เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 แม่เฒ่าเซี่ยก่อความวุ่นวาย

            เฉินวั่งต๋ากล่าวต่อหน้าคนตระกูลเซี่ยว่าจะให้ที่ลงหลักปักฐานในหมู่บ้านชีจิ่งแก่หลิวเฟินและเซี่ยเสี่ยวหลานทั้งจะแบ่งสรรที่ดินให้ทั้งสองคน เขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นเรื่องนี้ต้องไม่ใช่การโกหกแน่นอน

            เดิมทีเรื่องนี้ต้องได้รับการยินยอมจากในหมู่บ้านก่อนจากนั้นค่อยรายงานกับชุมชน เฉินวั่งต๋ามีลำดับขั้นตอนในการจัดการของตนเอง

            หลิวเฟินและเซี่ยเสี่ยวหลานไม่อาจไปเร่งเร้าได้เซี่ยเสี่ยวหลานไม่มีความหมกมุ่นใดกับที่ดินแต่เมื่อทางหมู่บ้านต้องการให้แม่ลูกแบ่งไร่นาและยังจะแบ่งที่ดินปลูกบ้านให้พวกเธอหนึ่งแปลงเซี่ยเสี่ยวหลานก็คงไม่โง่งมบอกว่าไม่ต้องการ

            เธอวางแผนไปซื้อบ้านในเมืองต่างหาก หลิวเฟินใฝ่ใจในที่ดินถ้าเกษตรกรมีพื้นที่ทำกิน ขอเพียงขยันอดทนทำงานต่อให้แย่ที่สุดก็ยังเติมท้องให้อิ่มได้ หลิวหย่งรีบร้อนออกเดินทางเขาจากไปได้วันที่สามก็เป็นวันของการส่งผลผลิตให้กับรัฐพอดี

            เพราะเรื่องนี้ คนตระกูลเซี่ยจึงเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง

            หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตปลายฤดูร้อนของทุกปีทางชุมชนจะส่งใบประกาศจำนวนผลผลิตที่ทุกครอบครัวต้องชำระมาถึงเจ้าบ้าน

            ในปี 83 พื้นที่ใกล้เคียงของมณฑลอวี้หนานโดยทั่วไปจัดการ ‘แบ่งไร่นาสู่ครัวเรือน’ ได้สำเร็จ แม้ตระกูลเซี่ยไม่แยกครอบครัวทว่ามีไร่นาเท่าไรก็แบ่งปันเป็นของส่วนบุคคลทะเบียนบ้านของเซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินย้ายไปแล้วในหมู่บ้านต้าเหอนี้จึงไม่มีไร่นาของทั้งสองอีก ที่จริงแล้วนี่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตผลผลิตเพราะตอนที่หลิวเฟินและลูกสาวเสียพื้นที่ของหมู่บ้านต้าเหอไปก็เป็นเรื่องหลังจากการเกี่ยวข้าวแล้ว

            บนใบประกาศส่งผลผลิตของหมู่บ้านนั้นย่อมเรียกเก็บโดยยึดถือจำนวนหมู่ของไร่นาก่อนหน้านี้เป็นธรรมดา

            เวลานี้เหมือนการแหย่รังแตน แต่ไหนแต่ไรแม่เฒ่าเซี่ยเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวตีเธอให้ตายก็ไม่มีทางยอมรับ

            “ผลผลิตส่งรัฐของคนชั้นต่ำอย่างพวกมัน ตระกูลเซี่ยไม่จ่าย! ทะเบียนบ้านก็ย้ายไปแล้ว ที่นาก็เสียไปทำไมต้องให้เซี่ยต้าจวินจ่ายผลผลิตด้วย?”

            ที่ดินทำกินมาก ปริมาณผลผลิตที่ต้องจ่ายให้รัฐก็มากตาม

            ทุกปีตระกูลเซี่ยเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เท่าไรจะให้หญิงชราเซี่ยคอยดูแลทั้งหมด ผลผลิตถึงมือเธอแล้ว หากอยากจะนำออกมาย่อมไม่ง่ายดายนักหญิงชราเซี่ยไม่กล้าถกเถียงกับทางคณะหมู่บ้าน เธอจึงเอะอะโวยวายแค่เพราะไม่ต้องการปล่อยให้เซี่ยเสี่ยวหลานกับมารดาอยู่อย่างสบายใจ

            เซี่ยต้าจวินมุดหัวพูดไม่ออก

            หลังทะเบียนบ้านพวกหลิวเฟินแยกออก ที่ดินซึ่งเป็นของพวกเธอจะถูกโอนย้ายไปนั่นหมายความว่าปีหน้าไม่สามารถเพาะปลูกได้ ไม่เกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยวในปีนี้ข้าวในส่วนของสองแม่ลูกในปีนี้ก็กองพะเนินอยู่ในยุ้งฉางของตระกูลเซี่ย แต่แม่เฒ่าเซี่ยกลับจะเอาธัญพืชจากหลิวเฟินและลูกแม่เฒ่าเซี่ยทั้งร่ำไห้ทั้งโวยวายไม่สนเหตุผล ทำให้เซี่ยต้าจวินไม่มีหนทาง

            เขาจะเอาผลผลิตจากหลิวเฟินและลูกได้หรือ?

            หลิวเฟินไม่ใช้ชีวิตกับเขา ช่างเป็น ‘ออกจากบ้านตัวเปล่า’ อย่างที่อนาคตกล่าวกันจริงๆ สองแม่ลูกก้าวออกจากตระกูลเซี่ยสิ่งที่นำไปก็เป็นเพียงมันเทศ 20 ชั่งเท่านั้น

            นั่นคือธัญพืชหยาบซึ่งไม่มีราคาจำนวน 20 ชั่ง ไม่ใช่ทองคำแท่ง 20 ชั่งเสียหน่อย!

            ถ้าไม่ใช่เพราะหลิวหย่งโอบอ้อมอารีและเซี่ยเสี่ยวหลานมุ่งมั่นมีความสามารถสองแม่ลูกผู้อาศัยมันเทศ 20 ชั่งประทังชีวิตคงหิวตายไปนานแล้วตอนหย่าหลิวเฟินขอเพียงหลุดพ้นจากตระกูลเซี่ยโดยเร็ว ไม่ขอทรัพย์สมบัติใดด้วยซ้ำตามเหตุผลธัญพืชของปีนี้ก็ถือว่าผลผลิตอุดมสมบูรณ์อย่างน้อยเซี่ยต้าจวินควรส่งไปให้หลิวเฟินและลูกบ้าง... หลิวเฟินกลายเป็นภรรยาเก่าแต่เซี่ยเสี่ยวหลานยังคงเป็นลูกสาวแท้ๆ ของเขานะ

            นอกจากไม่ส่งอาหาร แม่เฒ่าเซี่ยกลับยังตอแยอีก นี่เป็นเพราะเคยชินกับการรังแกหลิวเฟินได้สะดวกมากเกินไปแล้วไม่อยากให้สองแม่ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข!

            แต่ถ้าพวกเธอยอมให้ขึ้นมาจริงเล่า?

            ตระกูลเซี่ยก็จะเหลือผลผลิตไว้บางส่วน

            หญิงชราเซี่ยไร้เหตุผลไม่เบา เอาแต่บังคับเซี่ยต้าจวินให้ไปจัดการเดี๋ยวเอะอะมะเทิ่ง เดี๋ยวแสร้งทำท่าน่าสงสารลากเซี่ยต้าจวินมาคุยว่าเซี่ยจื่ออวี้ไปเรียนที่ปักกิ่งนั้นยากลำบากแค่ไหนคนในบ้านประหยัดเสียหน่อย เซี่ยจื่ออวี้อยู่ที่มหาวิทยาลัยจะได้มีกินมีใช้ขึ้นบ้าง

            หวังจินกุ้ยแววตาลุกวาวคนอื่นล้วนบอกกันว่าสอบติดมหาวิทยาลัยไม่ได้ใช้จ่ายเงินมากมายด้วยซ้ำ ค่าเล่าเรียนไม่ต้องออกทุกเดือนมีเงินสนับสนุน เซี่ยจื่ออวี้เรียนมหาวิทยาลัยสักคนอย่างกับถลกหนังตระกูลเซี่ยออกมาหนึ่งชั้นเลยทีเดียว...ทว่าหญิงชราเซี่ยก็มิใช่บังคับขู่เข็ญลงกับเธอ หวังจินกุ้ยเลยไม่คิดจะบอกหรอก

            “คุณแม่ พวกเซี่ยเสี่ยวหลานเขาอยู่กับตระกูลหลิว พวกเขาจะมีผลผลิตได้ที่ไหน?”

            เซี่ยต้าจวินแทบหมดสิ้นซึ่งความสามารถในการรับมือแล้ว

            แม่เฒ่าเซี่ยเช็ดน้ำตาด้วยความน่าสงสาร “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้จื่ออวี้ก็หิวโหยที่โรงเรียนหรือ? ฉันว่าลุงของเสี่ยวหลานร่ำรวยแล้ว อาหารนิดหน่อยจะนับเป็นอะไรกันวันนั้นไม่ควรยอมให้พวกมันย้ายทะเบียนบ้านเลย!”

            เธอเป็นหญิงชราจากชนบท ไม่เข้าใจนโยบายของประเทศจึงรู้สึกว่าโดนหลิวเฟินและลูกสาวโกงเข้าให้แล้ว ถึงได้โวยวายในวันนี้ในหมู่บ้านต้าเหอ หนึ่งคนเฉลี่ยมีนาประมาณสองหมู่เมื่อทะเบียนบ้านของหลิวเฟินและเซี่ยเสี่ยวหลานย้ายออกไปตระกูลเซี่ยก็มีที่น้อยลงถึงห้าหมู่เต็มๆ !

            จะเพาะปลูกธัญพืชได้เท่าไรกัน?

            ที่เสียหายคือผลประโยชน์ของหญิงชราเซี่ยเธอเห็นใบประกาศส่งผลผลิตแล้ว เจ็บปวดราวกับมีคนแซะเนื้อเถือกระดูกบนร่างกายเธอ!

            “คุณแม่ อยู่ที่โรงเรียนจื่ออวี้ประหยัดหน่อยก็พอแล้ว อย่าบังคับน้องรองไปเอาผลผลิตเลยคนทางนั้นเขาไม่ใช่รับมือได้ง่ายๆ ”

            ผู้ที่ยืนขึ้นมาเจรจาคือสะใภ้ใหญ่จางชุ่ยผู้เก่งกาจการเข้าใจหัวอกคนอื่นนั่นเอง

            เซี่ยต้าจวินมองเธอด้วยความขอบคุณ

            เมื่อหย่าแล้ว เขาไม่อาจตีหลิวเฟินเหมือนเมื่อก่อนได้รวมทั้งลูกสาว เซี่ยเสี่ยวหลานที่ปีกกล้าขาแข็งหลายวันผ่านมานี้ไม่เคยกลับหมู่บ้านต้าเหอเลยสักครั้ง เซี่ยต้าจวินจะไม่หงุดหงิดได้หรือ? คนหมู่บ้านชีจิ่งไม่ใช่เล่นคราวก่อนต่อยตีเซี่ยต้าจวินอย่างไม่ปรานีไปหนึ่งยกได้

            ตาแก่เฉินจากหมู่บ้านชีจิ่งนั่นก็ต่อกรด้วยยากมากแถมยังรู้จักพวกพนักงานรัฐในเขตด้วยมิเช่นนั้นทะเบียนบ้านของหลิวเฟินและเซี่ยเสี่ยวหลานคงไม่ย้ายออกได้โดยง่ายขนาดนั้น

            เดิมทีอยู่ข้างนอกเซี่ยต้าจวินก็เป็นแค่คนขลาดเขาไม่กล้านำปัญหาไปให้หลิวเฟินและลูกสาวชั่วคราว

            อีกอย่าง เรื่องไปเค้นเอาธัญพืชจากสองแม่ลูกก็ไร้เหตุผลใดๆอยู่แล้วด้วย...

            แม่เฒ่าเซี่ยเปลี่ยนหน้าอีกครั้ง “เช่นนั้นค่าใช้จ่ายของจื่ออวี้จะจัดการอย่างไร? พวกเธอล้วนเป็นคนดี มีแค่ฉันที่ชอบเป็นคนเลวฉันทำเพื่อจื่ออวี้ทั้งนั้น”

            ลูกชายคนโตเซี่ยฉางเจิงปริปากเสียที “อาของจื่ออวี้เปิดแผงขายของว่างอยู่หน้าประตูเซี่ยนอีจงค้าขายได้ไม่เลว ไม่กล้ารับรองว่าหาเงินได้เท่าไร แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าทำนาในชนบทแน่แม่ อาจื่ออวี้อยากชวนฉันและจางชุ่ยไปทำงานด้วยกัน ฉันอยากลองดู”

            แผงขายอาหารว่างนั้นจางชุ่ยเป็นคนเปิดเอง

            น้องชายจางชุ่ยและภรรยาเป็นเพียงคนที่เข้ามาช่วยต่างหากทว่าจางชุ่ยและเซี่ยฉางเจิงมีใจเห็นแก่ตัว ตระกูลเซี่ยไม่แยกครอบครัวพวกเขาไม่อยากหาเงินแทนคนอื่น แค่เปลี่ยนชื่อให้ธุรกิจของตนเองอยู่ในสถานะเปิดเผยอีกทั้งไม่ต้องให้ใครแบ่งเงินไป เซี่ยต้าจวินสิบคนมัดรวมกันก็หลักแหลมสู้สามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้

            ดวงตาหวังจิ้นกุ้ยเปล่งประกายแม่เฒ่าเซี่ยโยนเซี่ยต้าจวินไว้อีกทางก่อน

            “นี่ก็คือธุรกิจส่วนตัวที่คนเขาว่ากัน?”

            เกษตรกรชั้นล่างถึงกลางมีเกียรติมากที่สุด สถานะทางสังคมดีที่สุดตระกูลเซี่ยก็คือเกษตรกรในชนชั้นล่างถึงกลาง

            ทุนนิยมต้องถูกวิพากย์และเพิกถอนต่อหน้าสาธารณชนแม่เฒ่าเซี่ยเฝ้าคอยการได้เป็นคนเมือง แต่ที่หวังคือเป็นพนักงานและคนงานในเมืองมิใช่พ่อค้าหรือนักธุรกิจ

            ทำธุรกิจส่วนตัวขายหน้าคนไปหน่อยหรือเปล่า?

            จางชุ่ยจะไม่รู้ว่าหญิงชราเซี่ยคิดอะไรอยู่ได้อย่างไรตอนแรกจางชุ่ยก็คิดว่าธุรกิจส่วนตัวน่าขายหน้าแต่พอเริ่มเปิดร้านอาหารว่างหน้าประตูเซี่ยนอีจงตามคำแนะนำของเซี่ยจื่ออวี้เงินที่ทุกคนหามาได้กลับขจัดความกังวลของจางชุ่ยเสียสิ้น

            ดูแคลนธุรกิจส่วนตัว?

            ในกระเป๋าใส่ต้าถวนเจี๋ย [1] ใครจะดูแคลนใครก็ไม่แน่นะ

            ตามการคาดการณ์ของเซี่ยจื่ออวี้ธุรกิจอิสระจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่องๆ ตอนนี้คนยากจนที่สุดคือเกษตรกร อีก 20 ปีผ่านไปคนยากจนที่สุดยังคงเป็นเกษตรกร!

            “คุณแม่ ทุกวันนี้ทำธุรกิจส่วนตัวไม่ได้มีหน้ามีตาอะไรแต่ทุกอย่างก็ทำเพื่อจื่ออวี้ ฉันและฉางเจิงอดทนเหนื่อยยากไม่เป็นอะไรพอจื่ออวี้เรียนจบ พวกเราถือว่ามุมานะจนสำเร็จแล้ว”

            แม่เฒ่าเซี่ยชอบฟังคำพูดประเภทนี้

            คนตระกูลเซี่ยเชื่อมั่นว่าเซี่ยจื่ออวี้จะมีอนาคตก้าวไกล

            นักศึกษามหาวิทยาลัยในยุค 80 ต้องล้ำค่ามากแน่นอน แต่ถ้าอยากประสบความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆอย่างไรก็ต้องฝ่าฟันสิบยี่สิบปี

            อาชีพที่รัฐจัดสรรให้ เงินเดือนหนึ่งเดือนมีเท่าไหร่ก็มีแค่นั้นเซี่ยจื่ออวี้เองสามารถกินดื่มได้แบบไม่ต้องกังวลแต่จะเลี้ยงดูสมาชิกทั้งครอบครัวใหญ่ได้หรือ? แม่เฒ่าเซี่ยคิดได้ไร้เดียงสาเกินไปแล้ว!

            “คุณแม่ ฉันไม่กลัวว่าทำธุรกิจส่วนตัวจะขายหน้าคนนะ ไม่อย่างนั้นให้ฉันไปช่วยส่วนพี่สะใภ้ใหญ่อยู่บ้าน...”

            หวังจินกุ้ยโพล่งขึ้นมา หญิงชราเซี่ยจ้องเธอตาเขม็ง

            “นั่นเป็นน้องชายจากบ้านแม่เธอหรือ? นั่นเป็นอาของจื่ออวี้นะ!”

             

             

             

            เชิงอรรถ

            [1]大团结 ต้าถวนเจี๋ย คือ ธนบัตรสิบหยวน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808