เช้าวันใหม่ที่สดใส ไวน์ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบกับเ้าตัวขนฟู บ่อยครั้งมันมักจะมานอนคุดคู้อยู่บนไหล่บางพร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกดังสม่ำเสมอ
จุ๊บ!
เมี้ยว!
ทันทีที่ทาสสาวก้มลงไปจุ๊บ แล้วยกเ้าตัวอ้วนขึ้นมาวางไว้บนอกมันก็ส่งเสียงร้องประท้วงขณะปรือตามอง ปากก็หาวหวอด ๆ ด้วยความง่วงงุนเหมือนไปอดหลับอดนอนมาจากที่ไหน
เธอลูบหัวเ้าตัวี้เีด้วยความเอ็นดูแกมหมั่นไส้มันจึงร้องประท้วงอีกครั้งก่อนจะะโไปนอนฟุบหลับบนหมอนนุ่มใบใหญ่
ขณะกำลังจะลุกขึ้นนั่งบิดี้เีไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้าหลังจากที่นอนหลับไปข้ามวันข้ามคืนไวน์จึงลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวเดินเข้าไปอาบน้ำเพื่อเรียกความสดชื่นพร้อมรับเช้าวันใหม่
นิ้วชี้เรียวเล็กยกขึ้นแตะที่ริมฝีปากบางที่ยังคงมีรอยช้ำเล็กน้อยผ่านกระจกห้องน้ำบานใหญ่ด้วยมืออันสั่นเทาไม่ว่าจะพยามยามทิ้งเื่ราวที่เกิดขึ้นไว้ข้างหลังแล้วปล่อยให้มันเป็เพียงแค่ฝันร้ายในคืนหนึ่งมันกลับยังทิ้งร่องรอยบางอย่างเพื่อคอยย้ำเตือนความผิดพลาดทุกลมหายใจที่เข้าออก
ไวน์ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลมาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ทิ้งอย่างลวกๆ แล้วสะบัดไล่ความรู้สึกทั้งหมดทิ้งไปกับอดีตให้หมด หยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวมาพันร่างเปลือยเปล่าเดินออกจากห้องน้ำ
เมี้ยว!!
เ้าตัวขี้เซาที่คิดว่าควรจะนอนหลับอยู่บนที่นอนกำลังนั่งรอเธอตาแป๋วที่ประตูห้องน้ำดวงตาโตชำเลืองมองเล็กน้อย แล้วเดินไปยังห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่มีตัวเสื้อผ้าแบรนด์หรู นาฬิกา กระเป๋าและรองเท้าที่ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปหญิงสาวในชุดลำลองสบาย ๆหมุนตัวมองซ้ายมองขวาเช็คความเรียบร้อยอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีเครื่องสำอางยี่ห้อดังหลากหลายแบรนด์
ก่อนจะอุ้มเ้าขนปุกปุยที่เฝ้าไม่ยอมห่างั้แ่ก้าวขาออกจากห้องน้ำเดินลงไปยังชั้นล่างของบ้าน
ภายในบ้านดูเงียบกริบจนน่าแปลกใจ เมื่อเดินไปยังโต๊ะอาหาร ที่ยังมีไอร้อนกรุ่นลอยอยู่บนอาหารและข้าวสวยคาดว่าป้าแม่บ้านเพิ่งเตรียมเสร็จใหม่ ๆ ข้างจานข้าวนั้นมีกระดาษใบเล็กวางอยู่ไม่ห่าง
"ป้ามีธุระต้องไปโรงพยาบาล ถ้าคุณหนู้าอะไรเรียกนังแววมันได้ตลอดนะคะจากป้าแจ๋ว" ไวน์ไล่อ่านตัวหนังสือทีละตัว พลางขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
ยิ่งเมื่อมองไปรอบบ้านกลับไม่ได้ยินเสียงของผู้เป็แม่ที่มักจะเอ็ดเ้าแบดตั้นทุกเช้าที่สระว่ายน้ำหลังบ้านแต่วันนี้กลับไม่เห็นเงาของทั้งสอง
ไวน์มองดูอาหารบนโต๊ะที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นแต่กลับไม่กระตุ้นความอยากแม้แต่คำเดียวเธอเดินไปยังห้องครัว หยิบห่ออาหารแมวยี่ห้อหนึ่ง ยกขึ้นเทใส่ภาชนะประจำตัวของเ้าป๊อบคอร์นพลางนั่งมองมันกินได้สักพักจึงเดินไปทิ้งตัวบนโซฟาตัวใหญ่ในห้องนั่งเล่นเพื่อรอบิดาและมารดา
รถยนต์คันหรูสีดำแล่นมาจอดยังคฤหาสน์ ั์ตาสีน้ำข้าวมองผ่านกระจกรถยนต์ก็พบหญิงวัยห้าสิบยืนรอด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
"เลย์"ทันทีที่มาเฟียหนุ่มก้าวขาลงจากรถพร้อมกับบอดี้การ์ดคู่ใจยืนโค้งทำความเคารพนายหญิงใหญ่ของตระกูลพร้อมกันนั้น
หมับ!
หญิงวัยห้าสิบก็วิ่งเข้ามาสวมกอดลูกชายด้วยความคิดถึงจนน้ำตาคลอหน่วยคนถูกกอดยิ้มอ่อนโยนมองคนในอ้อมกอดมือที่คนเป็แม่คอยประคองในวัยเด็กยกขึ้นมาซับน้ำสีใสอย่างทะนุถนอม
"คิดถึงแม่จังครับ" พร้อมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อดูดซับไออุ่นและความคิดถึงจากผู้หญิงที่เป็ที่รักเพียงหนึ่งเดียว
เมื่อก่อนบิดาของเขาเป็นักธุรกิจั้แ่จำความได้บิดามักไม่ค่อยได้อยู่บ้านนัก ทำให้ผู้เป็แม่มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับลูกชายทั้งสองแม้ทุกครั้งสามีจะอยากให้ภรรยารักติดตามไปด้วย แต่เธอก็เลือกที่จะอยู่กับลูกชายทั้งสองอยู่บ่อยครั้งจนสามีน้อยใจอยู่พักใหญ่
"เข้าไปในบ้านกันเถอะ แด๊ดรอทานข้าวอยู่นานจนหน้าเหี่ยวหมดแล้วมั้ง" ขณะคลายอ้อมกอดหลวมๆ เลออนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนทั้งคู่จะเดินหายเข้าไปในคฤหาสน์หลังโตราวกับพระราชวัง
ส่วนเกรย์และชินนั้นต่างช่วยกันยกกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดไปไว้
ยังห้องนอนผู้เป็นายโดยไม่ให้ใครแตะต้องแม้แต่พ่อบ้านเองก็ตาม ด้วยธุรกิจที่นายทำนั้นค่อนข้างอันตรายมีทั้งมิตรและศัตรูอยู่รอบด้านดังนั้นเื่ความปลอดภัยของนายพวกเขาสองพี่น้องจะเป็คนจัดการเองทั้งหมด
คาลอสหนุ่มวัยห้าสิบกว่า ผมสีบลอนด์น้ำตาลแม้อายุจะเข้าสู่วัยกลางคน แต่ยังคงดูดีและสมาร์ทในมาดนักธุรกิจกำลังนั่งกอดอกรออยู่ที่โต๊ะอาหารขณะชำเลืองสองแม่ลูกเดินโอบกอดเอวกันมา ทันทีที่ถึงโต๊ะอาหารคนเป็ลูกก็หย่อนก้นนั่งลงฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทีสบาย
"ทานให้เต็มที่เลยจ้ะ วันนี้มี้ลงครัวทำกับข้าวเองทั้งหมดเลยน๊า" คนเป็แม่พูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มพลางตักกับข้าวใส่จานให้ลูกชาย
"ไอ้เลย์ ไปอยู่เมืองนอกนานจนจำหน้าแด๊ดไม่ได้?" คาลอสเหน็บลูกชายตัวดี ยิ่งโตพวกมันสองพี่น้องมักจะชอบทำเหมือนเขาเป็อากาศอยู่เรื่อย
"อ้อ! หวัดดีคับคุณแด๊ด" น้ำเสียงแววประชดประชันเล็กน้อยกับการแสดงท่าทางเหมือนเพิ่งจะเห็นหัวเขาเล่นเอาคนถูกสวัสดีหนวดกระตุก อยากจะยกอวัยวะเบื้องล่างขึ้นมาจัดให้สักดอก ภรรยาที่นั่งอยู่ใกล้กันได้แต่ส่ายหน้าให้สองพ่อลูกเจอหน้ากันที่ไรทำตัวเหมือนเด็กสามขวบทะเลาะกันทุกที
"คุณค่ะ ลูกกลับมาเหนื่อย ๆ ให้ลูกทานข้าวก่อนค่ะ"แม้อวัยวะ
เบื้องล่างจะยังสั่นอยู่แต่ด้วยความเกรงใจเมียรักที่ใหญ่สุดของบ้านเขาผู้เป็สามีที่ดีย่อมมีหน้าที่ทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไขบรรยากาศการกินข้าวเต็มไปด้วยรอยยิ้มแม้จะขาดอีกคน แต่ก็ดีไม่น้อย
''ว่าแต่แด๊ดเถอะ มีเื่ด่วนอะไร ถึงต้องให้ผมรีบถ่อมาถึงนี่" เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่ทานข้าวเสร็จส่วนคนเป็พ่อนั้นทานเสร็จก่อนหน้าเล็กน้อย รู้สึกไม่ค่อยเจริญอาหารสักเท่าไหร่ขณะที่เขากำลังจะหาจังหวะพูดลูกชายตัวดีก็โพล่งถามได้จังหวะพอดี มีหรือเขาจะพลาด
"กูหาเมียให้มึงแล้ว เดือน"
"ผมพูดเมื่อไหร่ว่าจะมีเมีย"เลออนพูดสวนทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขา้าและมันไม่เคยมีเื่นี้อยู่ในหัวั้แ่แรกด้วยซ้ำ
"กูแค่บอกให้รู้ ไม่ได้ถามความคิดเห็น"
"จะมัดมือชกว่างั้น?"
"ถ้าใช่ แล้วจะทำไม?"
"แล้วทำไม แด๊ดไม่แต่งเอง"
ปัง!
"บ๊ะ ไอ้ลูกคนนี้" คาลอสทุบโต๊ะเต็มแรงด้วยความหงุดหงิดจนผู้เป็ภรรยาที่ก่อนหน้านี้นั่งนิ่งเงียบเห็นท่าทางไม่ดีก็รีบจับมือสามีบีบเบาๆ ขณะสบเข้ากับดวงตาสีเดียวกับลูกชาย พลางส่ายหน้าช้า ๆ ให้อีกฝ่ายใจเย็นลง เธอจะเป็คนอธิบายเื่ราวต่างๆ นี้เอง แม้จะรู้สึกลำบากใจมากก็ตาม
"เมื่อสามสิบปีที่แล้วก่อนลูกจะเกิด น้าศักดิ์เคยช่วยชีวิตมี้ไว้จนต้องเสียผู้หญิงที่รักมากไปอย่างไม่มีวันกลับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมามี้ก็จมอยู่กับความรู้สึกผิดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้น้าศักดิ์จะพยายามปลอบใจและบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของมี้แต่ความจริงคนที่ผิดก็คือคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ในเมื่อเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ ทางเดียวที่ทำได้คือ หากมีอะไรที่สามารถตอบแทนอีกฝ่ายได้แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็จะยอม"
เคธีพยายามเค้นน้ำเสียงที่สั่นเครือเจือไปด้วยแววสะอื้นความรู้สึกผิดที่ไม่เคยเลือนหายจากความทรงจำฉายชัดบนดวงตา จนผู้เป็สามีต้องเอามืองสองไปข้างกุมมือที่สั่นเทาไว้เพื่อปลอบโยนจนรู้สึกดีขึ้นเธอหันไปยิ้มบางให้ผู้เป็สามีก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วเล่าต่อ
"เมื่ออาทิตย์ที่แล้วน้าศักดิ์มาที่บ้านด้วยท่าทีร้อนใจใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล พอสอบถามถึงได้รู้ว่าน้าศักดิ์ป่วยเป็เนื้องอกในสมองจำเป็ต้องได้รับการผ่าตัดด่วนส่วนผลการผ่าตัดนั้นหมอก็ตอบไม่ได้ว่ามันจะกลับมาเหมือนเดิมหรือไม่ และที่สำคัญคือยังไม่มีใครทราบเื่นี้แม้แต่คนในครอบครัวก็ตาม"
เคธีนึกย้อนไปวันที่ศักดิ์เข้ามาบอกข่าวร้ายหัวอกคนเป็พ่อเป็แม่แม้ตัวเองต้องตายก็ไม่เคยกลัวแต่สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือคนข้างหลังจะอยู่ยังไง
สำหรับครอบครัวอื่นที่ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องอาจลำบากใน่แรก แต่สำหรับครอบครัวนักธุรกิจระดับแถวหน้าของประเทศที่มีคนกระหายอำนาจคอยเลื่อยขาเก้าอี้อยู่ล้อมรอบเมื่อล้มลงไม่แน่ว่าแม้แต่ชีวิตและครอบครัวก็อาจรักษาไว้ไม่ได้
การผ่าตัดนั้นแม้จะมีหมอที่เชี่ยวชาญ แต่ในระหว่างการผ่าตัดเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมหรือไม่ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้อนาคตได้ บางคนอาจโชคดีได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แต่บางคนอาจต้องจบชีวิตลงอย่างโชคร้าย
และในด้านของธุรกิจแม้เคธีและคาลอสจะไม่เห็นด้วยที่อีกฝ่ายใช้บุตรชายของตัวเองเป็เครื่องมือแต่ในฐานะบิดาและมารดาพวกเขาย่อมเข้าใจดีที่สุดและในฐานะผู้มีพระคุณบุญคุณต้องตอบแทน
เลออนนั่งฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยระหว่างนั่งย้อนนึกถึงหน้าของคนได้ชื่อว่าเป็ผู้มีพระคุณของมารดาที่เขาเคยเจอเมื่อนานมาแล้ว
ั์ตาสีน้ำข้าวมีแววเย้ยหยันเล็กน้อยแท้จริงแล้วคนผู้นั้นเป็คนดีหรือคนเห็นแก่ได้กันแน่ ถึงขนาดใช้ลูกสาวตัวเองเป็เครื่องมือทาธุรกิจ
"สิ้นคิด"
"กูไม่ได้ขอความเห็น นี่คือคำสั่ง หน้าที่ของมึงคือทำตาม"
"แล้วถ้าผมไม่ทำ..! พ่อคิดว่าพ่อจะบังคับผม? ไม่มีทาง"พูดจบเลออนก็เดินดุ่ม ๆ ขึ้นชั้นบนสุดของบ้านโดยมีเสียงดังไล่มาตามหลังจากคนเป็พ่อ
"แล้วมึงจะเสียใจ ที่วันนี้ปฏิเสธ"
"คุณเงียบไปเลย ดูสิลูกโมโหใหญ่แล้ว" เคธีรู้ดีว่าน้ำเสียงและแววตาแบบนี้ของลูกชายบ่งบอกว่ากำลังโมโหขั้นสุดแม้ท่าทางจะดูเรียบนิ่งก็ตาม
"คุณก็ดู"
"เงียบ!!"คาลอสอ้าปากเหวอ เมื่อถูกเคธีตวัดมองด้วยความไม่พอใจ แล้วรีบเดินขึ้นบันไดตามไปเพื่ออธิบายคาลอสเองทำได้แต่มองตามปริบปริบ นี่เขาเป็พ่อบังเกิดเกล้ามันแท้ ๆพูดนิดพูดหน่อยก็ไม่ได้รึไง ตกลงใครเป็ลูกใครเป็พ่อกันแน่วะเนี่ยคาลอสได้แต่คิดในใจหากพูดออกไปเกรงว่าคืนนี้คงได้นอนห้องรับแขกอย่างไม่ต้องสงสัย
"หาให้เจอ"เสียงเข้มออกคำสั่ง ั์ตาสีน้ำข้าวเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวกะอีแค่ผู้หญิงคนเดียวถ้าเขาอยากได้ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องได้
ลูกน้องคนสนิทก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกผิด แต่จู่ ๆ "ผมนึกออกแล้วครับนาย"ชินตาวาวเมื่อนึกถึงแผนการดี ๆ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เกรย์หน้าเครียดมากกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าแบบนี้ของน้องชายตัวดี
"มึงอย่านะไอ้ชิน" ทันทีที่พูดจบชินก็เซไปด้านหลังสองสามเก้าเมื่อศอกของพี่ชายกระทุ้งเข้าที่ท้องเต็มแรง
"พูด" เสียงเข้มของนายทำให้เกรย์ต้องก้มหน้าปล่อยให้ชินเสนอความคิดเห็นวายป่วงแม้จะอยากกระทืบมันซ้ำอีกสักรอบสองรอบก็เถอะ
"จุดธูปเรียกครับนาย"
"โอ๊ย!!"เมื่อชินพูดจบเกรย์ก็ตบไปที่หัวน้องชายเข้าให้ด้วยความเอือมระอา มันผิดจากที่เขาคิดไหมล่ะ
"จุดธูปอันเชิญิญญามึงง่ายกว่าไหมไอ้ห่า ไสหัวออกไปให้หมด!"เลออนตะคอกเสียงดังอย่างเหลืออด มือหนากำหมัดไว้แน่น ไม่งั้นมีหวังได้เป่าหัวพวกมันแน่
"ครับนาย"บอดี้การ์ดสองพี่น้องรีบเผ่นแน่บ ไม่รอให้นายพูดรอบที่สองจนเกือบชนนายหญิงใหญ่ของบ้านที่กำลังจะยกมือเคาะประตู พวกเขาจึงรีบโค้งขอโทษแล้ววิ่งพรวดพราดจนเกือบตกบันได
"เลออนแม่เข้าไปได้ไหมลูก"ั์ตาสีน้ำข้าวอ่อนแสงลงเมื่อได้ยิน
เสียงมารดาก่อนจะเดินมาเปิดประตูห้องพลางกอดเอวเข้าไปนั่งยังโซฟาหนังสีดำราคาแพง
"อย่าถือสาแด๊ดเขาเลยนะเลย์ ลูกก็รู้ว่าเขาเป็พวกปากไม่ตรงกับใจ" เคธียกมือเลออนเข้ามากอบกุมไว้ด้วยความรักเขายิ้มหยันเพียงครู่ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนให้มารดาโดยไม่พูดอะไรขณะกำลังคิดบางอย่าง
หึ! ถ้าเขาไม่แต่งต่อให้ปลุกโคตรของบิดามาก็ไม่สามารถบังคับได้หรอก แต่ถ้าขืนยังจะดึงดัน เขามีวิธีจัดการเป็ร้อยเป็พันดูสิว่าหล่อนจะอยากลองของรึเปล่า
"เอาแบบนี้ไหม พรุ่งนี้เช้าเราไปเยี่ยมน้าศักดิ์กันบางที่อาจจะเจอกับหนูไวน์ด้วย ไว้ถึงตอนนั้นลูกค่อยตัดสินใจ มี้สัญญาว่าจะไม่บังคับ"เมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะไม่พูด เธอจำต้องยื่นข้อเสนอ ด้วยรู้ว่าลูกชายเป็คนอย่างไรยิ่งบังคับยิ่งต่อต้าน ฉะนั้นต้องวางแผนทุกอย่างให้แยบยล
และดูท่าว่ามันจะได้ผล เมื่อเลออนเผลอขมวดคิ้วครุ่นคิดในที่สุดก็จำใจพยักหน้าตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
"'งั้นวันนี้ลูกพักผ่อนเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้แปดโมงเช้าเราค่อยไปโรงพยาบาลพร้อมกัน"
"ครับ"