หญิงสาวตัดสินใจกลับบ้านเองหล่อนไม่อยากไปกับเขาแล้ว รู้สึกโกรธที่เขาทำอะไรแบบนั้น ไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้น่ากลัวเกินกว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว คงต้องรอเวลา...ที่จะขอร้องคุณธานุภาพให้ยกเลิกการแต่งงาน ก้าวมายืนรอรถตรงป้ายรถเมย์พยายามคุมสติตนเองไม่ให้กระเจิงไปเพราะภาพที่เห็นเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
ปี๊น! ปี๊น!
เสียงบีบแตรลั่นทำให้ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย
จ้องมองไปยังรถที่จอดตรงหน้าตนเองจำได้ว่ามันเป็ของใคร แต่เวลานี้หล่อนไม่อยากขึ้นมันเลยสักนิด กระจกรถถูกเปิดลงเขายื่นหน้าออกมาจากรถ
“ขึ้นรถซะ!”เสียงคำสั่งดังออกจากปากเขาทันที
“ไม่เป็ไรค่ะญากลับเองได้”
“ขึ้นมาหรือจะให้ฉันไปอุ้ม เธอก็รู้ว่าฉันเป็คนยังไง!”
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างเขาชายหนุ่มรีบทะยานรถออกไปทันที
“พ่อบอกให้เธอไปงานเลี้ยงกับฉัน!” เขาบอกเสียงเข้ม
“ไปงานเลี้ยงเหรอคะ?” หญิงสาวงง
“ใช่!”
“งานเลี้ยงของใครคะ” หญิงสาวถามด้วยความแปลกใจ
“ท่านรัฐมนตรีอาชาไชย เลี้ยงต้อนรับลูกสาวกลับมาจากต่างประเทศ!”
“ค่ะ”
“เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปแต่งตัวซะใหม่แล้วจะพาเธอไปที่งานเลย”
“ญาไม่ไปได้ไหมคะ?” ไม่อยากไป คนอย่างหล่อนไม่เหมาะกับงานหรูหราประเภทนี้หรอกหล่อนเป็แค่ผู้หญิงธรรมดาไม่ได้เกินจากสังคมเลิศหรู
ใบหน้าคมเข้มหันหน้ามาทางหญิงสาวพลางยิ้มเหยียดออกมาเหมือนที่เคยทำเป็ประจำ
“จะไม่ไปงั้นหรือไหนเธอบอกว่าเชื่อฟังคำสั่งของพ่อฉันทุกอย่าง แล้วทำไมตอนนี้ดันจะมาขัดคำสั่งซะล่ะ!” ชายหนุ่มย้อน
“ญาแค่ไม่อยากไปที่ๆคนวุ่นวายค่ะ”
“หุบปากแล้วก็ทำตามที่พ่อฉันสั่งซะ!” สิ้นเสียงของชายหนุ่มหล่อนเงียบกริบทันทีปล่อยให้เขาเป็สารถีต่อไป
เพียงเวลาไม่นานนักรถถึงจุดหมายร่างบางค่อยๆ ก้าวตามไปเงียบๆ เขาพาเข้าไปในร้านเสริมสวย หล่อนเคอะเขินเล็กน้อยเมื่อบรรดาสาวประเภทสองมารุมจับเนื้อต้องตัวตามคำสั่งของธานต์เมธา เป็เวลากว่าสองชั่วโมงที่เขานั่งรอจนถอนหายใจออกมาเป็ระยะๆ ด้วยความเบื่อหน่าย
“คุณธานต์คะเสร็จแล้วค่ะ” ช่างเสริมสวยบอก
ร่างบางเดินตามหลังช่างเสริมสวยออกมาธานต์เมธารู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด ชะงักและจ้องมองหญิงสาวโดยไม่ยอมละสายตา คนสวยก้มหน้างุดด้วยความอาย วันนี้ช่างเสริมสวยจับหล่อนใส่ชุดราตรียาวเกาะอกสีชมพูอ่อนช่วยขับให้ผิวที่ดูขาวอยู่แล้วดูผ่องมากผมยาวสลวยบัดนี้ถูกเกล้าไว้เหนือศรีษะประดับด้วยไข่มุก ปอยผมถูกม้วนลงมาเคลี่ยแก้มใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มอ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพู ชายหนุ่มพยักหน้าให้กับช่างด้วยความพอใจแล้วพาหญิงสาวไปเลือกเครื่องเพชร
“ฉันไม่เอาหรอกค่ะ”หญิงสาวรีบปฏิเสธทันทีเห็นชายหนุ่มส่งเครื่องเพชรให้
“พ่อฉันสั่ง”เสียงเรียบง่ายแต่เป็ดั่งคำประกาศิต ทำให้หญิงสาวต้องรับเครื่องเพชรมาสวมไว้อย่างเสียไม่ได้
งานเลี้ยงตอนรับบุตรสาวของท่านรัฐมนตรีถูกจัดในโรงแรมหรูร่างบางเดินตามเขาไปเงียบๆ โดยมีสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองด้วยความชื่นชมปนสงสัยธานต์เมธาหยุดชะงักลงเมื่อพบบิดา
“หนูญาเป็ไงบ้างลูก”ธานุภาพเอ่ยถามทันทีที่เห็นหญิงสาว
“ก็ดีค่ะ”
“เ้าธานต์พาหนูญาไปแต่งตัวที่ร้านไหนมาถึงได้ช้านัก แต่ก็ไม่เป็ไรออกมาสวยสมใจก็พอล่ะ”ชายชราชมไม่หยุดปาก
คนตัวเล็กยิ้มบางๆแม้รู้ว่าคนบางคนอาจหมั่นไส้
“ผมก็พาไปร้านเดิมๆ ที่พวกสาวๆ ของผมชอบไปนั้นแหละพ่อ” เขาบอกเสียงเรียบ
“งั้นหรือ แสดงว่าแกก็ถือว่าหนูญาเป็ผู้หญิงของแกสินะ” ธานุภาพย้อน
ธานต์เมธาอ้าปากจะปะทะคารมกับบิดาต่อแต่ก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อรัฐมนตรีอาชาไชยมาห้ามทัพไว้เสียก่อน
“อ้าว!ธานุภาพว่าไงนายสบายดีไหม” อาชาไชยเข้ามาทักทาย
“สวัสดีครับคุณอา”ธานต์เมธารีบยกมือไหว้พร้อมกับหญิงสาว
ร่างบางเดินห่างออกมาในระยะหนึ่งเพื่อจะให้ธานุภาพสนทนาได้อย่างสะดวกเช่นเดียวกับชายหนุ่ม
“นึกว่านายจะไม่มาแล้วธานุภาพ”
“จะไม่มาได้ยังไงลูกสาวนายกลับมาจากนอกทั้งที”
จีรดาบุตรสาวของอาชาไชยจ้องมองธานต์เมธาอย่างไม่วางตาหล่อนรู้สึกพึงพอใจในชายหนุ่มเป็อย่างมาก หน้าตาคมคายจมูกโด่งเป็สันรับกับดวงตาคม เพียงแค่หล่อนเห็นไกลๆ ใจของหญิงสาวก็แทบจะละลาย หล่อนยิ้มหวานให้กับบุตรชายเพื่อนบิดาอย่างจงใจแล้วเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา
“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานเอ่ยคำทักทาย โดยไม่สนใจผู้หญิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
ธานต์เมธาหันมองแล้วยิ้มให้ สีหน้าของอีกฝ่ายบอกให้รู้ความ้าหมดแล้ว
“ครับ”เขาตอบรับคำทักทาย
“คุณธานต์เมธาใช่ไหมคะ”เสียงหวานยังคงเจรจา
“ใช่ครับผม”
“จีรดานะคะ” แนะนำตัวเองแล้วยื่นมือให้อีกฝ่ายจับ
“ผมธานต์เมธาครับ”
ชายหนุ่มยื่นมือไปจับเพื่อแสดงมิตรไมตรีศศิรญาเมินหน้าหนีทันที ไม่อยากอยู่เป็กางขวางคอเขาก้าวไปยืนเคียงข้างธานุภาพทันที
ธานต์เมธาเหลือบมองแล้วกระตุกยิ้มหล่อนเป็อะไรแค่เห็นเขาคุยกับลูกสาวรัฐมนตรีถึงกับต้องเดินหนีเลยหรือว่าหล่อนกำลังหึง หวังว่าแม่นี่คงไม่หลงเสน่ห์เขา เหมือนสาวๆ คนอื่นๆ หรอกนะเพราะถ้าหากเป็อย่างนั้น เกมการเอาคืนมันคงไม่สนุก
“ดาได้ยินข่าวคราวคุณธานต์ตามนิตยสารมานานแล้วค่ะ คุณธานต์เก่งมากเลยนะคะ” จีรดาชมเขาไม่ขาดปาก
“ไม่หรอกครับถ้าจะเก่ง น่าจะเป็คุณพ่อของผมมากกว่านะครับ” คนถูกชมแสร้งถ่อมตัว
“ทำไมล่ะคะ เห็นว่าคุณธานุภาพท่านไม่ได้ทำงานในบริษัทแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
“ก็คุณพ่อเป็คนก่อตั้งบริษัท ส่วนผมเป็เพียงผู้สานต่อกิจการเท่านั้นครับ” ชายหนุ่มอธิบาย
ธานุภาพเหลือบมองเห็นบุตรชายเห็นยืนคุยอยู่กับบุตรสาวเพื่อนคิ้วขมวด ออกปากจัดการเรียกบุตรชายทันที
“เ้าธานต์!” เสียงเรียกของบิดาทำให้ธานต์เมธาหันไปมองก่อนจะเดินไปหา
“มีอะไรครับพ่อ?”
“มาคุยกับอาเขาหน่อยไม่ได้เจอกันนานแล้ว จำได้ไหมอาชาไชยนี่เ้าธานต์ลูกฉันเอง” ธานุภาพแนะนำ
“โตเป็หนุ่มแล้วนะเนี่ยครั้งสุดท้ายที่เจอกันเห็นจะตอนที่ธานต์เรียนมหาวิทยาลัยสินะ แต่ดูเดี๋ยวนี้สิกลายเป็หนุ่มเนื้อหอมอาเห็นข่าวเราตามนิตยสาร แล้วก็อินเตอร์เน็ตบ่อยๆ” อาชาไชยชม
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
“ตอนนี้เข้าไปทำงานแทนพ่อเต็มตัวแล้วใช่ไหม”อาชาไชยถาม
“ครับ”
“แล้วยังไม่แต่งงานเหรอเราน่ะ”
“ยังครับ” เขาตอบแล้วยิ้มบางๆ
“แต่งกับลูกสาวอาไหม ยัยดายังวางอยู่” อาชาไชยแสร้งหยอก
“พ่อคะพูดเล่นไปได้คุณธานต์เค้าไม่ชอบคนอย่างดาหรอกค่ะ” จีรดารีบขัดด้วยความอาย
ธานุภาพเห็นท่าไม่ดีเห็นทีเขาต้องจัดการขัดขวางไว้เสียก่อนเพื่อไม่ให้มันเลยเถิดไปมากกว่านี้
“เ้าธานต์คงแต่งกับใครไม่ได้หรอกอาชาไชยเพราะอีกไม่นานลูกชายฉันก็จะแต่งงานแล้ว” ธานุภาพขัดขึ้นทันที
“ว้า...เสียดายจังแบบนี้ลูกสาวผมก็ขึ้นคานแย่” อาชาไชยเสียงออยด้วยความเสียดาย
อาชาไชยเหลือบเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆธานุภาพ รัฐมนตรีเฒ่าจ้องไม่วางตาด้วยความเสน่หา สายตาของอาชาไชยทำให้ธานุภาพหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ
“ฉันลืมแนะนำไปนี่คือว่าที่สะใภ้ของฉันเอง!” เสียงของธานุภาพทำให้อาชาไชยชะงักเช่นเดียวกับจีรดาที่ไม่อยากจะเชื่อหูตนเอง’
“นี่ว่าที่สะใภ้บ้านนายเหรอ ถ้าหากไม่ถูกลูกชายนายจองไว้ล่ะก็ฉันคงขอจองแทนแล้วล่ะ” อาชาไชยหัวเราะ จ้องมองใบหน้าหญิงสาวไม่วางตา
ธานต์เมธายิ้มเยาะออกมาสายตาของอาชาไชยทำให้หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจทำไมผู้ชายที่แก่คราวพ่อถึงได้มีท่าทางราวกับตาแก่ตัณหากลับก็ไม่ปาน
“พ่อคะ ทำไมพูดล้อเล่นแบบนี้เดี๋ยวคนเค้าเข้าใจผิดนะคะ” จีรดาปรามบิดา
“พ่อแค่ล้อเล่นเท่านั้นเองลูกยังไงเชิญตามสบายเลยนะเดี๋ยวผมขอตัวก่อน”
“ครับ” ธานต์เมธาตอบ
รัฐมาตรีอาชาไชยและบุตรสาวออกไปจากวงสนทนาแล้วธานุภาพค่อยๆ หันหน้ามาหาหญิงสาวแล้วยิ้มให้ด้วยท่าทีอ่อนโยนเช่นเคย
“หนูญา...ไม่ต้องกังวลอะไรหรอกนะลูก เพื่อนของพ่อเค้าแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง” ธานุภาพปลอบ
คำพูดอาชาไชยเหมือนล้อเล่น แต่เขารู้ดีว่าคนอย่างอาชาไชยหาก้าอะไรแล้วไม่เคยสนว่าใครจะเดือดร้อนขนาดอายุอานามก็มากขนาดนี้ยังไม่ทิ้งลายผู้ชายเ้าชู้อีก ถ้าหากเป็แบบนี้เขาควรจะเร่งการแต่งงานของบุตรชายให้เร็วขึ้นเสียดีกว่า
“ผมว่าพ่อก็ให้ท่านรัฐมนตรีไปสิ!” ธานต์เมธาประชด
“เ้าธานต์!”
ร่างงามในชุดเกาะอกเดินเชิดฉายเข้ามาภายในงานกวาดตามองหาคู่หมั้นของตนเอง เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนโดดเด่นอยู่ภายในงานหล่อนรีบเดินเข้าไปหาเขาแล้วควงแขนไว้
“ธานต์คะ หนีนภามาได้ยังไงกันทำไมไม่ชวนนภามาด้วยล่ะคะ” นภาลักษณ์ตัดพ้อเสียงเบา
ธานุภาพจ้องมองผู้หญิงไร้ยางอายสีหน้าไม่พอใจน่าเอือมระอา
“หนูญาเราไปด้านโน้นกันเถอะ”
ธานต์เมธามองดูบิดากับหญิงสาวที่เดินออกไปด้วยความหมั่นไส้แล้วหันมามองคู่หมั้นของตนเอง ทำไมนภาลักษณ์ถึงมางานได้ในเมื่อเขาไม่ได้บอก
ชายชราไม่วายเหลียวมองบุตรชายแล้วเอ่ยปากอีกครั้ง
“เ้าธานต์มานี่”
ร่างสูงเดินเข้ามาหาบิดาด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายหยุดยืนนิ่งโดยที่มีคู่หมั้นสาวเดินตามมาไม่ห่าง นภาลักษณ์ชะงักทันทีที่เห็นผู้หญิงอีกคนนี่ใช่นังผู้หญิงที่ตาแก่้าให้เป็สะใภ้จริงเหรอนี่แต่งตัวแล้วยิ่งดูสวยขึ้นอีก นภาลักษณ์กวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาวรู้สึกสะดุดตากับสร้อยเพชรที่กำลังส่องประกายระยิบระยับอยู่รอบคอ
“มีอะไรครับ?”ชายหนุ่มถาม
“ทำไมแกไม่ไปเต้นรำกับหนูญา” คนเป็พ่อถาม เพราะ้าแยกบุตรชายออกจากคู่หมั้นอีกอย่างอยากเปิดตัวให้ผู้หญิงคนอื่นที่มันหวังปลอกลอกเงินจากบุตรชายได้รู้ว่าไอ้เ้าลูกชายตัวดีมันมีคู่หมายแล้ว