Series 4: แมวดำอาถรรพ์
ตอนที่ 1 – เสียงครางใต้สะพาน
เสียงน้ำไหลเอื่อยใต้สะพานคอนกรีตดังเป็จังหวะประหลาด คล้ายเสียงใครครางเบา ๆ ในลำคอ
กลางดึก...ทีมสืบเหนือธรรมชาติของ “เมฆา” ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านย่านชานเมือง ว่าใต้สะพานนี้มี “เงาแมว” ปรากฏทุกคืน บางคนได้ยินเสียงร้องก่อนประสบอุบัติเหตุไม่กี่วัน
รถตู้สีเทาจอดริมทาง มีกล้องตรวจพลังงานติดรอบคัน
เมฆาก้าวลงมาก่อนคนอื่น ใบหน้าเรียบนิ่งตามเคย มือถือเครื่องวัดสนามแม่เหล็กไว้
วรุฒเดินตามลงมาพร้อมไฟฉาย “พี่เมฆาครับ...ชาวบ้านเขาบอกว่าเสียงแมวที่นี่ไม่เหมือนแมวธรรมดา ฟังดี ๆ แล้วเหมือนคนร้องไห้เลยนะครับ”
“อืม,” เมฆาตอบเรียบ “เสียงคลื่นสะท้อนในพื้นที่แคบ ถ้าแรงสั่นตรงกับความถี่อารมณ์มนุษย์ ก็ทำให้เกิดเสียงคล้ายเสียงร้องได้”
“พี่ครับ...คือพูดให้ผมเข้าใจหน่อยได้ไหมครับ ว่าผีแมวมันมีหรือไม่มีแน่?”
“ก็ขึ้นอยู่กับว่านายเรียกว่า ‘ผี’ หรือเรียกว่า ‘พลังงานตกค้าง’ ต่างกันนิดเดียว”
วรุฒพยักหน้าแบบงง ๆ “ฟังดูเหมือนพี่อยากให้ผีสมัครเรียนวิทยาศาสตร์เลยนะครับ”
จิตราหัวเราะเบา ๆ จากเบาะหลัง “อย่าขัดพี่เมฆาเลย เขาเชื่อในสมการมากกว่าคาถา”
เมฆาก้าวเข้าใต้สะพาน เสียงรองเท้ากระทบพื้นซีเมนต์ดัง กรอบแกรบ
แสงไฟฉายของเขาส่องไปเห็น “กรงเหล็ก” เก่าขึ้นสนิมตั้งอยู่ตรงมุมผนังด้านใน — ขนาดพอจะขังสัตว์ตัวเล็ก ๆ ได้
“พี่...มันมีกรงอยู่จริงด้วยครับ” วรุฒพูดเบา ๆ “แล้วดูรอยข่วนสิครับ เต็มไปหมดเลย”
เมฆาเอามือแตะเบา ๆ ที่รอยสนิม “ข่วนจากด้านใน...” เขาพึมพำ “แปลว่ามีบางอย่างเคยถูกขังจริง”
ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน แสงไฟฉายกระพริบวูบวาบ เงาดำวิ่งแวบผ่านผนังไป
วรุฒสะดุ้ง “พี่! พี่เห็นไหม! มีแมววิ่งไปทางนู้นครับ!”
“เห็น” เมฆาพูดเรียบ “แต่เงานั่นไม่มีตัวตนรองรับ”
“หมายถึงยังไงครับพี่?”
“หมายถึง...” เขาหันมามอง “ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น แต่มีเงา”
จิตราในรถพูดแทรกเข้ามาทางวิทยุ “พี่คะ เครื่องตรวจจับอินฟราเรดขึ้นพลังงานจาง ๆ เคลื่อนจากจุดพี่ไปทางใต้สะพานค่ะ เหมือนมัน...นำทาง”
“ดี,” เมฆาพูด “งั้นเราตามไปดูว่า ‘เงา’ จะพาเราไปที่ไหน”
วรุฒกลืนน้ำลาย “พี่...แน่ใจเหรอครับว่าจะตามมันไปทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่ของมีชีวิต?”
“ยิ่งแน่ใจ” เมฆาตอบนิ่ง “เพราะของไม่มีชีวิต...มักซ่อนความจริงได้ดีกว่าคน”
วรุฒถอนหายใจ “พี่นี่พูดทีไร ขนผมลุกทุกทีเลยครับ”
“ขนลุกแปลว่าร่างกายนายตอบสนองดี” เมฆายิ้มบาง “ถือว่าเป็สัญญาณชีวภาพปกติ”
“ครับพี่...แต่ถ้าขนหัวลุกนี่ ผมขอกลับบ้านนะครับ!”
เสียงแมวร้องแ่ ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง เมี้ยววววว...
แต่คราวนี้เสียงนั้นไม่ได้มาจากไกล ๆ — มันดังอยู่ข้างหูวรุฒเลย
เขาหันขวับ...แต่ไม่มีอะไรนอกจากเงาตัวเองในแสงไฟ
เสียงไฟแช็กดัง แชะ
เปลวไฟสั่นวูบเมื่อเมฆาก้มลงจุดเทียนข้างกรงเหล็ก
“พี่...จุดเทียนทำไมครับ?” วรุฒถามเสียงสั่น “เราไม่ได้เชิญผีใช่ไหมครับ?”
“ไม่ใช่” เมฆาตอบเรียบ “แค่้าดูว่าความร้อนส่งผลกับรูปเงายังไง”
เขาวางเทียนไว้บนพื้น แล้วหรี่ตา จับตามองผนังด้านในของสะพานที่สะท้อนแสงไฟสั่นระริก
ตอนแรกไม่มีอะไร แต่พอเปลวไฟสั่นแรงขึ้น “เงาแมว” กลับปรากฏขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังเดินผ่านกำแพง
จิตราเบิกตาโต “พี่ เห็นไหมคะ! มันขยับจริงๆ!”
เมฆาไม่ตอบ เพียงหยิบกล้องความร้อนขึ้นมา “มันไม่ได้ดูดซับความร้อนเลย อุณหภูมิคงที่ตลอด...น่าสนใจ”
“น่าสนใจของพี่ แต่ผมว่ามันน่ากลัวมากเลยนะครับ!” วรุฒกลืนน้ำลายเสียงดัง “ผมว่ามันจ้องผมอยู่ด้วย”
เมฆาเงยหน้า สายตามองตรงไปที่เงา เงาแมวหันหัวตาม แต่ไม่มีแสงไฟใดสะท้อนจากตา
เพียงแต่ในเงา...ดูเหมือนจะมีประกายแสงจางๆ เหมือน “สะเก็ดไฟ” สีน้ำเงินลอยวนอยู่ข้างใน
“จิตรา บันทึกค่าแสงตรงนี้ไว้ด้วย อาจเป็การหักเหของคลื่นความร้อนกับละอองน้ำ”
“ค่ะ แต่พี่... มันกำลังเดินเข้ามาใกล้พวกเรา...”
เปลวเทียนสั่นแรง ก่อนจะดับพรึ่บ!
ในความมืด เสียง เมี้ยววววว... ดังอยู่กลางสะพาน ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจแ่ของวรุฒ
วรุฒก้าวถอยหลังชนผนัง “พะ...พี่! มันอยู่ข้างๆ ผมแน่เลยครับ!”
เมฆายังนิ่ง “อย่าขยับ ฟังเสียงดีๆ มันมาจากจุดไหน”
“ทุกทิศครับพี่! ผมว่าผมกำลังอยู่ในวงผีแมว!”
แสงไฟจากจิตรากดสวิตช์ฉับขึ้น ส่องไปทั่ว
ไม่มีอะไรนอกจากกรงเหล็กเก่า กับเทียนที่ดับไปแล้ว...
แต่บนผนัง กลับมี “รอยเงา” แมวอีกสามสี่ตัว ซ้อนทับกัน ทั้งที่ไม่มีแสงใดส่องอยู่เลย
เมฆาขยับเข้าไปช้าๆ เอามือแตะเงานั้น
“รอยเงาไม่ควรค้างได้ถ้าไม่มีวัตถุต้นกำเนิด...”
เขายิ้มบางๆ “นี่สิของจริง — ไม่ใช่เื่หลอน แต่น่าค้นคว้า”
วรุฒถอนหายใจเฮือก “พี่ครับ ผมว่าพี่เป็คนเดียวในประเทศที่เห็นผีแล้วพูดคำว่า ‘น่าค้นคว้า’ นะครับ”
“ดีแล้ว” เมฆาตอบเรียบ “เพราะถ้านายเห็นแล้วพูดว่า ‘น่ากลัว’ คงไม่มีใครอยู่เก็บข้อมูลต่อ”
เสียงแมวร้องอีกครั้ง แต่คราวนี้...ตามมาด้วยเสียงเหมือน “คนพึมพำ” เบาๆ ใต้สะพาน
เมฆาหันขวับ “เสียงนั้น...”
จิตราเริ่มตัวสั่น “พี่คะ มันเหมือนเสียงคนเรียกชื่อ...”
เสียงนั้นเบาเกินกว่าจะฟังชัด แต่ทุกคนแน่ใจว่าได้ยินคำว่า
“...ช่วยด้วย...”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*