บทที่
| 8 |
คนที่ยังอยู่ในใจ NC
บาร์ผีเสื้อเริงร่อน
(สถานบันเทิงยามค่ำคืน เปิดเวลา 20:00 น. – 05:00 น.)
“วู้วววววว!! สนุกให้สุดเหวี่ยงโว้ยยย!!”
“ไปครับพี่อาทิตย์ไป!!!”
“ฮะฮ่าๆๆๆ สนุกจังว้อยยยยย!!”
“รีบเต้นครับไอ้สัด! รีบสนุกให้เต็มที่ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเข้าสู่โหมดที่ไม่สนุกละ”
นัททิวที่กำลังเต้นคลอเคลียอยู่กับสาวสวยเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าซีดเซียว ซึ่งมันก็ทำให้กันต์กับอาทิตย์ที่ร่วมวงเต้นต้องหันขวับมามอง
ป๊าบ!
“อะ โอ๊ยยย! มึงตบหัวกูทำไมเนี่ยไอ้กันต์!!”
“แล้วมึงจะพูดเป็ลางทำไมล่ะ มึงไม่มั่นใจในฝีมือไอ้เก่งกล้าหรือไง!? มันอุตส่าห์ฝึกซ้อมมาตั้งครึ่งปี”
“พี่ก็เห็นด้วยนะ เก่งกล้าตื่นตีสี่ทุกวันเลย ถ้าจำไม่ผิดก็ตั้งหกเดือนกว่าแน่ะ”
ชายหนุ่มที่ผอมแห้งแรงน้อยอย่างอาทิตย์สมทบ หลังจากที่เก่งกล้าได้ช่วยชีวิตรุ่นพี่คนนี้เมื่อหลายเดือนก่อน เขาก็ได้มาอยู่แก๊งเดียวกับพวกใหญ่
“เห็นไหม! พี่อาทิตย์เขายังเชื่อมั่นในตัวเพื่อนเราเลย มึงนี่นะไอ้นัททิว” กันต์หันไปคำรามใส่เพื่อนรัก
“เออๆ กูรู้แล้วหน่า ก็แค่.. หวาดระแวงไปล่วงหน้าไง กูน่ะเชื่อมั่นในตัวไอ้เก่งกล้าอยู่แล้ว ยังไงเพื่อนเราก็ต้องชนะไอ้เวรพวกนั้น”
“เหอะ ทำเป็พูดไป”
“แล้วนี่มันหายไปไหนเนี่ย อย่าบอกนะ!?”
“ก็คงจะเข้าไปหาริสาคนสวยของมันนั่นแหละ มึงยังไม่ชินอีกเหรอวะ ไอ้เก่งกล้ามาที่นี่ทีไรก็หายเข้าไปในห้องกับริสาทุกที หึๆ”
กันต์อธิบายพลางยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มสาวสวยในบาร์ ซึ่งพวกเขาเองค่อนข้างชินกับเื่นี้ ั้แ่ที่พาเก่งกล้ามาบาร์ผีเสื้อ เขาก็เปิดใจรับผู้หญิงแทบทุกคนที่กางปีกโบยบินเข้ามาหาเขา
เก่งกล้านอนกับผู้หญิงที่นี่หลายคน เขาไม่ได้มีความรู้สึกให้ใครเป็พิเศษ ยกเว้นเพียงแต่ความ้าในเื่เซ็กซ์เท่านั้น
คงยกเว้นแต่เพียงริสา.. เพราะเธออายุเท่ากับเก่งกล้า เธอสามารถเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของเขาได้ดี แถมยังพูดคุยกันถูกคออีกต่างหาก ดูท่าแล้วริสาคงมีใจให้กับลูกค้าสุดหล่อคนนี้เพียงคนเดียว
“อ..อ๊าาาาา!!! เก่งกล้า! อื๊อออ..”
ร่างกายที่แนบชิดกันแทบทุกอาทิตย์ เธอเอาแต่เฝ้ารอเพียงแค่เขาเท่านั้น ริสาไม่อยากจะนอนกับลูกค้าคนไหนยกเว้นแต่เพียง เก่งกล้า..
“อื้มมมม..!!”
พั่บๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
ร่างบางของหญิงสาวถูกแรงกระแทกกระทั้นจากด้านหลัง ราวกับไฟสวาทที่แผดเผาไปทั่วช่องท้อง ความรู้สึกสุขสมทำให้ริสาไม่อยากจะกลั้นเสียงครางเอาไว้ เธอฟุบหน้าลงไปกับหมอนใบใหญ่ก่อนจะเลื่อนมือไปแตะแขนล่ำ
จนกระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้ายได้ดังขึ้น ร่างล่ำกำยำของเก่งกล้าก็ได้ชักแกนกายใหญ่ออก เขาหอบหายใจถี่รัวเพียงไม่นานนัก
“อึ่ก! แฮ่กๆๆๆ ซี๊ดดดส์..”
หนุ่มหล่อถอดถุงยางที่มีน้ำรักอันขาวขุ่นโยนไปในถังขยะหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สองมือหนาที่เคยจับแน่นบริเวณเอวคอดก็ปลดปล่อยเธอให้เป็อิสระ
เก่งกล้ายกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างลวกๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เขาไม่ได้จูบเล้าโลมหญิงสาวเหมือนก่อนหน้า เรียกได้ว่าเก่งกล้าคนใหม่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกผู้หญิงคนไหนอีกเลย
ฟู่วววววว..
ควันสีขาวลอยล่องออกจากริมฝีปากสวยของชายหนุ่ม เขานั่งหันหลังให้กับริสาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว นั่นจึงทำให้สาวสวยที่นอนเปลือยเปล่าเริ่มเอะใจ
“คุณเก่งกล้าคงจะคิดมากเื่พรุ่งนี้อยู่ใช่ไหมคะ ถ้าจำไม่ผิด.. พรุ่งนี้ก็ถึงวันดวลฝีมือแล้ว”
ริสาที่เปลือยกายล่อนจ้อนเอ่ยเสียงหวาน เธอดันร่างกายตัวเองมาคลอเคลียกับลูกค้าคนโปรด
“อื้ม ผมก็.. แอบกังวลน่ะ”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ ริสาเชื่อว่าคุณทำได้ พรุ่งนี้คุณเก่งกล้าจะเอาชนะไอ้พวกนั้นได้แน่”
“ขอบคุณนะริสา”
“งั้นเปลี่ยนจากคำขอบคุณ.. มาเป็การที่ให้ริสาปรนนิบัติคุณเก่งกล้าอีกรอบได้ไหมคะ”
เธอเอ่ยพลางก็ยื่นมือเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังกว้าง สายตาเย้ายวนเริ่มทำให้คนที่กำลังสูบบุหรี่หยุดชะงัก
“หึ.. เอาไว้วันหลังเถอะ วันนี้ผมเหนื่อยแล้วน่ะ”
“……”
แต่ไม่ว่าจะทำยังไง.. เธอก็ไม่สามารถเข้าไปนั่งในใจของเก่งกล้าได้เลย เหมือนกับว่าเขามีใครหลบซ่อนอยู่ในนั้นั้แ่แรก
“อ..เอ่อ.. ก็ได้ค่ะ..”
“ไม่ต้องรอผมนะครับ ผมอาจจะไม่ได้เข้ามาที่นี่สักพัก เพราะหลังจากวันพรุ่งนี้ก็คงจะมีคนเจ็บ ไม่ก็ตายกันไปข้าง ผมไม่มีทางยอมแพ้ไอ้เหี้ยนั่นแน่”
“คุณเก่งกล้า..”
ริสาที่เห็นว่าหนุ่มหล่อของเธอลุกยืนขึ้นผงาด เธอก็มองตามร่างกายอันบึกบึนนั้นด้วยความเป็ห่วง
รู้จักผู้ชายคนนี้มาตั้งนาน เธอเองก็รู้ว่าเขาเป็คนนิสัยยังไง เก่งกล้าดื้อรั้นและไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเขาได้เลยแม้แต่คนเดียว
อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวง..
เปรี้ยงงงงง ! ! ! !
ซ่าาาาาาาาาา
“แฮ่กๆๆๆ ฮะฮึก!”
ร่างบางที่ตัวเปียกปอนไปด้วยหยาดฝน เธอกำลังออกแรงวิ่งหนีใครสักคนตามทางอันแฉะชื้น ใบหน้าสวยซีดเซียวนั้นมีน้ำตาไหลริน ดวงตาอันแดงฉานมองไปโดยรอบด้วยความหวาดกลัว
ไม่วายที่เธอจะหันกลับไปมองด้านหลังว่ามีใครตามมาหรือเปล่า แต่พอรู้ว่าไม่มีหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“พี่ญาดา!!! ขึ้นรถเร็วพี่!!!”
เสียงทุ้มอันคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างของใครคนหนึ่ง ซึ่งผู้ชายคนนั้นเปิดกระจกพร้อมกับกวักมือเรียกเธอให้รีบขึ้นรถ ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
ตึกๆๆๆ!!
ไม่รอช้าที่ญาดาจะทำตามคำสั่งนั้นโดยง่าย เธอรีบวิ่งขึ้นรถกระบะคันสีดำทะมึน ก่อนที่เ้าของจะเร่งเครื่องยนต์ขับไปให้ไกลมากที่สุด
“ฮึก..”
“พี่ไม่เป็อะไรใช่ไหมเนี่ย!! เฮ้อ.. ไอ้เวรนั่นมันได้ทำอะไรพี่หรือเปล่า”
“ไม่.. มันยังไม่ได้ทำอะไร ฮะฮึก พี่เอาตัวรอดได้ มันกำลังจะข่มขืนพี่ แต่มันก็สลบไปก่อน โชคดีที่ยาสลบในน้ำชาของพี่มันทำงาน”
หญิงสาวที่ตัวสั่นเทาเอ่ยพลางกัดริมฝีปากตัวเอง สองมือของเธอเอาแต่บีบลงไปบนกางเกงยีนที่เปียกชุ่ม ทางคนขับจึงรีบเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูยังเบาะหลังรถมาให้กับเธอ
“ข..ขอบใจนะเจต ถ้าไม่ได้แกพี่ต้องตายแน่ๆ ขอบคุณที่รีบมาทันทีที่พี่โทรหา”
“เฮ้อ.. ไม่เป็ไรหรอกพี่ พี่น่ะรีบเช็ดหัวก่อนเถอะ แอร์รถยิ่งเย็นๆอยู่ เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”
หนุ่มหล่อหน้าขาวตี๋เอ่ยด้วยสีหน้ากังวล เขาพยายามจะปรับอุณหภูมิแอร์ในรถเพื่อป้องกันไม่ให้เธอหนาวจนเกินไป ตอนนี้ญาดาทั้งตัวสั่น ทั้งหวาดกลัว ราวกับสิ่งที่เธอไปเจอมาเป็ผียังไงยังงั้น
ซึ่งทางเจตก็ได้มารู้จักกับญาดาเมื่อหลายเดือนก่อน พวกเขาสองคนไปเจอกันที่งานพาร์ทไทม์ในห้าง รู้ตัวอีกทีเธอก็สนิทสนมกับน้องชายคนนี้เสียแล้ว
“ผมถามจริงเหอะ แม่กับป้าพี่คิดอะไรอยู่กันแน่วะพี่ญาดา เร่เอาพี่ไปขายให้กับเสี่ยพวกนี้ แม่งบ้าฉิบหายเลย! โชคดีแค่ไหนแล้วที่พี่ไม่โดนพวกแม่งทำอะไร ไม่งั้นล่ะเื่ใหญ่”
“หึ.. ยังไม่ชินอีกหรือไง” ญาดาที่เริ่มตั้งสติได้เอ่ยแทรกขึ้นด้วยรอยยิ้มบาง
“ใครจะไปชินวะพี่ ั้แ่ผมรู้จักกับพี่มาเนี่ยนะ ผมก็เห็นว่าชีวิตพี่มีแต่ดิ่งลงเหวทุกวี่ทุกวัน ไอ้เสี่ยคนแรกที่มันรับพี่ไปดูแล แม่งก็ทำร้ายพี่อีก ส่วนไอ้เสี่ยคนนี้แม่งก็โรคจิต! เฮ้ออออ..”
“ก็ถ้าผู้ชายที่เขาให้เงินเราใช้ เขาไม่ทำร้ายเราเลยสิแปลก ยังไงพี่ก็เป็ที่รองรับอารมณ์นั้นอยู่แล้ว”
“ผมไม่อยากให้พี่คิดงี้เลยนะ มันไม่ได้มีแค่ผู้ชายพวกนี้สักหน่อยที่ซ้อมพี่อะ ผู้ชายที่เขารักพี่จริงก็มี แต่ตอนนี้พี่แค่ยังไม่ได้เจอเขาไง”
“……”
“ผู้ชายที่เขาให้ทั้งเงิน ให้ทั้งความรัก คนที่เขาพร้อมจะดูแลพี่อะ มันต้องมีดิ เหอะ! พี่อย่าคิดว่าผู้ชายจะเหมือนกันทั้งโลกดิพี่ญาดา”
“……”
“พี่น่ะโดนแม่กับป้าปั่นประสาทมากเกินไปแล้ว”
คำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากของเจต สิ่งนี้มันก็ทำให้ญาดาแน่นิ่งไป เธอเมินมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีเม็ดฝนกระหน่ำลงมาสู่พื้นดิน
ใช่.. เธอเชื่อว่าผู้ชายคนนั้นมีอยู่จริงเสมอมา
“ใครว่าพี่ไม่เคยเจอเขาล่ะ พี่เคยเจอผู้ชายคนนั้นแล้ว แต่พี่..จำเป็จะต้องปล่อยเขาไป”
เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางที่เต็มไปด้วยความเ็ป ก่อนมือเรียวจะเลื่อนขึ้นมาจับสร้อยคอที่ถูกใส่ไว้ ซึ่งมันเป็จี้หัวใจสีชมพู ของล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวที่ญาดาไม่เคยทิ้งมันเลย
เพราะสร้อยเส้นนี้คือสร้อยที่เก่งกล้าซื้อให้กับเธอ ั้แ่ตอนที่เริ่มคบกันใหม่ๆ
“พี่หมายถึงพี่เก่งกล้าเหรอ?”
กึก
ทางฝั่งคนขับที่รู้เื่ราวนั้นเลิกคิ้วถามเธอด้วยรอยยิ้มรู้ทัน แน่นอนว่าสองพี่น้องต่างสายเืนี้สนิทกันจนเล่าเื่ราวในอดีตจนหมดเปลือก เจตรู้เหตุผลทั้งหมดว่าทำไมเธอถึงทิ้งเขาไป
สิ้นคำถามนั้นก็ไม่ได้ทำให้ญาดายอมตอบอะไรทั้งนั้น เธอนิ่งเงียบและหันมองทางหน้าต่างลูกเดียว เขาเห็นว่าเธอเอาแต่จับสร้อยเส้นนั้นอยู่ตลอด
“หึ.. หนีอะไรก็หนีพ้นนะพี่ญาดา ผมพาพี่หนีไอ้เสี่ยจัญไรพวกนั้นมาหลายเดือนแล้ว มันก็รอดตลอดนะ แต่มีสิ่งเดียวที่ผมพาพี่หนีไม่รอดสักที”
เขารู้มาเสมอว่าญาดาไม่เคยลืมผู้ชายคนนั้น..
“มันก็คือผู้ชายที่ชื่อว่าเก่งกล้าไง พี่ไม่เคยหนีจากผู้ชายคนนั้นรอดเลย ไม่เชื่อก็ลองถามใจตัวเองดูสิ”