จื่อหลานเดินกลับมายังโรงแรมเช่าเอาไว้เธอเห็นร่างของพนักงานที่ถูกเธอจัดการนอนบนเปลของบุรุษพยาบาลที่ตอนนี้ได้แต่จ้องมองเธอ จนมีเ้าหน้าที่เดินออกมาห้ามเอาไว้
"คุณผู้หญิงจะไปไหนเหรอครับ"
"ฉันจะกลับโรงแรมตรงนั้นค่ะ" จื่อหลานนิ้วโดยที่อีกมือกอดแจกันเอาไว้
"คุณได้ออกจากโรงแรมนั้น่เวลาไหนครับ"
"ตอนห้าโมงเย็นค่ะ" เธอตอบเพราะนี่ก็เริ่มค่ำมากแล้วยังดีที่มีไฟฟ้าติดตามท้องถนนสัญจรยังคงดูปลอดภัยอยู่บ้าง
"ตอนที่คุณออกมาได้พบเห็นผู้หญิงคนนี้ไหมครับ" จื่อหลานมองรูปนั่นเป็พนักงานคนที่เธอจัดการไป
"อ๋อ ตอนออกมาฉันไม่เห็นค่ะแต่เหมือนเธอจะเป็พนักงานโรงแรมที่ฉันพักคุณตำรวจมีอะไรไหมคะฉันพร้อมให้ความร่วมมือ"
ตำรวจหนุ่มคิดฝีมือคนที่ทำร้ายผู้หญิงคนนึงให้กระดูกหักหลายแห่ง ใบหน้าบวมปูดคงไม่ใช่ผู้หญิงรูปร่างผอมจนดูไร้แรงคนนี้ทำให้เขาตัดผู้ต้องสงสัยนี้ไปอาจไม่ใช่แขกในโรงแรมนั้นเพราะเท่าที่เขาเช็กเวลาเข้าออกทุกคนยังไม่ออกไปไหน เว้นแต่ผู้หญิงคนนี้ที่เขาดูจากกล้องวงจรปิด เสียดายตรอกนี้ไม่มี ทำให้เขาต้องยื่นเื่ติดเอาไว้หน่อยแล้ว
"เปล่าครับ ขอโทษที่ทำให้คุณเสียเวลาเชิญครับ"
"ค่ะ" จื่อหลานก้มหัวให้เล็กน้อยแล้วเดินไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่พอเดินเข้ามาผู้จัดการเดินเข้ามาหาเธอ
"คุณหลิน มีตำรวจเรียกหาคุณได้พบยังคะ"
"อ๋อ ก่อนฉันเดินกลับมาเหมือนว่ามีคนถูกทำร้ายตรงตรอกนั้นตำรวจสอบถามฉันเล็กน้อยแล้วปล่อยตัวมาทำไมเหรอคะ"
"เปล่าหรอกค่ะคนาเ็เป็อดีตพนักงานของเราจากการสอบถามเื่ที่ผ่านมาขอโทษแทนเธอด้วยนะคะ"
"หืม...ฉันไม่ได้ใส่ใจคุณอย่าคิดมากเลยยังไงฉันก็พักที่นี่อยู่แล้ว" จื่อหลานพูดตอนที่เธอจะไปตลาดค้าของเก่านั้นได้ลบภาพความทรงจำเกี่ยวกับเธอของผู้หญิงที่เธอทำร้ายแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไรทำให้เธอพักแบบสบายใจได้
"เช่นนั้นโรงแรมของเรายินดีรับใช้คุณค่ะ"
"ค่ะ ฉันขอตัวก่อน" จื่อหลานเดินขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนพอเดินออกมาจากลิฟต์ถูกชนเข้าอย่างจัง
"ขอโทษครับ"
"อืม..." จื่อหลานไม่ใส่ใจชายที่สวมชุดมิดชิดใส่แว่น ผ้าปิดปาก หมวกเธอเพียงตอบรับในลำคอเท่านั้นดีแจกันไม่หลุดมือ เมื่อเข้าห้องในตอนนี้เธอได้แต่ดวงตาเปล่งประกาย
"ดูหน่อยสิว่าด้านในมีสิ่งใดซ่อนอยู่กันแน่" ความตื่นเต้นเธอนั้นใช้มัดทุบเบาๆที่แจกันมันร้าวตามรอยทุบกระทั่งแตกออกเธอต้องทุบขวดเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านในของก้นแจกันอีกที
"เพล้ง" เหรียญสีทองดูเก่าแก่ส่องสว่างพลังความขลังออกมาทำให้จื่อหลานหลับตาใช้จิตตรวจสอบ
"เหรียญตราจักรพรรดิโบราณอายุหนึ่งพันห้าร้อยปี โลกนี้ขายได้เท่าไหร่กันนะแต่ถ้าเกิดฉันนำสมบัติในโลกก่อนมาคงมีค่าในโลกนี้อย่างแน่นอน โอ้จริงด้วยเหมือนร้านสะดวกซื้อจาก์จะมีขายอยู่นี่ไหนขอตรวจสอบดูหน่อย"
เธอใช้จิตตรวจสอบด้านในเลือกชั้นของเครื่องประดับ อ่านตามรายชื่ออายุของมัน แต่ละอย่างต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหยวนความเก่าแก่มีมากกว่าของที่เธอได้กับเด็กคนนั้นซะอีก
"เห้อ! สิ่งที่ฉัน้าตอนนี้คือชุดเข็มไม่สามารถซื้ออย่างอื่นได้ในตอนนี้"
เมื่อคิดว่าได้สมบัติจาก์มาแต่เงินมีไม่มากพอที่จะซื้อโอสถสักเม็ด การที่เธอจะซื้อได้ต้องสร้างอาชีพของตัวเองแต่การเป็หมอก็ต้องศึกษาให้ได้ใบประกาศของโลกนี้ก่อนอาจารย์สอนเธอจากโลกเดิมแทบสำลักความรู้ยังต้องมาเรียนในโลกใหม่นี้อีกน่าปวดหัวจัง
เช้าวันใหม่
จื่อหลานมายังร้านรับซื้อประมูลของเก่าเธอถือเหรียญสีทองเก่าๆเดินเข้ามาเมื่อเห็นร้านเปิด
"เอ่อคุณ้าอะไรไหมครับ"
"ผู้ประเมินของเก่าอยู่ที่นี่ไหมคะ"
"ผู้ประเมินออกเดินทางไปมลฑลหยูกวางจะกลับมาอีกสามวันครับ"
"เฮ้อ! ถือว่าไร้วาสนาไม่เป็ไรค่ะฉันขอตัวก่อน" จื่อหลานเดินออกมาพบเจอชายชราที่ตอนนี้จ้องมองแผงขายของเก่า เธอมองดูแล้วมันไม่มีคำว่าของจริงเลยสักนิดเดียว
"กำไลนี้ผมขุดจากสุสานราชวังต้องห้ามเป็ของเก่าแก่มีอายุห้าพันปี ส่วนนี่เป็ภาพวาดของม่อชิงคานดูตรงนี้สิครับกวีที่เขาเขียนนุ่มนวลและแฝงพลัง"
"อืม...ฉันขอตรวจสอบดูก่อน" จื่อหลานเดินผ่านเขาแล้วพูดขึ้น
"ระวังคุณจะถูกหลอกจนน่าหัวเราะเยาะนะคะ"
"ฉันจะถูกหลอกเหรอเธอรู้ได้ยังไง" ฟางชินเต๋อเขาคือนักประเมินของเก่าจากปักกิ่งหวังมาตรวจตราเล่นๆที่ตลาดของที่นี่ถามขึ้นด้วยความสนใจ
"จุดจากราชวังแต่เหมือนถูกสร้างขึ้นไม่นานปกติแล้วราชวังต้องห้ามไม่ต่างจากตำหนักเย็นส่วนมากจะมีฮองเฮาหรือนางสนมถูกขังหาได้โดนริบทรัพย์ดั่งเช่นประวัติการณ์เก่าแก่ ที่ฉันบอกคุณในสมัยนั้นคงไม่มีพวกกาวและสีผสมกันแบบนี้หรอกค่ะ"
"นี่เธอกล้าดียังไงถึงพูดแบบนี้แผงของฉันไม่เคยรับของมีตำหนิหรือของปลอมมาเธอมันเป็นักต้มตุ๋นมากกว่าคุณอย่าหลงเชื่อเธอนะ" เ้าของแผงพยายามข่มความกลัวที่ถูกสายตาเย็นของหญิงสาวส่งมาให้ยังคงพูดหว่านล้อมเหมือนเดิม
"คิดว่าฉันไม่มีตาเหรอ" "ปึก" ป้ายนักประเมินสีทองวางลงตรงแผงทำให้พ่อค้าใ นักประเมินแบ่งออกเป็ห้าสาย สีแดงคือขั้นฝึกหัด สีเงินคือขั้นขั้นสูง สีม่วงคือขั้นเชี่ยวชาญ สีทองคือขั้นาุโ สีดำคือขั้นสูงสุดของผู้ประเมินที่ใครต่างก็เคารพ นับหน้าถือตา
"เท่านี้ฉันสามารถแจ้งทางการมาจับพ่อค้าที่หลอกลวงได้แล้วไหม"
"ผมมีลูกมีเมียอย่าได้แจ้งเลยครับผมจะรีบออกไปตอนนี้"
"ไปได้ก็ดีเพราะที่ตรงนี้เป็ของลูกชายฉันจะขึ้นบัญชีดำกับนาย" ฟางซินเต๋อพูดจากนั้นหันตัวมาหาหญิงสาวรุ่นหลานด้วยรอยยิ้ม
"เธอมีสายตาแหลมคมผู้เฒ่าอย่างฉันนับถือแล้ว"
"ฉันไม่อาจเก่งกาจเท่าคุณตาได้หรอกค่ะการที่คุณตามาดูแผงของเก่าคงไม่ได้มาดูอย่างเดียวใช่ไหมคะ"
"ฮ่าฮ่า ใช่ฉันอยากได้ของสะสมไปอวดสหายสักหน่อยแต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่เจอของแท้เลยมาครั้งนี้คงเสียเที่ยวแล้ว"
"คุณตาชอบสะสมเหรียญเก่าไหมคะ"
"เหรียญเก่าเหรอเราไปดูตรงนั้นกันเถอะ" ฟางซิงเต๋อรู้สึกให้ความสำคัญในเื่นี้เราเก็บเหรียญเก่าแก่ได้สองเหรียญยัง้าเพิ่มมากกว่านี้ เมื่อมานั่งตรงศาลาจื่อหลานนำเหรียญตราจักรพรรดิออกมา
"นะนี่มัน นี่มันเหรียญตรารราชวงศ์ฉิงนี่อายุเก่าแก่พันกว่าปีของแท้ๆ หนูเอามาจากไหนเหรอ"
"เป็ของสะสมของบรรพบุรุษตระกูลฉันที่อดีตเคยเป็พ่อค้ารุ่งเรืองมาก่อนจนมาตกถึงรุ่นฉันไม่ได้ร่ำรวยเลยคิดอยากนำมาขาย เสียดายทีี่ผู้ประเมินไม่อยู่คุณตาช่วยประเมินให้ฉันได้ไหมคะ"
"เหรียญตราราชวงศ์ฉิงตามประวัติเก่าแก่และเป็ยุครุ่งเรืองที่สุดเธอไม่เก็บไว้เหรอ"
"ไม่แล้วค่ะเพราะฉันคิดว่าสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวชาตินี้ดีกว่าเก็บไว้ก็แค่ของสะสม" จื่อหลานพูดอย่างเฉยเมยของสะสมถ้ามีเงินร้านสะดวกซื้อจาก์เธอช่วยได้อายุเก่าแก่ของมันหมื่นปีก็ยังมี
"ขายให้ฉันได้ไหมฉันให้เธอห้าแสนหยวน"
"........." จื่อหลานพูดไม่ออกเธอคิดเอาไว้ว่าแสนหยวนแต่ว่าชายผู้นี้ประเมินสูงจนเธอใ ไม่นานเธอก็ได้เงินมาอย่าง งง งงเป็การซื้อขายที่สมบูรณ์เหมือนเขาที่ให้เลขารออยู่รถเข้ามาพร้อมกระเป๋าเก็บสมบัติวางไว้อย่างทะนุถนอม
"นี่บัตรของฉันอีกห้าเดือนจะมีงานประเมินราคาของสะสมหวังว่าเธอจะไป"
"ฉันต้องไปอย่างแน่นอนค่ะขอบคุณนะคะ"
"อืม...เช่นนั้นฉันขอตัวก่อนมาถึงปักกิ่งเมื่อไหร่โทรหาฉันได้ตลอดเวลา"
"ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว" จื่อหลานยิ้
มจากนั้นก็แยกจากกันด้วยความเป็มิตรเธอได้เงิน เขาได้ของที่ตามหาถือว่าเรามีผลประโยชน์ต่อกันแต่พอเธอจะเดินหนีได้เห็นภาพนิมิตของเขาขึ้นมาในหัว ทำให้เธอใไม่ใช่ว่าต้องใช้จิตเปิดดวงดาวก่อนหรืิอทำไมถึงเห็นตอนนี้ได้ละ