เมื่อโจรลักพาตัวมาถึงที่หมายก็อุ้มเด็กน้อยสองคนลงจากรถม้า เด็กทั้งสองที่เห็นหน้าพวกโจรลักพาตัว ก็พากันจ้องใบหน้าพวกโจรเอาไว้ เผื่อพวกเขาจะรู้จักโจรทั้งสองคนนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็นึกไม่ออกว่าพวกเขาจะเคยรู้จักโจรสองคนนี้มาก่อน จึงได้แต่ยอมแพ้
เด็กน้อยทั้งสองอ่อนเพลียมากจากการเดินทางในครั้งนี้ ยังดีที่โจรสองคนยังมีจิตสำนึก เมื่อจับพวกเขาขังในกระท่อมก็แก้มัดมือเท้า และผ้าที่ปิดปากออก ทำให้เมื่อถูกพาตัวเข้าไปอยู่ในกระท่อมไม้ทั้งสองก็หลับสนิททันที
"ข้าจะไปหาฟืน เ้าเฝ้าเด็กๆไว้ก็แล้วกัน"
โจรหนุ่มเอ่ยบอกโจรสาว เวลากำลังย่างเข้ายามโหม่ว ท้องฟ้าเริ่มมืดลงทำให้พวกโจรวางแผนไว้ว่าจะส่งจดหมายขอแลกตัวประกันของพวกเขาในวันพรุ่งนี้ อากาศเริ่มเย็นลง หากไม่มีฟืนสักหน่อยคงจะนั่งเฝ้าอยู่ด้านหน้าลำบากไม่น้อย
เมื่อหาฟืนมาได้โจรหนุ่มก็จุดไฟกองเอาไว้หน้าบ้าน แล้วพวกเขาทั้งสองก็มานั่งอังไฟอยู่ใกล้ๆกัน
ชายหญิงเมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสองก็ออกจะรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง โจรสาวเป็พี่สะใภ้ของเขา ปกติพวกเขามักจะไปไหนมาไหนด้วยกันสามคน ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาด แต่ครั้งนี้พี่ชายเขาปลีกตัวไปทำงานเร่งด่วนเพียงคนเดียว จนถูกจับได้ ทำให้เขาต้องอยู่กับพี่สะใภ้เพียงลำพัง
"ข้าว่าเ้าก็สวยดีนะ"
โจรหนุ่มไม่เคยสังเกตโจรสาวใกล้ๆ ดังนั้นเวลานี้เมื่อนั่งมองนางภายใต้แสงไฟ เขาก็หลุดปากเอ่ยชมสตรีด้านข้าง
ผู้หญิงที่ไหนจะไม่ชอบคำชม โจรสาวที่ได้ยินก็รู้สึกเขินอายไม่น้อย หลังจากนั้นก็...
---------------
เด็กน้อยสองคนที่อยู่ในกระท่อม หลังจากหลับจากความเหนื่อยล้า ก็ฟื้นขึ้นมาพร้อมๆกัน เมื่อพวกเขาได้ยินบทสนทนาของโจรทั้งสอง ก็รู้ได้ว่าพวกโจรนั่งเฝ้าอยู่หน้าบ้าน จึงได้กระซิบปรึกษากันเสียงเบาขึ้นว่า
"เราจะทำยังไงกันต่อดี"
"ปีนขึ้นออกไปทางหลังคาดีมั้ย"
"เ้ากล้าปีนขึ้นไปหรอ"
เมื่อได้ยินคำถามของอี้ฮวา เยว่เล่อก็นิ่งคิด แล้วก็คิดได้ว่าเขาไม่กล้าปีนแฮะ เขาจึงส่ายหน้าเป็คำตอบ
อี้ฮวาที่เห็นเยว่เล่อส่ายหน้าก็ห่อเหี่ยวใจ พวกเขาซุบซิบกันไปมา จนเยว่เล่อรู้สึกปวดชิ้งฉ่องขึ้นมาจึงะโบอกคนหน้าห้องขึ้นว่า
" ข้าปวดชิ้งฉ่อง พาข้าไปทีได้ไหม"
เมื่อได้ยินเสียงเด็กน้อย สองโจรที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มหยุดชะงักกะทันหัน และรู้สึกตัวรีบกระเด้งตัวแยกออกจากกันทันที โจรสาวเดินไปพาเด็กหญิงออกไปทำธุระส่วนตัวในป่า
"ไม่มีห้องน้ำหรือ"
"อย่าเื่มาก ถ้าไม่ฉี่ก็กลับไแ"
นางพูดกับเยว่เล่อเสียงห้วนอย่างหัวเสีย นางกำลังสับสน ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียดายที่เ้าเด็กน้อยคนนี้มาขัดเื่ของนางกับน้องสามีกันแน่
หลังจากเยว่เล่อทำธุระส่วนตัวเสร็จก็โดนพาตัวกลับมาที่กระท่อม โจรสาวที่มัวแต่ใจลอยปล่อยให้เด็กน้อยเข้าไปในบ้านโดยลืมลงกลอน นางรีบเดินกลับไปผิงไฟที่เดิมต่อ แต่ครั้งนี้ทั้งสองต่างฝ่ายต่างไม่ได้ชวนอีกฝ่ายพูดคุย บรรยากาศจึงดูกระอักกระอ่วน
อี้ฮวาที่เห็นเยว่เล่อกลับเข้ามา ก็พุ่งเข้าไปถามทันที
"ด้านนอกเป็ไงบ้าง เ้ารู้มั้ยว่าเราอยู่ที่ไหน"
"ข้างนอกมืดมาก ข้ารู้แค่ว่าเราน่าจะอยู่กลางป่า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสองก็ล้มเลิกความคิดที่จะหนีออกไป หาวิธีหนีออกไปว่ายากแล้ว การใช้ชีวิตหลังจากหนีดูเหมือนจะยากกว่า ดังนั้นความอ่อนเพลียพุ่งจู่โจมจนพวกเขาผลอยหลับไปอีกครั้ง
---------------
แม่ทัพอี้ออกค้นหาเด็กทั้งสองที่หายไปอย่างหนัก พวกเขาค้นหาทุกซอกทุกมุมแต่ก็ไม่มีใครพบเห็นรถม้าต้องสงสัยคันนั้น ั้แ่ได้ทราบข่าวการหายตัวไปของทั้งสอง เขาได้สั่งปิดเมืองให้ทหารยามมีการตรวจสอบการเข้า-ออกอย่างเข้มงวด อีกทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาได้ส่งทหารมาช่วยค้นหาอีกหลายร้อยนาย แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่พบวี่แววใดๆ
แม่ทัพอี้ขี่ม้าค้นหาไปเรื่อยๆจนมาถึงทางที่เขาเคยใช้เดินทางมาเมืองหลวงเมื่อหลายปีก่อน ทางนั้นเป็ป่าที่เขาเดินทางกลับมาเมื่อตอนต้องแยกกับเหม่ยเซียน แม่ทัพอี้ขยับม้าเข้าไปใกล้ๆ พบกับรอยรถม้าลากยาวไปตามทางเส้นนั้น ดวงตาทั้งสองของเขาฉายประกายแห่งความหวัง เขารีบกลับไปแล้วพาทหารติดตามไปด้วยยี่สิบนาย เดินทางไปตามเส้นทางที่เขาค้นพบเบาะแส
---------------
ตกดึกอี้ฮวาที่ตื่นขึ้นเพราะอยากปลดทุกข์หนัก นางงัวเงียเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออก โดยลืมไปว่าตอนนี้พวกเขาถูกคุมตัวอยู่ เมื่อประตูเปิดออกพบกับแสงสว่างจากกองไฟเบื้องหน้า อี้ฮวาก็เบิกตากว้างอย่างนึกขึ้นได้ทันที นางวิ่งเข้าไปปลุกเยว่เล่อ ก่อนที่ทั้งคู่จะพบว่าประตูบ้านสามารถเปิดออกมาได้
ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าการใช้ชีวิตในป่าช่างน่ากลัวยิ่งนัก แต่เมื่อพวกเขาหลุดออกจากบ้านได้ ก็ลืมเื่นั้นไปเสียสนิท ความหอมหวานจากอิสระกำลังรอพวกเขาอยู่ ดังนั้นทั้งคู่จึงย่องออกมาโดยไม่ลืมที่จะหันไปปิดประตูอย่างเบามือ
พวกเขาจับมือกันวิ่งเข้าไปไหนป่าท่ามกลางความมืด เมื่อสายตาปรับแสงรับกับความมืดได้แล้ว ทั้งสองก็ยิ่งวิ่งเข้าไปลึกขึ้น
"โอ๊ย เดี๋ยวก่อน"
เยว่เล่อะโเรียกอี้ฮวาขึ้นเสียงดัง ดูเหมือนว่าชุดกระโปรงฟูฟ่องที่เขาใส่จะเกี่ยวเข้ากับอะไรบางอย่าง เขาจึงไม่สามารถขยับได้ชั่วคราว
"ดูเหมือนชุดจะเกี่ยวกับอะไรบางอย่างนะ"
"ไหนๆ เดี๋ยวข้าดูให้"
อี้ฮวาขันอาสาช่วยดูชายกระโปรง แต่ฟ้าที่มืดมิดไหนเลยจะมองเห็น อี้ฮวากับเยวเล่อที่พยายามดึงกระโปรงไปมาจนมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"แคว่กกกกกก"
อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็ใ เศษกระโปรงหลุดติดมือนางมาชิ้นหนึ่ง หัวใจดวงน้อยๆสั่นไหว นี่มันชุดโปรดของนางเลยนะ ฮือๆ แล้วใครจะรับผิดชอบให้ข้าล่ะเนี่ย ติดมือมาซะขนาดนี้ นางได้แต่คิดในใจ
เยว่เล่อที่เห็นกระโปรงตัวเองขาดก็ไม่ได้สนใจมากนัก ขาดไปเยอะๆเลยยิ่งดี ชุดอะไรเกะกะชะมัด ไม่เคยคิดเลยว่าประสบการณ์เดินป่าครั้งแรกของตัวเอง จะมาเดินโดยใส่ชุดเช่นนี้ เห้อ ข้าคงไม่เหมาะกับการเดินป่ากระมัง
เมื่อเด็กน้อยทั้งสองจัดการกับกระโปรงที่ถูกเกี่ยวเรียบร้อย ก็ลุกขึ้นมุ่งหน้าเดินไปต่อ เมื่อเดินไปได้สักพักอี้ฮวาก็กล่าวขึ้นว่า
"เหมือนข้าจะลืมอะไรบางอย่างนะ"
"... ???"
เยว่เล่อได้แต่งุนงง พวกเขาโดนลักพาตัวมาจะลืมอะไรได้ยังไงกัน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะคิดอะไรต่อ อี้ฮวาก็เอ่ยขึ้นต่อว่า
"ข้านึกออกแล้ว ข้าศึกกำลังบุก เ้าดูต้นทางให้ข้าที"
กล่าวจบอี้ฮวาก็รีบพุ่งตัวเข้าด้านข้างทันที เยว่เล่อที่ได้ยินก็อดทำสีหน้ารังเกียจขึ้นมาไม่ได้
"เสร็จยัง ยุงกัดไปหมดแล้วเนี่ย"
.....
ไม่มีเสียงตอบรับจากคำเรียกของเยว่เล่อ
"อย่ามาล้อเล่นกับข้านะ เสร็จหรือยัง"
เยว่เล่อเริ่มสองจิตสองใจ เขาควรหรือไม่ควรเข้าไปดี หลังจากที่เขาเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบรับเขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปดู เขาก็พบกับเงาตะคุ่มๆของอี้ฮวาที่นั่งตัวแข็งทื่อไม่ว่ากล่าวสิ่งใด
เยว่เล่อที่กำลังจะะโถามก็ได้ยินเสียงอี้ฮวาเอ่ยเบาๆพร้อมชี้นิ้วไปด้านหน้าของนาง
"อย่าเสียงดังๆ"
เยว่เล่อที่เห็นดังนั้นก็มองตามมือของนางพบเข้ากับเงาตะคุ่มๆชูหัวขึ้นมา ด้วยความมืดที่เข้าปกคลุมทำให้ทั้งสองมองไม่ชัดว่าเบื้องหน้าเป็ตัวอะไรกันแน่ อี้ฮวาจึงตัวแข็งค้างไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย เยว่เล่อที่เห็นก็ตัวแข็งค้างไปเช่นกัน หากสิ่งที่พวกเขาเห็นเป็งูจะทำอย่างไรดี
สมองเยว่เล่อประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขาเป็บุรุษนะ จะต้องปกป้องดูแลสตรี ดังนั้นเขาจะปล่อยเด็กหญิงตรงหน้าเผชิญกับอันตรายเพียงลำพังได้อย่างไร เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาก็ะโเข้าไปใกล้ๆอี้ฮวาทันที
แผละ~~
เสียงเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างเละๆดังขึ้นที่ปลายเท้าของเยว่เล่อ แต่ขณะนี้เขาไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากเงาตะคุ่มๆเบื้องหน้า
เงาสัตว์เบื้องหน้าที่ได้ยินเสียงก็ใหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว เมื่อมองดีๆจะแล้วจะเห็นเงานี้มีขนาดไม่ยาวนัด ซึ่งมองแล้วน่าจะเป็สัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่น ไม่ได้เป็งูอย่างที่พวกเขาคิด พวกเขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะหันมาสนใจสิ่งที่ตัวเองเหยียบ
"อะไรติดเท้าข้าเนี่ย"
อี้ฮวาได้แต่หัวเราะแห้งๆออกมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"กองทัพของข้าเอง"
"ว๊ากกกก"
เยว่เล่อที่ได้ยินก็รีบสะบัดเท้าตัวเองออกทันที เขาได้แต่กรีดร้องออกมาด้วยความรังเกียจ
"เงียบๆหน่อย นี่มันของจากร่างกายเ้านะ ทำเป็รังเกียจไปได้"
อี้ฮวาเอ่ยออกมา นางก็อายเป็เหมือนกันนะ เยว่เล่อที่ตั้งสติได้เงียบเสียงลงทันที พวกเขากำลังหนีโจรลักพาตัวกันอยู่นี่หน่า
พวกเขาคิดว่าตัวเองหนีออกมาได้ไกลมากแล้ว แต่ที่จริงพวกเขาออกห่างจากบ้านมาไม่ถึง20เมตรเท่านั้น เพราะพวกเขายังเป็เด็ก เท้าสั้นๆของพวกเขาก้าวมาได้แค่นี้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร อีกทั้งยิ่งก้าวไปข้างหน้าก็ยิ่งมืด พวกเขาไม่กล้าก้าวไปที่มืดๆพวกนั้นหรอก
ดังนั้นเมื่อเยว่เล่อโวยวายขึ้น สองโจรที่ได้ยินก็สะดุ้งตื่น รีบวิ่งไปดูในกระท่อมทันที เมื่อไม่เห็นเด็กน้อยสองคนในบ้านก็ร้อนใจ วิ่งไปตามทางต้นเสียงที่ได้ยิน
เด็กน้อยสองคนที่รู้สึกว่าเยว่เล่อเสียงดังจนอาจทำให้โจรรู้สึกตัว ก็พยายามหนีออกจากตรงที่พวกเขาส่งเสียง แต่ไหนเลยเด็กน้อยตัวเล็กจะหนีผู้ใหญ่ไปได้ พวกโจรตามมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งตัววิ่งเข้าไปจับสองเด็กน้อยทันที ทั้งสองฝ่ายต่างส่งเสียงดังลั่นป่า ฝ่ายหนึ่งะโให้หยุด อีกฝ่ายะโขอความช่วยเหลือ
สองเด็กน้อยดิ้นรนจนหลุดจากอ้อมแขนของสองโจร แล้ววิ่งเข้าไปในป่าลึกที่ทั้งมืดทั้งชื้นแฉะ พวกเขาพบเข้ากับเสียงคำรามดังก้องป่า เบื้องหน้าเป็เงาของเสือ ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
เสือที่ถูกปลุกจากเสียงน่ารำคาญของสองเด็ก สองโจร มันกำลังโมโหเป็อย่างมากที่ถูกรบกวน จึงมีความดุร้ายเป็พิเศษ มันกำลังก้าวเข้ามาหาทั้งสี่อย่างช้าๆ ก่อนจะกระโจนเข้าหาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น.....
.....
......
........
.........
...........
สองเด็กน้อยก็สะดุ้งใตื่นขึ้นมาพร้อมกัน... อ้าวพวกข้าฝันไปหรือนี่
---------------
ต
อนนี้เป็แค่ความฝันของเด็กๆนะคะ ^^
ตอนหน้าเป็ตอนจบของเื่
จะเปิดฟรีหลังจากลงหนึ่งวัน
หลังจากนั้นจะติดเหรียญ
อย่าลืมเข้ามาอ่านกันเยอะๆนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ