AIBO 相棒
บทที่ 8 การเดินทาง
นินและริเวียทั้งสองใช้เวลาหลายวันในการค้นหาเอกสารการวิจัยและพูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์และเ้าหน้าที่ของอิลูมินาติคนอื่นๆ ในสาขานี้ ในที่สุดเขาก็มีความก้าวหน้า เขากลับมาถึงห้องแล้วก็ทิ้งตัวนอนมองฝ้าเพดาน “เฮ้อ...ถึงเราจะรู้ว่าชิ้นส่วนของหอกสกาล่าอยู่ที่ไหนเราก็เข้าไปเอามันมาไม่ได้อยู่ดี” วันนี้เขาบอกดอกเตอร์แดร์ว่าเขามีความสนใจในเทคโนโลยีไอโบ เลยอยากจะให้เธอพาไปดูแกนโลหะกักพลังซึ่งเธอก็พาไปจริงๆ ที่นั่นมีพวกอิลูมินาติเต็มไปหมดดูไม่มีหนทางที่จะเข้าไปโดยไม่มีใครพบเห็น มีระบบป้องกันความปลอดภัยที่ทันสมัยคอยดูแลพวกมันไว้ “ทำอะไรเอิกเกริกไปไม่ดีแน่?” เขาทำหน้าครุ่นคิด
่ที่กำลังไปสืบหาสะเก็ดหอกก็เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ผู้การแจ้งทุกคนว่าไคจูระดับสี่เกิดขึ้นที่ราชประสงค์แล้วให้เตรียมตัว
เขากำลังจะไปรวมตัวตามที่ผู้การสั่งก็เจอเข้ากับหลวงปู่โต้งท่าทางท่านรีบร้อน “โยมนิน..แฮกๆ ..โยมสุริยะกับแม่หนูตะวันถูกเอาตัวไปแล้ว เขาไม่เข้าใจกับสิ่งที่หลวงปู่พยามจะบอก “เกิดอะไรขึ้นครับหลวงปู่? เอาไป? เอาไปไหนครับ?”
ท่านพูดด้วยเสียงที่ร้อนรน “โดนจับใส่ในแกนโลหะกักพลังน่ะซิ โยมนินไม่รู้เหรอว่าต้องมีคนที่มีพลังแบบเดียวกับเราใส่เข้าไปด้วยมันถึงจะทำงาน?” เขาไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ขณะนั้นมีเสียงดังมาในหูฟังย้ำให้รีบรวมพล
เขาบอกหลวงปู่ว่าไม่ต้องเป็ห่วงเขาจะต้องหาทางไปช่วยสองพ่อลูกอย่างแน่นอน
ขณะที่กำลังเดินทางไปยังสมรภูมิ เขานั่งอยู่ข้างๆ ผู้การแมท เขาถามผู้การเบาๆ
“แกนโลหะต้องใช้คนที่มีพลังงานไอโบขับเคลื่อนเหรอครับ? มันไม่เสี่ยงไปเหรอครับ?”
ผู้การหันมาตอบเขา “คนข้างในจะปลอดภัยรึไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกนายจะจัดการมันได้เร็วขนาดไหน” เขายังทำหน้าสงสัย
“ครับผู้การถ้าเป็ทหารผมพอเข้าใจได้ แต่เด็กนะครับ ที่อยู่ข้างในนั้น” ผู้การจ้องหน้าเขาเขม็ง “ผู้มีไอโบทุกคนมีความรับผิดชอบเท่าเทียมกัน มันยากมากนะที่เราจะได้พลังนี้มาโอกาสมีน้อยกว่าหนึ่งในหมื่นเสียอีก ตอนนี้ทุกคนกำลังเรียนรู้ที่จะอยู่และต่อสู้กับมัน ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้มนุษยชาติชนะ” เขาถอนใจเบาๆ “มัน......จะเป็แบบนั้นจริงๆ เหรอ?” เขาคิดกับตัวเอง
เมื่อพวกเขามาถึงที่เกิดเหตุ สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังสร้างความหายนะให้กับเมืองมันทำลายสิ่งก่อสร้างและก่อให้เกิดความโกลาหล หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยอะดรีนาลีนที่สูบฉีดไคจูระดับสี่ ไม่ใช่เื่ตลกและพวกเขาจะต้องใช้ทักษะและพลังทั้งหมดที่มีเพื่อจะหยุดมัน ระดับสี่ใหญ่กว่าระดับสามเกือบสองเท่าเ้าสัตว์ประหลาดสูงเกือบ 70 เมตรขนาดของตัวมันใหญ่จนกลืนลานด้านหน้าของเซ็นทรัลเวิร์ดเกือบทั้งหมด ตอนนี้ผู้ใช้ไอโบทั้งสี่ยืนประจันหน้ากับมันอบู่บนสะพานลอยถนนราชประสงค์ แทวอนเป็คนพูดขึ้นมาก่อน “เคนจินายกับหยางมี่ล่อมันไปที่สี่แยกฉันจะหาทางฉีกมันเป็ชิ้นๆ ส่วนนายคอยสนับสนุนสองคนนั่น” พูดจบเขาก็แยกตัวไป ตอนนี้แท่งโลหะกักพลังถูกจัดวางเรียบร้อยแล้ว พวกเขาต้องล่อให้มันไปที่สี่แยกราชประสงค์
เคนจิพยักหน้าและหันไปหาหยางมี่เขาพูดยิ้มๆ กับเธอ “สุภาพสตรีก่อน” หยางมี่พยักหน้าดวงตาของเธอสดใสและมุ่งมั่น
“ไปกันเถอะ” ทั้งสองคนพุ่งเข้าหาไคจู ใช้พลังเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและหันเหการโจมตีของมัน ไคจูคำรามและไล่ตามพวกเขา ร่างที่ใหญ่โตของมันก่อให้เกิดการทำลายล้างและความเสียหายมากมายตามมาทางด้านหลังของมัน
ในขณะเดียวกันนินและริเวียก็พยายามค้นหาวิธีที่จะไปช่วยสุริยะกับตะวัน แต่มันก็ยาก ตอนนี้เขาพยายามคิดแผนที่เป็ไปได้ที่สุดที่จะช่วยพ่อลูกคู่นั้นและในขณะเดียวกันก็สามารถช่วยเพื่อนๆ ของเขาจัดการเ้าสัตว์ั์ตัวนี้ “คุณริเวียครับ คุณไปช่วยเคนจิกับหยางมี่นะครับ ผมจะไปช่วยพ่อลูก รอให้ระยะของไคจูกับแท่งกักพลังอยู่ใกล้ๆ กันก่อนเราค่อยลงมือ” ริเวียหันมามองเขาเธอพูดขึ้นด้วยความกังวลมีความห่วงใยอยู่ในน้ำเสียง “นายต้องปลอดภัยนะ”
ในที่สุดโอกาสก็มาถึง ไคจูอยู่ในระยะแล้วแท่งพลังงานก็อยู่ใกล้พอเขาส่งสัญญาณให้ เธอโจมตี
เธอรีบพุ่งไปหาเคนจิและหยางมี่ การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว เขารู้ว่าเขาต้องรีบดำเนินการก่อนที่มันจะสายเกินไป
เขารีบวิ่งไปที่แกนโลหะ เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพ่อลูกติดอยู่ข้างในแท่งไหน เขาต้องลองเสี่ยงเปิดดู เขาใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมาเปิดประตูเข้าไป หลังจากเข้ามาด้านในเขารู้สึกได้ถึงพลังงานของสะเก็ดหอก มันพยามทำลายเขาด้วยการส่งความเ็ปสารพัดรูปแบบใส่เขา แต่เขาก็ยังมุ่งมั่นจะเข้าไปในห้องแปลงพลังงานที่เป็หัวใจของแกนโลหะกักพลัง เขาเห็นคนนั่งอยู่ในเครื่องสามคน แต่ไม่มีพ่อลูกคู่นั้น เขามองไป้าเห็นสะเก็ดสกาล่าถูกประกอบไว้อย่างดีบนแท่งแก้วใสสะอาด
เขาเอื้อมมือไปคว้ามัน ทันใดนั้นมันก็แทรกซึมเข้ามา ทะลุิัผ่านเส้นเืแทรกซึมในเส้นชีพจร ทุกครั้งที่หัวใจเต้นจะทำให้เกิดความเ็ปมากมายมหาศาล เขาลงไปชักดิ้นชักงออยู่กับพื้น
เขาพยามรวบรวมสติแล้วมองไปที่ชายสามคนกำลังพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการที่ตรึงพวกเขาไว้ เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นเขาปล่อยให้ทั้งสามเป็อิสระแล้วทั้งหมดก็วิ่งออกมาข้างนอก “รีบไป....ออกไปจากที่นี่ซะ” เขาะโ
ริเวียปลดปล่อยหอกสีเงินของเธอใส่เ้าไคจู ชุดการโจมตีที่ทรงพลัง ทำให้มันชะงักตอนนี้ เธอต้องดึงความสนใจมันไว้จนกว่าเขาจะกลับมา เธอคิดกับตัวเอง” เขาจะต้องปลอดภัยๆ” การต่อสู้ดำเนินไปอย่างเข้มข้น ทั้งเคนจิ และหยางมี่ต่างสู้กันอย่างสุดกำลัง เธอปล่อยการโจมตีอย่างต่อเนื่องในที่สุดเธอก็ใช้ท่าลูกศรน้ำแข็งอันทรงพลังซึ่งส่งผลให้มันลงไปกระแทกกับพื้นทันที เธอพูดขึ้นอย่างสะใจ “ไงหล่ะ? ....เลเวลสี่แล้วไง?” แผลที่มันโดนหยางมี่โจมตีฟื้นตัวอย่างรวดเร็วมันลุกขึ้นอีกครั้ง ฝูงบินใบพัดซีโร่ของเคนจิรุมยิงถล่มมันมาจากทางข้างหลัง มันเหวี่ยงแขนไปฟาดเครื่องบินซีโร่ของเขาร่วงลงไปทันทีสองลำ เคนจิตัวกระตุกล้มลง ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเป็อัมพาตไปครึ่งตัว ความเสียหายที่ไอโบได้รับส่งผลข้างเคียงมายังร่างต้นด้วยเขาะโเสียงดัง
“แทวอนนายอยู่ไหนเนี่ย?” ทันใดนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงคนทะเลาะกัน เขามองไปที่ต้นเสียง หยางมี่ถูกแทวอนบีบคอไว้ เธอพยามดิ้นรนอย่างมากเพื่อปลดปล่อยตัวเอง แต่มันยากมากเคนจิเห็นจูล่งไอโบของหยางมี่กำลังละลาย สภาพแบบนี้โดนการโจมตีของชอ–นยอควีชินเข้าไปอย่างแน่นอนหยางมี่ตกอยู่ในสภาพอัมพฤตเช่นเดียวกันกับเขา
เคนจิพูดอย่างเหลือเชื่อ “แกทำอะไรของแกวะแทวอน ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ?” เขาพูดเสียงสั่นเพราะความโกรธ แทวอนยิ้มแล้วตอบว่า “ได้” เขาโยนเธอใส่เ้าไคจู เคนจิมองตามภาพนั้นไปอย่างช้าๆ หยางมี่ค่อยๆ ลอยไปในอากาศ ครั้งนี้เธอไม่ได้หันมามองเขาอีกแล้ว เ้าไคจูพุ่งเข้ามากลืนกินร่างของเธอเคนจิยังคงมองอยู่อย่างนั้น.......ในที่สุดเธอก็หายไป
ริเวียไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็นเธอรีบบอกเขาด้วยเสียงที่ร้อนรน “นี่นาย......แทวอนมันโยนหยางมี่ให้ไคจูกิน?”
ตอนนี้เขากำลังไปที่แกนโลหะอันที่สาม ความเป็ปวดเพิ่มเป็เท่าทวีคูณเมื่อเขามีสะเก็ดสกาล่าสองอันวิ่งอยู่ในเส้นเื
เขาตอบเธอด้วยเสียงที่ทุรนทุราย” อะไรนะ? เหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เสียงของดอกเตอร์แดร์ดังขึ้นจากความทรงจำ
“แต่ก็มีทฤษฎีว่าอาจมีระดับห้าอยู่แต่มันต้องใช้พลังงานมหาศาลมากเพื่อการให้ไปถึงระดับนั้นพวกกลายพันธุ์ต้องกินคนที่มี ไอโบระดับสูงเข้าไป” เขารีบพูดกับเธอ “แย่แล้วคุณริเวีย รีบไปคุ้มครองคุณเคนจิเร็ว” เธอรีบมองหาเคนจิ มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นเหมือนคนวิ่งไปวิ่งมา เคนจิกำลังคลั่งเขาพยามหาตัวแทวอน เคนจิะโ “ไอ้บ้าเอ้ย......ออกมาสิวะ” เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็สัน เขาต้องแก้แค้นให้หยางมี่ เขาจะต้องฆ่าไอ้หน้าหยิ่งคนนี้ให้ได้ “อ๊อก.....” แทวอนมาจากด้านหลังของเขาบีบคอเขาไว้แน่น “อ๊อก.....อ๊อกๆ .....” เขาพยามดิ้นรนอย่างเต็มที่ แทวอนกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของเขา “รักกันมากก็ไปอยู่ด้วยกันนะ” พูดจบเขาก็เหวี่ยงเคนจิใส่เ้าสัตว์ประหลาดนั่น “ดีใจเถอพวกนายสองคนจะได้เป็ส่วนหนึ่งของเลเวลห้า” ไม่ทันสิ้นเสียงของเขา ก็เกิดปรากฏการณ์บางอย่างกับเ้าไคจู มันกำลังวิวัฒนาการเป็เลเวลห้า
ทั้งกลุ่มเฝ้าดูด้วยความสยดสยองเมื่อไคจูเริ่มแปลงร่างมันไม่ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่มีพลังเพิ่มขึ้นมากมายเห็นได้ชัดจากสนามพลังรอบตัวมัน
............................................................................
นินเปิดประตูเข้าไปในห้องแปลงพลังของแทกนโลหะอันที่สามในที่สุดเขาก็เจอสุริยะกับตะวัน เขารีบปล่อยสองคนนั้นออกมา” ผู้เป็พ่อกล่าวขอบคุณที่ช่วยเขา “ขอบคุณมากนะนิน” เขามองไปที่สะเก็ดหอกที่อยู่เหนือหัว เขาหลับตาลงแล้วกลั้นใจเอื้อมมือไปคว้าไว้ เขาลงไปชักดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้น สติเริ่มรางเลือนเพราะความเ็ป เขากัดฟันพูดอย่างลำบาก
“พวกคุณต้องออกไปจากที่นี่ก่อนที่ไคจูจะพัฒนาไปถึงระดับห้า ไม่ต้องห่วงผม...รีบไป” สองพ่อลูกและอีกคนรีบวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว “สติเขาเริ่มจะเลือนราง เขาหลับตาแล้วคิดในใจ “คุณริเวียครับ....คุณริเวีย” มาช่วยผมที
ไม่ทันสิ้นเสียงหุ่นยนต์สีเงินก็ปรากฏตัวขึ้นเธอตกตะลึงกับสภาพของเขา “นี่นาย.....เกิดอะไรขึ้นกับนายน่ะ” เธอถามและพยายามพยุงเขาขึ้น “ไม่ได้..ผมมีสะเก็ดสกาล่าอยู่ในตัวคุณจะแตะตัวผมไมได้”
เธอใมากรีสไม่ได้บอกว่ามันจะมีผลยังไงกับคนที่ไปจับมัน เธอแค้นใจพี่ชายเธอมากเขาหลอกเธออีกแล้ว
เธอเข้าไปใกล้ๆ เขาถามด้วยเสียงเป็กังวล “แล้วนายจะให้ฉันช่วยยังไง”
เขาพยามยันตัวขึ้น “คุณริเวียช่วยไปฆ่าไอ้หน้าตี๋นั่นให้ทีนะครับผมจะพยายามยื้อสติเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”
เธอพยักหน้าแล้วพุ่งออกไปทันที เธอเสกลิ่มสีเงินขึ้นมาหกเล่ม ขณะที่ค้นหาแทวอน ชอ–นยอควีชินก็พุ่งออกมามันพูดด้วยเสียงโหยหวน “น้องพี่....ไม่เคยฉลาดขึ้นเลยนะ” มันซัดหอกปรอทใส่เธอ ริเวียโต้กลับทันที เกิดการะเิอย่างรุนแรง
มีเสียงริเวียดังขึ้นโดยไม่รู้ที่มา “รีสแห่งพากานอส วันนี้เป็วันตายของแก” รีสหันซ้ายแลขวา จู่ๆ ร่างสีเงินก็พุ่งออกมาจากกลุ่มควันเธอฟาดดาบสีเงินเล่มั์ใส่มันอย่างเต็มแรงเกิดเสียงดังสนั่น แต่เขาสร้างเกราะมากันไว้ได้ทัน เขากำลังจะสำรอกปรอทพิษออกมาในระยะประชิด หุ่นยนต์สีเงินเหมือนรู้ล่วงหน้าเธอต่อยเสยคางมันจนปากมันปิดปรอทกระจายเต็มหน้าของมัน ดาบของเธอค่อยๆ แปรสภาพเป็สนับมือจากนั้นเธอระดมรัวกำปั้นใส่เขา การโจมตีสุดท้ายที่รุนแรงทำให้รีสทุรดลงทันที แล้วกำปั้นก็เปลี่ยนเป็ดาบเรเปียสีเงิน ตอนนี้สภาพของเขาคือคุกเข่าเมาหมัดตัวโงนเงน เธอพูดขึ้นอย่างเ็า “ตอนนี้ร่างต้นของแกคงใกล้ตายแล้วหล่ะรีส” เธอค่อยๆ เดินไปหาเขาอย่างเืเย็น ทันใดนั้นก็มีอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเธอเลเวลห้ามันฟาดลงมาเต็มแรง พื้นตรงนั้นแยกออกเป็ขนาดหลุมใหญ่ ริเวียะโหลบได้ทันเธอมองลงมาจากบนอากาศเธอซัดลิ่มสีเงินใส่มันไปหลายชุด แต่มันก็หลบได้ เธอคิดกับตัวเอง “ถ้าร่างกายของนินเป็ปกติป่านนี้พวกแกตายไปนานแล้ว” ตอนนี้พลังของเธออ่อนลงกว่าปกติมากเพราะร่างต้นของเธออยู่ในสภาพกึ่งเป็กีงตาย ถ้าไม่เป็แบบนั้นรีสควรตายไปั้แ่เมื่อกี้แล้ว ความเสียหายของอาวุธที่พลาดเป้าทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ไคจูคำรามด้วยความโกรธมันเหวี่ยงแขนที่ยืดออกจำนวนมากพุ่งไปที่เธอๆ ก้าวเท้าหลบการโจมตีของมันอย่างรวดเร็วและเปิดการโจมตีโต้กลับด้วยดาบของเธอ แม้จะมีทักษะและความแข็งแกร่งของเธอ แต่ไคจูเลเวลห้าก็เป็คู่ต่อสู้ที่น่ากลัว ดูเหมือนว่าว่าพลังของมันจะเพิ่มขึ้นในแต่ละ่เวลาที่ผ่านไป เธอรู้ว่าเธอจะต้องยุติการต่อสู้ให้เร็วที่สุด “อ๊ะ....แก” รีสแอบเข้ามาทางข้างหลังของเธอใช้ผมที่เปลี่ยนเป็ปรอทรัดตัวริเวียไว้ เธอพยามจะกระชากผมออก ทันใดนั้นเ้าไคจูก็หวดเข้าที่เธออย่างแรง ร่างของเธอกระเด็นไปกระทำลายอาคารบริเวณนั้นถล่มลงมา นินที่ได้รับผลข้างเคียงจากอาการาเ็ของริเวียส่งผลให้เขาสิ้นสติทันที
...........................................................................
“ความมืดนี้อีกแล้ว กี่ครั้งแล้วนะที่ต้องตกลงมาในที่แบบนี้ ตกลงไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีที่สิ้นสุด” เขาคิดในใจ “เอ๊ะ? ... นี่เราสลบไปเองหรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณริเวียเนี่ย?” เขาเริ่มร้องเรียกเธอ “คุณริเวียครับๆ” เขาะโดังขึ้น “คุณริเวียครับบบ”
เขาหล่นลงมาใจกลางห้องเล็กๆ ที่มีแสงสลัวๆ เขาคิดกับตัวเอง “นี่มันห้องที่รีสใช้หอกสกาล่าในความทรงจำของริเวียนี่นา?”
ทุกอย่างเงียบสงัด แต่ในความเงียบนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงแปลกๆ เหมือนไม่ใช่เสียงของมนุษย์ดังขึ้น “นังนั่นมันตายไปแล้ว!?”
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยามไม่ตื่นตระหนก ทั้งที่ความจริงในหัวใจมันสั่นไหวไปหมด อยากจะร้องะโให้สุดเสียง อยากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ? จู่ๆ มันก็คำรามอย่างโกรธเกรี้ยวแล้วส่งเสียงที่ข่มขู่คุกขามออกมาอีกครั้ง “มันโดนทั้งพี่ชายมันและปีศาจนั่นขยี้เละไปแล้วโว้ย” ในที่สุดมันก็ปรากฏร่างออกมา มันคือเปลวไปสีม่วงที่ลุกโชน อยู่บนหอกที่กลายสภาพเป็ต้นไม้ ตั้งอยู่ใจกลางห้องนั้น “ข้าคือสกาล่าศัสตรา,ศาสตราวุธแห่งจักรวาล ข้าคือสิ่งที่หมู่มวลเทพสรรค์สร้าง ทุก่เวลาที่ผ่านไปแกจะถูกข้ากลืนกินทั้งร่างกายและจิติญญาและนังนั่นจะอ่อนแอล.....นินยกมือขึ้นห้าม” เดี๋ยว...” เขาพูดขัดขึ้นถอนหายใจนิดๆ
แล้วพูดกับมันด้วยเสียงระอาใจ “เฮ้อ...ผมไม่เชื่อเป็ไปไม่ได้....ถ้าเื่จริงก็เอาหลักฐานมา” เปลวไฟนั้นเริ่มหรี่ลง “เอ๊ะ?? ...” มันะโอีกครั้ง “นังนั่นตาย.....ไปแล้ววววว!?” เขาพูดขัดขึ้น “พี่...คุยกันดีๆ ก็ได้พี่ ถ้าจริงก็เอาหลักฐานมา ไม่ต้องะโหรอกครับมันคุยกันยาก” เปลวไฟนั้นเริ่มสงสัยในตัวเองมันเริ่มกะพริบไปกะพริบมา แสงเริ่มหรี่ลงมันถามเขาด้วยเสียงที่ฟังคล้ายมนุษย์มากขึ้น “ไม่กลัวเหรอ?” เขาตอบมันด้วยเสียงสุภาพนุ่มนวลชัดเจน “พี่ครับ ยุคนี้เขาคุยกันด้วยเหตุผลนะครับพี่
เอ...ผมไปทำอะไรให้พี่ไม่สบายใจรึเปล่าครับถึงมาแกล้งหลอกผมเื่คุณริเวียเนี่ย?” เปลวเพลิงนั่นออกอาการแกว่งชัดเจน มันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันกำลังทำอะไร หรือเผชิญหน้ากับอะไรอยู่ มันตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนาดีกว่ามันพูดด้วยเสียงฟังดูทุ้มนุ่มหูขึ้นมาทันที “เอ่อ...ข้าอยากได้ร่างคืน....เอ่อ......เ้า....เ้าช่วยข้าได้มั๊ย?”
เขาตอบด้วยเสียงซื่อ “อ๋อ... เื่แค่นี้ สบายมากครับพี่คนเราต้องมีน้ำใจให้กันอยู่แล้ว” เขาพูดด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นกิ่งไม้นั่นค่อยๆ แตกกิ่งก้านสาขามันแผ่ออกมาเป็พุ่มใหญ่ยืดออกมารัดตัวเขาไว้ เขาคิดกับตัวเอง “เปลวไฟนี้ช่างอุ่นเหลือเกิน” ตอนนี้เขาถูกโอบกอดอยู่ในเปลกิ่งไม้ที่มีเปลวไฟลุกโชน ทันใดนั้นร่างกายของเขากับสกาล่าก็เริ่มหลอมรวมกัน
“ยิ่งเ้ารวบรวมชิ้นส่วนข้าได้มาก เ้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นจงจำความรู้สึกอบอุ่นนี้ไว้มันจะนำทางเ้าไป” เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างแทรกซึมเข้ามา ขนลุกนิดๆ กระปรี้กระเปร่าหน่อยๆ เหมือนได้กาแฟดีๆ หลังตื่นนอน “วู้ว” เขาอุทานออกมา
เปลวไฟสีม่วงนั้นโหมกระหน่ำลุกโชนขึ้น
เปลวแสงแรงจ้าจนสายตาไม่อาจเห็นอะไรได้อีก
............................................................................
รีสยืนอยู่บนอาคารในขณะที่แทวอนซ่อนตัวอยู่ รีสสามารถอยู่ห่างจากแทวอนได้มากกว่าไอโบตัวอื่นพวกเขากำลังมองดู
ไคจูเลเวล 5กำลังจะดูดกลืนริเวียมันกำลังขยายร่างโอมล้อมเธอไว้ ทันใดนั้นก็เขาก็พุ่งออกมาจากแกนโลหะกักพลังอย่างรวดเร็วเกินมนุษย์ปกติจะสามารถทำได้ เขาชูมือขึ้นฟ้ามีแสงสีม่วงปรากฏขึ้นที่มือของเขา “เปรี้ยง” เสียงแกนโลหะกักพลังแตก “ครืน....โครมมมมม” มันถล่มลงมาทันที ชิ้นส่วนสะเก็ดหอกสกาล่าชิ้นสุดท้ายพุ่งเข้ามาที่มือของเขา มันแทรกซึมอย่างรวดเร็วราวกับดีใจที่ได้รวมกลุ่มกับชิ้นส่วนอื่นๆ แขนและใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเส้นเืสีม่วงปูดโปน ร่างกายเขาค่อยๆ บิดเบี้ยว
เ้าไคจูหันมาทางต้นเสียง ดูมันใมาก ตอนนี้เส้นเืทั้งตัวของเขาเริ่มโป่งพอง ซึ่งเป็สัญญาณว่าชิ้นส่วนหอกของสกาล่าในตัวเข้าครอบงำเขาๆ กำลังจะกลายพันธุ์ “มากินฉันนี่....” เขาะโ
เขาพุ่งไปคว้าเ้าไคจูเลเวลห้าไว้แล้วจับมันเหวี่ยงออกไปห่างจากตัวของริเวียมันพุ่งไปยังอาคารที่รีสยืนอยู่ “ครืน...โครม...”
อาคารถล่มลงมาด้วยแรงกระแทกจากพลังอันมหาศาล รีสที่มองดูอยู่ใมากกับสิ่งที่เห็น เขารีบะโออกจากตึกโดยที่ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เขาอุทานขึ้น “เฮ้ย? .....ไอ้นั่นมันตัวบ้าอะไรเนี่ย “นินมาจากด้านหลังมีเสียงกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของเขา
“แกทั้งคู่ต้องชดใช้เื่ของหยางมี่และเคนจิ” “...ฉึก...” กิ่งไม้ที่มีก้านเป็หนามสีดำน่าขยะแขยงจำนวนนับไม่ถ้วนงอกออกมาจากแขนของเขามันพุ่งทะลุร่างรีสอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ปรอทจำนวนมากทะลักออกมาทันที เสียงรีสกลั้นใจพูดขึ้น
“แทวอน....อึ๊ก...ดึงกลับเดี๋ยวนี้” ร่างไอโบชอ–นยอควีชิน หายไปทันที เ้าไคจูเลเวลห้าเดินมึนๆ ออกมาจากซากอาคารนั้น มันเงยหน้าขึ้นมามองเขา “ฮึมมมมม” มันส่งเสียงคำรามดังลั่นแล้วมันก็หันหลังวิ่งหนีทันที แต่ก็สายเกินไป เมื่อเขาเข้ามาถึงตัวมันอย่างรวดเร็ว เขาคว้าตัวมันและกอดรัดไว้ เป็ภาพที่น่าสยดสยองเมื่อมันพยามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาๆ ค่อยๆ ดูดกลืนเ้าไคจูเข้าไป มันปล่อยเสียงคำรามกึกก้องขณะที่มันต่อสู้กับความตาย กรงเล็บขนาดใหญ่ของมันครูดกับพื้นขณะที่มันพยายามจะหลุดพ้นการกลืนกินของเขา การต่อสู้เป็ไปอย่างยาวนานจนรู้สึกเหมือนชั่วนิรันดร์ แต่แล้วในที่สุด ไคจูก็ส่งเสียงคำรามครั้งสุดท้ายก่อนจะหายไป
มีกลุ่มควันจำนวนมากลอยออกมาจากร่างของนิน ตอนนี้เขากลับเป็ร่างมนุษย์เหมือนเดิมแล้ว
เขาพยามมองหาริเวียแต่ไม่มี เธอหายไปเขาจึงร้องเรียกเธอ “คุณริเวียครับ? คุณริ....” เสียงใสๆ ของเธอแว่วมา” อยู่นี่”
เขาพูดยิ้มๆ อย่างเบิกบาน “ออกมาคุยกันดีกว่าครับคุณริเวีย คิดถึง ฮะ ฮะ” หุ่นยนต์สีเงินปรากฎตัวขึ้น เธอพุ่งไปกอดเขาทันที
“นายเป็ยังไงบ้าง?” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและอบอุ่นดีใจ ตอนนี้เขามีสภาพปรกติแล้วเพียงแค่ดูอ่อนแรง
และเหมือนยังมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเขาพยามปะติดปะต่อเื่ราว เขากอดเธอแน่นขึ้นแล้วพูดกับเธอว่า
“เสื้อผ้าผมขาดหมดแล้วนะครับ?” เธอพลักเขาออกทันที “อีตาบ้าไอ้ทุเรศ ไอ้ลามกจกเปรต” เธอรีบหันหน้าไปอีกทางไม่สบตาเขา เธอเตะก้อนหินเล่นสามสี่ก้อนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ด้วยความเขินอาย “ก็...ขอบคุณนะ ที่ช่วยฉันไว้”
สายตาเขาจ้องไปที่เธอแล้วยิ้มนิดออกมา “ครับ”
หลังการต่อสู้จบลงที่ตรงนั้นราบเป็หน้ากลองมีซากปรักหักพังรอบตัว ไม่มีวี่แววของผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตในบริเวณั้น
นินเอาป้ายโฆษณาแถวนั้นมาห่มคลุมนุ่งกระโจมอกแทนเสื้อผ้า เขาขยับป้ายไวนิลให้แน่นๆ แล้วพูดขึ้น “คุณริเวียครับไปตามหาสะเก็ดสกาล่าที่เหลือกัน” เธอหันไปมองหน้าเขา “นายจะไปทำไม? มันไม่ใช่เื่ของนายเลยนะ ชั้นเป็ไอโบของนายเป็ทาสรับใช้ของนายๆ ไม่ต้องทำตามที่ฉัน้าก็ได้” เขาแหงนหน้ามองฟ้าแล้วยิ้มนิดๆ แล้วหันไปพูดกับเธอ “ไอโบน่ะแปลว่าคู่หูนะครับ” ในขณะที่พวกเขากำลังจะออกเดินทาง พวกอิลูมินาติกลุ่มใหญ่ก็กรูกันเข้ามา
ผู้การแมทะโเสียงดัง “เพื่อให้มนุษยชาติชนะต้องทำทุกหนทาง ทุกคนมีความรับผิดชอบเท่าเทียมกัน มันยากมากนะที่เราจะได้พลังนี้มา...” .....นินยกมือขึ้นห้าม” เดี๋ยว...” เขามองผู้การอย่างเอือมระอา “คุณริเวียครับจัดการให้หมดเลยครับ”
ไม่กี่อึดใจพวกอิลูมินาติและผู้การแมทก็กลายเป็อดีตไปด้วยฝีมือของเธอ
ทั้งสองคนกลับมาที่ค่าย พาสุริยะกับตะวันมาส่งหลวงปู่โต้ง ทุกคนดีใจมากที่ได้พบกัน
ริเวียเอาไหล่กระแทกเขาแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ “นี่นาย....ไหนว่าไม่สั่งไง?” เขาหัวเราะออกมา
“ฮะ ฮะ นั่นสินะครับ ขอโทษนะครับ “เธอเอามือควงแขนเขาแล้วก็หัวเราะร่วมกันอยู่ครู่หนึ่งแล้วเขาหันไปหาหลวงปู่
“รีสกับแทวอนหนีไปได้ พวกอิลูมินาติก็ยังมีเหลืออยู่อีกมาก ผมและริเวียจำเป็ต้องออกเดินทางครับเผื่อว่าจะมีหนทางที่จะทำอะไรสักอย่างได้อย่าง” นินก้มลงกราบท่านเขาพูดพลางพนมมือ “หลวงปู่ครับแล้วพบกันใหม่นะครับ” พูดจบหลวงปู่โต้งบริกรรมคาถาให้พรเขา “เดินทางปลอดภัย มีชัยทุกเส้นทาง” ท่านอวยชัยให้ทั้งคู่ สิ้นเสียงเขาก็ลุกขึ้นเดินมุ่งหน้าออกไป
จบภาค 1
............................................................................