หัวใจจะวาย...หลงรักนายตัวเล็ก

    เจ้าของสายตาคู่นั้น

    ที่มหาวิทยาลัย จณิสตากลายเป็๲เพื่อนร่วมเรียนของอธิบดีเกือบทุกคาบเพราะลงเรียนเหมือนกันหลายวิชา และชายหนุ่มหน้าหวานก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกมาก ส่วนหนึ่งคือคนที่เป็๲เพื่อนของจณิสตาอยู่แล้ว เพราะเธอเรียนที่นี่มาก่อน และอีกส่วนหนึ่งคือเพื่อนที่เรียนด้วยกัน และกำลังจะทำงานกลุ่มร่วมกันอีกด้วย 

    “ออโต้ นายว่างานของอาจารย์ปนัดดา พวกเราจะไปทำกันที่ไหนดี” คณิตเดินมานั่งลงข้าง ๆ อธิบดีที่โต๊ะในโรงอาหาร เอ่ยถามถึงเ๹ื่๪๫งานกลุ่ม 

    “เราว่าก่อนอื่นพวกเราแบ่งหัวข้อกันไปหาข้อมูลก่อนดีกว่า อาทิตย์หน้าค่อยนัดเจอกัน เอาข้อมูลของแต่ละคนมาเรียบเรียง สรุปว่าจะนำเสนอออกมาแบบไหน แล้วค่อยหาที่รวมตัวไปน่าจะดีกว่ารึเปล่า” จณิสตาที่เดินตามหลังมาได้ยิน จึงเอ่ยเสนอความคิดของตัวเองขึ้น พร้อมกับหย่อนก้นนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับสองหนุ่ม แล้วหันไปถามอีกสองสาวที่นั่งลงพร้อมกัน “...ขวัญกับเปิ้ลเห็นด้วยมั้ย”

    “เห็นด้วยจ้า ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเสียเวลา” ขวัญอุษาพยักหน้าเห็นด้วย

    “อือ ฉันก็เห็นด้วย” ปาริฉัตรเอ่ยรับด้วยเช่นกัน 

    “ถ้าเสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างนั้น สองหนุ่มอย่างเราก็ไม่มีปัญหา ใช่มั้ยออโต้” คณิตหันมาตบบ่าหนุ่มหน้าหวานเอ่ยถามความคิดเห็นในท้ายประโยค

    “อือ ได้หมดถ้าสดชื่น ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ว่าไงว่าตามกัน” อธิบดีเอ่ยตอบ ก่อนจะถามอะไรบางอย่างที่คาใจ “ว่าแต่พวกนายเดินผ่านช่องตึกนั้นมา เห็นอะไรผิดปกติรึเปล่าวะ” 

    “อะไรผิดปกติวะ ฉันไม่เห็นมีอะไร” คณิตถามกลับด้วยความสงสัย

    “เออนั่นสิ” จณิสตาเองก็อยากรู้เช่นกัน

    “ฉันเหมือนเห็นมีคนแอบอยู่มุมตึก พอฉันหันไปมอง ก็เห็นเหมือนเขารีบหลบเข้าข้างเสาไปเลย” 

    “ตาฝาดรึเปล่า...” คณิตถาม 

    “ปัญหาของคนหล่อมั้ง เลยมีคนแอบมอง” จณิสตาแย้มยิ้ม เอ่ยแซวเพื่อนไป และบอกข้อสันนิษฐานของตัวเองไปด้วย ก็เพื่อนของเธอหล่อจริง ๆ นี่นา ระดับที่เรียกว่าสามารถเดินเข้าวงการบันเทิงได้แบบสบาย ๆ เลยแหละ

    “เออ ไม่มีใครเห็นก็ไม่เป็๲ไร สงสัยฉันจะตาฝาดไปจริง ๆ งั้นมาเข้าเ๱ื่๵๹งานกันดีกว่า ใครจะเอาหัวข้ออะไรว่ามา” 

    แล้วทั้งห้าคนก็คุยกันเ๹ื่๪๫งาน ก่อนจะได้ข้อสรุป และแยกย้ายจากกัน

    ทางด้านทนายความฝีมือดีอย่างปกป้อง วันนี้ก็ได้สร้างความแปลกใจให้กับอรสุรางค์ เพื่อนร่วมงานสาวเป็๲อย่างมาก เนื่องจากปกติเพื่อนหนุ่มจะพยายามรักษาระยะห่างกับเธอ แต่วันนี้เขากลับเป็๲คนมาชวนเธอไปกินอาหารกลางวันด้วยกันเสียเอง ถึงแม้จะ แปลกใจแต่เธอก็ดีใจเป็๲ที่สุด หญิงสาวแอบชอบเพื่อนร่วมงานหนุ่มมานานแล้ว แต่เป็๲เพราะปกป้องเอง ที่ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดหรือแสดงออกถึงความรู้สึกที่มี จึงได้แต่เก็บงำไว้ภายในใจมาตลอด

    “ป้องเสาร์นี้ว่างมั้ย” อรสุรางค์ตัดสินใจรวบรวมความกล้า เอ่ยถามชายหนุ่มเมื่อกลับเข้ามาในออฟฟิศ หลังจากที่ไปรับประทานอาหารกลางวันกันมา

    “อือ ว่างอยู่นะ ออยมีอะไรรึเปล่าครับ” ปกป้องที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนเอง หันไปตอบเ๽้าของคำถาม

    “คือเสาร์นี้ทุกคนที่บ้านออยเขาจะไปเที่ยวตลาดน้ำกันหมด แต่ออยไม่อยากไป มันร้อน แล้วคนก็เยอะ เลยว่าจะชวนป้องไปเดินดูต้นไม้กัน ออยอยากจัดสวนที่บ้านใหม่น่ะ แต่ว่าไม่ค่อยมีความรู้เ๹ื่๪๫ต้นไม้ อยากให้ป้องช่วยไปแนะนำให้หน่อย จะได้มั้ยคะ” อรสุรางค์รู้ว่าปกป้องชอบต้นไม้ ชอบจัดสวน เพราะบ่อยครั้งที่เธอได้ยินชายหนุ่มพูดถึงเ๹ื่๪๫การซื้อต้นไม้และจัดสวนเองที่บ้าน จึงได้ใช้หัวข้อนี้เปิดทางให้ตนเอง

    “อืม...เอาสิ ถ้าอย่างนั้นเสาร์นี้ผมไปรับออยที่บ้านก็ได้ สัก เก้าโมงดีมั้ย” คนถูกชวนคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลง พร้อมเสนอตัวเป็๲สารถีให้คนชวนอีกด้วย 

    “ได้ไงล่ะ เกรงใจป้องแย่เลย ให้ป้องมาช่วยงานแล้ว ยังจะให้ป้องลำบากขับรถไปรับออยอีกได้ไง เดี๋ยวออยขับรถไปรับป้องที่บ้านเองดีกว่า ป้องส่งโลเคชันให้ออยแล้วกันนะ เอาตามนี้นะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ ออยต้องรีบไปศาลก่อนแล้ว” พูดจบอรสุรางค์ก็รีบไปคว้ากระเป๋าเอกสารบนโต๊ะ แล้วเดินออกจากออฟฟิศไปทันที 

    อันที่จริงเธอก็ไม่ได้รีบอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ว่าไม่อยากฟังคำปฏิเสธจากชายหนุ่ม เพราะเธอ๻้๵๹๠า๱อยากจะไปรู้จักบ้านของเขา ด้วยความเชื่อที่ว่าหากได้เข้าไปที่บ้านของเขาก็เท่ากับว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาได้ก้าวหน้าไปอีกหนึ่งขั้น

     

    อธิบดีกำลังจะเดินออกไปรอรถที่ป้ายรถประจำทาง ระหว่างทางที่เดิน สายตาของใครสักคนก็เข้ามาก่อกวนความรู้สึกเขาอีกแล้ว ทั้งที่ชายหนุ่มพยายามจะไม่ใส่ใจ และคิดคล้อยตามความเห็นของจณิสตาที่บอกว่า ก็คงเป็๲สาว ๆ ทั่วไปที่ชื่นชมคนหน้าตาดีแอบมอง ทว่าความรู้สึกของเขามันกลับบอกว่าคนที่มองเขาอยู่ไม่น่าจะใช่บรรดาสาว ๆ ที่แอบมองคนหน้าตาดีทั่วไป ดังนั้นแทนที่ชายหนุ่มจะเดินต่อให้พ้นตึกเพื่อออกจากรั้วมหาวิทยาลัยไป เขาก็แอบหลบเข้าไปในตึกเรียนแทน และหลบอยู่ข้างกำแพงตึกด้านในนั่นเอง 

    “หายไปไหนแล้ววะ” เสียงพึมพำดังขึ้นจากนักศึกษาชายคนหนึ่ง ที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าตึกเรียน หลังจากเดินเลยตึกไป แล้วก็เดินกลับมาที่หน้าตึกอีกครั้ง และตอนนี้เขาก็กำลังหันซ้ายหันขวากวาดสายตามองเหมือนกำลังหาใครอยู่

    “มองหาใครอยู่เหรอ ใช่เรารึเปล่า” อธิบดีออกจากที่ซ่อนแล้วไปเอ่ยทักคนที่เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นหน้ามาก่อน

    “เออะ...เอ่อ...คือออ...” เสียงตอบอึกอักมาพร้อมกับอาการตะลึง

    “นายใช่มั้ยที่คอยตามเรา แล้วก็คอยมองเราอยู่ตลอดน่ะ” อธิบดีเห็นอาการอึกอักของอีกฝ่าย ก็ยิ่งถามจี้ไปที่คนตรงหน้า

    “คือ...” 

    “เราว่าหน้านายคุ้น ๆ ว่ะ เราเคยรู้จักกันมาก่อนรึเปล่า” อธิบดียังคงส่งคำถามให้คนตรงหน้าเพื่อคลายความสงสัย และความรู้สึก อึดอัดที่เกิดขึ้นกับเขา เริ่ม๻ั้๹แ๻่ที่เขาเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้

    นักศึกษาชายมองหน้าอธิบดีนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างตัดสินใจ แล้วเอ่ยตอบออกมา 

    “ใช่ เราสองคนเคยเจอกันมาก่อน กูชื่อต้อม เป็๲คนที่มึงช่วยเอาไว้จากเด็กช่างเมื่อหลายเดือนก่อน มึงจำได้รึเปล่า” ปกรณ์เอ่ยแนะนำตัวเองในที่สุด

    “อ้อ ถึงว่าทำไมกูถึงได้คุ้นหน้ามึงนัก แล้วมึงไม่ได้เรียนอยู่ที่ชลบุรีเหรอ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” เมื่อพบว่าเป็๞คนที่เคยช่วยไว้ สรรพนามที่ดูเป็๞ทางการก็เปลี่ยนไปทันที

    “กูจบปวส.ก็เลยมาต่อที่นี่แหละ ไม่คิดว่าจะได้เจอมึง” ดวงตาคู่คมช้อนมองใบหน้าหวานของคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อเสียงเบากว่าเดิม “แม่งเหมือนพรหมลิขิตเลยเนอะ” 

    ประโยคสุดท้ายทำให้อธิบดีรู้สึกแปลก ๆ เพราะมันไม่น่าจะใช่ประโยคที่ผู้ชายจะพูดให้กัน จึงได้รีบพูดแก้

    “พรหมลิขิตอะไรเล่า อย่างนี้เขาเรียกว่าทฤษฎีโลกกลมโว้ย นี่มึงตามกูมา๻ั้๹แ๻่ที่เปิดเทอมใหม่ ๆ เลยใช่มั้ยเนี่ย” อธิบดีส่งคำถามเพื่อคลายความสงสัย ว่าคนตรงหน้าจะเป็๲เ๽้าของสายตาที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองอยู่บ่อยครั้งหรือเปล่า

    “เปล่า...” 

    “หืม?...” ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเข้าใจผิด 

    “กูเคยเจอมึงที่สวนสาธารณะเล็ก ๆ ก่อนถึงจตุจักรนั่นแล้ว แต่ว่าตอนนั้นเห็นหน้าไม่ชัด เลยตามเพื่อจะหามุมดูหน้ามึงให้ชัด พอแน่ใจว่าใช่ กำลังจะเข้าไปทัก มึงก็รีบเดินออกจากสวนไปซะก่อน แล้ว กูก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เจอมึงที่นี่อีก” 

    “แล้วจะมัวมาแอบตามทำไมวะ ทำไมไม่เข้ามาทักดี ๆ ทำเป็๲ไอ้พวกโรคจิตไปได้”

    “กู...กำลังคิดอยู่” 

    “คิดอะไรวะ?” อธิบดีเอียงคอถามคนตรงหน้าด้วยความสงสัย

    “กู...เห็นมึงเดินกับผู้หญิง”

    “แล้ว?” 

    “กูก็คิดอยู่ว่ามึงจะชอบผู้หญิง”

    “กูจะชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่มึงจะมาทักกันดี ๆ วะ” 

    “ก็ถ้ามึงชอบผู้หญิง กูก็ว่าจะถอยแล้วตัดใจ ไม่เข้าไปยุ่งกับมึง แต่ถ้ากูแน่ใจว่ามึงชอบผู้ชายได้ กูก็จะเข้าหามึง เพราะนั่นหมายความว่ากูจะจีบมึง” 

    “...” คำตอบของคนตรงหน้าทำเอาอธิบดียืนอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

    “แต่มึงมาจับได้ซะก่อน เพราะฉะนั้นไม่ว่ามึงจะชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย กูก็จะจีบมึงละนะ” 

    “เฮ้ย! อะไรของมึงวะ เพิ่งเจอหน้ากันได้สองครั้ง มึงก็จะจีบกูเนี่ยนะ” อธิบดีหน้าเหวอกับคำตอบที่ได้ฟัง

    “นั่นมึงไง แต่กูเห็นมึงมานานแล้ว เห็น๻ั้๫แ๻่ไปนอนเจ็บอยู่ต่อหน้ามึงที่ชลบุรี แล้วพรหมลิขิตก็ให้กูมาเจอมึงอีกครั้งที่กรุงเทพฯ ในสวนสาธารณะนั่น ตอนนั้นกูยังไม่แน่ใจว่าจะได้เจอมึงอีกรึเปล่า จนกระทั่งมาเจอว่าเราเรียนที่นี่เหมือนกัน” ปกรณ์อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น “ในเมื่อพรหมท่านลิขิตไว้ เพราะงั้นกูก็ตัดสินใจแล้ว ว่ากูจะจีบมึง๻ั้๫แ๻่ตอนนี้เลย แต่ก่อนอื่นกูต้องขอบใจมึงมาก ที่วันนั้นใจดีช่วยกูเอาไว้ ทั้งที่มึงจะปล่อยกูให้นอนอยู่กับพื้นรอไอ้พวกเวรนั่นมากระทืบก็ได้ แต่มึงเลือกที่จะพากูหนีไอ้พวกเวรนั้นไปด้วยกัน” 

    “อือ เ๱ื่๵๹นั้นช่างมันเหอะ ถึงไม่ใช่มึงกูก็ช่วยอยู่ดี มึงไม่ต้องถือเป็๲บุญคุณจนเอามาจีบกูหรอก กูว่ามึงไปหาคนอื่นจีบเหอะ มึงกับกูเป็๲เพื่อนกันก็พอ เอาไว้เจอกันใหม่ วันนี้กูไปละ” อธิบดีตบไหล่คนตรงหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินเบี่ยงคนที่ตัวใหญ่กว่าออกไป เพื่อจะไปรอรถตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก

    “เดี๋ยวสิวะ จะชิ่งกันอย่างนี้ได้ไง กูเป็๞ประเภทพูดคำไหนคำนั้นซะด้วยสิ มึงจะไปรอรถใช่มั้ย กูไปรอเป็๞เพื่อน” ปกรณ์จะไม่ปล่อยให้คนหน้าหวานจากไปเฉย ๆ แน่นอน อย่างน้อยวันนี้เขาต้องได้อะไรติดมือมาบ้างแหละ จะเบอร์โทร จะไลน์ หรือแอดเพื่อนในเฟซก็ยังดี

    ----------------------------------------------

    เ๹ื่๪๫นี้มีเป็๞อีบุ๊กแล้วนะคะ สนใจอ่านกันยาว ๆ แบบไม่สะดุด สามารถไปหาโหลดได้ที่ www.mebmarkert.com พิมพ์ชื่อเ๹ื่๪๫ หรือ ลูกตุ้มเงิน แล้วกดค้นหาได้เลยค่ะ