พริบตาเดียวก็เข้าสู่เดือนมิถุนายน อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นทุกวัน
วันนี้ทิงเสวี่ยไปรายงานเรื่องบางอย่างกับครูหวังที่ห้องพักครูเสร็จก็รีบกลับห้องเรียน เธอนึกขึ้นได้ว่าทำโจทย์คณิตศาสตร์ผิดไปข้อหนึ่ง ตั้งใจจะกลับไปแก้แล้วค่อยส่งการบ้านให้เพื่อนนักเรียนตัวแทนฝ่ายวิชาการ
พอนั่งลง ทิงเสวี่ยก็เปิดกล่องดินสอทันที ตั้งใจจะหยิบดินสอออกมาแก้คำผิด เธอไม่ได้มอง แค่เปิดฝากล่องแล้วเอื้อมมือเข้าไปหยิบดินสอแท่งใหม่ตามความเคยชิน แต่สิ่งที่นิ้วเธอสัมผัสได้กลับไม่ใช่ดินสอ แต่เป็นอะไรบางอย่างที่นุ่มๆ เย็นๆ และลื่นๆ...
มันคืออะไรกัน?
เมื่อทิงเสวี่ยก้มลงมองและเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่เธอจับอยู่คืออะไร เธอก็กรีดร้องออกมาสุดเสียง เสียงกรีดร้องแหลมจนบาดหู ดังไปไกล ในชั่วพริบตาเสียงกรีดร้องของเธอก็ทำให้ทั้งห้องเรียนเงียบกริบ ทุกสายตาหันไปมองที่แถวแรกกลางห้อง
สิ้นเสียงกรีดร้อง ทิงเสวี่ยก็ล้มฟุบลงไปกองกับพื้น ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันจนไม่มีใครตั้งตัว
จางหัว เพื่อนร่วมโต๊ะของเธอ เป็นคนแรกที่ได้สติ “ในกล่องดินสอของหลินทิงเสวี่ยมีงู!”
จางหัวเป็นเด็กผู้ชาย เขาใจกล้ากว่าเพื่อน จึงหยิบงูในกล่องดินสอออกมาทันที
เด็กผู้หญิงทุกคนล้วนกลัวงู พอเห็นงูตัวเป็นๆ แต่ละคนก็หน้าซีดเผือด บางคนถึงกับกรีดร้องแล้ววิ่งหนีออกจากห้องเรียนไป
ทิงเสวี่ยที่ตกใจจนหมดสติ ถูกสวี่หัวลี่และเพื่อนผู้หญิงที่ใจกล้าอีกสองคนช่วยกันพยุงขึ้นมา ตอนนี้มีคนวิ่งไปตามครูแล้ว
นักเรียนห้องอื่นได้ยินเสียงกรีดร้องก็พากันมามุงดูที่หน้าห้อง ป.2/1 หวังกังก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาพยายามจะเบียดเข้าไปดูอาการของทิงเสวี่ย แต่หน้าประตูห้องมีคนมุงเยอะเกินไป ถึงแม้เขาจะตัวสูงใหญ่ก็เบียดเข้าไปไม่ได้
ในขณะนั้นเอง ครูหวัง ครูประจำชั้น ป.2/1 ก็มาถึงพอดี คนที่มามุงดูจึงถูกไล่ให้กลับห้องไป
พอกลับมาถึงห้องเรียน หวังกังก็รีบไปที่โต๊ะของฉินหยวนเฟิง แล้วเล่าเรื่องที่ทิงเสวี่ยถูกคนเอางูใส่กล่องดินสอจนตกใจหมดสติให้ฟัง
ฉินหยวนเฟิงตกใจมาก กำลังจะวิ่งไปดู แต่ถูกหวังกังห้ามไว้ “นายไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวก็จะเข้าเรียนแล้ว ครูประจำชั้นห้องนั้นไปจัดการแล้ว”
ฉินหยวนเฟิงพยักหน้ารับอย่างซึมๆ แล้วหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาใหม่ด้วยใจที่ไม่สงบ
ครูหวังกดจุดระหว่างจมูกกับปากของทิงเสวี่ย ไม่นานเธอก็ฟื้นขึ้นมา “ครูหวังคะ มีคนเอางูใส่กล่องดินสอหนู น่ากลัวมาก ครูต้องจับไอ้คนนิสัยไม่ดีขี้แกล้งนั่นมาให้ได้นะคะ”
เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดขาวราวกับกระดาษและแววตาที่ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเด็กหญิง ครูหวังก็รีบปลอบโยนอย่างอ่อนโยน “ครูจะจับเจ้าคนชั่วนั่นมาให้ได้ วันนี้หนูหยุดเรียนไปก่อนนะ เดี๋ยวครูจะให้สวี่หัวลี่ส่งหนูไปพักผ่อนที่บ้านก่อน พออารมณ์ดีขึ้นแล้วค่อยกลับมาเรียนนะ”
ทิงเสวี่ยกลัวงูมากจริงๆ ไม่ใช่แค่งู แต่พวกแมลงหรือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เธอก็กลัวขึ้นสมอง ถึงแม้ตอนนี้จะฟื้นแล้ว แต่ใจก็ยังสั่นไม่หาย ในเมื่อครูอนุญาตให้กลับบ้าน เธอก็อยากกลับไปพักผ่อนก่อน
สวี่หัวลี่จึงรับหน้าที่ไปส่งทิงเสวี่ยที่บ้าน
เดิมทีคาบนี้ครูหวังต้องไปสอนภาษาจีนที่ห้อง ป.2/2 แต่เขาก็ขอสลับคาบกับครูคณิตศาสตร์ เขาต้องการจะจับตัวคนแกล้งให้ได้เดี๋ยวนี้!
ถ้าเป็นการแกล้งกันเล็กๆ น้อยๆ ก็คงไม่เป็นเรื่องใหญ่ แต่ครั้งนี้มันรุนแรงเกินไป ถึงขั้นทำให้นักเรียนหญิงคนหนึ่งตกใจจนหมดสติ แถมยังเป็นนักเรียนคนโปรดของเขาที่สุดอีกด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เขาจะต้องจัดการให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้มีใครกล้าทำเรื่องแบบนี้อีก
ระหว่างทาง สวี่หัวลี่กับทิงเสวี่ยเจอกับภรรยาของหลินหงเจี้ยน
พอเห็นทิงเสวี่ยหน้าซีด ภรรยาหลินหงเจี้ยนก็ตกใจมาก “เสียวเสวี่ย หนูเป็นอะไรไป?”
สวี่หัวลี่รีบเล่าแทน “ไม่รู้ว่าไอ้เด็กสารเลวคนไหนเอางูใส่กล่องดินสอของทิงเสวี่ย ทิงเสวี่ยไม่รู้ก็เลยจับเข้าเต็มๆ จนตกใจหมดสติไป โชคดีที่ครูหวังช่วยปฐมพยาบาลให้ ถึงได้ฟื้นขึ้นมาค่ะ”
ภรรยาหลินหงเจี้ยนรู้ดีว่าทิงเสวี่ยเป็นคนขี้กลัว โดยเฉพาะงู พอได้ยินว่ามีคนแกล้งหลานแบบนี้ เธอก็โกรธจัด “เลวจริงๆ! ถ้าจับไอ้เด็กเวรนั่นได้ จะหักมือมันซะให้เข็ด!”
เดิมทีเธอตั้งใจจะไปทำงานในไร่ แต่ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจแล้ว เธอให้สวี่หัวลี่กลับไปเรียน แล้วเธอจะเป็นคนไปส่งทิงเสวี่ยที่บ้านเอง
วันนี้เป็นวันที่หลินกั๋วผิงไม่ต้องไปตลาดพอดี เขากำลังนั่งเฝ้าร้านอยู่ ภรรยาหลินหงเจี้ยนส่งทิงเสวี่ยถึงบ้าน จัดแจงให้เธอพักผ่อนเรียบร้อยแล้วก็รีบไปที่ร้านซาลาเปาเพื่อบอกข่าว
พอหลินกั๋วผิงรู้ว่าลูกสาวสุดที่รักถูกแกล้งจนตกใจสลบ เขาก็ไม่สนใจร้านอีกต่อไป รีบวิ่งกลับบ้านด้วยความเร็วสูงสุด
“เสียวเสวี่ย หนูเป็นยังไงบ้าง? ยังกลัวอยู่หรือเปล่า?”
หลินกั๋วผิงอยากจะกอดลูกสาวไว้ในอ้อมแขนแล้วปลอบโยนเธอเหมือนตอนเด็กๆ แต่ตอนนี้ลูกสาวอายุสิบขวบแล้ว ก็โตเป็นสาวแล้ว เขาจึงทำได้เพียงใช้สายตาที่อ่อนโยนและห่วงใยปลอบเธอ พร้อมกับถามไถ่อาการ
ตอนนี้สีหน้าของทิงเสวี่ยดูดีขึ้นมากแล้ว เธอยิ้มให้พ่อ “พ่อคะ หนูไม่เป็นไรแล้ว ดีขึ้นเยอะแล้ว พ่อรีบไปดูร้านเถอะค่ะ เดี๋ยวก็จะถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว ถ้าร้านปิด คนอื่นๆ จะรีบมาซื้อกัน”
หลินกั๋วผิงตอบ “ไม่เป็นไร พ่อให้ป้าสะใภ้ใหญ่ช่วยดูร้านให้ก่อนแป๊บหนึ่งแล้ว”
......
ยังไม่ทันหมดคาบเรียน ครูหวังก็จับตัวการที่เอางูใส่กล่องดินสอของทิงเสวี่ยได้แล้ว คนนั้นก็คือ หวงเทา นั่นเอง!
หวงเทาอาศัยจังหวะที่ทิงเสวี่ยไม่อยู่ในห้อง และไม่มีใครนั่งอยู่หน้าหรือหลังโต๊ะของเธอ แอบหยิบงูตัวเล็กที่เขาจับมาเลี้ยงไว้ในกระเป๋านักเรียนออกมาใส่ลงไปในกล่องดินสอของทิงเสวี่ย
เขาอ้างว่าแค่อยากจะแกล้งหลินทิงเสวี่ยให้ตกใจเล่นๆ ไม่ได้มีเจตนาอื่น
ครูหวังโกรธจนควันออกหู หวงเทา! เด็กคนนี้เรียนก็ไม่เก่งแล้วยังชอบสร้างแต่ปัญหา!
ครูหวังตั้งใจจะสั่งสอนหวงเทาให้หลาบจำ เขาให้หวงเถา พี่สาวของหวงเทา กลับไปเชิญผู้ปกครองมาที่โรงเรียน แล้วเขาจะพาหวงเทากับผู้ปกครองไปขอโทษทิงเสวี่ยถึงบ้าน
ยังไม่หมดแค่นั้น นอกจากจะต้องไปขอโทษถึงบ้านแล้ว หวงเทายังต้องถูกลงโทษให้ยืนเรียนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม หมายความว่าสัปดาห์หน้า ขณะที่เพื่อนคนอื่นนั่งเรียน หวงเทาจะต้องยืนเรียน และผู้ปกครองของหวงเทาก็ต้องเขียนจดหมายสำนึกผิดมาส่งด้วย
ใกล้เวลาเลิกเรียน ครูหวังก็พาหวงเทา และแม่ของเขา ซึ่งก็คือภรรยาของหวงควน มาที่บ้านทิงเสวี่ย
หลินกั๋วผิงคาดไว้แล้วว่าคนที่กล้าแกล้งลูกสาวเขาขนาดนี้ เก้าในสิบส่วนต้องเป็นไอ้เด็กเหลือขอหวงเทาคนนี้แน่ๆ และก็เป็นเขาจริงๆ!
ตอนนี้หลินกั๋วผิงอยากจะปรี่เข้าไปเตะไอ้เด็กเวรที่กล้าแกล้งลูกสาวตัวเองให้กระเด็นกลับเข้าท้องแม่มันเหมือนเดิมจริงๆ!
ภรรยาหวงควนเคยเห็นหลินกั๋วผิงเอามีดจ่อคอสามีตัวเองกับตา ความดุดันของเขาในวันนั้นยังคงติดตาเธออยู่ แม้ตอนนี้จะมีครูหวังอยู่ด้วย หลินกั๋วผิงคงไม่เอามีดออกมา แต่สายตาที่เขามองมานั้น คมกริบและน่ากลัวยิ่งกว่ามีดเสียอีก
ภรรยาหวงควนและหวงเทาผลัดกันกล่าวคำขอโทษทิงเสวี่ย
ครูหวังเห็นว่าสองแม่ลูกแสดงท่าทีสำนึกผิดพอสมควรแล้ว เขาจึงตั้งใจจะพูดปลอบทิงเสวี่ย แล้วให้เรื่องนี้จบลงไปแต่เพียงเท่านี้ แต่เขาคิดผิด หลินกั๋วผิงไม่มีทีท่าว่าจะยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ เลย