[พิโรธแห่งสรรพชีวิต]: สกิลพิเศษ ไม่มีข้อจำกัดอาชีพไม่มีข้อจำกัดการเรียนรู้
เอฟเฟ็กต์สกิล:สังเวยอายุขัย 1 วันเพื่อเพิ่มความเสียหายในการโจมตีทั้งหมดของคุณเป็ 2 เท่ายาวนานหนึ่งชั่วโมง ขีดจำกัดการใช้งาน: มานา 200 หน่วยระยะเวลาคูลดาวน์: 1 ชั่วโมง
พาสซีฟของสกิล:เมื่อคุณได้รับความเสียหายถึงชีวิต จะหักอายุขัย 100 ปีโดยอัตโนมัติเพื่อชดเชยความเสียหาย และใน่ 30 นาทีถัดไปค่าสถานะทั้งหมดของคุณจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าเอฟเฟ็กต์นี้สามารถใช้งานได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น
หมายเหตุ1:หากสังเวยอายุขัย 1 ปี ความเสียหายจะเพิ่มขึ้น10 เท่า หากสังเวยอายุขัย 10 ปีความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 100 เท่า (สูงสุด)สกิลนี้สามารถอัปเกรดได้ สิ่งที่ใช้อัปเกรดขณะนี้: อายุขัย 1,000 ปี
หมายเหตุ2:สังเวยอายุขัย 100 ปีสามารถเปิดใช้งานสกิลนี้ใน่คูลดาวน์ได้ แต่จะคงอยู่เพียง 5 นาทีเท่านั้น
หลังจากอัปเกรดแล้วผลลัพธ์ของพิโรธแห่งสรรพชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักแต่หลี่ตู้กลับมีความสุขมาก
เพราะหลังจากอัปเกรดแม้การเปิดใช้สกิลพิโรธแห่งสรรพชีวิตจะต้องใช้มานาแต่ระยะเวลาคูลดาวน์ก็ลดลงจากวันละหนึ่งครั้ง เหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง!และใน่คูลดาวน์ ยังสามารถบังคับใช้งานได้ด้วย
เนื่องจากพิโรธแห่งสรรพชีวิตจะเข้าสู่่คูลดาวน์หลังจากผลลัพธ์สิ้นสุดลงเท่านั้นดังนั้นหลี่ตู้จึงสามารถใช้งานพิโรธแห่งสรรพชีวิตได้สูงสุดถึง 12ครั้งต่อวัน!
เป็เช่นนี้แล้วเขาก็สามารถลุยดันเจี้ยนในระดับความยากที่สูงเพื่อสังหารสัตว์อสูรได้หลายครั้งประสิทธิภาพในการเพิ่มอายุขัยก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
แน่นอนว่านี่เป็เพียงหนึ่งในข้อดีเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้หลี่ตู้ประหลาดใจที่สุดคือพิโรธแห่งสรรพชีวิตนั้นมีพาสซีฟเพิ่มขึ้นมาอีก!นี่ทำให้หลี่ตู้มีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้นถึงสามครั้ง แม้จะต้องสังเวยอายุขัย 100ปีเพื่อเริ่มใช้งานสกิลนี้ก็ตาม ถ้าแม้แต่ชีวิตยังรักษาไว้ไม่ได้เช่นนั้นอายุขัยจะมีประโยชน์อะไร
“พิโรธแห่งสรรพชีวิตจะอัปเกรดอีกครั้ง ต้องสังเวยอายุขัย 1,000 ปี ดูเหมือนจะต้องลุยดันเจี้ยนอีกแล้ว”
แม้จะมีอายุขัยอยู่หลายร้อยปีแล้วแต่หลี่ตู้ก็ยังรู้สึกว่าอายุขัยของตัวเองนั้นสั้นเกินไปตอนนี้เขาทำอะไรก็ต้องใช้อายุขัยทั้งสิ้น
เปลี่ยนอาชีพใหม่จะต้องใช้อายุขัยอย่างน้อยสองร้อยปีหาก้าเปลี่ยนเป็อาชีพระดับยอดเยี่ยม อาจจะต้องใช้อายุขัยถึงหนึ่งพันปี
การแลกเปลี่ยนในวิหารเทพแห่งโชคชะตาก็ทำได้แค่ใช้อายุขัยเท่านั้น
และการอัปเกรดพิโรธแห่งสรรพชีวิตอีกครั้งต้องใช้อายุขัยอีกหนึ่งพันปี
ทันใดนั้นหลี่ตู้ก็รู้สึกว่าตัวเองช่างยากจนเหลือเกิน
“่นี้ คงต้องยุ่งกับการฆ่าสัตว์อสูรแล้ว”
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลี่ตู้ก็รีบส่งข้อความหาสุ่ยเซิงทันที บอกว่าเขายังไม่กลับบ้านดันเจี้ยนของสมาคมเทียนไห่เหมาะกับเขามาก และก่อนวันสอบระดับชาติหลี่ตู้จำเป็ต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด
วันรุ่งขึ้นหลี่ตู้ก็มาที่สมาคมเทียนไห่อีกครั้ง
ฝูิอยู่ในสมาคมแล้วหลี่ตู้ทักทายเธอเล็กน้อย แล้วรีบวิ่งเข้าไปลุยดันเจี้ยนทันที
ฝูิมองตามหลังหลี่ตู้พลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“เฮอะ! ฉันก็เป็สาวสวยขนาดนี้ แต่กลับไม่ชายตาแลเลย มีแต่จะลุยดันเจี้ยนขอสาปให้หาแฟนไม่ได้ไปตลอดชีวิต!”
เมื่อมาถึงดันเจี้ยนเขาก็พบกับฝูงก็อบลินกลุ่มเดิม
หลี่ตู้ไม่ลังเลแม้แต่น้อยและปล่อยสกิลหมื่นดาบปลิดิญญาออกมาทันที หลังจากนั้นค่าประสบการณ์และอายุขัยก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่กี่นาทีต่อมาหลี่ตู้ก็ออกมาจากดันเจี้ยน
“ฝูิ เธอมีน้ำยาลด่ร่ายกับยันต์รีเซ็ตคูลดาวน์ดันเจี้ยนอีกไหม”
ฝูิโยนของเ่าั้ให้หลี่ตู้ด้วยความหงุดหงิด“เอาไป!”
“ขอบคุณมาก”
เมื่อพูดจบหลี่ตู้ก็เข้าไปในดันเจี้ยนอีกครั้ง
ไม่นานนักเขาก็ออกมาจากดันเจี้ยน เพราะว่าเคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จแล้ว
เมื่อหลี่ตู้เดินออกมาฝูิยังจ้องมองเขาอยู่ แต่เขาไม่ได้สนใจ และเพียงแค่นั่งลงบนพื้น หลับตาพักผ่อนรอสักพักให้สกิลคูลดาวน์ เขาก็กลับเข้าดันเจี้ยนรังก็อบลินไปอีกครั้ง
เป็เช่นนี้อยู่ตลอดครึ่งวันจนกระทั่งฝูิพบว่าน้ำยาลด่ร่ายและยันต์รีเซ็ตคูลดาวน์ดันเจี้ยนของเธอหมดลงแล้วหลี่ตู้จึงยอมหยุดมือ
ฝูิมองหลี่ตู้ราวกับเห็นสัตว์ประหลาด“นายลุยดันเจี้ยนนานขนาดนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง”
ตอนนี้หลี่ตู้เหงื่อท่วมตัวหอบหายใจอย่างหนักขณะนั่งพักผ่อนอยู่บนพื้น เมื่อได้ยินคำพูดของฝูิเขาก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
อันที่จริงการลุยดันเจี้ยนและปล่อยสกิลอย่างต่อเนื่องนั้น สิ้นเปลืองพลังกายและพลังจิตมหาศาลหากทำแค่ไม่กี่ครั้งก็คงไม่เป็ไร แต่หลี่ตู้ลุยดันเจี้ยนมาตลอดครึ่งวันในระหว่านั้นก็ไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อย ตราบใดที่คูลดาวน์สกิลเสร็จสิ้นเขาก็จะลุยต่อไปเรื่อย ๆ
“เธอเห็นแล้วไม่คิดว่าฉันดูเหนื่อยเหรอ”
ฝูิสับสน“แล้วทำไมนายถึงพยายามมากขนาดนี้? ผลสอบคัดเลือกอิสระประกาศออกมาแล้วนายได้ที่หนึ่งนะ ถ้า้านายก็ขอรับการรับรองให้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยได้โดยตรงตอนนี้เลยด้วยซ้ำ”
หลี่ตู้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“เธอกำลังเป็ห่วงฉันอยู่เหรอ”
“ปะ เปล่านะ! ฉันจะไปเป็ห่วงนายทำไม?” ฝูิหันหน้าหนีไปอีกทาง“ฉันแค่รู้สึกแปลก ๆ เท่านั้นเอง”
หลี่ตู้ถอนหายใจไม่ตอบคำถาม
อันที่จริงในความคิดของเขามหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยก็ดีมากเกินพอแล้วสถานที่นี้คือมหาวิทยาลัยชั้นนำที่หลายคนไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงแต่หลี่ตู้รู้สึกว่าหากเขามาถึงเพียงมหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยแห่งเดียวคงเป็เื่น่าเสียดาย
จริงๆแล้วเขาอยากจะไปมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ได้อันดับสูงสุดของต้าเซี่ย…มหาวิทยาลัยชิงเป่ย!
เหตุผลหนึ่งคือเขา้าพิสูจน์ตัวเองเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญหน้ากับคำดูถูกเหยียดหยามมากมาย
และในทางกลับกันหลี่ตู้้าแก้แค้นให้พ่อแม่ของเขา
ในตอนนั้นพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเหมืองแร่อุบัติเหตุครั้งนั้นไม่ได้คร่าชีวิตแค่พ่อแม่ของเขา แต่ยังมีคนอื่น ๆอีกมากมายนับร้อย ซึ่งทุกคนเป็คนธรรมดา แต่ผลการสืบสวนกลับมีเพียงรายงานสั้น ๆไม่กี่บรรทัด หลี่ตู้ไม่แม้แต่จะได้เห็นศพพ่อแม่ของเขา และสุดท้ายก็ทำได้เพียงเก็บเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นมาฝังแทนศพจริงเท่านั้น
และบริษัทเหมืองแร่นั้นก็มีข่าวลือว่าล้มละลายแต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทเหมืองแร่ั์ใหญ่แห่งใหม่ที่ผงาดขึ้นมานั้นผู้บริหารระดับสูงกลับเป็คนชุดเดิมจากบริษัทเหมืองแร่แห่งนั้นทั้งหมด!ไม่มีใครเปลี่ยนไปเลย!
เื่นี้เป็เหมือนหนามยอกอกของหลี่ตู้
พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าและไม่เป็ธรรมหลี่ตู้้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นกันแน่
และทั้งหมดนี้จำเป็ต้องมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
นี่คือยุคของผู้มีอาชีพเป็ยุคไร้กฎเกณฑ์
ในที่สุดหลี่ตู้ก็เอ่ยปากหัวเราะอย่างขมขื่น “ไม่มีอะไรน่าแปลกหรอก ใคร ๆก็อยากแข็งแกร่งขึ้นกันทั้งนั้นตอนนี้ฉันได้รับสิทธิ์เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยแต่ถ้ากัดฟันอดทนต่ออีกหน่อย ฉันก็อาจจะก้าวหน้าไปอีกขั้นได้ไม่ใช่เหรอ”
ฝูิส่ายหน้า“มันยากมากนะ อาชีพของนายมันแย่เกินไปจริง ๆมหาวิทยาลัยเทียนกุ้ยก็ถือว่าสูงสุดแล้ว”
ยิ่งเป็มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงพวกเขายิ่งให้ความสำคัญกับอาชีพมากขึ้นเท่านั้น อย่างเช่นมหาวิทยาลัยชิงเป่ยซึ่งเป็มหาวิทยาลัยชั้นนำของต้าเซี่ย ไม่รับแม้แต่อาชีพระดับปราณีตแต่จะเริ่มต้นรับที่อาชีพระดับตำนาน
“อาจจะใช่”
หลี่ตู้ไม่ได้ฟังคำพูดของฝูิเมื่อรู้สึกว่าพักผ่อนพอแล้ว เขาก็ตั้งใจจะลุยดันเจี้ยนต่อแต่แล้วก็เห็นเลขระยะเวลาคูลดาวน์จึงนึกขึ้นได้ว่ายันต์รีเซ็ตคูลดาวน์ดันเจี้ยนหมดแล้ว
“เอ่อ... เธอยังมียันต์รีเซ็ตคูลดาวน์ดันเจี้ยนอีกไหม”
ฝูิโกรธจัดกระทืบเท้า “ไม่มีแล้ว! เอาแต่ลุยอยู่นั่นลงดันเจี้ยนอยู่ได้ สงสัยสักวันคงได้ตายเพราะมัน!”
“ถ้าชอบลุยดันเจี้ยนมากขนาดนั้นทำไมนายไม่ไปทำลายสถิติของดันเจี้ยนทั้งหมดในสมาคมเลยล่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ดวงตาของหลี่ตู้ก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
เขาไม่เคยนึกถึงเื่นี้เลย
ตอนที่เขาอยู่ในดันเจี้ยนเหมืองร้างเขาทำลายสถิติและยังได้แหวนมิติมาด้วย
หลี่ตู้คว้ามือของฝูิด้วยความดีใจ“เธอพูดถูก! ถ้าไม่พูดถึงเื่นี้ ฉันคงลืมไปแล้ว!”
“ฉันไปดูบันทึกสถิติของดันเจี้ยนได้ที่ไหนล่ะ”