ฤดูฝนในทางใต้ของจงหยวนนั้นยาวนานหลายเดือนแต่ก็ช่วยบรรเทาความแห้งแล้งในหลายพื้นที่ไปได้มากชาวไร่ชาวนาที่ยังคงทำไร่อยู่ก็ได้น้ำฝนนี้คอยช่วยต่อชีวิตไปได้อีกหนึ่งปีต้นเดือนแปดแล้วฝนที่เหลียงกวางเริ่มเข้าสู่่ปลายฤดูรวงข้าวภายในไร่ที่เหมืองเกลือเริ่มเปลี่ยนเป็สีเหลืองทองอร่ามมองเห็นไปไกลจนสุดสายตา
ก่อนเริ่มฤดูกาลเก็บเกี่ยวงานในไร่มีไม่มากนัก คนงานบางส่วนหันไปปลูกพืชผัก ส่วนพวกที่ยังคงว่างงาน ซุนิเย่ให้ไปช่วยงานในโรงทอผ้ากับเร่งก่อสร้างเรือนพักให้เพียงพอกับผู้ที่อยู่ในเหมืองเกลือที่มีเพิ่มมากขึ้น
ตอนนี้คนงานในเหมืองเกลือรวมคนของพรรคทรายทะเลมีมากกว่าแปดร้อยคนซุนิฉวนยังคงส่งคนไปรับผู้อพยพที่เมืองถานโจวมาที่เหมืองเกลืออยู่เนือง ๆแต่ในหลายเดือนให้หลัง ผู้อพยพไม่ทราบรู้ข่าวมาจากที่ใดมีอยู่หลายกลุ่มที่มุ่งหน้ามาที่เหมืองเกลือโดยไม่ไปที่เมืองถานโจวก่อน
ในตอนนี้ซุนิฉวนยังคง้าแรงงานอยู่มากแต่ในอีกไม่ช้าด้วยทรัพยากรของเหมืองเกลือที่มีอยู่ คงไม่สามารถรับผู้อพยพเพิ่มได้อีกซุนิฉวนคาดคะเนว่าอย่างมากเหมืองเกลือคงรับผู้อพยพได้อีกไม่เกินสองถึงสามร้อยคน
การขนส่งเกลือขึ้นไปทางเหนือเป็ไปได้ด้วยดีแม้ในรอบหลังจะช้าไปบ้างเพราะว่าฝนที่ตกในหลายพื้นที่ขบวนเกลือทั้งสองขบวนออกเดินทางรอบที่สาม จนเวลานี้กำลังจะถึงกำหนดกลับมาที่เหมืองเกลืออีกครั้งสกุลซุนได้กำไรจากการขายเกลือมากกว่าที่คาด จนไม่แน่ว่าภายในปีหน้าทุนที่ลงไปน่าจะได้คืนมาจนหมดซุนิฉวนได้ส่วนแบ่งจากการค้าเกลือในสองรอบแรกมาเกือบหกพันตำลึง
เช้าวันนี้ซุนิฉวนออกมาดูการฝึกซ้อมของกองกำลังของเหมืองเกลือที่ฝึกฝนร่วมกับคนของพรรคทรายทะเลกองกำลังผสมมีคนมากเกือบสองร้อยนายมีหลิวมู่เหยียนกับหลี่หย่วนเจ๋อเป็ผู้นำในการฝึกการฝึกฝนของกองกำลังเน้นการทำศึกแบบกองทหาร แบ่งกองกำลังผสมออกเป็หมู่ หมู่ละสิบนายห้าหมู่รวมเป็หนึ่งกอง ตอนนี้มีทั้งหมดราวสี่กองไม่รวมหมู่พิเศษของซุนิเจี๋ยที่มีเด็กชายอายุสิบกว่าปี ที่เป็ลูกหลานของคนงานที่อยู่ในเหมืองเกลือออกมาร่วมฝึกด้วย
ซุนิฉวนไม่ได้นึกสงสัยว่าเหตุใดการฝึกถึงดูคล้ายกับการฝึกของทหารมากนักเข้าใจว่าค่ายพรรคต่าง ๆ ในยุทธจักรมีการต่อสู้แย่งชิงกันไม่เว้นแต่ละวันความรู้เื่การจัดทัพสมควรมีอยู่บ้าง
ตอนนี้ซุนิฉวนรู้แล้วว่าหลิวมู่เหยียนเป็ประมุขน้อยของพรรคทรายทะเลแต่ไม่ทราบว่าหลิวมู่เหยียนยังเป็หลานชายเพียงคนเดียว ของแม่ทัพประจำมณฑลเหลียงกวางอีกด้วย
การฝึกตลอด่เช้าใกล้จะเสร็จแล้วซุนิฉวนนั่งอยู่ใต้ต้นไม้เพื่อหลบเงาแดดเช้าวันนี้มีฝนตกแต่พอไม่นานแดดก็เริ่มแรงพร้อมกับมีลมพัดมาจากทางเหนือ
“ร้อนหรือไม่ข้าบอกให้เ้ารออยู่ที่เรือนเหตุใดถึงได้ดื้อดึงนัก”
หลิวมู่เหยียนปล่อยให้หลี่หย่วนเจ๋อเป็คนตรวจดูการแปรทัพของกองกำลังที่กำลังฝึกอยู่กลางแดดตนเองเดินกลับเข้ามาหาซุนิฉวนที่กำลังโบกพัดเพื่อคลายร้อน
ซุนิฉวนส่งน้ำชาที่แช่อยู่ในน้ำจนเย็นในน้ำชายังผสมน้ำผึ้งกับมะนาวเอาไว้ พอดื่มแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น หลิวมู่เหยียนรับน้ำชาที่เย็นเฉียบนั่งลงที่ด้านข้างของซุนิฉวนยิ้มอย่างพอใจ
“ไม่คิดว่าน้ำชายังดื่มแบบนี้ได้เ้านี่ช่างความคิดนัก”
ดินแดนทางใต้หาน้ำแข็งได้ยากนักไม่เหมือนกับทางเหนือซุนิฉวนได้แต่นำน้ำชาใส่ไหเคลือบแช่น้ำเอาไว้จนเย็นได้ที่น้ำผึ้งกับมะนาวนั้นพอหาได้ไม่ยาก พอลองเอามาทำชามะนาวช่วยคลายร้อนก็กลายเป็เครื่องดื่มที่คนในเหมืองเกลือต่างชื่นชอบ
“พี่ใหญ่หลิวเกอ” ซุนิเจี๋ยสวมชุดสีดำแบบเดียวกับกองกำลังของเหมืองเกลือ วิ่งนำเด็ก ๆกว่าสิบคนวิ่งมาทางซุนิฉวน ซุนิเจี๋ยร่วมฝึกฝนกับกองกำลังในทุกวันฝีมือการยิงธนูของซุนิเจี๋ยนั้นแม่นยำนัก การใช้ทวนก็ไม่เลวสมกับที่หลิวมู่เหยียนฝึกฝนให้ด้วยตัวเอง
ซุนิฉวนดึงน้องชายมาใกล้ตัวรับผ้าเช็ดหน้าจากอวี้เอ๋อร์ นำมาเช็ดเหงื่อให้กับซุนิเจี๋ย
“ดื่มน้ำชาก่อนค่อยพากันไปอาบน้ำเข้าใจหรือไม่” ซุนิฉวนสั่ง
ซุนิเจี๋ยกับเด็กที่ติดตามมารับน้ำชาเย็นชื่นใจมาดื่มเด็กเยาว์วัยในเหมืองเกลือมีอยู่เกือบร้อยคน ส่วนมากมากับครอบครัวช่วยบิดามารดาทำงานในไร่มีไม่กี่คนที่ไร้ญาติขาดมิตร ติดตามผู้อพยพมาที่เหมืองเกลือตามลำพังเด็กที่โตพอจะได้ทำงานมีค่าตอบแทนที่พักอาหารไม่ต่างไปจากผู้ใหญ่แต่ผู้ที่ยังเยาว์วัยเกินไปหากหาคนดูแลไม่ได้ เด็กชายจะติดตามซุนิเจี๋ยเด็กผู้หญิงจะได้หลิวซีอิ๋งมารดาของหานฉีหรงช่วยสั่งสอนดูแลจนกว่าจะโตพอให้ดูแลตัวเองได้
ซุนิฉวนเช็ดหน้าให้กับน้องชายจนเสร็จหลิวมู่เหยียนก็ขยับตัวเข้ามาจนใกล้ ยื่นหน้าที่ยังมีเหงื่อซกมาทางซุนิฉวนซุนิฉวนยิ้มหันไปหาอวี้เอ๋อร์รับผ้าเช็ดหน้ามาอีกผืน
“เ้าเป็เด็กหรืออย่างไรถึงต้องให้ข้าช่วยเช็ดหน้าให้” ซุนิฉวนบ่นแต่ก็ยังเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย
หลิวมู่เหยียนถือโอกาสจับมือซุนิฉวนหมับเข้าให้
“ข้าทำเองคงไม่สะอาดเท่าเ้าเช็ดให้”
ซุนิฉวนได้แต่ยิ้มโดยไม่ทันสังเกตุว่าซุนิเจี๋ยกับอวี้เอ๋อร์ลอบมองดูอยู่ความสนิทสนมของทั้งสองนั้นเป็ที่ทราบของเหล่าผู้ใกล้ชิดของซุนิฉวนในเหมืองเกลือมาได้ระยะหนึ่งแล้วหากพบเห็นนายน้อยซุนเป็ต้องเห็นหลิวมู่เหยียนอยู่ไม่ห่างเพียงแต่ยังไม่มีใครทราบไปมากกว่าหลี่หย่วนเจ๋อกับหวงเหวินที่เห็นถึงธาตุแท้ของหลิวมู่เหยียน
ดูท่าอีกไม่นานหลิวมู่เหยียนคงพิชิตใจของนายน้อยซุนได้แล้วหลี่หย่วนเจ๋อไม่อยากจะคิด หากถึงเวลานั้นขึ้นมาจริงนายท่านทั้งสองของสกุลหลิวไหนจะนายท่านของสกุลซุนจะว่าอย่างไร
ซุนิเจี๋ยดื่มน้ำชาจนเสร็จก็วิ่งนำเด็กหลายคนกลับไปที่ด้านในกองกำลังของเหมืองเกลือมีลานฝึกอยู่ด้านนอกกำแพงเหมืองใกล้กับประตูทางเข้าด้านหน้าหลิวมู่เหยียน้าให้กองกำลังนี้อยู่ด้านนอกเพื่อระวังภัย หากมีผู้บุกรุก กองกำลังทั้งสองร้อยนายจะรับรู้ก่อนแต่ว่าเวลานี้ค่ายโจรรอบ ๆ เมืองถานโจวต่างถูกเหมืองเกลือที่ร่วมมือกับทหารของเมืองถานโจวกำจัดไปจนหมดภายในรัศมีร้อย หลี่รอบเมืองถานโจวไม่มีค่ายโจรเหลืออยู่อีกแล้วต่อให้ยังมีอยู่ด้วยกำลังเกือบสองร้อยนายอีกทั้งเหมืองเกลือยังก่อสร้างกำแพงป้อมค่ายแข็งแรงแทบไม่ต่างจากเมืองที่มีทหารเฝ้าอยู่ยังจะมีค่ายโจรที่ใดที่ไม่กลัวตายกล้าบุกเข้ามาที่เหมืองเกลืออีก
ภายในห้องหนังสือ
“ท่านเซี่ยการเรียนตัวอักษรเป็เช่นไรบ้าง” ซุนิฉวนถาม
ซุนิฉวนให้ก่อสร้างโรงเรียนขึ้นมาในเหมืองเกลือั้แ่เดือนก่อนโดยให้เซี่ยเจียเหยียนเป็ผู้สั่งสอนให้กับเด็กที่อยู่ในเหมืองในหนึ่งวันจะเริ่มเรียนใน่บ่ายการศึกษาตำราในสมัยโบราณมีไว้แต่ลูกหลานผู้ที่พอมีฐานะชาวไร่ชาวนายากไร้ไม่มีโอกาสที่จะให้บุตรหลานได้ร่ำเรียนคนเก้าคนในสิบคนอ่านเขียนตัวอักษรไม่ได้
ซุนิฉวนไม่ได้้าให้เด็กเหล่านี้ร่ำเรียนเพื่อไปสอบเป็บัณฑิตในที่ใดหากแต่้าให้พออ่านออกเขียนได้บ้างทั้งยังให้เซี่ยเจียเหยียนสอนการคำนวณแบบง่าย ๆ ให้กับเด็กเหล่านี้ในวันหน้าไม่แน่ว่าจะกลับกลายมาเป็กำลังสำคัญให้กับเหมืองเกลือในภายหลัง
เซี่ยเจียเหยียนเป็ถึงจวี่เหริน(บัณฑิต ระดับมณฑล) สั่งสอนตัวอักษรไม่กี่ตัว การคำนวณขั้นพื้นฐานเช่นนี้ไม่ถือว่าลำบากอันใดเซี่ยเจียเหยียนตอบ
“นายน้อยไม่ต้องกังวลการศึกษาก้าวหน้าไปด้วยดี”
ซุนิเย่ดูแลงานในไร่ตอนนี้ข้าวที่ปลูกไว้สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ซุนิเย่ภาคภูมิใจกับผลงานครั้งนี้ไม่น้อยพอเซี่ยเจียเหยียนกล่าวจบ จึงกล่าวต่อบ้าง
“พี่ใหญ่พรุ่งนี้ข้าวที่ปลูกจะเริ่มเก็บเกี่ยวแล้วคนงานต่างกล่าวว่าผลผลิตคราวนี้มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนวิธีการของพี่ใหญ่หากเผยแพร่ออกไป พวกชาวนาคงเก็บเกี่ยวข้าวได้มากขึ้นอีกโข”
ที่ซุนิเย่กล่าวนั้นไม่ผิดการเพาะปลูกข้าวโดยเพาะต้นอ่อนขึ้นมาก่อนนั้นให้ผลผลิตมากกว่าการเพาะปลูกตามวิธีการแบบโบราณมากนักแต่ว่าทำเช่นไรถึงจะเผยแพร่ออกไปให้ชาวไร่ชาวนาได้รับรู้นั้น แทบจะเป็ไปไม่ได้ชาวไร่ชาวนาต่างเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกมาจากบรรพบุรุษ ต่อให้ซุนิฉวนถ่ายถอดวิธีการนี้ออกไปก็ไม่แน่ว่าจะมีชาวไร่ชาวนาคนไหนจะยินยอมเชื่อถือคงต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าที่จะทำให้วิธีการนี้เป็ที่ยอมรับ
“เ้าลองเขียนขั้นตอนขึ้นมาดูก่อนเอามาให้ข้าดู ข้าจะลองปรึกษาใต้เท้าสวีดูอีกที”
ซุนิฉวนไม่้าให้น้องชายหมดกำลังใจหากจะกล่าวตามความจริงแต่ชาวเมืองถานโจวเชื่อถือซุนิฉวนอยู่มากั้แ่เหตุการณ์โรคระบาดครั้งนั้นไม่แน่ว่าหากซุนิฉวนแนะนำการเพาะปลูกแบบนี้ให้กับชาวนาของเมืองถานโจวอาจจะมีคนยินยอมทดลองดูก็เป็ใด้หากเพาะปลูกข้าวได้มากขึ้น ไม่ช้าเมืองถานโจวก็จะมีเสบียงมากขึ้น ซึ่งย่อมเป็ประโยชน์ใน่าที่กำลังจะมาถึง
ซูกวงกับบุตรีเพิ่งมาที่เหมืองเกลือได้ไม่กี่เดือนแต่อย่างน้อยโรงหมอก็ได้เริ่มตั้งขึ้นเพื่อดูแลคนในเหมืองเกลือแล้วเื่นี้ทำให้ซุนิฉวนเบาใจไปได้มากหวงเหวินที่ตอนแรกซุนิฉวนตั้งใจจะให้ศึกษากับหมอซูเพิ่มเติม แต่หวงเหวินมีงานในมือมากกระทั่งเวลาไม่กี่ชั่วยามต่อวันยังปลีกตัวไปไม่ได้ซุนิฉวนเลยให้ซูกวงเสาะหาลูกศิษย์เอาจากในหมู่ผู้เยาว์ที่กำลังศึกษาตำรากับเซี่ยเจียเหยียนซึ่งก็พอมีอยู่สองสามคนที่ซูกวงเห็นว่ามีแววแต่คงต้องรอให้อ่านตัวอักษรได้มากกว่านี้ก่อน
ซุนิฉวนมอบหมายงานให้กับหัวหน้างานที่แต่งตั้งขึ้นมีการสอบถามความคืบหน้า การทำโทษการตกรางวัลให้กับผู้ที่ทำงานได้ดีซุนิฉวนใช้วิธีการบริหารงานแบบสมัยใหม่ตอนนี้หลิวมู่เหยียนกับหลี่หย่วนเจ๋อก็ถือเป็หนึ่งในหัวหน้างานของเหมืองเกลือที่ต้องรับคำสั่งจากซุนิฉวน
การเก็บเกี่ยวข้าวที่ออกรวงจนสุกพร้อมแล้วเริ่มในเช้าของวันถัดมาเคียวเกี่ยวข้าวในสมัยโบราณมีด้ามจับยาวทำจากไม้เนื้อแข็งส่วนคมที่ใช้ตัดรวงข้าวมักเป็วัสดุที่มีคมแต่มิได้ทำจากโลหะทั้งหมดบ้างเป็กระดูกสัตว์บ้างเป็ไม้ที่ขัดจนขึ้นคมซุนิฉวนยังไม่มีโรงหลอมโลหะทั้งยังขาดแคลนแร่เหล็กอาวุธที่ทำจากเหล็กก็ไม่สามารถนำมาหลอมเพื่อเอามาทำเคียวสำหรับเกี่ยวข้าวได้การเกี่ยวข้าวจึงใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวทั้งสามร้อยมู่ได้
หลังจากเกี่ยวข้าวแล้วยังต้องนำรวงข้าวที่เกี่ยวนำมาตากแดดจากนั้นตีกับขอนไม้ท่อนไม้เพื่อให้เมล็ดข้าวแตกออกจากรวงข้าวข้าวเปลือกบางส่วนจะถูกนำไปตำในครกไม้เพื่อกะเทาะเปลือกออกส่วนที่เหลือจะเก็บเอาไว้ในโกดังเพื่อเป็ทั้งเสบียงในภายหน้ากับเพื่อการเพาะปลูกในปีถัดไปการสีข้าวจนขาวในสมัยนี้ยังทำได้ยากข้าวที่สีออกมามีสีออกแดงหากนำไปขัดเพิ่มเติมจะได้สีที่ขาวขึ้นแต่ก็ยังไม่สู้ข้าวที่ใช้วิธีการสีในแบบสมัยใหม่
ข้าวที่สีออกมาสำหรับการเก็บเกี่ยวแรกถูกมอบให้กับนายน้อยซุนทั้งสามเพื่อแสดงความขอบคุณการเก็บเกี่ยวข้าวรวมถึงการสีข้าวเปลือกใช้เวลาเกือบสิบวันวันนี้ซุนิฉวนให้คนงานในเหมืองทั้งหมดหยุดพักพ่อนในตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงสำหรับฉลองการเก็บเกี่ยวแรกในปีนี้
หม่าอินได้รับคำเชิญจากซุนิฉวนเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงของเหมืองเกลือในครั้งนี้ด้วยสวีปิงช่านเพียงส่งเสมียนมาร่วมเป็ตัวแทนเท่านั้น ซึ่งซุนิฉวนไม่ได้คิดมากอะไรคนสำคัญที่ซุนิฉวน้าผูกมิตรคือหม่าอินผู้นี้ต่างหาก
ซุนิฉวนไม่รู้เลยว่าเพราะตนเองที่เข้าไปช่วยเหลือโรคระบาดที่เมืองถานโจวในคราวนั้นทำให้หม่าอินมีชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไปจากที่ควรเป็ตามประวัติศาสตร์หากซุนิฉวนไม่เข้าไปช่วยเหลือหม่าอินจะยังคงรับหน้าที่ดูแลคนป่วยเช่นเดิมแต่เพราะไม่มีซุนิฉวน ทำให้ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคระบาดมีมากถึงหมื่นกว่าคนหม่าอินจะแตกหักกับนายอำเภอสวีปิงช่าน จนนำกองกำลังของตนเองออกจากเมืองถานโจวไปจากนั้นหม่าอินจะรวบรวมคนที่ไม่พอใจในราชสำนัก ตั้งตัวเป็ใหญ่ ภายในไม่กี่ปีให้หลังสามารถยึดครองพื้นที่หูหนานก่อตั้งแคว้นฉู่ขึ้นมาแต่ในตอนนี้หม่าอินที่ว่ากำลังนั่งดื่มสุราอยู่กับซุนิฉวนที่เหมืองเกลือ
หลิวมู่เหยียนนั่งคั่นกลางระหว่างหม่าอินกับซุนิฉวนหม่าอินเพียงทราบว่าหลิวมู่เหยียนเป็หัวหน้ากองกำลังของเหมืองเกลือแต่ไม่ทราบถึงเื่คนของพรรคทรายทะเลจะอย่างไรหม่าอินเป็ทหารของทางการการแนะนำคนในยุทธจักรให้รู้จักกับหม่าอินยังคงไม่สมควร
“นายน้อยซุนท่านยังคงคอแข็งไม่เปลี่ยน มาดื่ม” หม่าอินยกจอกสุราขึ้นคารวะ
หลิวมู่เหยียนดื่มสุราได้ั้แ่เยาว์วัยแต่ตนเองเพิ่งเคยเห็นซุนิฉวนดื่มสุรา ซุนิฉวนดื่มสุราได้มากจนน่าใั้แ่หม่าอินมาถึงซุนิฉวนดื่มสุราไปกว่าสิบจอกสีหน้ายังไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
หลิวมู่เหยียนไม่ชอบนายกองหม่าผู้นี้นักนายกองหม่าตัวสูงใหญ่ อีกทั้งอายุก็มากเกือบจะเท่ากับหลี่หย่วนเจ๋อ แต่เวลาดื่มสุราเหตุใดต้องคอยจับมือโอบไหล่ซุนิฉวนของข้าไปด้วย
“นายกองหม่าข้าดื่มกับท่านด้วย เชิญ”หลิวมู่เหยียนยื่นจอกสุราไปขวางเอาไว้ก่อนที่ซุนิฉวนจะยกจอกขึ้นมาชนกับหม่าอินหม่าอินผู้ไม่รู้เื่ราวยกจอกขึ้นรับคำอย่างยินดี
ซุนิฉวนนั่งอมยิ้มมองหลิวมู่เหยียนที่ชนสุรากับหม่าอินอย่างไม่มีใครยอมใครสุราแม้รสชาติไม่แรงมาก แต่ดื่มไปหลายสิบแก้วหม่าอินกับหลิวมู่เหยียนยังแทบจะยืนไม่อยู่งานเลี้ยงเลิกลาจนเกือบจะรุ่งสางของเช้าวันใหม่