บทที่ 9
ว่าที่คู่หมั้น อะไรกันเนี่ย
เมื่อทำหน้าที่ของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้วฟางหนิงฮวาก็กลับมาที่ร้านอย่างสบายใจหลังจากนั้นจึงทำหน้าที่ปั้นแป้งซาลาเปาต่อร้านนี้ไม่ได้ขายดีเพียงแค่่เช้าหรือว่า่ที่ผู้คนพักกินข้าวกันเท่านั้นแต่ทว่าขายดีทั้งวันเพราะเมืองถู่หยางนั้นมีผู้คนมากมายแต่ละคนทำงานไม่เหมือนกันเวลาพักกินข้าวบางครั้งก็ไม่ตรงกันดังนั้นซาลาของร้านสกุลฟางจึงขายได้ทั้งวัน
ที่ร้านไม่ได้มีเพียงแค่ซาลาเปาอย่างเดียวยังมีหมั่นโถวขายด้วย
ฟางหนิงฮวาไม่คิดว่า์จะเข้าข้างตนเองถึงเพียงนี้ชาติที่แล้วได้ทำงานที่ตัวเองรักนั่นก็คือการเป็เชฟพอตายแล้วกลับมาเกิดใหม่ยังได้เกิดเป็บุตรสาวร้านขายซาลาเปาอีก ช่างมีความสุขจริงๆ นางคิดเล่น ๆ ว่าในภายภาคหน้าหากคุ้นเคยกับเมืองนี้และรู้เื่ลู่ทางการทำมาหากินแล้วก็อยากจะขยายร้านซาลาเปาให้เป็ร้านอาหารที่โด่งดังที่สุดในเมืองถู่หยาง
พูดถึงร้านอาหารแล้วที่เมืองถู่หยางนั้นมีผู้คนอาศัยอยู่มากมายก็จริงแต่ร้านอาหารขึ้นชื่อมีอยู่ไม่กี่แห่งที่พอจะนึกออกก็จะมีที่โรงเตี้ยมเฉียนฮวากับเหลาสุราซ่งเฮ่อเท่านั้นที่อื่นล้วนขายอาหารแบบปกติทั่วไปจำพวกบะหมี่ เกี๊ยวจะว่าไปแล้วหากบุกเบิกตลาดได้ก่อนย่อมจะได้เปรียบ
"หนิงฮวาปั้นแป้งซาลาเปาชุดนี้เสร็จเอาซาลาเปาไปให้บ้านของว่าที่คู่หมั้นเ้าหน่อยนะ" เสียงพูดดังมาจาหน้าร้านเป็คำสั่งของบิดานั่นเอง
ได้ยินแล้วก็ถึงกับชะงักกึก 'ว่าที่คู่หมั้น? ว่าที่คู่หมั้นอันใดกัน?' ฟางหนิงฮวาเงยหน้ามองบิดาอย่างงุนงงพลางความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็วิ่งเข้ามาในหัว
สกุลฟางมีสหายสนิทที่มาจากหมู่บ้านเดียวซึ่งก็คือสกุลเหลียนสกุลเหลียนทำการค้าในเมืองถู่หยางนี่มาั้แ่ก่อนที่พวกฟางหนิงฮวาจะเข้ามาเปิดร้านเสียอีกพวกเขาขายหมูอยู่ที่หัวมุมถนนถัดไปอีกไม่กี่ร้านร้านขายหมูของสกุลเหลียนใหญ่ที่สุดในตลาดแห่งนี้ตอนที่ฟางตวนจะเข้ามาหาลู่ทางค้าขายนั้นก็ได้เ้าของร้านขายหมูนี่แหละช่วยหาทำเลให้
พวกเขามีบุตรชายผู้หนึ่งนามว่าเหลียนต้าเป่าต้าเป่าเป็หนุ่มน้อยนิสัยดีทั้งยังจิตใจโอบอ้อมอารีมีเมตตา เด็ก ๆในตลาดต่างก็รักใคร่เขากันทั้งนั้นเขามีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนผู้ใดก็คือมีรูปร่างที่อ้วนตุ๊ต๊ะ แก้มกลมย้วยผิวขาวผ่องจนบางครั้งออกแดดนิดหน่อยก็แดงแล้วดูไปน่ารักไม่น้อยและนี่จึงเป็เหตุให้ที่ทำเขาเป็ที่รักของทุกคน
แต่สำหรับฟางหนิงฮวาแล้วต้าเป่าเป็สหายสนิทที่เล่นมาั้แ่เด็กจะให้คิดเกินเลยถึงขั้นเป็คู่หมั้นได้อย่างไรแต่ทว่าที่ห้ามไม่ได้ก็คือเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาบิดาของทั้งสองคนได้ถือวิสาสะคุยเื่นี้กันไปแล้วโดยที่ไม่ได้ถามความเห็นของบุตรทั้งสองฟางหนิงฮวารู้ใจตัวเองว่าไม่อยากหมั้นกับต้าเป่า แต่แล้วต้าเป่าล่ะนางเองก็อยากรู้ว่าเขาคิดอย่างไร
"เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้นราวกับไม่อยากไปเยี่ยมต้าเป่าอย่างนั้นแหละเ้าเองก็ไม่ได้ไปมาหลายวันแล้วไม่ใช่หรือไปพบกันสักหน่อยความสัมพันธ์จะได้แน่นแฟ้นขึ้น" ฟางตวนกล่าว
ฟางหนิงฮวาได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนจะอธิบายให้บิดาฟัง "ท่านพ่อท่านก็รู้ว่าข้ากับต้าเป่าเป็สหายกัน พวกเราใช้ชีวิตฉันท์สามีภรรยาไม่ได้หรอกท่านล้มเลิกความตั้งใจนี้เสียเถอะข้าจะให้ต้าเป่าพูดเื่นี้กับท่านลุงเหลียนด้วย"
"หากว่าเ้าไม่แต่งกับต้าเป่าแล้วผู้ใดจะมาแต่งกับเ้าเล่าคนทั้งเมืองต่างก็รู้ว่าบุตรสาวสกุลฟางร่างกายไม่แข็งแรงไม่มีผู้ใดอยากได้คนป่วยเข้าไปอยู่ในตระกูลหรอกรู้หรือไม่" ฟางตวนทั้งกล่าวทั้งทอดถอนใจเป็อย่างที่เขาว่าหากว่าผู้ใดจะแต่งเข้าไปเป็ภรรยาก็จำเป็ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงพร้อมจะมีบุตรสืบสกุลแต่ว่าฟางหนิงฮวาป่วยกระเสาะกระแสะมาั้แ่เด็กเลยไม่มีบุตรชายตระกูลไหนมาให้ความสนใจเลยถึงแม้ว่านางจะมีหน้าตาที่งดงามไม่น้อยก็ตาม
"เช่นนั้นจะไม่เป็การบังคับจิตใจของต้าเป่ามากเกินไปหรือเ้าคะพวกท่านบังคับให้เขาแต่งหญิงสาวที่ป่วยเข้าบ้านหากว่าข้าไม่มีลูุกหลานสืบสกุลให้เขาขึ้นมาแล้วพวกเราจะทำอย่างไร" ฟางหนิงฮวากล่าว
คำกล่าวของนางทำเอาผู้เป็บิดาถึงกับต้องฉุกคิดเหตุผลนี้ถูกต้อง เป็เพราะเขาเห็นแก่ตัวเห็นแก่บุตรสาวของตนเองมากเกินไปจนไม่ได้นึกถึงต้าเป่าเลยว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรและหากว่าแต่งกันไปฟางหนิงฮวามีบุตรไม่ได้แล้วต้าเป่าจำเป็ต้องแต่งอนุเข้ามาเล่าความเป็อยู่ของบุตรสาวของตนจะต้องน่าสงสารถึงเพียงไหน
"แต่ถ้าเ้าไม่แต่งงานจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรเล่า" นิ่งหรงผู้เป็มารดาถามด้วยความเป็ห่วง
"จะไปยากอันใดเล่าท่านแม่พวกท่านก็เพียงแค่ส่งต่อร้านซาลาเปาให้กับข้าในภายภาคหน้าข้าจะทำให้มันรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก พอข้าร่ำรวยแล้วก็ไม่ต้องแต่งงานอีกอย่างข้าจะเลี้ยงดูท่านพ่อท่านแม่เป็อย่างดีเลย" ฟางหนิงฮวากล่าวท่าทางของนางมุ่งมั่นราวกับว่าไม่ใช่ฟางหนิงฮวาคนเดิมบิดากับมารดาต่างก็มองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
"ไปเถอะ ๆประเดี๋ยวไม่ทันพวกเขากินข้าวเที่ยง" นิ่งหรงบอกกับบุตรสาว
"เ้าค่ะ" ฟางหนิงฮวารับคำ
มาถึงร้านขายหมูฟางหนิงฮวาก็มองสำรวจดูร้านโดยบรอบทว่าไม่เห็นต้าเป่าก็แปลกใจเล็กน้อยปกติแล้วต้าเป่าไม่ค่อยออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน เขาจะนั่งอยู่ที่โต๊ะและทำบัญชีของร้านอย่างตั้งอกตั้งใจ
"ท่านลุงเหลียนข้าเอาซาลาเปามาส่งเ้าค่ะ" ฟางหนิงฮวาร้องบอกชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งกำลังถือมีดหั่นหมูอยู่ในมือผ้ากันเปื้อนของเขามีรอยคราบอันเนื่องมากจากมันหมูอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ดูสกปรกจนหน้าเกลียด
"หนิงฮวา…มาแล้วหรือเอาวางไว้ที่โต๊ะเถอะ" เหลียนถงกล่าวในมือยังคงหั่นหมูยิก ๆ
ฟางหนิงฮวามองไปรอบร้านอีกครั้งในเมื่อแน่ใจแล้วว่าต้าเป่าไม่น่าจะอยู่จึงเอ่ยถาม "ท่านลุงเหลียนต้าเป่าเล่าเ้าคะ"
"อ้อ…ข้าให้เขาออกไปส่งหมูน่ะสักครู่ก็คงกลับมาแล้ว เ้ารอที่นี้ก่อนนะ" เหลียนถงกล่าว
หลังจากนั้นไม่นานต้าเป่าก็กลับเข้าร้านมาเห็นว่าฟางหนิงฮวานั่งรออยู่ก็รู้ได้ว่านางต้องมีเื่สำคัญคุยด้วยเป็แน่แต่กลับรู้สึกว่าฟางหนิงฮวาในวันนี้ดูไม่เหมือนกับที่ผ่านมา นางดูแข็งแรง สดใสแล้วก็มั่นใจมากกว่าปกติ
"เ้ามาก็ดีแล้วข้ามีธุระสำคัญต้องคุยกับเ้า พวกเราไปหาที่สงบ ๆ คุยกันดีกว่า" ฟางหนิงฮวากล่าว
ต้าเป่าพยักหน้างหงึก ๆ อย่างงงงันแต่ก็พาสหายมานั่งคุยกันที่หลังร้านตรงข้างบ่อน้ำ "เ้ามีเื่อันใดหรือ"
"ก็เื่ที่บิดาของพวกเราคุยกันไว้เมื่อตอนปีใหม่อย่างไรเล่าข้ากล่าวกับท่านพ่อไปแล้วว่าพวกเราเป็สหายกัน ไม่เหมาะที่จะแต่งกันหรอกให้ท่านพ่อเอาเื่นี้ไปคิดดูอีกที แล้วเ้าล่ะคิดว่าอย่างไร" ฟางหนิงฮวาบอกต้าเป่าไปตามความจริงนางไม่คิดว่าต้าเป่าจะเสียใจเพราะรู้สึกได้ว่าต้าเป่าเองก็ไม่ได้ชมชอบนางในฐานะนั้นเช่นกัน
"ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเ้าแต่ไม่คิดว่าบิดาของข้าจะใจอ่อนลงง่าย ๆ เหมือนท่านอาฟางน่ะสิ" ต้าเป่าบอก
ทั้งสองต่างก็รู้นิสัยของเหลียนถงเป็อย่างดีว่าเขาเป็คนที่มีความเด็ดขาดถึงเพียงไหนหากว่าอยากจะเปลี่ยนความคิดของเขานั้นจำเป็จะต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้นเท่านั้นดังนั้นทั้งสองจึงได้ช่วยกันคิดอย่างเคร่งเครียด
"เ้าพอจะนึกเหตุผลบางอย่างออกหรือไม่อย่างเช่นปฏิเสธข้าเพราะว่าข้าป่วยในภายภาคหน้าอาจจะไม่สามารถมีบุตรสืบสกุลให้เ้าได้" ฟางหนิงฮวาเสนอ
ต้าเป่าครุ่นคิดอยู่สักครู่ก่อนกล่าว "เหตุผลนั้นคงไม่เพียงพอเพราะถึงอย่างไรเ้าก็เป็ถึงบุตรีของสหายรักของพ่อข้าดังนั้นการรับเ้าไว้ย่อมเป็เื่ดีเป็การช่วยเหลือเ้าด้วยแต่หากว่าในภายภาคหน้าเ้าไม่มีบุตรจริง ๆ ท่านพ่ออาจจะเสนอให้ข้ารับอนุก็ได้"
"ก็จริงของเ้าแล้วพวกเราจะมีเหตุผลอื่นใดมาอ้างได้อีกเล่า" ฟางหนิงฮวาทอดถอนใจอย่างหมดหวัง
"ขะ…ข้ามีหญิงในดวงใจผู้หนึ่ง" ต้าเป่ากล่าว
"นางเป็ผู้ใดกัน" ฟางหนิงฮวาถามด้วยความตื่นเต้น
"เ้าก็เคยเห็นนางเป็แม่นางหยางบุตรสาวของร้านผลไม้แห้งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านของข้าและตอนนี้ข้าก็กำลังลดความอ้วนเพื่อที่จะหาทางเข้าหานางอยู่" ต้าเป่าตอบอย่างขวนเขิน
"แม่นางหยางเสี่ยวเจียงน่ะหรืองั้นดีเลยเ้าต้องขอนางเป็คนรักให้ได้แล้วนำเหตุผลนี้มาคุยกับท่านลุงเหลียนข้าจะช่วยเ้าอีกแรง" ฟางหนิงฮวากล่าวนางฮึกเหิมเสียยิ่งกว่าต้าเป่าเสียอีก
"อืม…ตกลงข้าเองก็จะทำอย่างเต็มที่" ต้าเป่าพยักหน้าทั้งสองแปะมือกันคราหนึ่ง