บทที่ 28 ลูกรัก์
ระหว่างทางกลับเซียวหยวนหลางยังคงคิดบัญชีกับหลินซื่อ ส่วนเซียวเฉินหลางก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ไหใหญ่หนึ่งใบบรรจุได้สี่สิบไหเล็ก ไหใหญ่สองใบก็เท่ากับแปดสิบไหเล็ก ดังนั้นวันนี้เราทำกำไรได้หนึ่งพันสองร้อยเหวิน”
นี่ยังไม่ได้นับรวมสินน้ำใจเื่ความปากหวานของเขาด้วย
หลินซื่อและเซียวหยวนหลางตกตะลึง
เ้าก้อนแป้งปรบมือ พี่สามเก่งมาก พี่สามจะต้องทำเงินได้มากมายในอนาคตอย่างแน่นอน
หลินซื่อลูบผมของเซียวจ้งหลางและเซียวเฉินหลางเบา ๆ “แม่และพ่อคุยกันเื่นี้แล้ว อีกไม่กี่วันจะส่งพวกเ้าไปร่ำเรียนเป็ซิ่วไฉ”
ลูก ๆ ของนางทุกคนล้วนมีความสามารถ เมื่อก่อนนั้นมีเงื่อนไขหลายอย่าง แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น นางตั้งใจจะส่งพวกเขาให้ได้เรียนทั้งหมด
สุดท้ายแล้วคุณค่าอื่นใดหรือจะเทียบการศึกษาหาความรู้ด้วยการเรียนหนังสือได้
ดวงตาของพี่น้องสองคนเต็มไปด้วยความใและทั้งคู่ก็พูดว่า “ท่านแม่ จริงหรือ”
“พวกเราก็ได้ไปเรียนหรือ”
แต่เดิมคิดว่าในครอบครัวจะมีคนเพียงคนเดียวที่สามารถเรียนหนังสือได้คือพี่ใหญ่ ซึ่งพวกเขาก็ยินดีที่จะให้เป็เช่นนั้น แต่ตอนนี้โอกาสลอยมาตรงหน้าแล้ว พวกเขาะโดีใจจนรถม้าโยกสั่นไปมา
เซียวหย่งฝูที่กำลังบังคับม้าอยู่ข้างนอกะโลั่น “เ้าเด็กพวกนี้ ะโกันเบา ๆ หน่อย เดี๋ยวรถม้าจะพังเอา!”
เซียวหยวนหลางนึกถึงเสียงฟ้าผ่าและมูลนกที่ตกลงมาในตอนนั้น แล้วกอดน้องสาวแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ด้วยการยอมรับและสนับสนุนของอาจารย์ใหญ่เหยียน เหมือนผ่านการทดสอบของ์อย่างไรไม่รู้
หลังจากนั้น ผักดองของสกุลเซียวได้กลายเป็สัญลักษณ์ที่รู้จักกันดีของเมืองอิ้งซาน แม้แต่ผู้คนจากนอกเมืองก็ยังมาที่นี่ จนกระทั่งขายได้หลายร้อยตำลึงทองด้วยซ้ำ
ถึงสกุลเซียวจะไม่คิดเพิ่มราคาตามความโด่งดังของมัน แต่พวกเขาก็ยังคงทำเงินได้อย่างต่อเนื่อง
รวมไปถึงมีร้านเป็ของตัวเองในเมืองแล้ว
หนึ่งปีต่อมา
“ตั้นแม่”
เสียงของเ้าตัวเล็กร้องเรียก ทำให้หลินซื่อซึ่งกำลังเตรียมอาหารอยู่นั้นพลันใจละลาย
“หน่วนเป่าของแม่ตื่นแล้วหรือ!” หลินซื่อเดินเข้ามาจับหน้าผากเ้าตัวเล็กเพื่อดูว่ามีเหงื่อออกหรือไม่
เ้าก้อนแป้งอายุเพียงหนึ่งปีกับอีกหนึ่งเดือน นางยังพูดและเดินได้ไม่ดีนัก
อย่างไรก็ตามนางถือเป็คนกล้าแสดงออก จึงมักพูดคำแปลก ๆ ออกมาอยู่เรื่อย ๆ
นางมักจะทำให้ทุกคนพูดไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกอยู่บ่อยครั้ง
“ตั้นแม่ หน่วนเป่าหิวแย้ว” ขณะที่พูด ท้องของนางก็เริ่มร้องประท้วง
หลินซื่อหัวเราะ ขณะที่สวมเสื้อคลุมให้กับลูกสาว “ตอนนี้แม่จะไปทำอาหาร หน่วนเป่าไปปลุกน้องชายของเ้าหน่อยสิ”
“ได้ หน่วนเป่าจาพลุกน้องชายเอง”
“ฮ่า ๆ ๆ เรียกว่าปลุก ตอนนี้เ้าทำให้แม่ยิ้มได้แล้วนะ” หลินซื่อสวมเสื้อให้นางแล้วปล่อยให้นางคลานบนเตียง ส่วนตัวเองรีบไปทำกับข้าว
เสี่ยวลิ่วนอนอยู่ข้าง ๆ กัน โดยขณะนั้น เ้าก้อนแป้งก็กำลังนึกบ่นในใจว่าตัวเองยังพูดได้ไม่ชัดเลย ก่อนที่นางจะเขย่าปลุกน้องชายสุดกำลัง
เสี่ยวลิ่วเพิ่งเริ่มจะหัดเดิน แต่ยังพูดไม่เก่งและยังเป็คนอารมณ์ร้อน เมื่อเขาเริ่มรำคาญ เขาจะบ่นอู้อี้หรือไม่ก็ร้องไห้เสียงดังลั่น
เมื่อใดที่เขาร้องไห้ เสียงนั้นดังะเืเลือนลั่นจนคนทั้งหมู่บ้านได้ยิน สิ่งเดียวที่ห้ามได้มีเพียงเ้าก้อนแป้งเท่านั้น แม้แต่หมาป่าขาวก็ไม่สามารถทำให้เขากลัวได้
สุดท้ายแล้วเสี่ยวลิ่วก็ยังเป็เด็กคนหนึ่งที่ยังพูดไม่ได้ มันจึงเป็ปกติที่จะไม่มีอะไรสามารถหยุดเสียงร้องของเขาได้
ยกเว้นเ้าก้อนแป้ง นางแค่เดินเข้าไปหาด้วยสองเท้า เสี่ยวลิ่วก็จะหยุดร้องไห้ทันทีและคลานมาเล่นกับนางแทน
เรียกว่าปราบกันด้วยสายเื!
เสี่ยวลิ่วเบะปากเตรียมแผดเสียงเมื่อถูกปลุกให้ตื่น แต่เมื่อลืมตาขึ้น เขาก็เห็นมืออวบอ้วนเงื้อขึ้นต่อหน้า เขาจึงหาวกลบเกลื่อน
“เรียกพี่จ๋าว” เ้าก้อนแป้งสอนเสี่ยวลิ่วให้พูดเพียงคำเดียวคือ พี่สาว
พอตื่นเช้าขึ้นมาก็โดนขู่บังคับ เขารู้สึกไม่พอใจและปิดปากเงียบสนิท
เ้าก้อนแป้งไม่ได้บังคับต่อ จุดประสงค์ของนางคือ ห้ามร้องไห้ ส่วนมีอะไรไว้ค่อยว่ากันทีหลัง
ในห้องครัวหลินซื่อกำลังต้มโจ๊กซึ่งนางลุกมาทำั้แ่ตื่นนอน
มีไอลอยมาจากไข่ตุ๋นสองชามและข้าวโพดทอด
พอใกล้จะถึงเวลาแล้วนางก็แวะมาดูลูกทั้งสองคน
เ้าก้อนแป้งไถลลงไปที่พื้นด้านข้าง ส่วนเสี่ยวลิ่วยังคงนั่งมึนงงอยู่บนเตียง
“ลุกขึ้นไปกินไข่กันเถอะ” นางกล่อมลูกชายแล้วแต่งตัวให้ นางพาทั้งสองคนไปที่ห้องครัว แล้วเช็ดใบหน้าและมือด้วยน้ำอุ่น
จากนั้นก็วางพวกเขาลงที่โต๊ะ ้าของโจ๊กมีน้ำมันลอยขึ้นมาเป็ชั้น ๆ ให้เห็น อีกทั้งยังส่งกลิ่นหอมหวานปะทะเข้าจมูก
ผู้เฒ่าเซียวเดินเข้ามาอย่างมีความสุข แต่แสร้งทำเป็ถามเสียงเข้มกับหลินซื่อ “วันนี้พวกเราจะเลือกอย่างไร”
ที่แท้แล้วพวกเขาสองคนกำลังตกลงกันว่าจะป้อนเด็กคนไหน
หลินซื่อหัวเราะเบา ๆ ดูคนแก่หัวรั้นคนนี้สิ
“แน่นอนว่าต้องสลับกับเมื่อวาน! เมื่อวานข้าป้อนหน่วนเป่าแล้ว วันนี้ข้าก็ต้องป้อนเสี่ยวลิ่ว”
ยังเร็วไปหน่อยที่เ้าสองคนนี้จะกินข้าวได้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่ป้อนก็จะเละเทะไปทุกที่
แม้ว่าหน่วนเป่าจะกินเองได้ แต่ร่างเล็ก ๆ ยังเคลื่อนไหวสะเปะสะปะ
สิ่งเดียวที่ทำให้หลินซื่อกังวลใจก็คือเื่การเจริญอาหารของหน่วนเป่า
เสี่ยวลิ่วอิ่มมากหลังจากกินโจ๊กถ้วยเล็ก ไข่ตุ๋นและข้าวโพดทอด
แต่หลังจากที่หน่วนเป่ากินเข้าไปแล้ว นางก็ยังกินบะหมี่กับน่องไก่ไปอีกชาม
ตอนที่นางยังเล็กกว่านี้ เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่าทำให้นางต้องหิวไปตั้งหลายมื้อ
ส่งผลให้เ้าตัวน้อยร้องไห้ และทำให้ฝนตกลงมาหลายวันติดกัน
หน่วนเป่าเทพัตัวน้อยผู้สามารถเสกฟ้าฝนได้ สุดท้ายเมื่อนางหิวโหย จนต้องร้องไห้อยู่สามวัน ผลคือนางทำให้ฝนตกติดต่อกันเป็เวลาสามวันทั่วรัฐฉี!
เป็เพราะหน่วนเป่าหิวจนร้องไห้ถึงสามวัน ต่อมาแม้หลินซื่อกลัวว่านางจะกินอิ่มเกินไป แต่ก็ยังปล่อยให้เด็กน้อยกินจนอิ่ม
โชคดีที่ในตอนนั้น เซียวหยวนหลางซึ่งเพิ่งกลับมาจากสำนักศึกษา ได้ค้นพบสาเหตุที่แท้จริง ว่าทำไมหน่วนเป่าถึงร้องไห้
หลังจากปลอบโยนสองสามคำ นางก็หยุดร้องไห้
พร้อมกับฝนที่หยุดตก
เซียวหยวนหลางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน้องสาวของเขาสามารถควบคุมฟ้าฝนได้
เ้าก้อนแป้งเริ่มสำรวจตัวเอง เพราะความเป็เทพัหายไป นางเลยลืมวิธีควบคุมฟ้าฝนไปบ้าง
และเหตุที่เป็แบบนี้ ก็เพราะว่านางยังเด็กอยู่นั่นเอง
เทพัน้อยถูกเลี้ยงดูจากฟ้าดิน เป็ที่โปรดปรานของ์ เทพเซียนทั้งหลายต่างรักใคร่
และถึงนางจะััได้ถึงคำอธิษฐานของคนธรรมดา ๆ แต่นางยังเด็กเกินไป ดังนั้น์จึงเพียงมอบหน้าที่เื่การบันดาลฝนให้เทพั
…ย้อนกลับไปเมื่อนานมาแล้ว ในตอนแรก เผ่าเทพัพบไข่ใบหนึ่งวางอยู่กลางแท่นบูชาของแดนั ซึ่งแม้แต่จักรพรรดิ์ก็ยังตื่นตระหนกกับเื่นี้
นั่นเป็เพราะดินแดนัมีัอยู่หลายพันตัว แต่ก็ไม่ได้มีักำเนิดใหม่มาหลายปีแล้ว
นี่คือพรจาก์!
ัเพศเมียเกือบร้อยตัวผลัดกันมาเฝ้าไข่จนกว่ามันจะฟัก
ในวันนั้นนกนับร้อยร้องเพลงสอดประสาน ดอกไม้ผลิบาน ปราณมงคลตลบอบอวลไปทั่ว
สิ่งที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า์ให้ความสำคัญกับัทองตัวน้อยเป็อย่างมาก ใครก็ตามที่ช่วยฟักไข่ัจะได้รับการดูแลจาก์ ไม่เพียงแต่ระดับพลังบำเพ็ญจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ความสามารถก็ยังเพิ่มขึ้นตามอีกด้วย
ส่วนใครก็ตามที่พูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับัทองตัวน้อย ไม่เพียงแต่พลังบำเพ็ญจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่จะถูกส่งไปยังโลกมนุษย์เพื่อสะสมพลังใหม่
ดังคำกล่าวที่ว่า สววรค์ย่อมมีวิธีจัดการและ์ไม่เคยปรานีใคร ถ้าหากล่วงเกินผู้เป็ที่โปรดปรานของ์ คนผู้นั้นจะต้องทุกข์ทรมานไปชั่วชีวิต
แม้ว่าจะกลับคืนสู่แดนั แต่ก็ยังต้องทนทุกข์จากทุกสิ่ง
สำหรับการอธิษฐานขอฝน ถึงอย่างไรเทพัก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับเื่นี้ตลอดเวลา เมื่อัทองตัวน้อยสามารถพูดได้แล้ว ก็จะค่อย ๆ รับรู้ถึงคำอธิษฐานของมนุษย์เอง
ความแห้งแล้ง ได้คลี่คลายลงหลังจากฝนตกหนักติดต่อกันสามวัน
ทว่าหลังจากนั้นหน่วนเป่าไม่ได้ไปจัดการเื่เสกฝนอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไร นางก็ยังเป็เด็กอยู่!
“หน่วนเป่า เด็กดี วันนี้แม่จะพาไปในเมืองไปรับพี่ใหญ่กัน วันนี้กินอิ่มแล้วเนอะ” ผู้เฒ่าเซียวป้อนอาหารให้นางคำโต หลินซื่อก็ใช้ผ้าเช็ดคราบน้ำที่เลอะปากนาง
“ตั้นแม่ ให้ต้าป๋ายไปด้วย ขื้อรถกัน”
หน่วนเป่าพูดยังไม่ชัดต้องอาศัยความเข้าใจ
ต้าป๋าย (ต้าไป๋) ก็คือหมาป่าขาว มีเพียงหน่วนเป่าเท่านั้นที่สามารถเรียกแบบนี้ได้ แต่ก็ไม่สามารถห้ามทุกคนไม่ให้เกรงกลัวต่อาาหมาป่าผู้ยิ่งใหญ่ได้แม้จะมีชื่อเรียกที่น่าเอ็นดูก็ตาม
ขื้อรถกัน (ขึ้นรถกัน) นี่หมายความว่าอะไรนะ?
หลินซื่อรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยและลองถามหยั่งเชิง “เช่นนั้นวันนี้พวกเราไม่ไปแล้วดีหรือไม่ พรุ่งนี้เราค่อยไปรับพี่ใหญ่ ถึงอย่างไรครั้งนี้เขาก็ได้หยุดตั้งเจ็ดวัน”
หน่วนเป่าตบโต๊ะ “ไปยับพี่ใหญ่ ไปซัดพี่”
ลูกชายคนโตของนางจะไปซัดใครนะ?