบื้องหน้า สัตว์ประหลาดที่เพิ่งกินใบหน้าของวังเส้าจนหมด โยนศพอีกฝ่ายทิ้งราวกับเป็ขยะ ก่อนจะหันมามองที่หลินชีเยี่ย แล้วแลบลิ้นสีแดงฉานเลียเืสดที่มุมปาก
ในเวลานั้น หลินชีเยี่ยอยากจะสบถออกมาดัง ๆ
ให้ตายสิ! ทำไมฉันถึงโชคร้ายขนาดนี้นะ!?
ตอนเด็ก ๆ แค่ปีนหลังคาบ้านก็ดันไปเห็นทูต์เซราฟ
ตาทั้งสองข้างก็บอด แล้วยังตกลงมาจากหลังคาอีก
จนถูกคนคิดว่าเป็บ้าเลยต้องไปอยู่โรงพยาบาลจิตเวชอีกตั้งหนึ่งปี
ตอนนี้ฉันสู้ฟันฝ่าอุปสรรคมาจนได้ กำลังจะตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่...
ทว่ากลับต้องมาเจอตัวประหลาดน่าเกลียดนี่เนี่ยนะ?
คนอื่นทั้งชีวิตยังไม่เคยเจอสักครั้ง แต่ฉันดันเจอพร้อมกันสองตัวเลยเรอะ!?
มันน่าขันสิ้นดี!
ภายใต้แรงกดดันจากความตาย ความโกรธและความคับแค้นที่ถูกข่มไว้ในใจของหลินชีเยี่ยมาหลายปี พลันปะทุขึ้นราวกับูเาไฟ!
เพลิงโทสะลุกโชน ความกลัวในใจก็ค่อย ๆ ทุเลาลง ถูกแทนที่ด้วยความกล้าหาญที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน!
เขากำไม้เท้านำทางแน่น เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่พร้อมจะโจมตี หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
ในยามนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่เพิ่งจะกินคนเสร็จ แต่เป็ความคับข้องใจและความล้มเหลวทั้งหมดที่เขาประสบมาตลอดใน่สิบปี
แม้แต่คุณป้าและหยางจิ้นก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าในใจของเด็กหนุ่มที่ถูกกดดันมานานกว่าสิบปีนั้น ซ่อนความโกรธแค้นเอาไว้มากมายเพียงใด!
เขาไม่ยอมแพ้!!
บางทีแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่า ภายใต้อารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ดวงตาที่ปิดสนิทมานานกว่าสิบปีกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับกำลังจะลืมขึ้นมา
กร๊าซ——!
สัตว์ประหลาดจ้องมองหลินชีเยี่ยที่มีผิวพรรณบอบบาง ราวกับอันธพาลที่เห็นสาวสวย มันคำรามลั่นก่อนจะกระโจนเข้าใส่!
“แม่ง ฉันไม่กลัวแกหรอก!” หลินชีเยี่ยะโก้อง ยกไม้เท้านำทางขึ้น และพุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดที่กำลังกระโจนเข้ามา!
ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงอย่างรวดเร็ว!
ในขณะที่กรงเล็บของสัตว์ประหลาดกำลังจะเฉือนผ่านลำคอของหลินชีเยี่ย เขาก็เบี่ยงตัวหลบอย่างฉับพลัน หลีกเลี่ยงกรงเล็บนั้นได้อย่างหวุดหวิด!
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลินชีเยี่ยจะสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาดได้อย่างแม่นยำ ทว่าสภาพร่างกายของเขาก็ยังด้อยกว่า กรงเล็บของมันครูดผ่านขมับของเขา ทิ้งรอยเืจาง ๆ เอาไว้
ในขณะเดียวกัน ผ้าผูกตาสีดำของเขากลับขาดสะบั้น ปลิวหายไปท่ามกลางสายลม
หลินชีเยี่ยหลับตา ฉวยโอกาสนี้รวบรวมพลังทั้งหมดะโก้อง ไม้เท้านำทางในมือแทงเข้าใส่ท้องของสัตว์ประหลาดสุดแรง!
เพล้ง——!
เสียงดังก้องกังวาน หลินชีเยี่ยรู้สึกเหมือนมีบางอย่างหลุดออกจากมือ ตามมาด้วยแรงกระแทกมหาศาลจากด้านหลัง หางของสัตว์ประหลาดฟาดเข้าใส่เขาเต็มแรง!
หลินชีเยี่ยลอยละลิ่วไปกระแทกกับพื้น กลิ้งไปหลายตลบ กัดฟันฝืนทนความเ็ปพยายามลุกขึ้นยืน เขาััได้ถึงไม้เท้านำทางในมือหักเป็สองท่อน
ไม้เท้าของเขาทำขึ้นเพื่อใช้นำทาง วัสดุจึงไม่ได้แข็งแรงมาก เมื่อเทียบกับร่างกายที่แข็งแกร่งของสัตว์ประหลาด มันจึงไม่อาจต้านทานได้
“บัดซบ!”
เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะปาไม้เท้าที่หักครึ่งในมือลงกับพื้น
พยายามอย่างหนักเพื่อคว้าโอกาส แต่กลับต้องมาลงเอยแบบนี้
ไม้เท้าที่หักเหมือนเป็ชนวนจุดะเิอารมณ์ทั้งหมดของหลินชีเยี่ย เขายืนอยู่ตรงนั้น กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ทิ้งรอยเืไว้เป็ทาง
“ฉันไม่ยอม!!” เขาคำรามลั่น!
ท่ามกลางอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ความรู้สึกประหลาดก็พลันบังเกิดขึ้นในใจ
ดั่งสายลมแห่งฤดูวสันต์ที่โชยมาพร้อมสายฝน ราวกับสายน้ำที่ไหลรินไปตามลำธาร ความเย็นสบายค่อย ๆ ไหลออกมาจากใจของเขา ชะล้างสิ่งอุดตันภายใน เพียงััเบา ๆ ...
สิ่งที่ขวางกั้นมานานพลันพังทลายลง!
หลินชีเยี่ยรู้สึกเหมือนมีดวงอาทิตย์ะเิขึ้นในกาย ความร้อนที่ไม่เคยััมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่ว เปลือกตาของเขาร้อนผ่าว ราวกับถูกแผดเผาด้วยไฟ!
ในที่สุด...
เขาก็เปิดเปลือกตาที่ปิดสนิทมานานกว่าสิบปีขึ้นมา
และภาพสุดท้ายที่ดวงตาคู่นี้มองเห็น ก็คือดวงตาอีกคู่หนึ่ง
ดวงตาของทูต์เซราฟ!
พริบตานั้น ประกายสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากตรอกย่านเมืองเก่า!
ในชั่วขณะนั้น ราตรีกาล สว่างไสวราวกับรุ่งอรุณ!