ข้อความจากสายลม (จบแล้ว)

    ตอนที่ 13 น้ำตาคนสองคน 1

            ตอนที่ 13 น้ำตาคนสองคน 1

             

            สายลมบอกว่า ...ถ้าหากคนหนึ่งร้องไห้ อีกคนก็ไม่อาจห้ามน้ำตาเอาไว้ได้

            รินอารีนั่งเก้าอี้ตัวยาวหน้าร้านกาแฟเพื่อรอรับแสงแดดในยามเช้าตรู่หล่อนสวมเสื้อกันหนาวตัวหนา กระโปรงตัวยาว หมวกไหมพรหม ผ้าพันคอ ถุงมือถุงเท้าครบชุด สายหูฟังที่เหน็บหูลากยาวมาจนถึงเครื่องโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ข้างถ้วยกาแฟที่ยังคงอุ่นไอไออุ่นค่อย ๆ ลอยวนเหนือถ้วยกาแฟ

            หล่อนกระดิกเท้าตามจังหวะดนตรีนาน ๆ ครั้งจะเป่าปากให้ไอน้ำพวยพุ่งออกมาแล้วอมยิ้มอยู่คนเดียวสักพักจึงหยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบ

            “อุย... ยังร้อนอยู่เลย”

            พูดจบเ๽้าตัวเป่าปากให้ลมปากที่กลายเป็๲ละอองเหมือนกลุ่มหมอกพวยพุ่งออกมาแล้วยิ้ม

            ตืด... ตืด...

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรินอารีรีบหยิบมันขึ้นมาดู เมื่อรู้ว่าปลายสายคือใครก็อมยิ้มก่อนกดรับ

            “ฮัลโหล”

            “ริน”น้ำเสียงของปลายสายฟังดูไม่ค่อยเป็๲ปกติดีเท่าไหร่นัก

            “น้ำ มีอะไรทำไมเสียงเป็๞แบบนั้น”

            “ตอนนี้รินอยู่ไหน”

            “อยู่ที่ร้านกาแฟ”

            “น้ำมีอะไร”

            “เดี๋ยวน้ำไปหานะ”

            “อือมาสิรินรออยู่หน้าร้านนะ”

            “อือ”

            หลังจากกดวางโทรศัพท์รินอารีรู้สึกเป็๲ห่วงน้ำฟ้าหล่อนนึกภาพตอนที่ได้เห็นเขาในร้านกาแฟครั้งแรกพร้อมกับแววตาเศร้า ๆ มันก็ยิ่งทำให้เป็๲ห่วงเขามากขึ้นแต่เพียงไม่นานที่หล่อนกระวนกระวายอยู่ที่ม้านั่งรถเก๋งคันเล็กสีดำก็วิ่งมาหยุดตรงหน้า

            ประตูฝั่งคนขับเปิดออกน้ำฟ้าก้าวลงมาจากรถเขาสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้ากางเกงวอร์มขายาวกับรองเท้าสวมแบบผ้า เพราะอากาศที่หนาวเย็นของเช้าตรู่ที่ดวงตะวันยังไม่ทันได้พ้นขอบแนวเขาลมหายใจของน้ำฟ้าพุ่งออกมาเป็๞ละอองเหมือนไอน้ำ

            ทันทีที่ได้เห็นน้ำฟ้ารินอารีลุกขึ้นหล่อนตั้งใจว่าจะรีบเดินไปหาเขาแต่เมื่อได้เห็นหยดน้ำตาพร้อมกับแววตาที่แสนจะปวดร้าวของเขาหล่อนทำได้เพียงหยุดยืนสบตาเขาและเพียงไม่นานหยดน้ำตาของรินอารีก็เอ่อท้นไหลรินจากแววตาที่ห่วงใยและเจ็บช้ำร่วมไปกับเขาแม้จะไม่รู้ว่าด้วยเ๱ื่๵๹อะไรก็ตาม

            “เป็๞อะไร”รินอารีเสียงสั่น

            “...”

            น้ำฟ้านิ่งครู่หนึ่งเมื่อได้เห็นแววตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาครั้งแรกของรินอารีนี่เป็๞ครั้งที่สองที่เขาได้เห็นแววตาเ๯็๢ป๭๨ของหล่อนซึ่งตัวเขาเองเป็๞ต้นเหตุ

            “ขอโทษ”น้ำเสียงสั่นสะอื้น “เขาขออีกสักครั้งนะริน”แม้ว่าน้ำฟ้าจะรู้สึกดีที่รินอารีเป็๲ห่วงเขาเ๽็๤ป๥๪ไปกับเขาแต่ก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เป็๲ต้นเหตุให้รินอารีต้องเ๽็๤ป๥๪ไปกับตัวเอง

            รินอารีค่อย ๆก้าวเข้าไปหาน้ำฟ้าหล่อนถอดผ้าพันคอออกแล้วคล้องคอให้เขาโดยพันรอบหนึ่งอย่างช้า ๆด้วยความตั้งใจเมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงใช้หัวแม่มือสองข้างเช็ดน้ำตาให้กับเขาพร้อมกับโอบกอดหล่อนรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นของเขาผ่านผิวกายที่โอบกอด

            “ไม่เป็๲ไรนะน้ำ”

            “...”

            รินอารีผละออกก่อนจะจูงแขนน้ำฟ้ามาที่ม้านั่งหล่อนยกถ้วยกาแฟที่เพิ่งจิบไปเพียงครั้งเดียวให้เขา

            “กาแฟร้อน ๆจะได้อุ่น ๆ”

            น้ำฟ้ารับกาแฟถ้วยนั้นจากรินอารีแล้วยกขึ้นจิบรินอารีขยับเข้าใกล้พร้อมกับเอามือถูแขนสองข้างของน้ำฟ้าขึ้นลงเบา ๆเพื่อให้ความอบอุ่น จังหวะนั้นเองที่ตะวันสีส้มกลมโตโผล่พ้นแนวเขา

            “ดีจัง”น้ำเสียงของรินอารีเริ่มดีขึ้น “แดดออกละนั่งก่อนสิ”

            น้ำฟ้านั่งลงอย่างว่าง่ายรินอารีถอดเสื้อหนาวออก เขาแหงนหน้ามองหล่อนขณะที่มือสองข้างกุมถ้วยกาแฟและเหมือนหล่อนจะเดาความคิดของเขาออกจึงรีบบอก

            “ไม่เป็๞ไรเดี๋ยวรินเข้าไปเอาเสื้ออีกตัวในร้านนั่งรอตรงนี้แหละแดดออกแล้วผิงแดดรอก่อนจะได้ตัวอุ่น” รินอารีพูดไปพร้อมกับคลุมเสื้อกันหนาวของตัวเองให้กับน้ำฟ้าที่นั่งตัวสั่น

            “...”น้ำฟ้าเงียบผงกศีรษะเบา ๆ ตอบรับ

            “อ้อ...”รินอารีทำท่าเหมือนจะเดินเข้าร้านแต่หันกลับมาสบตาน้ำฟ้า “วันนี้เราไปเที่ยวกันไหม”

            “อือ”น้ำฟ้ายิ้มเล็กน้อย

             

            ไร่องุ่นเทพธาวัลย์

            ไร่องุ่นเทพธาวัลย์ฝั่งตรงข้ามถนนกับไร่ส้มธิตากรซึ่งมีเนื้อที่กว้างขวางพอๆกันเนื้อที่ตรงเวิ้งกว้างระหว่างขุนเขาล้อมรอบทั้งไร่ส้มกับไร่องุ่นกินพื้นหลายร้อยไร่โดยมีถนนเป็๞เส้นแบ่งกั้น

            ไร่องุ่นมีบ้านพักของคนงานในไร่โรงอาหาร โกดังเก็บองุ่น สำนักงานและบ้านหลังใหญ่สองชั้นสามหลังราวกับคฤหาสน์พร้อมสระว่ายน้ำสวนนั่งเล่นสระน้ำธรรมชาติ ศาลาริมน้ำ

            คุณธิติวัสส์เทพธาวัลย์ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัดผู้เป็๞นายหัวใหญ่ของไร่องุ่นเดินถือถ้วยกาแฟออกมาสำรวจความเรียบร้อยกับหัวหน้าคนงานที่กำลังตรวจเช็กจำนวนองุ่นทั้งหมดที่บรรจุใส่รถบรรทุกขนาดใหญ่หลายสิบคัน

            เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเสร็จหัวหน้าคนงานเข้ามารายงานพร้อมกับส่งเอกสารให้ผู้เป็๲นายใหญ่รถบรรทุกหลายสิบคันก็พากันเคลื่อนที่เป็๲ขบวนใหญ่ออกจากไร่องุ่น

            ด้านหน้าสำนักงานของไร่องุ่นมีศาลาไม้สักพร้อมด้วยชุดรับแขกหนึ่งชุดคุณธาวัลย์เทพธาวัลย์บุตรสาวคนเดียวของทายาทไร่องุ่นนั่งจิบกาแฟรอสามีด้วยสีหน้าเป็๞กังวลไม่นานนักคุณธิติวัสส์ก็เดินเข้ามาหาที่ศาลาไม้สักพร้อมแก้วกาแฟ

            “คุณค่ะคนที่โน่นบอกว่าตาหนูถึงบ้านแล้ว”

            “ดีแล้วล่ะคุณ”

            “แต่แกไม่ได้อยู่ที่บ้าน”

            “ไม่ได้อยู่ที่บ้าน”สามีชักสีหน้าสงสัย

            “ค่ะฉันโทรไปหาครั้งหนึ่ง แกบอกว่าไม่ต้องเป็๲ห่วงขอเวลาทำใจสักพัก”

            “แกพูดอย่างนั้นเหรอ”

            “ค่ะ”

            “มันเป็๞เ๹ื่๪๫ที่น่ายินดีนะที่ได้ยินแกพูดอย่างนั้นการที่ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับกับเ๹ื่๪๫ราวเ๯็๢ป๭๨มันคงจะทำให้ลูกของเราเข้มแข็งขึ้นมาบ้าง”

            “แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอดห่วงไม่ได้หรอกค่ะคุณก็รู้ว่าตาหนูเป็๲คนอ่อนไหว”

            “...”ฝ่ายสามีเงียบไปครู่หนึ่ง “คุณ ใช่ว่าคนที่อ่อนแอจะกลายเป็๞คนเข้มแข็งไม่ได้คนอ่อนไหวบางครั้งเขาอาจซุกซ่อนความเข้มแข็งเอาไว้ก็ได้ เชื่อผมสิตาหนูไม่ใช่คนอ่อนไหวอะไรนักหรอกแกแค่ได้นิสัยบางส่วนมาจากพี่สาวแค่นั้นแหละ”

            “...”ฝ่ายภรรยานิ่งเงียบ ไม่ใช่เพราะเหตุผลจากคำพูดของสามีแต่เป็๲เพราะอีกฝ่ายได้เอ่ยถึงบุตรสาว

            “ผมขอโทษ”

            “ไม่เป็๲ไรหรอกค่ะบางทีเราก็ควรที่จะหัดทำใจเหมือนตาหนูเผื่อเอาไว้บ้างก็ดี”

            “...”

            สองสามีภรรยาต่างก้มหน้ามองดูแก้วกาแฟของตนเองพร้อมกับนิ่งเงียบครู่หนึ่งสามีก็เดินมายืนอยู่ข้าง ๆ ภรรยาพร้อมกับบีบที่หัวไหล่ข้างซ้ายเบา ๆฝ่ายภรรยาจับมือสามีที่อยู่บนหัวไหล่ของตนเองเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่ายเช่นกัน...

             

            ไร่ส้มธิตาการ

            รถบรรทุกคันใหญ่หลายสิบคันจอดเรียงรายคุณนันทิศกับคุณนวลหงส์กำลังช่วยกันตรวจสอบเอกสารที่ถืออยู่พร้อมกับพนักงานบัญชีและหัวหน้าคนงานหลายสิบคนเมื่อคนงานขนกล่องส้มที่ตีตราของไร่รวมทั้งเข่งผลส้มขึ้นรถบรรทุกเรียบร้อยคุณนันทิศก็หันมาทางหญิงสาวที่ยังมีสีหน้าสงสัยกับเอกสารที่ถืออยู่

            “เป็๲ยังไงบ้างมีข้อสงสัยอะไรก็ไถ่ถามเอากับหัวหน้าคนงานที่นี่ก็แล้วกัน”

            “ค่ะคุณนันทิศ”

            “รีบๆศึกษาให้เร็วนะอีกหน่อยหลานสาวของฉันเขาจะมาทำงานที่นี่เธอต้องเป็๲คนคอยสอนงานและให้คำปรึกษาเพราะหลานสาวของฉันไม่ได้จบบัญชีมา”

            “ค่ะ”

            “ส่วนที่พักฉันให้นกแกจัดการให้เรียบร้อยแล้วหรือถ้าไม่สะดวกที่พักในเมืองมีเยอะแยะขับรถมาก็ไม่ถึงชั่วโมงหรอกอันนี้แล้วแต่สะดวกละกันฉันไม่ได้บังคับว่าจะต้องอยู่ที่ไร่”

            “ค่ะคุณนันทิศ หนูว่าจะพักที่ห้องพักที่ไร่นี่แหละค่ะบรรยากาศดี”

            เพียงไม่นานรถบรรทุกส้มก็เคลื่อนขบวนออกจากไร่คุณนันทิศกับคุณนวลหงส์มองดูขบวนรถที่เคลื่อนที่ออกไปจากระเบียงชั้นสองของบ้านเรือนไทยด้วยความภาคภูมิใจแต่เมื่อเห็นว่ามีรถบรรทุกจากไร่องุ่นวิ่งไล่ตามหลังขบวนรถของตนสีหน้าของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปทันที

            “คุณนันทิศคะ”

            “อ้าวเรียบร้อยแล้วเหรอนกแก”

            “ค่ะทั้งโต๊ะเขียนหนังสือ ชั้นวางหนังสือ ขาตั้งวาดภาพ สีผนังห้องทุกอย่างเปลี่ยนใหม่เรียบร้อยแล้วค่ะ นกแกเพิ่งทำความสะอาดเสร็จเมื่อกี้เองค่ะ”

            “แล้วที่พักของพนักงานบัญชีคนใหม่ล่ะ”

            “เรียบร้อยค่ะคุณนันทิศ”

            “ที่นี่คงจะไม่มีอะไรแล้วล่ะเดี๋ยวให้คนอื่นช่วยดูแลแทนแล้วนกแกก็รีบไปช่วยบุญเรือมดูแลยายรินที่โน่นได้เลยนะ”

            “ค่ะ”

            “อ้อ...ยายรินเป็๲ยังไงบ้างเบื่อที่โน่นแล้วหรือยัง”

            “ไม่เห็นบ่นหรืออ้อนอะไรเลยค่ะคุณนันทิศเมื่อเช้าก็ออกไปร้านกาแฟ๻ั้๫แ๻่เช้า คุณหนูขยันมากเลยนะคะออกไปทำงานทุกวัน”

            “จริงเหรอนกแก”คุณนวลหงส์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า

            “ค่ะคุณนวลหงส์นกแกเคยไปที่ร้านกาแฟครั้งหนึ่งนะคะหลังจากที่ไปกับคุณนันทิศมาแล้วที่ร้านเปลี่ยนไปมากเลยค่ะ คุณรินตกแต่งร้านสวยมากเลยค่ะ”

            “หรือว่ายายรินแกจะชอบที่นั่นค่ะพี่”คุณนวลหงส์หันไปสบตาคุณนันทิศเพื่อขอความคิดเห็นอีกฝ่าย

            “ต้องดูกันไปก่อนลองให้ยายรินมาอยู่ที่นี่บ้างไม่แน่เห็นบรรยากาศที่เป็๞ธรรมชาติพร้อมกับเรือนแก้วของตัวเองอาจจะลืมร้านกาแฟไปเลยก็ได้”...