ตอนที่16 เจตนาซ่อนเร้น
รถม้าเคลื่อนไปตามเส้นทางที่แสนขรุขระเป็อย่างมากร่างของทั้งคู่เอนสั่นโคลงเคลงไปมาอยู่สักพัก หลังจากเดินทางผ่านไปได้ไม่นานอาการเวียนศีรษะก็พุ่งเข้าโจมตีลู่จิวอย่างไม่ทันตั้งตัวนางพยายามข่มใจเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ริมฝีปากเล็กรูปกระจับเริ่มขาวซีดมากลงทุกทีแผ่นหลังบางมีเหงื่อไหลซึมออกมาไม่ยอมหยุด
ทันใดนั้นเองหญิงสาวก็ทนไม่ไว้แล้วโก่งคออาเจียนออกนอกรถม้าเหล่าจางที่อยู่ด้านข้างก็รู้สึกตื่นใเป็อย่างมากเขาแตะหัวไหล่เล็กด้วยความเป็ห่วง “เ้าเป็อะไรหรือเปล่า”
“…”
ลู่จิวไม่อาจตอบอะไรนางสำรอกอาหารอันน้อยนิดที่อยู่ในท้องออกมาจนหมด รถม้าที่สั่นคลอนบนถนนแสนขรุขระนี้ทำให้นางรู้สึกทรมานอย่างหาที่สุดไม่ได้อาการเวียนศีรษะพุ่งเข้าโจมตีอยู่เป็ระลอก
ยามนี้หญิงสาวดูอ่อนแอใกล้หมดสติลงไปทุกทีนางโซเซจวนเจียนจะตกรถม้าลงไปแล้ว แต่ทว่าโชคดีที่ชายหนุ่มข้างหลังคว้าตัวนางเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี
“ข้าว่าเ้าอาการหนักเกินไปแล้ว พวกเราหยุดพักสักครู่เถิดไปช้าสักหน่อยคงไม่เป็ไร ร่างกายของเ้าสำคัญที่สุดนะลู่จิว” เหล่าจางดึงตัวหญิงสาวเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะลูบไล้แผ่นหลังเล็กอย่างแเีพลางก้มลงมองหญิงสาวที่เนื้อตัวอ่อนแรงในอ้อมแขนของตัวเองด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
ยามนี้ลู่จิวแทบจะสิ้นสติลงไปทุกทีกลิ่นกายที่ไม่คุ้นชินของชายหนุ่มทำให้นางรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจ ฉับพลันนั้นนางก็นึกอยากอาเจียนขึ้นมามือบางผลักเขาออกจากตัว แล้วเบือนหน้าหนีไปอาเจียนข้างทางอีกครั้ง
ถึงแม้จะเห็นหญิงสาวมีอาการย่ำแย่ลงทุกทีแต่ในใจของเหล่าจางกลับนึกมีความสุขยิ่งนัก
หากเดินทางช้าลงมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งดีรอให้สามีชั่วช้าคนนั้นแต่งงานไปเสียก่อนจะดีกว่า เมื่อถึงเวลานั้นวาสนาของทั้งคู่ก็ถือว่าได้สิ้นสุดลงแล้วสตรีดื้อรั้นคนนี้จะได้ยอมตัดใจสักที
หลังจากที่คิดอย่างนี้แล้วเหล่าจางจึงบังคับม้าให้แล่นไปตามทางขรุขระยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังทว่าแฝงความห่วงใยว่า“น้องลู่จิวเส้นทางข้างหน้าขรุขระยิ่งนัก ข้าว่าเ้าอาการแย่ลงขนาดนี้คงทนต่อไม่ไหวหรอก พวกเราหยุดพักกันสักหน่อยเถิด”
“ไม่! ข้าอุตส่าห์อดทนนั่งเรือดั้นด้นมาจากแดนไกล อุตส่าห์ยอมทนนั่งรถม้าเวียนหัวจนแทบจะะเิจนมาถึงตอนนี้หากข้าไปไม่ทันงานแต่งของเขาจะมีประโยชน์อันใด!” ลู่จิวใช้แขนเสื้อเช็ดคราบน้ำที่ริมฝีปากของตัวเองอย่างลวกๆดวงตาคู่นั้นดูแข็งกร้าวและไม่คิดที่จะยอมแพ้เลยสักนิด
เหล่าจางเห็นหญิงสาวแสดงท่าทางดื้อดึงเช่นนี้ก็รู้สึกกรุ่นโกรธอยู่ในใจแต่ถึงกระนั้นก็ยังเอ่ยกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนไปว่า “น้องลู่จิว หากเ้าทนทรมานร่างกายอยู่เช่นนี้ไปจนถึงเมืองหลวงร่างกายเ้าคงจะฝืนต่อไปไม่ไหวแน่ เมื่อถึงเวลานั้นหากเจอเขาจริงๆแต่ร่างกายเ้าอ่อนแอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรกัน”
ลู่จิวเกาะขอบรถม้าเพื่อพยุงร่างกายที่อ่อนแอของตัวเองเอาไว้และครุ่นคิดคำพูดที่ชายหนุ่มเพิ่งกล่าวมาสักพักก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “เดินทางต่อไป ไม่ต้องสนใจข้า...”
“ลู่จิว!” เหล่าจางเรียกชื่อหญิงสาวด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุดนางตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ถึงเพียงนั้นแต่กลับไม่คิดจะยอมแพ้
นางไม่ได้สนใจว่าชายหนุ่มข้างกายจะคิดอย่างไรและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงอีกครั้ง“…จวบจนเมื่อพระอาทิตย์ตกค่อยหยุดพักหนึ่งคืน”
เมื่อได้ยินอย่างนี้แล้วเหล่าจางก็ค่อยโล่งใจขึ้นมาก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย “เช่นนั้นก็ตามใจเ้า ตอนนี้เข้าไปนอนพักข้างในรถม้าเถิด”
“อืม เหล่าจาง ขอบคุณท่านมากจริงๆ” ลู่จิวเอ่ยด้วยความขอบคุณจากใจหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยช่วยเหลือเอาไว้ สตรีที่ยากจน ทั้งยังถูกสามีทอดทิ้งเช่นนางคงไม่อาจดั้นด้นเดินทางมาไกลได้ถึงเพียงนี้แน่นอน
ลู่จิวกลับเข้าไปนอนพักข้างในรถม้าและปล่อยให้เหล่าจางบังคับม้าต่อไปอย่างไม่หยุดพักรถม้าคันเล็กเคลื่อนไปตามเส้นทางป่าเขาที่ทอดยาวไกลยิ่งเข้าใกล้เขตูเามากขึ้นเท่าไหร่ฟ้าก็ยิ่งมืดลงเร็วเท่านั้น อากาศก็เริ่มเย็นลงมากขึ้นทุกทีจวบจนเมื่อดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ทั่วทั้งป่าก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดทันทีมีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างพร่างพราวอยู่บนท้องฟ้าเท่านั้น
รถม้าหยุดสงบนิ่งอยู่ที่ริมลำธารเหล่าจางก่อกองไฟทำอาหารอย่างง่ายๆ กลิ่นหอมของกระต่ายป่ารมควันโชยหอมเข้าไปข้างในรถม้าปลุกให้ร่างบางที่สลบไสลไปนานหลายชั่วยามตื่นขึ้นมาก่อนจะเลิกผ้าม่านขึ้นและเห็นเงาร่างของชายหนุ่มกำลังง่วนอยู่ที่ด้านหน้าเตาไฟ
นางค่อยๆก้าวลงมาจากรถม้าอย่างระมัดระวัง อาการวิงเวียนศีรษะยังคงเกิดขึ้นอยู่เป็ระยะแต่ก็นับว่าดีก่อนหน้านี้มากแล้วนางจะเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้ากองไฟและนั่งลงเคียงข้างเขา
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหยุดลงข้างกายตามมาด้วยร่างบางของหญิงสาวที่นั่งลงเคียงข้างเขาอย่างสนิทใจเหล่าจางจึงหันไปยิ้มให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน “ตื่นแล้วรึ หิวหรือยัง ลองชิมกระต่ายป่าย่างดูหน่อยเถิด”
ลู่จิวพยักหน้าและเอ่ยขอบคุณอย่างแ่เบาก่อนจะรับกระต่ายเสียบไม้นั้นขึ้นมากินอย่างช้าๆนับั้แ่ที่เกิดเหตุการณ์เ่าั้ขึ้น นางก็กินไม่ได้นอนไม่หลับมานานหลายวันยิ่งไม่ต้องพูดถึงตลอดการเดินทางมานี้ นางกินข้าวน้อยเหมือนแมวดมในห้วงสมองเอาแต่ครุ่นคิดไปว่าหลังจากที่เจอหน้าสามีแล้ว นางควรจะเอ่ยปากเช่นไรดีทั้งความคิดและจิตใจของนางกลับไปจดจ่ออยู่ที่เขาอีกครั้ง จนหลงลืมไปว่าร่างกายของตัวเองก็สำคัญเช่นกัน
หลังจากที่ผ่านการอาเจียนไปจนหมดไส้หมดพุงแล้วนางถึงเพิ่งรู้ว่าร่างกายของนางในเวลานี้อ่อนแอกว่าแต่ก่อนมากเพียงไรเป็อย่างที่เหล่าจางบอก หากว่าร่างกายอ่อนแอเมื่อถึงเวลานั้นนางจะเผชิญหน้ากับเขาได้อย่างไร
พอคิดเช่นนี้แล้วลู่จิวก็ยอมกินทุกอย่างที่ชายผู้นี้มอบให้ นางกินทั้งเนื้อกระต่ายย่างขนมเปี๊ยะแห้งและผักไม้ไปมากมาย
จวบจนเมื่อเติมกระเพาะจนอิ่มแล้วลู่จิวก็ยิ้มออกมาอย่างเป็มิตร พร้อมทั้งเอ่ยชมอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ “ฝีมือการทำอาหารของท่านดีมากทำเอาข้ากินไม่ยอมหยุดเลย ขอบคุณมากนะเหล่าจาง หากไม่มีท่าน ข้าคงไม่รู้จะทำอย่างไร”
ลู่จิวค้อมตัวลงเพื่อแสดงความขอบคุณให้เขาจากใจ
เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้ามีท่าทางอ่อนลงไม่ต่อต้านเขาเหมือนในตอนแรกแล้วเหล่าจางจึงเอื้อมมือออกไปกุมมือนางก่อนจะใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบมันบนมือให้นางอย่างอ่อนโยน“เ้าไม่จำเป็ต้องขอบคุณข้าหรอกขอให้เ้ารู้เอาไว้ว่าทุกสิ่งที่ข้าทำให้เ้า ข้าทำให้ด้วยใจและข้าพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเ้าเช่นนี้ตลอดไปขอเพียงเ้ายินยอม...”
ในค่ำคืนที่มีเพียงแสงจันทร์ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้ารอยยิ้มของชายหนุ่มดูหวานล้ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเขาเคลื่อนสายตามองดูใบหน้าดวงเล็กที่ถึงแม้จะไม่งดงามเฉิดฉายในยามแรกเห็นแต่หลังจากที่ผ่านการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมานาน เขากลับพบถึงเสน่ห์ในตัวของหญิงสาวทั้งยังรู้สึกว่านางน่ารักน่าเอ็นดูมากขึ้นทุกวัน ที่มากไปกว่านั้นคือตอนนี้เขาอยากนางแทบคลั่งแล้ว
เปลวไฟสีเหลืองอ่อนสะท้อนให้เห็นถึงริมฝีปากแดงที่ชุ่มฉ่ำน่าลิ้มลองเหล่าจางอดใจไม่ไหว ก่อนจะเอื้อมมือออกไปคิดที่จะกอบกุมใบหน้าดวงเล็กนั้นเอาไว้และทำตามที่ใจเฝ้าปรารถนามาเนิ่นนาน“ลู่จิว ข้า...”
ดวงตาคู่งามของหญิงสาวฉายแววตื่นตระหนกทันทีที่เห็นชายหนุ่มยื่นมือเข้ามาใกล้ทันใดนั้นนางก็รีบลุกขึ้นและเอ่ยอย่างตะกุกตะกักว่า “ขะ...ข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ”
“เดี๋ยวก่อนสิน้อง...” เหล่าจางยังไม่ทันจะพูดจบก็เห็นแผ่นหลังบางหายไปไปจากสายตาแล้วเขาหลุบตาลงด้วยความเสียดาย ก่อนจะโทษตัวเองที่ใจร้อนเกินไปนางเพิ่งสูญเสียสามีไปได้ไม่นาน แต่เขากลับรีบร้อนถึงเพียงนี้ ใจของนางย่อมไม่อาจยอมรับเขาได้ง่ายๆอยู่แล้ว
เหล่าจางหลุบสายตาลงเล็กน้อยหากจะให้ดีเขาควรจะพานางไปดูงานแต่งงานของสามีชั่วช้าคนนั้นให้สาแก่ใจ อย่างนี้นางถึงจะยอมตัดใจได้ เมื่อถึงเวลาที่สามีของนางแต่งงานใหม่ไปแล้วท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ที่เป็ถึงหลานสาวฮ่องเต้จะยอมใช้สามีร่วมกับหญิงชาวบ้านต่ำต้อยเช่นนางรึไม่มีทาง แล้วสามีชั่วคนนั้นจะยอมทิ้งอนาคตที่รุ่งโรจน์ของตัวเองเพื่อภรรยาบ้านนอกคนนี้รึก็ไม่มีทางอยู่ดี
เมื่อถึงเวลานั้นสามีไม่้านางทุกคนรอบข้างต่างก็ไม่มีใครยอมช่วยเหลือนางสุดท้ายนางก็จะเหลือเขาเป็ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว
ลู่จิว...ข้าไม่เชื่อหรอกว่าถึงเวลานั้นเ้าจะปฏิเสธข้าได้อีกตรงกันข้ามข้าจะทำให้เ้าเป็ฝ่ายอ้อนวอนของอยู่ข้างกายข้าเอง
ชายหนุ่มมองดูแผ่นหลังเล็กที่หอบเสื้อผ้าเดินหนีไปยังอีกฝั่งหนึ่งของลำธารก่อนจะลอบยิ้มอย่างแ่เบาริมฝีปากหนาอ้าปากเคี่ยวเนื้อกระต่ายย่างในปากด้วยความพึงพอใจไม่รู้ว่าเนื้อของนางจะหอมหวานเหมือนกระต่ายป่าตัวนี้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่มีทางหนีเขาพ้นอยู่ดี
ลู่จิวหาได้รู้ถึงความคิดของอีกฝ่ายนางเพียงแค่รู้สึกใที่อีกฝ่ายเปิดเผยความรู้สึกให้นางอย่างตรงไปตรงมาถึงอย่างไรเสียนางก็เป็หญิงที่มีสามีแล้วต่อให้สามีผู้นั้นจะชั่วช้าหรือโกหกปลิ้นปล้อนมากเพียงไร เขาก็คือสามีของนางนางไม่อาจทำใจยอมรับชายอื่นเป็สามีได้ลงคอ
หญิงสาวคิดไปพลางมองหาสถานที่ลับตาคนไปพลางยามนี้เนื้อตัวของนางเต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลเหนียวเหนอะไปหมดแล้วนิสัยรักความสะอาดของสามีได้เผื่อแผ่มาถึงนาง ดังนั้นนางไม่อาจทนนอนต่อไปได้ทั้งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเหงื่อเช่นนี้
เนื่องจากมีบุรุษอื่นอยู่ในบริเวณนี้ต่อให้เขาจะนั่งห่างจากนางไปไกล แต่ทว่าลู่จิวก็ไม่วางใจอยู่ดีนางสวมชุดตัวในเอาไว้และสอดสบู่เข้าไปถูลำตัวที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าผืนบางนี้แทน
ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังหันหลังชำระล้างร่างกายอยู่นั้นก็มีฝีเท้าหนาที่เดินย่องแ่เบามายังด้านหลังของนางโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่นั้นจ้องมองดูเรือนร่างอรชรใต้แสงจันทร์ด้วยความปรารถนาอย่างลึกล้ำ
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงสวมเสื้อผ้าอยู่บนร่างฉับพลันนั้นดวงตาหื่นกระหายก็ปรากฏความเสียดายอยู่เลือนราง แต่พอหันไปเห็นกองเสื้อผ้าที่วางอยู่ริมฝั่งของหญิงสาวแล้วฉับพลันนั้นดวงตาสีดำสนิทก็พลันเปล่งประกายระริก
ชายหนุ่มเหลือบมองดูหญิงสาวแวบหนึ่งเมื่อแน่ใจแล้วว่านางคงไม่มีทางหันหลังกลับมา เขาจึงเอื้อมมือออกไปหยิบเสื้อชั้นในผืนเล็กขึ้นมาสูดดมด้วยความพอใจเป็อย่างมากกลิ่นของนางช่างหอมหวานอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆไม่รู้ว่ารสชาติของนางจะหอมหวานมากเพียงไรกันแค่นึกถึงยามที่ร่างกายทั้งคู่ได้เกี่ยวรัดพัวพันกันอย่างเร่าร้อนแล้ว จู่ๆความปรารถนาที่ลึกล้ำก็บีบคั้นแก่นกายของเขาจนปวดร้าวไปหมด
หลังจากที่เห็นว่าหญิงสาวกำลังชำระล้างเส้นผมที่ยาวสลวยอยู่ชายหนุ่มจึงได้ลอบหยิบเสื้อชั้นในตัวน้อยของหญิงสาวไปกระทำการบางอย่างอยู่หลังพุ่มหญ้าพลางแอบมองแผ่นหลังชุ่มชื้นนั้นด้วยแววตาที่พร่ามัวในห้วงสมองยังคงคิดถึงภาพที่เขาและนางกำลังร่วมบรรเลงเพลงรักอันแสนเร่าร้อนด้วยกันฉับพลันนั้นความปรารถนาที่เข้มข้นก็พลันถูกเร่งเร้าจนะเิออกมาอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มจะใช้เสื้อใช้ชั้นตัวเล็กผืนนั้นเช็ดทำความสะอาดอย่างลวกๆแล้วโยนมันกลับไปที่เดิม ก่อนจะแอบย่องหนีไปอย่างรวดเร็วด้วยกลัวว่าหญิงสาวจะเห็นการกระทำอันน่าละอายของเขา
หลังจากที่สระผมเสร็จเรียบร้อยแล้วลู่จิวก็เหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าผืนใหม่ที่วางอยู่ตรงโขดหินใกล้มือหายลับไปหลังต้นไม้และจัดการผลัดเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
นางเดินกลับมายังกองเสื้อผ้าชุดเก่าและคิดที่จะหยิบมันขึ้นมาพับเก็บให้เรียบร้อยแต่แล้วมือบางก็ััได้ถึงของเหลวบางอย่างที่ติดมือมาโดยไม่ได้ตั้งใจคิ้วงามขมวดแน่นเป็ปมด้วยความสงสัย แสงจันทร์ที่ส่องสลัวทำให้นางมองเห็นไม่ชัดว่าของเหลวนั้นคือสิ่งใดบางทีมันอาจจะเป็น้ำขังที่ใดสักทีหนึ่งก็เป็ได้เมื่อครู่นี้นางคงไม่ทันระวังวางถูกแอ่งน้ำเข้าสินะ
ลู่จิวหยักไหล่เล็กน้อยก่อนจะนำเสื้อผ้าทั้งหมดลงไปซักในลำธารโดยไม่คิดอะไร
หลังจากที่จัดการตากเสื้อผ้าเอาไว้ในที่ลับตาแล้วหญิงสาวก็ได้เดินกลับมายังรถม้าอีกครั้ง แต่กลับเห็นเหล่าจางทำท่าทางร้อนรนใจแปลกๆทั้งยังไม่กล้าสบตานางอีกด้วย “เหล่าจาง นี่ท่านเป็อะไรหรือเปล่า”
“ปะ...เปล่า เ้ารีบเข้าไปนอนข้างในเถิด” เหล่าจางรีบบอกปัดไปอย่างรวดเร็ว
“แล้วท่านจะนอนตรงไหนล่ะ ให้ข้านอนข้างนอกรถม้าก็ได้นะ” ลู่จิวเอ่ยด้วยความเกรงใจ หลายวันมานี้นางยึดรถม้าเอาไว้เพียงผู้เดียวและปล่อยให้อีกฝ่ายนอนข้างนอกมาโดยตลอด
ถึงจะได้ยินหญิงสาวเอ่ยเช่นนี้ แต่เหล่าจางกลับรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “เ้าเป็สตรีนอกข้างในเถอะ ข้าอยู่ได้”
“แต่ว่าข้างนอกมีแมลง...” ลู่จิวยังคิดที่จะพูดอะไรอีกสักหน่อย
“เ้ารีบเข้าไปนอนเถอะข้านอนได้จริงๆ” เหล่าจางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นทำให้ลู่จิวรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนักก่อนจะพยักหน้าเชิงขอบคุณและหลบหายเข้าไปรถม้าทันที
เมื่อเห็นอย่างนั้นชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะนำมือที่ปิดบังหน้าขาของตัวเองออกเผยให้เห็นถึงบางสิ่งของบุรุษเพศชูชันเด่นขึ้นมา
ยามนี้คงต้องอดทนเอาไว้ก่อนรอหลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นลงแล้ว เขาจะทำให้หญิงสาวผู้นี้ยอมเป็ของเขาจากใจจริง….
.
.
.