เหตุการณ์ปัจจุบัน
โรงเรียนเวทมนต์
“ขอแสดงความยินดีกับเด็กๆนักเรียนปี3ทุกคน และจากนี้ขอประกาศว่าพวกเ้าได้สำเร็จการศึกษาของโรงเรียนเวทแห่งนี้ต่อหน้าเหล่าทวยเทพเก่าและใหม่ขอให้พวกเ้าได้นำสิ่งที่เรียนรู้มาพัฒนาดินแดนมนุษย์ของเรา สุดท้ายนี้ข้าวิงวอนต่อเทพองค์เก่าและใหม่ของให้คุมครองพวกเ้าด้วยเถิดขอให้นักเรียนทุกคนโชคดี”
โทมัส ตาแก่เคายาวผู้อำนวยการโรงเรียนเวทมนต์กล่าวส่งเหล่านักเรียนจบใหม่เพื่อให้แสดงถึงความสำเร็จของตนที่ฟันฝ่าตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่มาได้จนจบวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสมีเมฆเล็กน้อยแดดอ่อนกำลังดีทุกอย่างเป็ใจให้กับงานปัจฉิมนิเทศ
ในงานนั้นคึกคักกันใหญ่ผู้คนต่างๆมาเพื่อแสดงความยินดีกับครอบครัวของตนที่จบ การศึกษาเสียงของผู้คนมากมายคุยกันด้วยใบหน้าที่มีความสุข บ้างก็ร้องให้กับความสำเร็จบ้างก็เสียน้ำตากับการลาจากกับเพื่อนฝูง ที่ลานกว้างมีผู้คนมากมายจนเต็มลานใหญ่
แต่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมากท่ามกลางฝูงชนเ่าั้มือกุมเหรียญที่แสดงหลักฐานของ นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาสีหน้าของเด็กหนุ่มดูหม่นหมองนิดหน่อย เดินออกมาได้ไม่เท่าไหร่นักก็มีเสียงหวานๆของเด็กสาวดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“รุ่นพี่!! รุ่นพี่คะ ”
เด็กหนุ่มหันกลับไป ก็ได้พบกับ เซล่า ไทรอสเ้าหญิงของดินแดนมนุษย์ ตัวเธอนั้นเรียนอยู่ปี2 ดูเหมือนว่าเ้าหญิงจะมีใจให้กับชายหนุ่มคนนี้เนื่องด้วยเธอประทับใจกับผลงานของอัศวิน ดันโก้ ดราโกนิวที่ช่วยสกัดทางให้องค์าา หรือพ่อของเธอและทหารสวนใหญ่ได้ถอยทัพจนสำเร็จ ซึ่งดันโก้คือพ่อของเด็กหนุ่ม
“นี้ดอกไม้อวยพรสำหรับพิธีจบการศึกษาค้ะ รุ่นพี่ดอน ฉันขออวยพรให้รุ่นพี่มีความสุขเยอะๆนะค้ะ ”
ดอน ดราโกนิว รับดอกไม้ที่หญิงสาวยื่นให้ แต่ในใจก็คิดว่า ยายนี้นิตามมาอยู่ได้ฉันมีอะไรพิเศษนักหนา ไม่ใช้เ้าพ่อบ้าซักหน่อย
ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มและไม่ได้พูดอะไรตอบกลับเ้าหญิงเลยแล้วหันหลังเดินออกมาจากงานพิธีสีหน้าที่ยิ้มนั้นได้เปลี่ยนกลายเป็หมองอีกครั้งหนึ่งนั้นคงเพราะไม่มีครอบครัวที่มาแสดงความยินดีกับตน ต่างจากเพื่อนคนอื่นๆในรุ่นที่มีทั้งพ่อแม่มาร่วมแสดงความดีใจ
ตนที่อาศัยอยู่แค่กับพ่อเพียงลำพังแต่พ่อก็มาจากไปั้แ่8ปีก่อน
“วีระบุรุตหรออัศวินผู้กล้าหรอ ไม่เป็เลยจะดีกว่า ”
เด็กหนุ่มพูดเบาๆ แล้วออกจากงานพิธีไป
ตกดึก ก็มีงานเลี้ยงฉลองจบการศึกษาที่ห้องโถงมีทั้งอาหารชั้นดี เหล้าเลิศรส เสียงเพลงอันไพรเราะผู้คนส่วนใหญ่เต้นรำกัน บ้างก็กินอาหารอย่างอร่อยทั้งห้องมีกลิ่นหอมของอาหารโชยไปทุกที่แถมยังมีกลิ่นของเหล้าชั้นดีติดที่ปลายจมูกตลอดเวลา เสียงเพลงบรรเลงอย่าสนุกสนานผู้คนต่างขยับร่างกายไปตามจังหวะของเพลง นี้คือเวลาหรรษาอย่างแท้จริง
ที่โต๊ะหนึ่งมีคนจำนวนหนึ่งพูดคุยกันถึงเื่ที่จะทำต่อในอนาคต
ทอย มอแกน เล่าว่าตนจะไปที่วิหารเวทมนต์เพื่อทำการทดสอบเข้าเป็นักเวทของอานาจักร
เมกสิมอฟเดลเต้ จะขอเข้ารับการทดสอบเพื่อเป็อัศวินในหน่วยจู่โจมทางอากาศ
ฟีนิกซ์ โจเซฟจะกลับบ้านเพราะต้องไปเรียนเวทมนต์สายขีดจำกัดที่พ่อจะสอนให้หลังเรียนจบ เพื่ออัญเชิญฟีนิกซ์มาเป็ข้ารับใช้ของให้สำเร็จ
“แล้วเ้าล่ะดอนจะทำอะไรต่อหลังเรียนจบ”
โจเซฟ ยิงคำถามใส่หลังจากตนที่พูดถึงสิ่งที่ตนจะทำแล้ว
ด้วยความตนใจดอนที่ยังไม่คิดว่าตนอยากจะทำอะไรได้คิดอยู่คู่หนึ่ง ก่อนที่ตนจะเล่าว่า
จะออกเดินทางไปตามที่ต่างๆเพื่อศึกษาสิ่งต่างๆให้มากขึ้น เด็กหนุ่มทุกมีทางเลือกเป็ของตนเองถึงแม้จะโดดเดียวแต่ก็เป็สิ่งที่แต่ละคน อยากฟัง แล้วจุจู่เสียงของหญิงสองคนก็ดังขึ้นพร้อมกับพวกเธอเดินตรงเข้ามาหา พวกชายหนุ่ม
“อ้าวหนุ่มๆทั้งหลายกำลังคุยอะไรกันอยู่จ๊ะ”
เซเมอร์ ริเลียพูดทักถามหนุ่มทั้ง4คน เดลเต้ตอบว่ากำลังคุยเื่สิ่งที่จะทำหลังจากนี้แล้วเขาก็เล่าให้ ริเลีย กับ เจนนี่ฟังเื่ของแต่ละคนที่จะทำต่อจากนี้หญิงทั้งสองรู้และทำสีหน้าเข้าใจ
“แล้วพวกเธอล่ะจะทำอะไรต่องั้นหรอ”
เดลเต้ พูดพร้อมกับสีหน้าที่อยากรู้ ริเลีย ตอบว่าเขาจะไปทำแบบทนสอบเพื่อเป็นักเวทของอาณาจักรออฟบอน เจนนี่ก็จะไปสอบเพื่อเป็นักเวทของอาณาจักรเช่นกัน
ทั้ง6คนพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างสนุกสนานและไม่นานงานเลี้ยงก็จบลงนักเรียนในงานแยกย้ายกันกลับห้องนอนของตน แล้วค่ำคืนของวันจบการศึกษาก็จากไป
รุ้งเช้าวันใหม่ที่สดใส นักเรียนปี3เก็บข้าวของเพื่อออกจากหอพักทุกคนลงมารวมกันที่สนามใหญ่ นักเรียนต่างมองหน้าซึ่งกันและกันไม่มีใครพูดอะไรในวินาทีนั้น จุจู่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ร้องให้ที่ต้องจากเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งหลายปีผู้คนกอดกัน แสดงถึงความผูกพัน
แล้วไม่นานผู้คนก็ทยอยกลับกันจนไม่เหลือคนที่สนาม
“โคร้งๆๆ ”
เสียงรถม้าวิ่งไปตามทางเด็กหนุ่มที่นั่งมาในรถม้าสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความใ
ดูเหมือนเขาจะฝันเห็นอะไรแปลกๆสิ่งที่เรียกชื่อเขา ดันขึ้นมาอีกครั้งในหัว
ดอน ดอน ดราโกนิว เสียงนั้นได้เรียกชื่อของชายหนุ่มก่อนที่เด็กหนุ่มจะเห็นภาพในหัว เขาเห็นถึงต้นไม้ขนาดใหญ่ ในป่าที่แปลกตาแล้วคนที่เรียกชื่อของเขา ชายหนุ่มเห็นหน้าเธอไม่ชัดนัก ก่อนที่ภาพในหัวจะตัดไป
“เมื่อกี้มันอะไรกันนะ”
“ฮี้ๆ”
เสียงม้าจากด้านนอกดังขึ้นแล้วมีกลิ่นของเืโชยเข้ามาในรถม้า ชายหนุ่มมีสีหน้าที่ดูจริงจัง ถูกปล้นหรอโจรสินะ ชายหนุ่มคิดแล้วโจนออกจากรถม้าจากทาง้ามองดูรอบๆก็เห็นฝูงของเงาปริศนาล้อมเขาอยู่ เงานั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แถมยังสวมชุดเกาะ พวกมันมีรามๆสิบตัว
“ข้าไม่รู้นะว่าพวกเ้าเป็ใครแต่รู้สึกว่าพวกเ้าจะมาลองผิดคนแล้วล่ะ ”
เด็กหนุ่มขู่พร้อมกับพุ่งลงมา แล้วใช้เวทไฟ เวทเฟรมสแลส เป็การฟันคลื่นไฟออกไปในระยะกลางส่งผลให้เงาปริศนาสลายไปบางตัว
ไม่เห็นจะเก่งเลยนิน่าเด็กหนุ่มคิด เพียงชัวคู่ที่ยังไม่ทันระวังตัว ดอนได้ถูกโซ่มารัดร่างกายของเขาไว้เรียบร้อย
อะไรกัน แค่พริบตาเองเดียวเอง ดันถูกของแบบนี้จับสะได้ชายหนุ่มขยับตัวไม่ได้
เสียงหัวเราะที่น่าขนลุกของหญิงสาวดังขึ้นเธอค่อยๆเผยร่างกายออกมาอยู่เบื้องหน้าของเด็กหนุ่ม เธอยิ้มพร้อมกับจับที่ใบหน้าของหนุ่มน้อย
“เ้ามันชั่งน่ารับประทานจริงๆน่าเสียดายโดยแท้ ที่ต้องจับเ้าแบบเป็ๆไป รู้ไหมข้าโปรดปรานอะไรที่สุดข้าโปรดปรานวินาทีที่เด็กหนุ่มแบบเ้า กรีดร้องด้วยความทอระมารไงละ
เพราะงั้นอย่าทำให้ข้าต้องอารมณ์เสียละ ”
ชายหนุ่มขยับไม่ได้ ด้วยเวทอะไรสักอย่างที่ถูกร่ายไว้ในโซ่นี้ทำให้ไม่สามารถรีดมานาออกมาร่ายเวทได้ อะไรกันนี้พึ่งจะจบเองนะจะมาตายเร็วไปหน่อยมั่ง ชายหนุ่มคิด พร้อมกันสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักเสียงปริศนาได้ดังขึ้นในหัวของชายหนุ่มอีกครั้งแต่คราวนี้เป็เสียงที่แตกต่างออกไป
ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ด้วยสินะนี้เ้าหนูถ่วงเวลาแม่นั้นไว้นะเดียวข้าจะร่ายเวทช่วยเ้าเอง
เสียงปริศนาที่ดังขึ้นในหัวพูดขึ้นถ่วงเวลาหรอ แล้วต้องทำยังไง ไม่สิคิดวิธีได้แล้ว
“นี้ ผมจะถูกพาไปไหนหรอ อีกไม่นานก็คงตายใช้ไหมเสียดายจัง ยังไม่เคยอึบสาวเลยแท้ๆ จะมาตายทั้งๆแบบนี้นะหรอ นี้คุณพี่สาวอย่างน้อยๆก่อนตาย ขอสักครั้ง แค่ได้จับ จะได้ไหม”
เด็กหนุ่มพูดเพื่อถ่วงเวลาแล้วมันก็ดูจะได้ผล แม่สาวถือโซ่หลงกล นางเดินเข้ามาใกล้
พร้อมกลับหน้าอกที่จ่อตรงหน้าของชายหนุ่มทันใดนั้นเวทประหลาดพืชก็ได้เข้ามัดร่างของแม่สาวถือโซ่จนนางขยับไม่ได้แล้วโซ่ที่มัดชายหนุ่มก็คลายออกเวทสายขีดจำกัดพืชพันธนาการ
ข้าละใจริงๆที่นางเชื่อสิ่งที่เ้าพูดด้วยนะเสียงปริศนาดังขึ้นในหัวอีกรอบ
เอิ่มก็มันเป็เื่จริงนิน่า เด็กหนุ่มตอบกลับในความคิดร่างกายของนางค่อยๆจมลงไปในดินช้าๆ
“เ้าเ้า บังอาจหลอก ข ข้า”
และแล้วหญิงคนนั้นก็จมสู่พื้นดิน