เช้าวันต่อมา ภูผาตื่นตั้งเเต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน เขาไม่ลืมทำหน้าที่พี่ชายที่แสนดีเข้าไปปลุกน้องชายโดยการะโฟันศอกเข้าที่่ท้องของนทีจนเขาสดุ้งตื่นด้วยอาการจุกอย่างรุนแรง
“โอ้ะ โอ้ย!!...พี่ผา…ทำอะไรของพี่เนี้ย!!”
“มอนิ่งครับน้องชายสุดที่รัก ตื่นได้แล้ว จะสายแล้วนะ”
“สายอะไร…ผมไม่ได้รีบไปไหนซักหน่อย”
“ไม่รีบได้ไง วันนี้แกต้องเข้าไปช่วยงานพี่ที่โรงแรมเป็วันแรก ไปเร็วลุกเร็ว”
“ไม่เอาๆ..ผมยังไม่พร้อมเริ่มงานตอนนี้”
“ไม่พร้อมตอนนี้ แกจะพร้อมตอนไหน นี่มันจะเข้า 3 ปีแล้วนะที่แกเล่นเหยาะแหย่ะเป็เด็กอยู่แบบนี้น่ะ ที…แกโตแล้วนะเว้ย หัดคิดที่จะมาช่วยพี่บ้างได้ไหม ทุกวันนี้พี่ทำตั้งหลายอย่างและไหนจะต้องมาดูเเลน้องไร้สาระอย่างแกอีก พี่เหนื่อยนะเว้ย!!”
“โห่..พี่ผา…ก็ผมยังไม่พร้อมจริงๆ พี่ก็รู้ว่า….”
“พี่ก็รู้ว่าผมเพิ่งอกหักและเสียใจมา แกพูดแบบนี้มา 3 ปีแล้วและพี่ก็จำมันได้ขึ้นใจเลยล่ะ นที…ฟังพี่นะ ตอนนี้เรามีกันอยู่เเค่สองคน ถ้าแกไม่เรียนรู้งานจากพี่ตอนนี้และถ้าเกิดในอนาคตพี่เป็อะไรไป แกจะจัดการกับที่เหลือยังไง”
“โอ้ยพอๆๆ..รู้แล้วครับพี่ชาย ผมจะรีบไปอาบน้ำเเต่งตัวไปเรียนรู้งานกับพี่เดี๋ยวนี้ล่ะ อ่อ….ที่พี่บอกว่าเราเหลือกันอยู่สองคนน่ะไม่จริงนะ”
“แกหมายถึงอะไร?”
“ก็นี่ไง ิญญาพ่ออ่ะสิงรร่างพี่อยู่ บ่นเป็แฝดพ่อเลยนะ!”
“ไอ้ที…ไอ้น้อง here!!”
“ฮ้าฮ่าฮ้า…โอเคพอใจละ ไปอาบน้ำดีกว่า…เดี๋ยวมานะครับพี่ชาย” นทีโบกมือหยอยๆก่อนจะดึงผ้าเช็ดตัวและวิ่งเข้าห้องน้ำไป ภูผาเอาเเต่ส่ายหัวไปมาให้กับความเหลาะแหละของน้องชายตัวดี กริ๊งๆ กริ๊งๆ เสียงมือถือภูผาดังขึ้นในขณะที่เขา กำลังเดินกลับห้องตัวเอง
“ว่าไง..ได้เื่แล้วใช่ไหม อืม…หรอ…โอเค ส่งทั้งหมดมาให้ฉันด้วย เดี๋ยวที่เหลือฉันการต่อเอง” ภูผารีบวางสายก่อนจะมองซ้ายทีขวาทีและเดินเข้าห้องไป เวลา 08:00 น. ทุกอย่างพร้อมที่โต๊ะอาหาร สองพี่น้องนั่งทานข้าวเช้าด้วยกัน พร้อมกับพูดคุยเื่งานเบื้องต้นไปด้วย
“วันนี้พี่จะเริ่มจากให้คุณนนท์ เลขาของพี่สอนงานแกละกันนะ พอดีพี่มีธุระด่วนต้องไปทำน่ะ”
“อ้าว…ผมก็คิดว่าผมจะได้ฝึกงานกับพี่ซะอีก เเต่ก็ไม่เป็ไร ระดับมันสมองหัวไวอย่างผม ฝึกงานกับใครก็ได้..แปปเดียวทำงานคล่อง!!..ลื่นปรื๊ดๆเเน่นอน!!!”
“โอเค..ถ้านายมั่นใจขนาดนั้นพี่ก็จะรอดูละกัน กินข้าวเถอะ จะได้รีบไปทำงาน…” ทั้งสองใช้เวลาจัดการกับตนเองไม่นานก็เดินทางมาถึงที่ทำงานพอดี ครั้นเมื่อมาถึงภูผาก็พาน้องชายไปยังห้องประชุมทันที ซึ่งภายในห้องประชุมก็มีบุคลากรจากแผนกต่างๆนั่งรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
“ก่อนอื่น ผมขอโทษทุกท่านด้วยที่เรียกประชุมด่วน พอดีว่าวันนี้ผมมีเื่สำคัญที่จะเเจ้งให้ทุกคนทราบ นี่คือนที…น้องชายของผมเอง ก่อนหน้านี้เขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศทุกคนเลยไม่เคยเจอเขามาก่อน แต่ต่อจากนี้ไป..นทีจะเข้ามาช่วยผมบริหารโรงแรมในเครือของ NT group และ PP place ในฐานะ GM (General Manager ผู้จัดการทั่วไป) ทั้งนี้ผมรวมถึงเชนอื่นๆของเราอีกด้วย นที..เชิญ…”
“ครับ..สวัสดีครับทุกคน ผมนทีนะครับ เรียกทีเฉยๆก็ได้ เนื่องจากผมยังใหม่ในเื่การบริหารโรงแรมมาก อาจจะต้องขอความร่วมมือจากทุกท่านช่วยแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณครับ” หลังจากนทีพูดจบทุกคนในห้องต่งปรบมือต้อนรับนทีอย่างกึกก้อง นั่นเป็สัญญาณในการเริ่มงานของเขานั่นเอง เนื่องด้วยนทีเรียนการโรงแรมมาโดยตรงและไปต่อบริหารที่ต่างประเทศมาด้วย เขาจึงพอที่จะมีพื้นฐานมาบ้าง งานนี้คุณนนท์จึงไม่เหนื่อยเท่าไหร่ นทีใช้เวลาเรียนรู้งานจากเลขาของภูผาเป็เวลา 1 อาทิตย์เต็มๆและนั่นก็เป็หนึ่งอาทิตย์ที่ภูผาไม่เข้ามาที่โรงแรมเลยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่ออยากเห็น ศักยภาพการบริหารที่น้องชายได้ไปเรียนมานั่นเอง พวกเขาต่างทำหน้าที่และซัพพอร์ตกันในทุกๆด้านจนกระทั่งนทีเริ่มเป็ผู้เป็คนและเอาการเอางานมากขึ้น เมื่อภูผาเห็นว่าทุกอย่างกำลังไปได้ดีเขาก็แผนการณ์ที่วางไว้ทันที โดยเริ่มจากนัดน้องชายไปทาน ข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรมพร้อมกับถามถึงเื่การทำงาน สองพี่น้องพูดคุยกันถูกคอและดูเหมือนว่า..นทีก็เริ่มเพิ่งพาได้มากแล้ว ภูผาจึงเริ่มยิ่งคำถามที่ทำให้เขาแทบสำรักน้ำ
“ไม่คิดเลยว่าพี่จะได้เห็นภาพนี้อีกครั้ง ตอนนี้น้องชายพี่กลับมาเป็นทีคนเดิมแล้ว หล่อ เท่ ฐานะดี การงานเยี่ยมยอด จะเหลือก็เเค่….”
“พอเลยๆ…ตอนนี้ผมโฟกัสกับงานเท่านั้นเว้ย!!”
“พี่ถามจริงๆเหอะ แกลืมแฟนเด็กคนนั้นของแกได้แล้วจริงๆน่ะหรอ แกไม่คิดถึงเขารึไง ฮึ?”
“แล้วทำไมผมต้องคิดถึงเขาด้วยล่ะ เขาเป็คนทิ้งผมไปนะเว้ย ผมจะคิดถึงคนที่ปล่อยให้ผมนอนเมากลิ้งเป็หมาเมากาว น่ะหรอ เพื่อ!!?”
“เอ้า!...แสดงว่าแกยอมรับแล้วหรอ ว่าตอนนั้นแกมีสภาพไม่ต่างจากหมาเมากาวอ่ะ”
“พี่ผา!!!”
“เออๆๆ..ฉันเเค่ล้อเล่นน่ะ เออถามไรหน่อยดิ!”
“ถามอะไรอีกอ่ะ? นี่วันนี้จะได้กินไหมข้าวอ่ะ”
“ได้กินๆ นี่คำถามสุดท้ายละ จริงๆ”
“เออ..ว่ามา..จะถามอะไร”
“สมมุตินะ สมมุติ…ถ้าแก..ได้มีโอกาสเจอกับน้องเขาอีก แกจะทำยังไงวะ?”
“.............” นทีเงียบและนิ่งคิดไปพักใหญ่
“เอ้าว่าไง…แกจะทำยังไงวะที?”
“ไม่รู้ดิ..มันยังไม่ยังเกิดขึ้นนี่นา แต่มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นเเน่ๆเพราะผมไม่อยากเจอหน้าเขาอีกแล้ว จบนะ!!”
“แล้วถ้าได้เจอล่ะ?”
“ผมก็คง…..ชั่งแม่งเหอะ!!!..กินข้าวนี่ ถามนั่นถามนี่อยู่นั่นล่ะ รีบกิน…บ่ายนี้มีประชุมไม่ใช่รึไง เลิกพูดมากแล้วกินเข้าไปเลย” นทีพูดตัดประโยคโดยการยัดน่องไก่เข้าปากภูผา พร้อมกับรีบลุกไปเข้าห้องน้ำทันที ในระหว่างนั้นนทีก็อดคิดตามไม่ได้ว่าถ้ามีโอกาสได้เจอกับคิมอีกครั้งเขาจะทำยังไงและเค้าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ในใจลึกๆแล้วเขาก็ยังคิดถึงคิมไม่น้อย เเตพอคิดถึงภาพกล้องวงจรปิดวันนั้น นทีก็อดที่จะทุบประตูห้องน้ำเพื่อระบายอารมณ์โกรธไม่ได้ เขาเอาเเต่คิดว่าคิมเป็คนที่ทิ้งเขาไปหาคนอื่นและปล่อยให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ฝ่ายเดียวตลอด 3 ปีนั่นเอง