ฤดูเหมันต์เริ่มต้นอย่างเป็ทางการ หิมะตกทั่วทุกพื้นที่ ผู้คนมากมายต่างหลบอยู่ในบ้านที่อบอุ่น บางครอบครัวที่ยังต้องหาอาหาร ต้องฝ่าหิมะเข้าไปหาอาหาร แต่สำหรับครอบครัวพี่น้องกำพร้าบ้านหวังในปีนี้มีความแตกต่างจากปีก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง
ยามเช้า ในห้องรับแขกเฟิ่งเทียนชวนน้องๆออกกำลังกายในบ้านเล็กๆน้อยๆ จากนั้นกดเลือกหนังสือภาพ นิทานเด็กที่มีสีสันสวยงามให้น้อง ๆ ได้เปิดอ่าน รวมทั้งสอนเขียนตัวอักษรฝึกลากเส้นพื้นฐาน
ยามบ่าย วาดรูปสัตว์ที่แปลกตาในหนังสือรูปภาพ และยามค่ำคืนฟังนิทานก่อนนอนที่เฟิ่งเทียนนำมาเล่าแล้วสอบถามข้อคิดที่ได้จากเื่กับน้อง ๆ ทั้งสอง
ยามว่าง เฟิ่งเทียนจะเตรียมตัวสำหรับภารกิจในการช่วยเหลือครอบครัวหมาป่าอสูร เริ่มจากเตรียมอุปกรณ์ในการเข้าป่ายามดึก สมุนไพรห้ามเื อาวุธที่มีเพียงด้ามพร้าขึ้นสนิม เฟิ่งเทียนนำมาลับใหม่จนคมกริบ กระบอกน้ำสำหรับเดินป่า ส่วนอาหารแห้งเขาเตรียมหมูทอดไว้เผื่อหมาป่าจะหิว(จะได้กินเนื้อหมูแทนเนื้อของเขา)
“นี่เสี่ยวเป่า ข้าต้องออกตามหาครอบครัวหมาป่าอสูรตอนกลางคืน แต่ข้าไม่มีคบเพลิงในการเข้าป่านะ เ้าจะให้ข้าเดินสุ่มมืดเข้าไป ข้าว่าข้าคงจะไม่รอดก่อนที่จะหาครอบครัวหมาป่าเจอหรอก ไหนน้องๆข้าอีกหากข้าเป็อะไรขึ้นมา น้องข้าจะอยู่ได้อย่างไร” เฟิ่งเทียนถามด้วยความกังวลใจ
[ระบบจะช่วยสแกนพื้นที่ ในมุมมองของนายท่านจะสามารถมองเห็นผ่านความมืด และสามารถสแกนสิ่งมีชีวิตในป่าได้]
“ว้าวว! นี่มันระบบกล้องอัจฉริยะ สามารถตรวจสอบคลื่นความร้อนได้ด้วย ถ้าอย่างนั้นข้าก็สามารถเดินเข้าในป่าได้สบายเลยนะสิ แต่ว่าในป่ามันหนาวมากนะเสี่ยวเป่าหิมะก็ตกหนักด้วยข้าไม่แข็งตายก่อนจะหาหมาป่าอสูรเจอเหร๊อ”
[เมื่อถึงเวลานายท่านจะรู้เอง…]
“มีกั๊กซะด้วย อย่างนี้โอกาสทำภารกิจคงมีโอกาสสำเร็จสูงสินะ อ่ะ! ข้าจะรอถึงวันนั้นก็ได้”
ยามค่ำคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เฟิ่งเทียนลืมตาตื่นในความมือหลังจากที่น้อง ๆนอนหลับสนิท เฟิ่งเทียนค่อยๆย่องลงมาจากเตียง สวมเสื้อผ้าหนาแน่นโพกศีรษะด้วยผ้าเพื่อกันหิมะ ใช้ผ้าพันมือและแขนแ่า สะพายย่ามที่เตรียมไว้เดินออกจากบ้าน
“เสี่ยวเป่า เปิดระบบล๊อกบ้านอัตโนมัติ ปรับอุณหภูมิในบ้านให้อบอุ่นด้วย หวังว่าน้อง ๆ คงจะไม่ใตื่นตอนข้าไม่อยู่นะ”
[เปิดระบบรักษาความปลอดภัย]
เมื่อมั่นใจในความปลอดภัยของน้อง ๆ ที่กำลังหลับฝันดี เฟิ่งเทียนมุ่งหน้าเข้าสูู่ป่าหมอกทางทิศเหนือ เสี่ยวเป่าเปิดระบบสแกนพื้นที่เปิดระบบดวงตาอัจฉริยะ และเปิดระบบควบคุมอุณหภูมิรอบตัวให้อบอุ่น ความหนาวเย็นจึงไม่ผลกระทบให้กับเฟิ่งเทียนได้
“โอ้ว!..มีระบบฮีตเตอร์ติดตามตัว กับดวงตาอัจริยะ มาเลยเสี่ยวเป่า ข้าพร้อมที่จะออกไปช่วยเหลือครอบครัวหมาป่าอสูรแล้ว!”
เฟิ่งเทียนเดินเข้าไปในป่าลึกทางทิศเหนือเรื่อย ๆ เดินหลบสัตว์นักล่าตามที่ระบบสแกนไว้ เฟิ่งเทียนเดินพักเป็ระยะ เพราะถึงแม้จะออกกำลังกายเตรียมร่างกายให้พร้อม แต่การเดินเข้าป่าที่สูงชันสลับไปมาบ้างก็เหนื่อยเช่นเดียวกัน
“เสี่ยวเป่า ถึงแล้วหรือยัง นี่เดินมานานแล้วนะ ข้าเดินไม่ไหวแล้ว”
[เป้าหมายภารกิจเคลื่อนที่เข้ามาในระยะการสแกนแล้ว โฮสต์สามารถเดินตามเส้นทางที่ระบบได้สแกนไว้]
เฟิ่งเทียนค่อย ๆ เดินด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด เพราะเกรงว่าครอบครัวหมาป่าจะระแวงและกัดตน เมื่อเดินเข้าไปเรื่อย ๆ เฟิ่งเทียนพบหมาป่าขนาดใหญ่สองตัวที่ร่างกายมีาแเต็มตัว แต่ละตัวคาบหลังคอลูกหมาป่าสองตัวห้อยต่องแต่ง เดินฝ่าความมืดมาด้วยความอิดโรยและล้มลงใต้ต้นไม้ใหญ่เพราะหมดกำลัง
“เสี่ยวเป่า นั่นใช่ครอบครัวหมาป่าอสูรไหม” เฟิ่งเทียนถามระบบเพิ่มความแน่ใจให้กับตนเอง
[ยืนยันเป้าหมายภารกิจถูกต้อง โฮสต์ต้องทำการรักษา และพาครอบครัวอสูรทั้งหมดกลับไปดูแลที่บ้าน ภารกิจจึงจะเสร็จสิ้น]
กรรซ์… พ่อหมาป่าและแม่หมาป่าที่เหนื่อยหมดแรงเพราะาแ และระยะทางที่หนีจากป่าอสูรเข้ามายังป่าหมอกที่อยู่ติดกัน ได้กลิ่นมนุษย์ที่กำลังเดินย่องเข้ามา
“ห้ามกัดข้านะ ข้ามาดี จะมาช่วยพวกเ้า” เฟิ่งเทียนทำใจดีสู้หมา เพราะนาทีนี้มีแต่หมาไม่มีเสือ เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆครอบครัวหมาป่า แต่ยังคงทิ้งระยะอยู่
“พวกเ้าาเ็ ข้าจะช่วยรักษาให้ ข้ามีน้ำดื่ม กับอาหารมาด้วยนะ พวกเ้าอยากกินมั้ย”
สัตว์อสูรทั้งสองตัวยังหวาดระแวง เพราะมนุษย์ถือเป็ผู้ล่า แต่ด้วยมันเป็สัตว์อสูรชั้นสูงมันจึงเข้าใจภาษามนุษย์ ที่มันถูกขับออกจากฝูงนั้นความจริงมันเป็าาปกครองฝูง แต่เมื่อลูกของมันเกิดออกมากลับมีลักษณะผิดเพี้ยนไปจากฝูง ตัวหนึ่งมีจุดขนสีแดงอยู่กลางหน้าฝาก อีกตัวมีจุดขนสีฟ้าอยู่กลางหน้าฝากเช่นเดียวกัน เหล่าบริวารหมาป่าจึงรวมตัวขับไล่มันออกมา หากาาหมาป่าจะสู้ก็สามารถสู้เอาชีวิตเข้าแลกได้ แต่มันก็ห่วงลูกเมียของมันจะได้รับอันตราย คืนนี้คืนวันเพ็ญเป็คืนที่หมาป่าทุกตัวต้องจำศีลอาบแสงจันทร์ าาหมาป่าจึงพาครอบครัวหลบหนีออกมาตามเส้นทางลับที่ตนเองเคยค้นเจอ กว่าบริวารจะรู้ตัวพวกมันก็คาบลูกวิ่งหนีออกมาไกลมากแล้ว ที่พวกมันาเ็มีาแก็เพราะต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรต่าง ๆ ที่จะเข้ามากินลูกของมัน
"กรรซ์!… "
พ่อหมาป่าเห็นเด็กหนุ่มค่อยได้เดินเข้ามาและวางตะกร้าสะพายหลัง ค้นหาอาหาร และน้ำออกมา ความจริงพวกมันแทบจะไม่มีแรงทำอะไรเด็กหนุ่มได้ เพราะขาดน้ำกับอาหารมาทั้งวัน มันจึงเงียบเสียงแล้วลองไว้ใจมนุษย์น้อยนี้สักครั้ง เฟิ่งเทียนเห็นพ่อหมาป่าเปลี่ยนท่าทีอ่อนลง จึงค่อยๆถือกระบอกน้ำเข้ามาใกล้ๆ
“พวกเ้าเข้าใจข้าหรือไม่ ข้าจะมาช่วยพวกเ้า นี่น้ำสะอาดปลอดภัยไม่มีเชื้อโรค เ้าหิวน้ำใช่มั้ย ข้าจะเทให้พวกเ้า”
เฟิ่งเทียนใจดีสู้หมาเมื่อเห็นสัญญาณส่่ายหางของหมาป่า จึงค่อยๆเทน้ำลงไปใส่ริมปากของหมาป่าทั้งสองตัว ส่วนลูกหมาป่านอนดูดนมจากเต้าแม่หมาป่าไม่รู้เื่ราวใดๆ
“พวกเ้าค่อยๆดื่ม อ่ะ นี่หมูทอด ข้าให้พวกเ้า”
เฟิ่งเทียนนำหมูทอดที่ห่อใบไม้มาเปิดให้พ่อแม่หมาป่าได้กิน หมาป่าดมหมูทอดด้วยความหิวที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวันค่อย ๆ กินหมูทอดทีละชิ้นจนหมด เมื่อกินหมูทอดหมดเฟิ่งเทียนจึงเทน้ำให้พวกมันอีกครั้ง หลังจากนั้นเฟิ่งเทียนค่อย ๆ เปิดห่อสมุนไพรที่ตนเองตำละเอียด พอกลงไปตามลำตัวของหมาป่าทั้งสองตัว
“เสี่ยวเป่า แล้วข้าจะพามันกลับบ้านได้ยังไง ตัวของพ่อแม่หมาป่าตัวใหญ่ขนาดนี้] เฟิ่งเทียนถามด้วยความกังวลเพราะตอนนี้ดวงจันทร์เริ่มจะเคลื่อนตัวต่ำสู่ทิศตะวันตกแล้ว”
[โฮสต์ต้องทำพันธสัญญา กับพ่อและแม่ของหมาป่าอสูร จึงจะสามารถเก็บพวกมันเข้าสู่ห้องมิติของระบบ ส่วนลูกสุนัขโฮสต์สามารถนำใส่ตะกร้ากลับได้]
“ทำพันธสัญญาอย่างนั้นหรือ แล้วทำยังไง แล้วพวกมันจะยอมมั้ย”
[โฮสต์ต้องถามความยินยอมจากมัน หากพวกมันยินยอมภารกิจของนายท่านก็จะสำเร็จ แต่ถ้าหากมันไม่ยินยอมนายท่านก็กลับบ้านโดยที่ภารกิจล้มเหลว]
***********************