‘ร้อยรักหัวใจเดียว’
รวิญาดา
บทที่ 1. (ความหลังยังฝังใจ)
รถกระบะโฟร์วิลคันใหญ่สีดำคันหนึ่งกำลังแล่นผ่านถนนลาดยางที่ทอดยาวไปตามไหล่เขา ด้านหนึ่งเป็เหวลึกอีกด้านเป็ูเาสูงมีรอยกระเทาะของเศษดินและก้อนหินร่วงมากองอยู่ด้านล่าง ชวนให้ผู้ขับขี่ใจหวั่นใจว่าจะกลายเป็ผู้โชคร้ายประสบภัยูเาถล่มหรือไม่ ทิวทัศน์สองข้างทางมีความเขียวขจีให้เห็นประปราย เนื่องจากตอนนี้เป็หน้าร้อนอากาศแห้งแล้ง ต้นไม้ใบหญ้าพากันสลัดใบ หากมีใครมักง่ายโยนก้นบุหรี่ทิ้งลงมา ก็อาจเป็เชื้อไฟให้เกิดเพลิงไหม้ได้
รักร้อยบังคับพวงมาลัยประคองรถผ่านโค้งเล็ก โค้งกว้าง โค้งหักศอก สารพัดโค้ง บนเส้นทางที่คดเคี้ยวเหมือนอนาคตที่ยากจะคาดเดา มือเรียวบางเกร็งจับพวงมาลัยรถจนปวดข้อมือ ช่างเป็เื่โหดหินเหลือจะกล่าว หลังจากใช้เวลาเก้าชั่วโมงขับรถมาราธอนจากกรุงเทพมาตามเส้นทางสายเหนือ จำต้องแวะพักที่โรงแรมในตัวเมืองเชียงใหม่พอให้หายเหนื่อยหนึ่งคืน รุ่งเช้าสารถีสาวก็ขับรถพาตัวเองมุ่งตรงสู่อำเภอฝาง ดินแดนที่เป็แหล่งปลูกส้มอันดับต้นๆ ของประเทศ
ดวงตากลมโตมีแพขนตาหนางอนสวยตวัดมองเอกสารที่วางอยู่บนเบาะข้างๆ หลังจากมันถูกส่งกลับคืนเป็ครั้งที่สองในรอบเดือน นับั้แ่ครั้งแรกที่ส่งไป รักร้อยจำได้ว่าเธอเป็คนนำเอกสารเหล่านี้ส่งไปรษณีย์ด้วยตัวเอง แต่คนรับกลับส่งคืน พร้อมข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือสวยงามว่า
... ไม่สามารถทำตามพินัยกรรมได้ จึงไม่ขอรับมรดกใดใดทั้งสิ้น ลงชื่อ เอกดนู มหทรัพย์ไพศาล ...
เธอส่งมันไปอีกเป็หนที่สอง คนรับส่งกลับคืนพร้อมข้อความที่ยาวขึ้นกว่าครั้งแรกว่า
...ไม่ขอรับมรดกใดใดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็บ้าน รถ ที่ดิน เพชรทอง เครื่องประดับ รวมถึงมนุษย์ผู้หญิงที่ส่งรูปมาให้ดูด้วย และไม่ขอทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ลงชื่อ เอกดนู มหทรัพย์ไพศาล ...
ประโยคร่ายยาว เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงงดงามเหมือนคนสมัยเก่า แสดงเจตจำนงของตัวเองอย่างชัดเจน ทำให้รักร้อยกลุ้มใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ มรดกนับพันล้านของเ้าสัวเกริก มหทรัพย์ไพศาล ถูกหลานชายสายตรงอย่างเอกดนู ปฏิเสธ และกำลังจะลอยเข้าไปในอุ้งมือของคน เลว นามว่า เตโช หรือเต้ หลานชายอีกคนที่เกิดจากลูกสาวคนรองกับสามีชาวฮ่องกง ซึ่งมีเื้ัเป็นักค้าของเถื่อน ภายหลังได้จบชีวิตลงเพราะถูกเพื่อนร่วมแก๊งส์หักหลัง ทิ้งให้ภรรยาม่ายหอบลูกหนีคู่อริกลับมาพึ่งใบบุญบิดา
“ฉันไม่ยอมให้นายปฏิเสธฉันเป็ครั้งที่สามแน่ นายเอกดนู”
รักร้อยตั้งปณิธานกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทางโยนขึ้นรถกระบะคู่ใจ ขับมุ่งตรงมายังจังหวัดเชียงใหม่ จุดหมายสุดท้ายคือไร่ดินเดียว อาณาจักรของเอกดนู
“ให้มันรู้ไป ว่านายจะกล้าปฏิเสธไม่ยอมทำตามพินัยกรรมอีก”
รักร้อยเชิดหน้าใส่เงาของหญิงสาวในกระจกที่ทำท่าเดียวกัน มองมุมไหน รักร้อยก็เห็นแต่ความสวยของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็ผิวกายขาวอมชมพู ใบหน้ารูปไข่เรียวสวย ดวงตากลมโตใสแป๋วมีแพขนตาหนางอนไม่ต้องใช้มาสคาร่าให้เปลืองตัง แถมจมูกโด่งแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ริมฝีปากอิ่มเต็มเผยอออกนิดๆ ช่างเซ็กซี่เหลือเกิน ผมยาวสลวยเงางามอย่างกับขนกาน้ำ ยิ่งเสริมให้หญิงสาวดูสวยน่ามอง เ้าตัวก้มลงมองปทุมคู่งามของตัวเอง
“หุ่นฉันก็เนื้อนมไข่ ทำไมนายไม่สนใจมั่งหา อุตส่าห์ ส่งรูปให้ดู ยังมีหน้ามาปฏิเสธฉันอีก คิดเหรอ ว่านายจะรอดพ้นเงื้อมมือฉัน ไอ้เหยินเอ้ย!”
ภาพในควงามทรงจำของรักร้อยเกี่ยวกับเอกดนู คือ เด็กผู้ชายตัวผอมสูง ฟันเหยินเหมือนจอบหงาย หากเดินเข้าไปใกล้ๆ คงถูกเฉาะหน้าผากแหว่งไปแล้ว เธอพบเขาครั้งแรกตอนเอกดนูมาเยี่ยมเ้าสัวเกริกพร้อมนายเกียรติชัยผู้เป็บิดา เด็กชายเอกดนูถูกปล่อยให้มาวิ่งเล่นซุกซนตามประสาเด็ก จนมาพบกับเด็กหญิงรักร้อยยายผมเปียตัวแสบ ซึ่งกำลังเล่นยิงหนังสติ๊กอยู่ เด็กชายฟันเหยินจึงถูกเ้าถิ่นลากคอมาเป็เป้าซ้อมยิง โดยบังคับให้ยืนถือกระป๋องนมไว้ ะุดินเหนียวจากหนังสติ๊กถูกระดมยิงใส่ จนเป้ามนุษย์งอมพระราม หัวปูด หัวโน เขียวช้ำไปทั้งตัว ก่อนจะจบการเล่นมหาโหดสู่การเล่นพื้นฐานของเด็กสมัยนั้น คือหมากเก็บ เป่ากบ และเล่นพ่อแม่ลูก คนที่รับบทพ่อต้องให้ลูกๆ ขี่หลัง บทนี้เด็กหน้าใหม่ได้รับไป ส่วนบทแม่มีหน้าที่ตีและดูลูกๆ เป็ของหัวโจกอย่างรักร้อย ไม่นึกว่าสิบกว่าปีต่อมาทั้งสองจะถูกจับคู่กันอีกครั้ง ด้วยฝีมือกามเทพชราอย่างเ้าสัวเกริก
“หนูร้อย หนูต้องเอาตัวเ้าหนึ่งเดียวหลายชายปู่มารับมรดกให้ได้ บ้านมหทรัพย์หลังนี้เป็ของเค้า เ้าหนึ่งเดียวต้องกลับมาดูแล มาสืบทอดธุรกิจทุกอย่างของมหทรัพย์” คำสั่งเสียก่อนตาย ของเ้าสัวเกริกผู้เป็นายกึ่งญาติ ทำให้รักร้อยต้องพาตัวเอง มาพบเ้าเหยินอีกครั้ง
“ไอ้เหยิน โตมานายจะหน้าตาเป็ยังไง ตัวคงจะสูงใหญ่ ทั้งดำทั้งถึกเหมือนพวกชาวไร่แหงๆ”
รักร้อยจินตนาการภาพของเอกดนูตามความเข้าใจ เธอไม่เคยเห็นหน้าเขาอีกเลย นับั้แ่ตอนนั้นที่เป็หัวโจกพาพวกรุมรังแกเขาจนน่วมไปทั้งตัว เธอกับพวกถูกลงโทษฟาดด้วยไม้เรียวจนขาลาย ข้อหารุมรังแกหลานชายเ้าของบ้าน รักร้อยจำรอยเหยิน เอ๊ย รอยยิ้มของเอกดนูได้ หลังจากที่เขายื่นหน้าเข้ามาหาเธอจนฟันแทบเฉาะตาเธอบอด
“ยายหูกาง ครั้งนี้ฉันจะยกโทษให้เธอกับพวก ถ้าเจอกันครั้งหน้า ฉันจะจัดการเธอให้หนักกว่าที่เธอทำกับฉัน” พูดจบเขาก็ขโมยหอมแก้มเธอเต็มแรง ก่อนจะวิ่งขึ้นรถที่รออยู่
ปล่อยให้คนโดยขโมยจูบแรก น้ำตาไหล แก้มแดงเถือก เด็กหญิงไม่ได้ร้องไห้ด้วยความอับอายเพียงอย่างเดียวมันผสมกับความแค้นจนหัวใจระอุด้วยเพลิงแค้น ในหนังจีนกล่าวว่า แก้แค้นสิบปีไม่มีสาย
คราวนี้นอกจากจะตามจิกตัวเอกดนูมารับมรดกแล้ว เธอจะทวงแค้นเขาคืนด้วยข้อหา ‘เกือบทำให้เธอเสียโฉม ตอนที่ถูกขโมยจูบฟันเหยินๆ ของเขา เฉาะแก้มเธอจนเป็รอยแดงเืไหลซิบ ต้องเสียเวลารักษาอยู่หลายเดือน าแครั้งนั้นทิ้งร่องรอยจางๆ เป็รอยบุ๋มตรงแก้มข้างซ้าย มองเผินๆ นึกว่าเธอมีลักยิ้ม แต่ที่จริงแล้ว ลักยิ้มนั้นเกิดจากฤทธิ์ฟันจอบของเขาต่างหาก
แค่คิดรักร้อยก็ขนลุกเกรียว ขยะแขยงปนหวาดหวั่นในหัวใจ เมื่อพินัยกรรมของเ้าสัวเกริก ระบุว่าจะยกทรัพย์สมบัติของตระกูลมหทรัพย์ไพศาลให้เอกดนู โดยมีเงื่อนไขว่า เขาต้องแต่งงานกับคนที่เ้าสัวเกริกหาให้ ผู้หญิงคนนั้นคือตัวเธอเอง นางสาวรักร้อย มณีกุล
“ไอ้เหยิน นายกล้าปฏิเสธหญิงงามอย่างฉันได้ยังไง ทั้งๆ ที่นายขโมยจูบแรกของฉันไป นายต้องชดใช้ให้ฉัน!”
รักร้อยประกาศก้อง เธอต้องลากคอไอ้เหยินและบังคับให้เขา ทำตามพินัยกรรมของเ้าเกริกให้ได้ แม้จะผะอืดผะอมแค่ไหน เธอก็จะทนทำภารกิจนี้ให้ลุล่วง เพื่อตอบแทนบุญคุณเ้าสัวชราผู้ให้ชีวิตเธอและพ่อแม่
รถกระบะคันนั้นมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทาง ผ่านประตูทางเข้าไร่ ซึ่งมีป้ายเขียนติดไว้ว่า “ไร่ดินเดียว”
อีกไม่กี่นาที เ้าของไร่หนุ่มจะได้ต้อนรับเ้าสาวอย่างเธอ รักร้อยยิ้มเหี้ยม ตอนเด็กไอ้เหยินมันแหยแฝ่นจะตาย โตมาคงไม่ต่างกันเธอจะจัดการให้มันยอมจดทะเบียนกับเธอ แค่นี้เอง ง่ายๆ ยิ่งกว่าลิงปอกกล้วย หญิงสาวคิดอย่างลิงโลด เหยียบคันเร่ง นำพารถเคลื่อนไปด้วยความเร็ว
ทันใดนั้นเอง!
โครม!!!
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
มาอัพให้อ่าน กับนิยายแนวโรแมนติกคอมเมดี้ กุ๊กกิ๊กอารมณ์ดี
ความรักระหว่างหนุ่มชาวไร่ กับสาวจอมแสบ จะสนุกสนานมัน ฮา แค่ไหน ติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา