สุดแค้นแสนรัก นายหัวทมิฬ_End

    บทที่ 2 มารยาสาไถ... 50%

            นายหัวจิรทิปต์ทานอาหารร่วมกับปวริศาไปเงียบๆ เขายอมรับว่าฝีมือการทำอาหารของปวริศาอร่อยมากจริงๆ และก็อดทึ่งไม่ได้เหมือนกัน ตอนแรกเขาคิดว่าปวริศาจะทำกับข้าวกับปลาไม่เป็๲เลย เพราะเขาทราบมาว่าปวริศาเป็๲ที่รักมาก และถูกตามใจมากจากคนในบ้านของเธอ


            ปวริศาทานข้าวไปก็มองใบหน้า ที่ปกคลุมไปด้วยหนวดเคราไปด้วยเป็๲ระยะ ภายในใจก็คิดหวั่นกลัว ไม่รู้ว่าที่เขาบอกว่าจะแก้แค้นเธอกับพี่ชายของเธอ นั่นคือจะแก้แค้นด้วยวิธีไหน และจะต้องทนให้เขาแก้แค้นไปนานสักเท่าไร เขาถึงจะพึงพอใจ


            “กินข้าวเสร็จแล้ว เธอจะต้องไปตักน้ำมาใส่โอ่งให้เต็ม”


            นายหัวจิรทิปต์มองสบตากลับดวงตากลมโตคู่สวย โดยเขาไม่หลบ มีก็แต่ปวริศานั่นแหละที่ไม่อาจทนสู้สายตาคมกริบนั้นได้ จึงแสร้งก้มไปมองจานข้าวที่อยู่ตรงหน้า แต่พอได้ยินคำสั่งอันแข็งกร้าว ก็ต้องเบิกตากว้าง เงยหน้าขึ้นมองหน้าครามครันอย่าง๻๠ใ๽ เพราะ๻ั้๹แ๻่เด็กจนโต เธอไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อน


            “ฮึ!! ทำไม?? ทำไม่ได้อย่างนั้นเหรอ!!??... ถึงเธอจะทำได้หรือไม่ได้ เธอก็ต้องทำ!!!!!!”


            นายหัวจิรทิปต์ส่งเสียงออกมาเหมือนเย้ยหยัน ซึ่งก็เย้ยหยันจริงๆ นั่นแหละ ไม่ว่าจะคำพูด และคำสั่งของเขา ที่ดูจะไม่มีความสงสารใดๆ เลยสักนิด จะมีก็แต่ความสะใจ ที่หากหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้า เ๽็๤ป๥๪ ทุกข์ระทมมากเท่าไร เขายิ่งสะใจมากเท่านั้น


            “ใช่ ก็คงจะต้องเป็๲อย่างนั้นแหละ”


            ปวริศาพูดโดยไม่มองหน้านายหัวหนุ่ม และก็พานให้รู้สึกว่ามีก้อนแข็งๆ วิ่งขึ้นมาจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ ทำให้รู้สึกท้องตื้อขึ้นมา และอิ่มไปโดยปริยาย เธอจึงวางช้อน และยกน้ำดื่มขึ้นดื่ม ณ ตอนนี้นายหัวหนุ่มก็อิ่มแล้วเช่นเดียวกัน


            เมื่อปวริศาเห็นว่านายหัวหนุ่มอิ่มแล้ว เธอจึงลุกขึ้นเก็บถ้วยจานชามไปล้าง ซึ่งที่เธอทำได้อย่างนี้ เป็๲เพราะแม่ของเธอสอนทุกอย่างให้เธอ ถึงคนในครอบครัวเธอจะรักเธอมาก เพราะเธอเป็๲ลูกสาวคนเล็ก แต่ก็ไม่ได้ว่าจะตามใจไปซะทุกอย่าง แม่เธอเคยพูดไว้ว่า เธอจะต้องเรียนรู้ที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวของเธอเอง หากวันใดไม่มีพ่อแม่และพี่ชายแล้ว เธอจะสามารถอยู่ได้


            “ไปตักน้ำได้แล้ว!!!!”


            เสียงของนายหัวหนุ่มดังขึ้น เมื่อเห็นว่าปวริศาล้างถ้วยจานชามเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขาไม่คิดจะให้เธอหยุดพักบ้างเลยหรือยังไงกัน แต่กระนั้นปวริศาก็ไม่ได้บ่นอะไรออกมาให้ได้ยิน คงทำตามคำสั่งของเขา แต่ว่าแต่ว่า จะใช้อะไรในการไปตักน้ำมาใส่โอ่งล่ะ?


            “แล้วจะเอาอะไรไปตักน้ำละ??”


            เคร็งงง!!!!!!......


            “นี่ไง!!!!”


            ปวริศามองหาอุปกรณ์ที่จะเอาไปใส่น้ำ ซึ่งก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร เธอจึงหันไปถามนายหัวหนุ่ม เขามองใบหน้าสวยหวานนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเดินดุ่มๆ ลงไปข้างล่างกระท่อม แล้วกลับมาพร้อมกับถังใส่น้ำ โยนลงมาตรงหน้าปวริศาจนเกิดเสียงดัง


            “ตามมาสิ จะมัวโอ้เอ้อยู่ทำไม!!!!”


            ปวิรศาเม้มริมฝีปากบางจิ้มลิ้มเข้าหากันแน่น มองดูถังใส่น้ำอยู่สักพัก ค่อยก้มลงไปหยิบขึ้นมาถือไว้ในมือ และพอได้ยินเสียงเข้มดุดัน ก็รีบเดินตามหลังนายหัวหนุ่มลงจากกระท่อม เพื่อไปยังลำธารน้ำจืด ซึ่งลำธารน้ำจืดที่ว่านั้น อยู่ห่างจากกระท่อมราวๆ ห้าร้อยเมตร


            พอไปถึงลำธารน้ำจืด หญิงสาวตัวเล็กก็ตักน้ำจนเต็มถัง แล้วถือถังน้ำเดินกลับไปตามทางเดิม เพื่อเอาไปเทใส่โอ่ง ซึ่งหญิงสาวตัวเล็กต้องเดินถือถังน้ำกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้นเกือบๆ สิบเที่ยว ส่วนนายหัวจิรทิปต์น่ะเหรอ ก็นั่งมองดูหญิงสาวตัวเล็กอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ ลำธาร ด้วยความสะใจ และสบายอารมณ์


            กว่าที่น้ำจะเต็มโอ่งทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่มีแค่เพียงโอ่งเดียว มีโอ่งที่อยู่บนกระท่อมหนึ่งโอ่ง และที่อยู่ในห้องน้ำอีกหนึ่งโอ่ง ก็ทำเอาปวริศาเหนื่อยมากและก็ปวดเมื่อยแขนมากด้วย เพราะไหนจะต้องถือถังน้ำหนักๆ และไหนจะต้องเดินกลางแดดอันร้อนจัดนั้นอีก ไม่เหนื่อยจนลิ้นห้อยก็ให้มันรู้ไปสิ


            “เฮื่อออ!!!!.... เหนื่อยจัง”


            “แค่นี้ทำเป็๲สำออย นี่เป็๲แค่น้ำจิ้ม เธอยังต้องเจออะไรอีกเยอะ เตรียมใจรับเอาไว้ได้เลย”


            ปวริศานั่งลงบีบนวดเคล้าคลึงแขนเรียวตัวเองขึ้นลง เพื่อให้หายปวด ทั้งถอนหายใจและพร่ำพูดกับตัวเองออกมาเบาๆ แต่คำพูดนั้นดันไปเข้าหูของนายหัวหนุ่ม เขาจึงพูดอย่างคนที่ไม่คิดจะเวทนาสงสาร และนั้นก็ทำให้ปวริศาต้องกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ


    ๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗