“โดนคดีข้อหาพยายามฆ่า!!?”
“ใช่แล้วล่ะ”
“แล้วไปไงมาไงตูนถึงทำแบบนั้นล่ะคะ?”
ต่ายนิ่งลงไปเมื่อได้ยินคำถาม
“เรื่องนั้นไปถามเจ้าตัวเองละกัน พวกนายเป็นเพื่อนของตูน ก็ทำตัวให้เหมาะสมกับฐานะเพื่อนหน่อย! ไปพาเขากลับมาให้ได้ ฉันเชื่อว่าพวกนายต้องทำได้แน่นอน เหล่าอัจฉริยะรุ่นน้อง...-- ถ้างั้นฉันไปล่ะนะ”
และต่ายก็เดินไปหน้าโรงเรียนและซิ่งรถออกไปทันที
เคที่งงกับคำพูดของต่ายเมื่อสักครู่ก็ได้ถามออกมาด้วยความสงสัย
“หมายความว่าไงที่ว่าอัจฉริยะรุ่นน้องน่ะ?”
พวกเขาต่างจ้องมองไปที่เพียงดาวตาเป็นมันเพื่อรอคำตอบจากเธอ
“เอ่อ... ก็ได้ ๆ ๆ เดี๋ยวฉันบอก ไม่ต้องจ้องขนาดนั้นก็ได้! จริง ๆ แล้วโรงเรียนนี้น่ะไม่ได้มีอัจฉริยะแค่พวกนาย 5 คนหรอกนะ แต่ว่ามีอีกเยอะแยะเป็นภูเขาเลากา อย่างเช่นเธอคนนั้นที่เป็นพี่สาวของตูนก็เป็นอัจฉริยะทางด้านภาษา เธอสามารถพูดทุกภาษาในเอเชียได้ และไม่รู้ว่าตอนนี้จะพัฒนาไปมากขนาดไหน แต่คนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือพวกนาย 5 คน ทางโรงเรียนเลยให้พวกนายเป็นอัจฉริยะอย่างเป็นทางการ...-- แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ตอนนี้เรามาหาวิธีช่วยตูนกันก่อนเถอะ”
วันต่อมา ทางฝั่งของโรงเรียนนานาชาติคริสตัล ตอนนี้ตูนและ 5 หัวกะทิได้มานั่งอยู่บนชั้นดาดฟ้าพร้อมกัน และจากนั้นไม่นานฮงก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับโน๊ตบุ๊คในมือ
“นี่ตูน นายเคยเห็นนี่ไหม อันนี้เขาเรียกว่า พอร์ตหุ้น เดี๋ยวฉันจะเปิดคลิปนักเล่นหุ้นระดับโลกให้นายดูแล้วนายก็เลียนแบบและซื้อหุ้นไปตามใจนายเลยนะ ตอนนี้ในพอร์ตฉันมีอยู่ 2 ล้านบาท”
ตูนนิ่งเงียบไม่พูดอะไรและดูคลิปที่ฮงเปิดให้ก่อนที่จะเริ่มหันไปซื้อหุ้นทีละตัวสองตัว พวกหัวกะทิที่มองดูอยู่ห่าง ๆ ก็พากันหัวเราะชอบใจกันใหญ่ ยกเว้นต้นกล้ากับไมเคิลที่ยังคงเงียบอยู่เหมือนเดิม
และจากนั้นไม่นาน ตูนก็ได้ใช้เงิน 2 ล้านบาทซื้อหุ้นไปจนหมด
“อ่าฮ่าา.... แค่นี้ก็เรียบร้อย.... ขอบใจมากเลยนะตูน” ว่าจบฮงก็เดินออกไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี ตามด้วยพวกหัวกะทิที่เดินตามหลังมา ทว่าต้นกล้าก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม ก่อนที่ไม่นานจากนั้นเขาจะเดินเข้ามาหาตูน
“นี่ตูน... นายรู้ไหมว่าความฝันของฉันคืออะไร?”
“...”
“ฉันน่ะ อยากเป็นหมอ เพราะที่บ้านของฉันน่ะมีหนี้และไม่ค่อยมีเงิน พ่อแม่ก็หาเช้ากินค่ำ ที่ฉันต้องย้ายมาที่โรงเรียนนี้ก็เพราะว่าที่บ้านฉันได้ที่ทำงานแถวนี้ ซึ่งมันสะดวกต่อการเดินทาง...”
“...แล้วนายมาเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังทำไม?”
“ตั้งแต่วันแรกที่ฉันเข้ามาที่นี่น่ะ ทุกอย่างก็เป็นปกติดี เพื่อนใหม่ ทุกอย่างใหม่ จนกระทั่งฉันได้เจอกับฮง เขาเดินเข้ามากอดคอและถามฉัน ‘นายย้ายมาจากโรงเรียนเบียวศาสตร์เหรอ? รู้จักตูนหรือเปล่า?’ และฉันก็ตอบกลับไป ‘รู้จักสิ! เขาเป็นเพื่อนฉันเองแหละ เป็นคนที่ร่าเริงมากเลยล่ะ...’ ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น มันร้ายแรงมากแค่ไหน ฮงได้ชวนฉันให้มาเข้าร่วมหัวกะทิของพวกมันโดยมันบอกว่าจะได้เงินมหาศาลแต่ต้องแลกกับข้อมูลของคนในโรงเรียนเบียวศาสตร์ ซึ่งฉันก็ปฏิเสธกลับไปอย่างไม่ไยดี แต่นายรู้ไหมว่ามันทำอะไรกับฉัน... ภายในเย็นวันนั้นหลังจากที่ฉันไปถึงบ้าน สภาพบ้านของฉันเลเทะไปหมด พอฉันวิ่งเข้าไปข้างในก็ได้เจอกับกลุ่มมาเฟียที่กำลังทำร้ายร่างกายพ่อและแม่ของฉันอยู่ ฉันโกรธมากจนมือไม้สั่น รีบโทรหาตำรวจและเข้าไปต่อยไอ่มาเฟียพวกนั้น แต่ฉันก็สู้ไม่เป็นเลยโดนมันตบออกมา”
“นี่ต้นกล้า... ทำไมยาวจังอ่ะ....”
“เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งขัด ยังไม่จบ”
“เค...”
“หลังจากนั้นไม่นานตำรวจก็มา พวกตำรวจชักปืนออกมาและเล็งเข้ามาที่บ้านของฉันพร้อมกับตะโกนให้ยกมือขึ้น แต่ว่าพอตำรวจเห็นหน้ามาเฟียพวกนั้นก็เก็บปืนลงทันทีและเดินเข้ามาทักทายพวกมาเฟียอย่างเป็นมิตร ภาพนั้นมันสะเทือนใจฉันมากเลยล่ะ ทุกวันนี้ภาพนั้นยังติดตาฉันอยู่เลย และก่อนที่พวกมันกำลังจะกลับหนึ่งในพวกมาเฟียก็ได้พูดกับฉัน ‘วันหลังก็อย่าไปปฏิเสธใครมั่วซั่วล่ะ เขาบอกให้ทำอะไรก็ทำไป’ และพวกมันก็ออกไป แม้แต่ตำรวจที่เป็นที่พึ่งของประชาชนยังเป็นแบบนี้.... ฉันไม่รู้จะทำยังไงจริง ๆ แล้วล่ะตูน....” เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลออกมา
“ฉันขอโทษนะที่ทำให้นายมาลงเอยแบบนี้....”
“นี่ต้นกล้า.... นายไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ทั้งหมดมันเป็นเพราะฉันเองแหละ....”
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ฮงได้มาบุกที่โรงเรียน ภายในค่ำคืนนั้นตูนที่นั่งอยู่ในบ้านก็ได้รับข้อความแปลก ๆ ขึ้นมา
[นี่ตูน ฉันฮงเองนะ ขอโทษด้วยนะสำหรับเรื่องในวันนี้ ฉันจะไม่บุกไปที่โรงเรียนนายอีกแล้วล่ะ แต่ฉันมีข้อเสนอมาให้นาย ซึ่งฉันไม่อยากจะทำเลยจริง ๆ นะ ฉันจะไม่เปิดเผยเรื่องคดีพยามฆ่าของนายเมื่อหลายปีก่อน เพื่อแลกกับให้นายมาช่วยอะไรฉันนิดหน่อย นายลองคิดดูดี ๆ สิ ถ้าฉันเปิดเผยล่ะก็ ไม่ใช่แค่ที่โรงเรียน แต่ที่บ้านของนายก็จะเดือดร้อนไปด้วย บ้านของนายจะเต็มไปด้วยนักข่าว พ่อ แม่ และพี่สาวของนายจะถูกสังคมตราหน้าและอาจจะตกงานจนถึงขั้นล้มละลายเลยก็ได้ แต่นายไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนั้นเลยถ้ามาอยู่กับฉัน ฉันรู้ว่ามันค่อนข้างลำบากใจ แต่ฉันจะให้เวลานาย 1 อาทิตย์ ถ้าเกิดสนใจก็ทักมานะ]
และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ตูนนิ่งเงียบไม่สุงสิงกับใครไปพักใหญ่ ๆ จนกระทั่งเขาตัดสินใจติดต่อฮงกลับไป ซึ่งนั่นก็เป็นความต้องการของตัวเขาเอง
“นี่ต้นกล้า สบายใจได้เลย ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่าคนอย่างนายไม่มีทางทำอะไรชั่ว ๆ แบบนี้แน่นอน อันที่จริงที่ฉันมาที่นี่ไม่ได้มาเพราะยอมรับข้อเสนอของฮงหรอกนะ แต่ว่าฉันจะมาช่วยนายต่างหาก”
“ละ-แล้วนายจะช่วยฉันยังไงล่ะ!? มันมีมาเฟียกับตำรวจเป็นพวกเชียวนะ”
ตูนฉีกยิ้มอ่อน ๆ และตอบกลับมา “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าไอ่เจ้าฮงน่ะมันเส้นใหญ่แค่ไหน แต่ฉันมั่นใจแบบ 300% เลยล่ะว่าทางฝั่งของฉันเส้นใหญ่กว่าไอ่หมอนั่นแน่นอน”
“แล้วนายจะทำยังไงกับพวกมาเฟียล่ะ!?”
“ส่วนเรื่องของพวกมาเฟียไม่ต้องห่วง มีคนที่ช่วยได้แน่นอนอยู่แล้ว ฉันว่านายเองก็เคยเจอกับเขาแล้วนะ แต่พวกฉันจะลงแรงอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ นายต้องช่วยพวกฉันด้วย บอกข้อมูลทุกอย่างที่นายรู้เกี่ยวไอ่ฮงและโรงเรียนนี้มาให้หมด ถ้านายให้ความร่วมมือกับฉันล่ะก็ ครอบครัวของนายจะปลอดภัยและนายก็จะได้เป็นหมอแน่นอน!”
ต้นกล้าที่ถูกความมืดมิดกลืนกลินมาอย่างยาวนาน ก็ได้มีแสงแห่งความหวังสว่างจ้าขึ้นมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
ทว่าตรงประตูทางเข้าชั้นดาดฟ้า ก็ได้มีใครบางคนแอบฟังบทสนทาของพวกเขาอยู่
“คิก ๆ ๆ ได้ยินเรื่องเจ๋ง ๆ เข้าให้แล้วล่ะ ต้องรีบเอาไปบอกฮงซะแล้ว~”
ถัดมาอีกวันหนึ่ง ที่ชั้นดาดฟ้าบริเวณเดิม ฮงและ 5 หัวกะทิก็ได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ฮงจะดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“นี่ตูน!! ดูสิ ๆ ! หุ้นที่นายซื้อเมื่อวานจาก 2 ล้านมันขึ้นมาเป็น 8 ล้านแล้วล่ะ! สุดยอดเลย! ทำเงินได้ 6 ล้านภายในวันเดียว! ซื้อต่อเลยสิ ใช้เวลาไม่นานหรอก!”
เหตุการณ์ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่ง
“ว่าแต่ว่า ฉันได้ข่าวว่านายกับต้นกล้ากำลังวางแผนจะทำอะไรบางอย่างงั้นเหรอ....?”
ต้นกล้าที่ได้ยินแบบนั้นก็เหงื่อตกและพยายามจะเก็บอาการเอาไว้โดยที่ AJ หนึ่งในหัวกะทิฉายาไอ่หมาบ้ากำลังนั่งหัวเราะชอบใจอยู่ข้าง ๆ เพราะคนที่แอบฟังเมื่อวานก็คือมันนี่เอง ทว่าตูนกลับไม่แสดงอาการอะไรและตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงปกติ
“อย่าเพ้อเจ้อไปหน่อยเลยฮง ฉันจะทำแบบนั้นกับเพื่อนฉันทำไม นายก็รู้จักฉันดีหนิ สงสัยไอ่คนที่มาปล่อยข่าวให้นายคงอยากจะทำให้เราแตกแยกกันล่ะมั้ง”
AJ ที่กำลังหัวเราะชอบใจก็ถึงกับหุบยิ้มและแสดงอาการร้อนรนออกมาทันที
“ตะ-แต่เมื่อวานฉันได้ยินแบบนั้นจริง ๆ นะ--”
“เฮ้ย... หุบปากไปซะ ในตอนที่ฉันยังพูดดีด้วยอยู่” เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของฮงก็ถึงกับทำให้อีกฝ่ายหงอยลงไป ส่วนต้นกล้าที่ไม่โดนจับได้ก็รู้สึกโล่งใจราวกับยกภูเขาออกจากอก
และจากนั้นไม่นาน ฮงก็ได้เดินออกไปพร้อมกับลูกน้องของมัน และภายในเย็นวันนั้นที่บริเวณโรงเรียนเบียวศาสตร์ เพียงดาวที่กำลังวุ่นอยู่กับกองเอกสาร จู่ ๆ ก็ได้รับข้อความบางอย่างเข้ามา
[นี่ฉันเอง ตอนนี้ฉันอยู่กับพวกมัน ฉันไม่สามารถไปไหนได้ตามใจเพราะพวกมันมีตาอยู่ทุกที่และจะคอยรายงานฮงอยู่ตลอด มันมีตำรวจและมาเฟียคอยหนุนหลัง ฉันไม่สามารถไปไหนมาไหนคนเดียวได้เลยไม่สามารถเล่าอะไรได้มาก แต่ว่าอีกไม่นานจะมีคนไปหาเธอ เขาจะรออยู่ที่หน้าโรงเรียน....]
เพียงดาวสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันทีและรีบเรียกเพื่อน ๆ ทุกคนมารวมตัวกัน และจากนั้นไม่นานที่บริเวณหน้าประตูก็ได้มีเด็กเนิร์ดคนหนึ่งมายืนรอพวกเขาอยู่ ก่อนที่ไม่นานจากนั้นเพียงดาวจะไปรับเขาขึ้นมา
“แกมันไอ่คนที่อยู่กับไอ่เกาหลีนั่นไม่ใช่หรือไงวะฮะไอ่เปี๊ยก!!”
“ใจเย็นก่อน ฉันมาดิ--”
“นี่เจ้าเนิร์ด~ พวกแกกล้ามากเลยนะที่มาเอาตัวของเจ้าตัวเล็กไปน่ะ”
“ใช่แล้วล่ะ มาเอา My friend ของพวกฉันไปแล้วยังจะมีหน้ามาที่นี่อีก คอยดูเถอะ! อีกไม่นานพวกฉันจะบุก-- อุ้บ!”
“ไม่มีใครบุกอะไรทั้งนั่นแหละ บอกมาสิว่านายมาที่นี่ทำไม”
“นี่ทุกคนใจเย็นรอฟังที่เขาพูดก่อนสิ้!!”
เหตุการณ์เริ่มชุลมุนวุ่นวายไม่เปิดจังหวะให้ต้นกล้าได้พูด จนเขาไม่รู้จะทำยังไง
“ฉะ-ฉันมาเพื่อช่วยพวกนายต่างหากวะโว้ย!!!” เด็กเนิร์ดใส่แว่นหนาเตอะตะโกนเสียงดังออกมา มันช่างดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไรเลย…
“ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อน ตูนเขาบอกว่าเขามีคนคอยจับตาดูอยู่ตลอดเวลาเลยไปไหนมาไหนไม่ได้ เขาคนนี้เลยมาแทน ชื่อต้นกล้าใช่ไหม? มีอะไรจะบอกพวกเราล่ะ?”
ต้นกล้าสูดหายใจเข้าและเริ่มรวมรวมสมาธิ
“ที่โรงเรียนนานาชาติคริสตัลน่ะ มีฮงเป็นผู้นำและข้าง ๆ เขาก็จะมีนักเรียนที่ได้ชื่อว่า 5 หัวกะทิ ซึ่งก็คือพวกที่เข้าไปป่วนพวกนายในงานเปิดบ้านนั่นแหละและฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน ฮงมีพรรคพวกทั้งหมดราว ๆ เกือบ 100 คน ทั้งโรงเรียน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปหามากจากไหนเยอะแยะ อีกไม่กี่วันข้างหน้าโรงเรียนนานาชาติคริสตัลจะมีงานประชุมของผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งวันนั้นครูไม่ค่อยจะอยู่กัน ถ้าพวกนายอยากจะบุกเข้าไปหรือไปแก้แค้นล่ะก็ ก็มีแค่วันนั้นวันเดียวเท่านั้น”
“ฮึ! แล้วทำไมพวกฉันจะต้องเชื่อใจแกด้วย!” หินยังคงไม่ไว้วางใจเด็กเนิร์ดตรงหน้า
“นั่นก็เพราะว่าฉันก็อยากจะแกแค้นไอ่ฮงมันเหมือนกันยังไงล่ะ! ฉันถึงยอมเสี่ยงมาที่นี่ ถ้าหากมีใครรู้ว่าฉันมาที่นี่ด้วยตัวคนเดียวล่ะก็ ไม่ใช่แค่ฉันที่จะโดนเล่นงาน แต่ที่บ้านฉันก็จะโดนไปด้วย ฉันเชื่อใจตูน ฉันเลยตัดสินใจที่จะมา”
พวกเขาเงียบลงไปพักหนึ่งเมื่อได้ฟังเหตุผลของต้นกล้าและไม่นานจากนั้นเคก็ได้ถามออกมา
“แล้วเธอจะเอายังไงกับคดีติดตัวของตูนล่ะดาว?”
“อืม... เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันจัดการได้ เอาเป็นว่าพวกนายไปเตรียมตัวกันให้พร้อมกันก่อนเถอะ และพยายามติดต่อสิงห์ด้วย เราต้องเอาตัวของตูนกลับมาให้ได้ก่อนที่จะถึงวันปัจฉิม พวกเราจะได้มาฉลองเรียนจบกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา”
เริ่มต้นการโต้กลับ! ไอ่ฮงมันเห็นตูนเป็นแค่ตัวทำเงินนี่หว่า... ต้องเจอแผนซ้อนแผนซักหน่อยแล้ว.... จุดจบของเรื่องราวเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป