4 | ถ้าไม่คุยกับเราถือว่าพลาดมาก บอกเลย
ออกจากป่าเข้ามากรุงเทพฯ ทั้งที เพลงพนัสตั้งใจจะพบปะเพื่อนสนิทให้ครบ ๆ จึงมารอที่บริษัทผลิตและจำหน่ายปุ๋ยกับสารเคมีทางการเกษตรแห่งหนึ่ง ลลิตาหรือลิลลี่ นักวิจัยและนักกีฏวิทยาสาวทำงานประจำอยู่ที่นี่ เธอกับเพื่อนคนนี้เรียนปริญญาโทมาด้วยกันและยังสนิทกันจนถึงตอนนี้
พอลลิตาเลิกงานแล้วก็ชวนกันออกไปรับประทานอาหารเย็น เพื่อนสาวเล่าว่า่นี้กำลังมีโพรเจกต์วิจัยแมลงศัตรูพืชที่น่าสนใจ นอกเวลางานก็ขายเสื้อผ้าออนไลน์โดยตัวเธอเป็นางแบบเองด้วย หญิงสาวยังบอกอีกว่าเมื่อได้ทำงานที่ชอบทั้งสองอย่างแบบนี้ ชีวิตก็เหมือนจะหมุนไปอย่างรวดเร็วจนลืมเวลา
“แล้วลูกไม้ล่ะ เป็ยังไงบ้าง มีแฟนหรือยังจ๊ะ”
เหมือนจะถามถูกใจ คำตอบเลยปรากฏเป็รอยสีชมพูริ้ว ๆ บนพวงแก้มเพลงพนัส
“ยังไม่มีหรอก” เพลงพนัสอมยิ้มแก้มตุ่ย จับชายเสื้อบิดไปมา “แต่คิดว่าอยากมีแล้วละ”
“ว้าว! จริงเหรอ ฉันก็สงสัยอยู่ว่าแกไปอยู่ตั้งบนเขาอย่างนั้นจะมีแฟนยากไหม แล้วเขาเป็ใครกันล่ะ คนที่ตาถึงมาจีบสาวลูกไม้ของฉันได้น่ะ”
“เปล่า เขาไม่ได้มาจีบฉันหรอก” ชายเสื้อม้วนไปมาหนักขึ้นอีก ใกล้เคียงความเป็เงื่อนพิรอดเต็มที “ฉันไปจีบเขาต่างหาก”
“ฮ้า...” ลลิตายิ้มกว้างแล้วหัวเราะออกมา เขย่าแขนเพื่อนสาวคะยั้นคะยอให้เล่ามาอย่างละเอียด
เพลงพนัสไม่มีอะไรจะเล่ามากเพราะเื่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ได้แต่พูดเสียงเบาหวิว มองออกไปยังที่แสนไกล
“ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า ชีวิตของฉันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
“เดี๋ยวก่อนสิ” ลลิตาเอียงคอ “ยังไม่ได้คุยกันสักคำเลยไม่ใช่เหรอ แล้วนี่ทักแชตเขาหรือยัง”
“ยัง”
“อ้าว...”
“ก็มัน...ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดีนี่นา ลิลลี่ ช่วยแนะนำหน่อยสิว่า ถ้าเป็คนแปลกหน้าชนิดที่ว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ไม่มีเพื่อนของเพื่อนเลย ยังกับมาจากดาวคนละดวงกันแบบนี้ จะทักไปคุยยังไงดีให้ดูไม่โรคจิตน่ะ”
“อืม ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยงั้นเหรอ” ลลิตาเท้าคางกับโต๊ะอย่างใช้ความคิด “ยากเหมือนกันนะ”
“สมมติว่ามีชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาจีบแก เขาต้องทักแชตยังไงแกถึงจะไม่รู้สึกว่าเขาโรคจิตหรือคุกคามน่ะ แกมีคนมาจีบเยอะจะตาย ต้องมีบ้างสิ คนที่เคสคล้าย ๆ กันน่ะ”
ลลิตานิ่งคิดครู่เดียวก็เอามือลงทาบกับโต๊ะ “งั้นก็แนะนำตัวไปว่าชื่ออะไร เป็ใคร เห็นเขาจากที่ไหน และที่ทักมาเนี่ย ้าอะไร”
เพลงพนัสกะพริบตาปริบ ๆ “เอาตรง ๆ อย่างนั้นเลยเหรอ”
“ใช่” ลลิตาเคาะโต๊ะก๊อก ๆ “เพราะเป็คนแปลกหน้าเลยดูไม่น่าไว้ใจใช่ไหมล่ะ ดังนั้นก็ต้องพูดตรง ๆ เพื่อแสดงความจริงใจ ลุยเลยลูกไม้ ชักช้าเสียเวลา คนอื่นแซงหน้าไปหมดนะ”
จบคำเพื่อน เพลงพนัสก็ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงยีน เข้าโปรแกรมแชตอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันพิมพ์อะไรสักตัว เพื่อนสาวคนสวยก็คว้ามือไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวนะลูกไม้ แกจะพิมพ์ว่าอะไรน่ะ”
“ก็จะพิมพ์ว่า ฉันชื่อนางสาวเพลงพนัส เป็นักวิจัยแมลง เห็นคุณแสนย์จากเพจ ‘โสดเสงี่ยมเลี่ยมทอง’ และที่ทักมานี่ ก็เพราะ้ามาจีบ”
“โอ๊ย นั่นก็จริงใจไปไหม” ลลิตากุมขมับ
“อ้าว ไม่ใช่เหรอ” เพลงพนัสตอบเสียงอ่อย เกรงจะโดนดุ
“ไม่ใช่ย่ะ!”
นั่นละ สุดท้ายก็ต้องถึงมือเพื่อนสาวเ้าเสน่ห์ช่วยคิดจนได้ การสนทนาครั้งแรกระหว่างเพลงพนัสกับชายหนุ่มผู้เป็ดั่งพรหมลิขิตจึงได้เริ่มต้นขึ้นดังนี้
ลูกไม้: สวัสดีค่ะคุณแสนย์ เราชื่อลูกไม้นะคะ เป็นักวิจัย พอดีเห็นคุณแสนย์จากเพจ ‘โสดเสงี่ยมเลี่ยมทอง’ แล้วประทับใจอยากรู้จัก หวังว่าคุณแสนย์คงยินดีให้เราได้รู้จักกันนะคะ
“เป็ไง”
“โห...” เพลงพนัสปรบมือรัว “สวยอะ เลิศเลอ”
“แค่นี้แกก็ชนะพวกผู้หญิงแปลกหน้าคนอื่น ๆ ที่ทักมาแค่ว่า ‘ดีค่ะ’ ‘ทักทายนะ’ ‘ทำไรอะคะ’ อะไรพวกนั้นแล้ว นั่นมันแค่แชตเด็ก ๆ คุณแสนย์ต้องเจอระดับลูกไม้นี่ ตัวจริงเสียงจริง มาจริง ไม่ได้มาเล่น ๆ”
เพลงพนัสอมยิ้มสุดปลื้ม ะโกอดเพื่อนสาวดีใจใหญ่ ลลิตาก็หัวเราะแต่ยังปรามด้วย
“แต่แกอย่าเพิ่งไปรู้สึกกับคุณแสนย์เยอะเลย ทำความรู้จักกันให้เยอะ ๆ ก่อน พิสูจน์จนแน่ใจว่าเขาคือคุณพรหมลิขิตตัวจริงแล้วค่อยรักค่อยหลงก็ยังไม่สายนี่นา ว่าไหมล่ะ”
เพลงพนัสคิดตามแล้วพยักหน้า “นั่นสินะ ตอนนี้ฉันได้เจอคนที่ใช่ทางกายภาพแล้ว ที่เหลือก็ต้องลองคุยดูว่าเคมีเข้ากันได้ไหม ต้องใช่ทั้งกายภาพ ทั้งนิสัย ไลฟ์สไตล์ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็คุณพรหมลิขิตตัวจริง”
“อื้ม! ค่อย ๆ กลับมาแล้วนะ” ลลิตาพยักหน้า
“อะไรกลับมาเหรอ”
“สติของแกน่ะ ค่อย ๆ กลับมาแล้ว ยินดีด้วย”
เพลงพนัสร้องโอดครวญ กระเง้ากระงอดยกใหญ่ เพื่อนสาวจึงกอดปลอบโอ๋เอ๋ไป หัวเราะไป
“ฉันเอาใจช่วยนะลูกไม้ ถ้าคุณแสนย์ตอบกลับมาแล้ว บอกด้วยนะ”
เมื่อครั้งยังเป็สาวน้อยช่างฝัน เพลงพนัสคิดว่าทันทีที่เธอกับคุณพรหมลิขิตได้พบกัน จะเกิดความรู้สึกที่เรียกว่า ‘สปาร์ก’ หรือถูกชะตากันั้แ่แรกพบ เหมือนรู้จักกันมานานั้แ่ชาติปางก่อน บุญกุศลที่เพียรสร้างร่วมกันมาจะหนุนนำชี้ทางให้ต่างคนต่างรู้ซึ้งในใจว่า คนคนนี้แหละคือคู่ชีวิตที่ตามหามานาน แต่มาวันนี้ หญิงสาวรู้แล้วว่าเื่แบบนั้นอาจไม่เกิดขึ้นกับทุกคน หรืออย่างน้อย ๆ ก็ไม่ใช่เธอ
สองวันแล้ว สามวันก็แล้ว นอกจากคุณแสนย์จะไม่กดรับคำขอเป็เพื่อนในเฟซบุ๊กส่วนตัว ยังไม่อ่านและไม่ตอบข้อความที่ทักไปในแชตด้วย ราวกับชายหนุ่มไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ไม่สิ ต้องบอกว่าเหมือนเขาไม่เห็นเธออยู่บนโลกใบนี้จะถูกกว่า เพลงพนัสขับรถเกาะเลนซ้ายไปเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่งรีบเหมือนขามา มุ่งหน้ากลับสู่กาญจนบุรี มีหลายสิ่งหลายอย่างผุดพร่างขึ้นมาในใจ ตีกันวุ่นวายจนแม้แต่เ้าตัวยังจับประเด็นไม่ได้ว่ากำลังฟุ้งซ่านอะไรอยู่กันแน่
เพลงพนัสหยุดพักรถที่ร้าน ‘กาญจน์กาแฟ’ คาเฟ่ในตัวเมืองกาญจนบุรี ตั้งใจจะซื้อโกโก้มินต์ เครื่องดื่มสุดโปรดสักแก้วก่อนกลับขึ้นทองผาภูมิ ข้างบนนั้นยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าเขา หาร้านกาแฟได้ค่อนข้างยาก และยากยิ่งกว่าคือร้านที่ชงโกโก้มินต์ได้อร่อยถูกใจ ดังนั้นถึงจะซึมเศร้าเหงาหงอยแค่ไหนก็ต้องแวะซื้อโกโก้มินต์ไปด้วย เพราะไม่รู้เมื่อไรจะกลับเข้ามาในเมืองอีก
แต่...ตอนที่จ่ายเงินเรียบร้อยและกำลังจะกลับออกจากร้านนั้นเอง เพลงพนัสก็ชนกับใครบางคนเข้าอย่างจัง ความจริงชนกันไม่แรงและไม่เจ็บตัวนัก แต่ที่หนักคือเค้กครีมที่ใครคนนั้นถือมาด้วยโปะเข้ากลางอกเสื้อ เละไล่เรื่อยมาจนถึง่ท้องเลยทีเดียว
“ว้าย! ตายแล้ว ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ ไม่ได้ตั้งใจค่ะ”
อีกฝ่ายกุลีกุจอหาทิชชูมาเช็ดเสื้อให้เป็การใหญ่ พร่ำขอโทษขอโพยไม่หยุด แต่เพลงพนัสยืนนิ่งงันเหมือนถอดิญญาทิ้งไว้บนรถ ตอบเรียบ ๆ เพียงว่า
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่เป็ไรจริง ๆ”
มือที่เช็ดเสื้อยืดสีขาวของเธออยู่ชะงัก คงสะดุดหูกับน้ำเสียงของเธอเข้า พอหญิงเ้าของเค้กเงยหน้าขึ้นสบตากัน ทั้งสองก็มีอันต้องเบิกตากว้าง
“เฮ้ย ลูกไม้!”
“อะ...ไอ้รุ้ง!”
แล้วร้านกาญจน์กาแฟก็แทบแตกในบัดดลเมื่อสองสาวต่างกรี๊ดกร๊าดะโโลดเต้นเป็การใหญ่
เพลงพนัสกับทอรุ้งเป็เพื่อนสนิทร่วมทีมวอลเลย์บอลสมัยเรียนมัธยมในโรงเรียนประจำจังหวัด แต่วันเวลาผันผ่านและเส้นทางชีวิตที่แยกจากกันทำให้ทั้งสองไม่ได้ติดต่อกันอีก ทว่าเพลงพนัสยังจดจำเื่ราวสมัยเด็กได้ไม่เคยลืมเลือน พอ ๆ กับที่จำได้ด้วยว่า ลูกตบจอมพลังของทอรุ้งนั้นหนักหน่วงแค่ไหน เป็นักกีฬาวอลเลย์บอลตัวโรงเรียน ซ้อมด้วยกันทุกเย็น เป็ตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันมาไม่รู้กี่รายการ ความผูกพันแน่นแฟ้นขนาดนี้มีหรือจะจางหายเพียงเพราะไม่ได้ติดต่อกันหลายปี
สาวน้อยผิวคล้ำร่างอวบท้วมในชุดนักเรียนมัธยมปลาย เดินอาด ๆ ไม่เกรงกลัวใครหน้าไหน มีดวงตาคมกลมโตสดใสเป็ประกายร่าเริงอยู่เสมอ ราวกับเวลาทุกนาทีมีแต่เื่น่าสนุก บัดนี้ได้เปลี่ยนโฉมกลายเป็หญิงสาวทรวดทรงอวบอัด แม้ไม่ได้ผอมเพรียวแบบบางอย่างที่สาว ๆ หลายคนใฝ่ฝันจะเป็ แต่ความกลมกลึงสมส่วนนี้กลับทำให้ยิ่งน่ามองน่ากอด ผิวพรรณสีนวลออกไปทางน้ำผึ้งดูผุดผ่อง และยิ่งดูนวลตาขึ้นไปอีกเมื่อห่มหุ้มด้วยชุดกระโปรงสั้นสายเดี่ยวสีส้มอิฐ ได้มาพบกันใหม่ในวันนี้ ทอรุ้งสวยขึ้นผิดหูผิดตาจนเพลงพนัสนึกชื่นชม
“แล้วแกเป็ไงบ้างลูกไม้ คุณพรหมลิขิตของแก ได้เจอหรือยัง” ทอรุ้งถามยิ้ม ๆ แน่นอนว่าเพื่อนสาวต้องรู้เื่คุณพรหมลิขิตด้วย ก็ทอรุ้งนี่แหละที่ยุยงให้เธอเขียนใบสเปกขึ้นมา
เพลงพนัสทำปากยื่น “เจอก็เหมือนไม่เจอ”
ทอรุ้งดีดตัวนั่งหลังตรงทันใด “นี่แปลว่าได้เจอแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ”
เ้าของเื่ถอนใจเสียงดัง เล่าเท้าความให้ฟังสั้น ๆ ก่อนจะจบว่า “แต่ก็นั่นแหละ เหมือนจะได้เจอแล้ว แต่ทุกอย่างก็หยุดลงเพราะเขาไม่อยากรู้จักฉันเหมือนที่ฉันอยากรู้จักเขา”
“โน ๆๆ” ทอรุ้งกดเสียงต่ำ ขยับนิ้วชี้ซ้ายทีขวาที “อย่าเพิ่งท้อสิคะคุณลูกไม้ขา มันต้องมีทางออกสิ อุตส่าห์ได้เกิดมาเจอเขาทั้งที ไม่ว่ายังไงก็ต้องลองดีสักวันเว้ย จะปล่อยไปง่าย ๆ ได้ยังไง หาง่ายนักเหรอคุณพรหมลิขิตเนี่ย”
เพลงพนัสส่ายหน้า แววตาหงอยเหงายิ่งดูเศร้าคล้ายเด็กน้อยเบะปากจะร้องไห้
“ก็นั่นน่ะซี แต่ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องทำยังไง ในเมื่อเขาไม่ตอบอะไรสักคำ เขาอาจเห็นรูปฉันแล้วไม่ชอบ เลยไม่อยากคุยด้วยก็ได้นะเว้ย”
“ไหน แกใช้รูปไหนเป็รูปโพรไฟล์” ทอรุ้งหยิบโทรศัพท์เธอไปดู แล้วก็ร้องเสียงแหลม “โอ๊ย ใช้รูปหันหลัง แกจะบ้าเหรอ จะให้เขาคุยกับแผ่นหลังนวลเนียนของแกหรือไง ยายลูกไม้เอ๊ย”
รูปโพรไฟล์ที่ใช้นั้นเป็รูปสมัยที่เธอขึ้นไปพิชิตยอดเขากับเพื่อน ๆ ทีมนักวิจัยนั่นเอง
“ก็ูเามันสวยนี่ แกดูวิวตรงหน้าฉันสิ อลังการดาวล้านดวงเลยเห็นไหม”
ทอรุ้งพ่นลมหายใจแรงใส่ เหลือกตามองบน แทนความหมายว่า นี่ยังไม่สำนึกอีก!
ฝ่ายเพลงพนัสยอมแพ้ หยิบโทรศัพท์กลับมา
“เออ ๆ เปลี่ยนรูปก็ได้ เอารูปนี้ก็แล้วกัน”
ทอรุ้งคว้าโทรศัพท์ไปดูแวบหนึ่งก็ส่งคืนอย่างรวดเร็ว
“เวรกรรม รูปหันข้าง”
เพลงพนัสหัวเราะแหะ ๆ “หันข้างก็ไม่ได้เหรอ”
“แกต้องใช้รูปที่มันดึงดูดหน่อยซี รูปเซลฟี่สวย ๆ แบ๊ว ๆ น่ะมีไหม ที่ใส่เสื้อผ้าสวย ๆ แล้วมองเห็นตาแกชัด ๆ น่ะ”
“อ๋อ รูปแบบนั้นน่ะเหรอ” หญิงสาวร้องเสียงสูงแล้วจึงตอบว่า “ไม่มีว่ะ”
“โอ๊ยตาย” ทอรุ้งร้องเหมือนอยากจะบ้า
เพลงพนัสก็ไม่วายหัวเราะแหะ ๆ อีกตามเคย เขย่าแขนเพื่อนไปมาแทนการง้องอน สุดท้ายทอรุ้งจึงยอมกลับมาช่วยต่อ
“เื่ก็คือ...แกทักแชตไปแล้วแต่เขายังไม่ตอบใช่ไหม” ทอรุ้งเปิดอ่าน “อืม ทักไปเรียบร้อยมาก ๆ สมกับเป็ตัวแกเลย”
“ความจริงเพื่อนฉันช่วยคิดน่ะ เพื่อนชื่อลิลลี่ แกคงไม่รู้จัก”
“แต่ตามหลักมาร์เกตติงนะเว้ย แกต้องสร้าง ‘ยูนีค (Unique)’ หรือความโดดเด่น ให้แตกต่างจากแบรนด์อื่นทั่วไปในท้องตลาด เพื่อสร้าง ‘แบรนด์อะแวร์เนส (Brand Awareness)’ คือการรับรู้และรู้จักแบรนด์ของลูกค้า เพื่อให้เขาจดจำแกได้ ไม่ปะปนกับสินค้าอื่นทั่ว ๆ ไป”
ฟังหลักการของสาวนักการตลาด คนจบวิทยาศาสตร์ก็มีอันต้องอ้าปากค้าง
“แกพิมพ์ต่อลงไปเลยว่า ‘เรารู้ว่าคุณมีคนจีบเยอะ แต่เราไม่เหมือนคนอื่นนะ ถ้าไม่คุยกับเราถือว่าพลาดมาก บอกเลย’ ”
“เฮ้ย...” เพลงพนัสคราง “จะดีเหรอแก”
“ดี น่ารักจะตาย แกเชื่อฉันสิ คราวนี้ละ คุณแสนย์ต้องจำแกได้แน่ แล้วแกก็จะเด่นเด้งดึ๊งขึ้นมาจากบรรดาสาว ๆ ที่ทักแชตเขาแบบพื้น ๆ”
เพลงพนัสมองเ้าสมาร์ตโฟนคู่ใจในมืออย่างลังเล แต่เมื่อเงยหน้ามองเพื่อนสาวก็พลันสบกับดวงตาคมแน่วแน่ พยักหน้าหนักแน่น เธอจึงจัดการพิมพ์ลงไปตามที่เพื่อนบอก
“เยี่ยม! ทีนี้ก็รอดูผลกันละ” ทอรุ้งยิ้มร่าอย่างกระตือรือร้น
“ถ้าคุณแสนย์ตอบกลับมาจริง ๆ ฉันเลี้ยงข้าวแกเลยนะเนี่ย”
“ไม่เป็ไร ๆ” ทอรุ้งโบกมือ “ขอแค่น้ำแดงสักขวดก็พอ”
เพลงพนัสหัวเราะพรืด “จะให้ฉันเซ่นน้ำแดง ตกลงแกเป็กุมารทองเหรอ”
แม่กุมารทองน้อยเพื่อนรักจิกตาใส่ “อีเพื่อนอกตัญญู ไม่ทันไรกัดกูซะแล้ว”
“ฉันล้อเล่น” เพลงพนัสส่งเสียงสดใสกลั้วหัวเราะ
อีกฝ่ายค้อนปะหลับปะเหลือก “น้ำเขียวก็ได้”
เพลงพนัสยังไม่อาจหยุดหัวเราะได้
“ตกลง ถ้าคุณแสนย์ตอบกลับมานะ ฉันจะเซ่นแกทั้งน้ำแดงน้ำเขียวเลย สองลัง”
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
ใครมีประสบการณ์ทักไปจีบคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนบ้างคะ อยากรู้จังว่าต้องทักยังไงให้ดูไม่โรคจิต 55 บางทีมีโลกออนไลน์ก็ใช่จะเข้าถึงตัวกันง่ายนะ (เอ๊ะ หรือง่าย)….แล้วถ้าทักไปแบบลูกไม้ เป็เพื่อน ๆ จะมองว่าโรคจิตป้ะ?