รอบๆค่าย lost paradise ไม่มีสิ่งปลูกสร้างอันใดนอกจาก กระโจมสีขาวที่เขามาเท่านั้น
โดยรอบๆจะมีเพียงเศษซากของร้านค้า เเละเต้นที่พักอาศัย หากดูรวมๆเเล้วก็ไม่ต่างไปจากค่ายร้างทั่วไป
โม่ฟานเดินเข้าไปยังซากร้านค้าต่างๆอย่างเชื่องช้าเเละรอบคอบ
โม่ฟานยังคงเพิ่มความระมัดระวังในทุกย่างก้าว ในมิติอันลึกลับเเห่งนี้เขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
โม่ฟานเริ่มเดินสำรวจภายในค่ายทันที เขาไม่คิดว่าภายในค่ายเเห่งนี้จะมีเพียงเเค่ซากที่อยู่อาศัยเพียงเท่านั้น
เเต่ค่ายเเห่งนี้ก็มีอาณาเขตที่กว้างใหญ่เสียเหลือเกินจึงเป็ไปไม่ได้เลยที่โม่ฟานจะสามารถตรวจสอบมันได้ภายใน 3 ชั่วโมง
โม่ฟานจึงมุ่งหน้าก้าวเดินไปยังใจกลางสุดของค่ายเพราะมันอาจจะมีของสำคัญบางอย่างอยู่ที่นั้นก็เป็ได้
บรรยากาศอันเงียบเชียบบวกกับเเสงสว่างที่ถูกจุดขึ้นจากคบเพลิงที่ข้างกำเเพงมันยิ่งทำให้โม่ฟานรู้สึกขนลุก
ถึงเเม้ว่าในชาติที่เเล้วเขาจะเคยผ่านประสบการณ์เป็ตายมาเเล้วนับไม่ถ้วน เเต่มันก็ไม่ช่วยให้เขาสามารถทำใจให้สงบได้เมื่อเขาต้องมาอยู่ในอันลึกลับเเห่งนี้
เขายังคงจับดาบในมือไว้อย่างมั่นคงเพื่อที่จะสามารถฟาดฟันดาบได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
หลังจากที่เขาเดินมาสักพักหนึ่งในที่สุดเขาก็เดินมาถึงใจกลางของค่ายจนได้
เเต่โม่ฟานก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเพราะใจกลางของค่ายเเห่งนี้ก็ไม่ได้ต่างจากรอบนอกเลยเเม้เเต่น้อย ทั่วทั้งบริเวณมีเพียงเเคาเศษซากหอคอยเเละบ้านเรือนต่างๆก็เท่านั้นเอง
"ฮึฮึฮึ นี่ก็หลายสิบปีมาเเล้วสินะที่มีมนุษย์คนสุดท้ายมาเยือนยังค่ายเเห่งนี้"
จู่ๆเสียงอันเนิบนาบก็ลอยผ่านหูของโม่ฟานมาจากด้านหลังทำให้เขาใเป็อย่างมาก
เขารีบพลิกตัวถอยหลังห่างออกมาอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณอันครมกิบของเขา
ด้านหน้าของเขาปรากฏร่างของชายเเก่เเต่งตัวซอมซ่อผู้หนึ่งกำลังนั่งผิงไฟอยู่
เเกร๊ก เเกร๊ก เเกร๊ก
เขาค่อยๆหยิบท่อนฟืนจากกองไม้ที่อยู่ด้านข้างโยนไปยังกองเพลิงข้างหน้าด้วยสีหน้าอันเงียบเฉยราวกับว่าโม่ฟานเป็เพียงเเค่อากาศธาตุ
"ชายเเก่นี่มาตั้งเเต่ตอนไหนเนี่ยเหตุใดข้างจึงไม่สามารถััถึงตัวเขาได้"
"ด้วยทักษะการตรวจจับของข้าเป็ไปไม่ได้เลยที่คนทั่วไปจะสามารถซ้อนเร้นจิตััไปจากตัวเขาได้"
"นั้นหมายความว่าชายเเก่นี่......เป็ยอดฝีมือ"
โม่ฟานกำดาบในมือเเน้นจนด้ามดาบเก็อบจะเเหลกเป็ชิ้น พร้อมเริ่มรวบรวมพลังงานในร่างกายเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อของตนเอง
หากเขาััถึงจิตสังหารของชายชราเบื้องหน้าได้เมื่อไหร่ละก็เขาจะลงมืออย่างไม่ลังเล
เหงื่อเย็นๆเริ่มไหลออกมาตามซอกมือของเขาจากความตึงเครียดนี่
"เฮ้อ เด็กสมัยนี้ช่างเืร้อนกันเสียจริง" ท่ามกลางความสงบเงียบเเละบรรยากาศอันชวนอึดอัด เเต่อยู่ๆชายเเก่เบื้องหน้าของเขากลับทำลายมันลงด้วยคำพูดเดียว
เขาค่อยๆยืดตัวขึ้นพร้อมเดินมาทางโม่ฟานด้วยท่าทางสบายๆ
"ยินดีต้อนรับพ่อหนุ่มเข้าสู่ Lost paradis ค่ายทหารรับจ้างอันเลื่องชื่ออันดับหนึ่งในใต้หล้า"
"ตัวข้าชื่อ กอรลี่ เป็หัวหน้าค่ายเเห่งนี้ เเต่คนอื่นก็มักจะชอบเรียกข้าว่าผู้เฒ่ากอรลี่เสียมากกว่า" ชายเเก่กล่าวทักทายขึ้นมาด้วยรอยยิ้มพร้อมยื่นมือออกมาเป็การทักทาย
เมื่อโม่ฟานสามารถพิสูจณ์ได้เเล้วว่าชายเเก่เบื้องหน้าของเขาไม่ได้มีเจตตนาร้ายเขาก็ยอมลดการป้องกันลงในที่สุด
"ยินดีที่ได้พบเช่นกันผู้เฒ่ากอรลี่ ข้ามีชื่อว่าโม่ฟาน"
โม่ฟานกล่าวพร้อมยื่นมืออกไป
น้ำเสียงของโม่ฟานนั้นไม่ได้ดูถ่อมตัวหรือก้าวร้าวจนเกินไปทำให้ชายเเก่รู้สึกถูกใจโม่ฟานมากกว่าเดิมเล็กน้อย
"ไม่เลวๆ ปกติเเล้วเวลาทหารใหม่พบข้าครั้งเเรก หากไม่พยายามพูดประจบสอพรอข้าก็ทำตัววางกล้ามจนข้าต้องลงไม้ลงมือสั่งสอนมารยาทให้เสียหน่อย"
"อืม จากที่ข้าดูหน่วยก้านขอเ้าก็ไม่เลวทีเดียว"
"ฮิฮิ มาเถอะๆ อา~~ครั้งสุดท้ายที่ข้าได้พูดคุยกับผู้คนครั้งสุดท้ายมันเมื่อไหร่กันนะ" ผู้เฒ่ากอรลี่พยายามชักชวนโม่ฟานให้นั่งคุยกับเขาด้วยท่าทางอันดีใจ
โม่ฟานก็มิได้รังเกียจอะไรจึงตกลงนั่งคุยเป็เพื่อนผู้เฒ่ากอรลี่เเต่โดยดี
เมื่อพวกเขาทั้งสองได้เริ่มต้นสนทนากัน ผู้เฒ่ากอรลี่ก็เอาเเต่สาทยายถึงความยิ่งใหญ่ของค่าย paradise lost อย่างไม่รู้จบ เเต่โม่ฟานก็ไม่ได้ขัดคอผู้เฒ่ากรอลี่เเต่อย่างใด เพราะตัวเขาก็้ารับรู้เื่ราวของสถานที่เเห่งนี้เช่นเดียวกัน
หลังจากที่โม่ฟานนั้งฟังเื่เล่าของผู้เฒ่ากอรลี่มาสักพักหนึ่งเขาก็สามารถสรุปได้ว่าชายชราผู้นี้ไม่น่าจะเป็ NPC อย่างเเน่นอน เพราะระหว่างที่พวกเขาทั้งสองได้พูดคุยสนทนากันผู้เฒ่ากอรลี่สามารถพูดคุยโต้ตอบเขาได้อย่างเป็ธรรมชาตซึ่งหากเป็ NPC ละก็ย่อมไม่สามารถตอบโต้เขาได้เช่นนี้อย่างเเน่นอน
ถึงเเม้ว่าเขาจะสามารถคลี่คลายข้อสงสัยข้อหนึ่งของเขาได้เเล้วเเต่ก็ยังมีข้อสงสัยอีกข้อหนึ่งที่เขา้าถามผู้เฒ่ากอรลี่ให้ได้อยู่
"ผู้เฒ่ากอรลี่ข้าอยากจะถามคำถามท่านซัดข้อหนึ่งได้หรือไม่"
"โอ้ ก็เอาสิ" ผู้เฒ่ากอรลี่รู้สึกเเปลกใจเล็กน้อยเมื่ออยู่ดีๆโม่ฟานกลับตั้งคำถามกับเขาขึ้นมา
"ข้าเพียงสงสัยว่าทั้งๆที่ท่านกล่าวว่าค่าย Lost paradise เเห่งนี้เป็ค่ายทหารรับจ้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศัตวรรษเเต่เหตุใดมันจึงกลายเป็ค่ายร้างได้ละ"
ทันทีที่โม่ฟานกล่าวจบบรรยากาศอันรื่นเริงรอบก็พลันเปลี่ยนเป็เศร้าหมองในทันใด
สีหน้าของผู้เฒ่ากรอลี่กลายเป็เศร้าสร้อยเเละโกรธเเค้นในเวลาเดียวกัน
"โม่ฟานเ้าน่ะ้ารู้เกี่ยวกับเื่นี้จริงๆรึ" น้ำเสียงเเละสีหน้าของผู้เฒ่ากอรลี่เปลี่ยนจากน้ำเสียงขี้เล่นเป็จริงจังในทันที
"ท่านผู้เฒ่าได้โปรดบอกความจริงเเก่ข้าด้วย" โม่ฟานกล่าวตอบด้วยความจริงใจ
เมื่อผู้เฒ่ากอรลี่เห็นถึงสีหน้าเเละดวงตาอันจริงใจของโม่ฟาน เขาก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนพร้อมเริ่มเปิดปากพูดอีกครั้ง
"ก็อย่างที่ข้าเคยพูดไปค่าย lost paradise เเห่งนี้เป็ค่ายทหารรับจ้างที่เเข็งเเกร่งที่สุดก็จริงเเต่นั้นก็เป็เื่เมื่อหลายสิบปีก่อน"
"ทุกๆครั้งที่ทหารรับจ้างจากค่าย lost paradise ลงสู่สนามรบนั้นคือฝันร้ายอันใหญ่หลวงของศัตรูไม่ว่าพวกมันจะเเข็งเเกร่งขนาดไหนก็ไม่อาจต้านทานพวกเราได้"
"พวกเราคือกลุ่มสุดยอดผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาการต่อสู้ทั้งในระยะใกล้เเละไกล จึงไม่มีศัตรูที่ไหนสามารถรับมือเราได้"
"ชื่อเสียงของพวกเราในฐานะสุดยอดทหารรับจ้างขจรขจายไปทั่วทั้งทวีปเเม้เเต่ผู้ทรงอำนาจในอาณาจักรยังต้องย่ำเกรงพวกเรา"
"เเต่เเล้วทุกอย่างก็กลับเปลี่ยนไปในคืนเดียว"
"เป็เื่ธรรมดาด้วยความยิ่งใหญ่เเละความเเข็งเเกร่งของพวกเราย่อมต้องมีศัตรูอยู่เป็จำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือค่ายทหารลับจ้าง Darkness"หลังจากพูดจบสีหน้าของผู้เฒ่ากอรลี่จากใบหน้าของผู้เฒ่าที่มีเมตตาก็เเปรเปลี่ยรเป็ใบหน้าของอสูรกายที่มีเเต่ความเคียดเเค้นเเละโศรกเศร้า
เขากัดฟันพูดอย่างโกรธเกรี้ยวราวกับจะฉีกกระชากมันออกเป็ชิ้นๆ
"เเม้ว่าพวกมันเป็ค่ายทหารรับจ้างอันเเข็งเเกร่งเช่นเดียวกับค่าย lost paradise ของพวกเรา เเต่ก็เหมือนอย่างที่โบราณว่าไว้เสือสองตัวไม่อาจอยู่ในถ้ำเดียวกันได้"
"พวกเราทั้งสองต่างมีปัญหาไม่ลงรอยกันมาตลอดจนเริ่มลุกลามกลายเป็ความขัดเเย้งอันใหญ่หลวง
"การต่อสู้ของพวกเราทั้งสองดำเนินชึ้นมาเป็เวลาหลายปี เเต่ด้วยความเเข็งเเกร่งที่ทัดเทียมกันของพวกเราทั้งสองทำให้ไม่มีใครเพลี่ยงพร้ำไปก่อน จนกระทั้งพวกมันตัดสินใจเเอบร่วมมือกับกองโจรวายุทมิฬ"
"กองโจรวายุทมิฬ พวกมันคือกองโจรอันชั่วร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรจฉาน พวกมาเข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ ข่มขืนหญิงสาวเเละเด็ก พวกมันได้บุกทำลายเมืองเเละหมู่บ้านมาเเล้วนัดต่อนัด พวกมันคือกลุ่มโจรที่โหดร้ายที่สุดในอาณาจักร"
"เเม้ว่าพวกเรา lost paradise เเละ darkness จะไม่ถูกกัน เเต่ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าพวกมันจะยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตนเองไปร่วมมือกับกลุ่มโจรโฉดชั่วเช่นนี้"
"พวกมันทั้งสองได้ลงมือด้วยวิธีการสกปรก พวกมันวางเเผนอาศัยจังหวะที่ข้าเเละสมาชิกทหารรับจ้างส่วนใหญ่ออกไปทำภารกิจ พวกมันลงมือจู่โจมค่ายของเราอย่างสายฟ้าเเล่บ พี่น้องที่เหลืออยู่ภายในค่ายของข้าต่างพยายามปกป้องค่ายอย่างสุดชีวิตเเต่สุดท้ายพวกมันต่างก็ได้ลงมือสังหารพี่น้องของข้าอย่างโเี้จะไม่มีใครรอดชีวิตเลยเเม้เเต่คนเดียว"
ถึงตอนนี้มือของผู้เฒ่ากอรลี่สั่นเทาด้วยเปลวเพลิงเเห่งความโกรธที่ยากจับดับได้ มันเป็จิตอาฆาตรที่ทำให้ทหารรับจ้างที่ผ่านสมรภูมินับร้อยมาเเล้วยังต้องหวาดกลัว
"พวกมันใช้เวลาเพียงเเค่หนึ่งคืนพวกมันก็สามารถยึดค่ายของพวกเราได้โดยเเทบจะไม่สูญเสียอะไรเลย กว่าพวกข้าจะรู้ถึงเื่นี้ก็สายไปเสียเเล้ว"
"ทันทีที่พวกเรารู้ข่าว ข้าก็ได้รีบนำกำลังที่เหลือตรงดิ่งกลับไปช่วยพี่น้องของข้าโดยทันที เเต่นั้นก็อยู่ในเเผนของพวกมันเช่นกัน"
"อดัม เเละ รูเธอร์ หัวหน้าของค่าย Darkness เเละกองโจรวายุทมิฬ พวกมันวางผนล่อพวกเราเข้าไปภายในช่องเเคบระหว่างูเา พวกมันลงมือโจมตีพวกเราจากด้านหน้าเเละหลังพร้อมกัน พวกเราตกอยู่ภายใต้สถานการณ์อันกดดันกองกำลังของพวกข้ามีน้อยกว่ากันครึ่งต่อครึ่งอีกทั้งหัวหน้าของพวกมันทั้งสองยังเป็ถึงนักรบอันดับต้นๆของอาณาจักรเพียงเเค่หนึ่งดาบของมันก็สามารถปลิดชีพพี่น้องของข้านับสิบคนได้เเล้ว"
"การต่อสู้ระหว่างพวกเราทั้งสองเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ พี่น้องของข้าต่างตกตายไปหลายร้อยคนส่วนพวกที่ยังเหลือต่างเริ่มอ่อนล้าจากการต่อสู้ ตัวข้าจึงต้องตัดสินใจเลือกทางเดินเพื่อให้พี่น้องของข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป"พอผู้เฒ่ากอรลี่เล่ามาถึงจุดๆนี้ ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความเศร้าเเละความเ็ป เขากัดปากตัวเองเเน่นจนมีเืไหลซึมออกมา
"พี่น้องข้าหลายสิบคนยอมทิ้งชีวิตของตนเพื่อคอยขัดขวางศัตรูไว้ เพื่อให้ข้าเเละพี่น้องอีกร้อยชีวิตสามารถตีฟ่าออกมาได้ ถึงมันจะผ่านมาหลายสิบปีเเล้วก็ตามเเต่ข้าก็ยังคงจดจำภาพของพี่น้องของข้าที่ต้องจบชีวิตภายใต้คมดาบนั้นได้เสมอ"
"หลังจากที่พวกเราสามารถหลยหนีออกมาจากวงล้อมของศัตรูได้ พวกเราก๋ได้เดินทางกลับไปยังค่าย lost paradise ทันที เเต่ทันทีที่พวกเรากลับไปถึงสภาพของสถานที่ซึ่งเคยเรียกว่า 'บ้าน' สภาพมันก็ไม่ได้เเตกต่างไปจากนรกเลยเเม้เเต่น้อย"
"ค่ายของเราถูกเผาจนวอดวาย ซากศพนอนตายกันเกลื่อนกราด กลิ่นเืเเละกลิ่นสาบซากศพลอยครุ้งไปทั่ว พวกเราทั้งโกรธเเค้นเเละโศกเศร้าในเวลาเดี่ยวกัน หลังจากที่พวกเราทำการฝังศพพี่น้องของพวกเราทั้งหมดเเล้ว พวกเราจึงตัดสินใจสู้เป็ตายกับพวกมันเป็ครั้งสุดท้าย"
"ข้าเเละพี่น้องอีก 100 ชีวิตรวมพลังกันบุกเข้าโจมตีค่าย Darkness เเต่มันก็เหมือนกับนำคลื่นน้ำไปกระเทาะหินผา ถึงเเม้ว่าพวกเราจะมีฝีมือเก่งกาจขนาดไหนเเต่กองกำลังเพียงเเค่หนึ่งร้อยคนย่อมไม่มีวันโค่นล้มศัตรูนับพันได้ ในการต่อสู้ครั้งนั้นด้วยการเสียสละของพี่น้องทั้ง 100 ชีวิตข้าสามารถทำลายดวงตาขวาของอดัม ได้สำเร็จ หลังจากจบศึกครั้งนั้นก็มีเพียงข้าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถรอดชีวิตกลับมาได้"
"ตัวข้าที่เหลือรอดเพียงคนเดียวนั้น ก็ได้ตัดสินใจใช้ชีวิตที่เหลือกับดวงิญญาของข้าที่นี่ เเละตลอดหลายสิบปีที่ผ่านข้าก็ยงคงเฝ้ารอความตายเพื่อไปพบกับพี่น้องของข้าอีกครั้ง"
"หึหึหึ เื่ราวที่ข้าเล่าให้ฟังมันคงจะน่าเบื่อสินะ ข้าต้องขอโทษด้วยจริงๆที่เ้าต้องมาฟังเื่เล่าไร้เเก่นสารของตาเฒ่าผู้นี้ตั้งนานเเสนนาน"
"เอาล่ะ เ้าก็ไม่ต้องเก็บเื่ที่ข้าพูดมาคิดหรอก ยังไงๆค่ายเเห่งนี้อีกไม่นานหลังจากข้าตายไปก็ต้องจบสิ้นไปอยู่ดี ข้าเพียง้าเเค่ให้ใครสักคนสามารถจดจำค่าย lost paradise อันยิ่งใหญ่นี้ได้สักคนก็เท่านั้นเอง"หลังจากที่ผู้เฒ่ากอรลี่พูดจบ บรรยากาศรอบๆก็กลับไปเงียบเชียบอีกครั้ง ทั้งสองต่างไม่พูดไม่จากันเเม้เเต่คำเดียว
โม่ฟานรู้สึกสงสารผู้เฒ่ากอรลี่อย่างมาก เเม้ว่าเขาจะได้สังหารผู้คนมานับหมื่นชีวิตเเละเห็นชีวิตของศัตรูเป็เหมือนหนอนเเมลงที่เลื้อยคลานอยู่บนดิน เเต่ในทางกลับกันโม่ฟานก็ให้ความสำคัญกับพี่น้องของเขาอย่างมาก
โดยเฉพาะคนที่รักในพวกพ้องอย่างผู้เฒ่ากอรลี่นับเป็หนึ่งในบุคคลที่โม่ฟานรู้สึกเคารพนับถืออย่างจริงใจ
ยิ่งเมื่อเขาได้ฟังเกี่ยวกับโศรกนาตกรรมที่เกิดขึ้นกับผู้เฒ่ากอรลี่เเละพี่น้องของเขา เหมือนกับว่าเปลวไฟในตัวของเขาถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง
โม่ฟานไม่เข้าใจเเละรู้สึกขับข้องใจอย่างมาก เพราะเหตุใดคนดีๆอย่างผู้เฒ่ากอรลี่เเละพี่น้องของเขาเหตุใดจึงต้องมาประสบเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี่ ใย์จึงต้องกลั่นเเกล้งพวกเขาเช่นนี้
เหตุใดคนชั่วอย่างพวกมันยังคงอยู่ เเต่คนบริสุทธิกลับต้องตาย
พวกท่านไม่มีตาหรือไง??!! เหตุใดท่านจึงไม่มอบความยุติธรรมให้เเก่บุคคลเหล่านี้
ย่อมได้ ในเมื่อบัญชา์ไม่อาจลงทัณฑ์คนชั่วเหล่านี้ได้ ข้าก็จะขอใช้ค้อนเหล็กเเห่งความพิโรธเพื่อตัดสินกรรมที่ทันก่อขึ้นเอง
"ท่านผู้เฒ่ากอรลี่ ข้าขอบังอาจถามท่านว่า ข้าจะเข้าร่วมกับค่าย lost paradise ของท่านได้หรือไม่" โม่ฟานกล่าวขึ้นพร้อมผสานมือคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อเเสดงถึงความเคารพ
"จะ เ้า ไม่ได้ยินสิ่งที่ข้าพูดหรือยังไง ค่าย lost paradise เเห่งนี้จบสิ้นเเล้วเหตุใดเ้าจึงไม่เข้าใจในสิ่งที่ข้าพูดกัน" ผู้เฒ่ากอรลี่รู้สึกใอย่างมากที่อยู่ดีๆ โม่ฟานกลับพูดถึงเื่นี้ขึ้นมา
เขาคิดว่าหลังจากที่โม่ฟานได้ฟังเื่ราวนี้จากปากของเขาไปเเล้ว โม่ฟานจะต้องจากไปอย่างรวดเร็วอย่างเเน่นอน เเต่มันกลับไม่เป็เช่นนั้น กลับกันโม่ฟานกลับยัง้าเข้าร่วมกับค่าย lost paradise เสียอีก
"ข้าขออภัยด้วยท่านผู้เฒ่ากอรลี่ เเม้ว่าข้าจะเข้าใจสิ่งที่ท่านต้งการจะสื่อ เเต่ว่าหัวใจขอข้ากลับไม่อาจยอมรับได้"
"ข้าไม่มีวันยอมปล่อยให้คนชั่วอย่างพวกมันลอยนวลได้เด็ดขาด"
"ถึงเเม้ว่าตอนนี้ข้าจะยังอ่อนเเอ เเต่ข้าเชื่อว่าอีกไม่กี่ปีข้าจะต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้เเก่ท่านเเละพี่น้องได้อย่างเเน่นอน"
"ขอให้ท่านโปรดยอมให้ข้าได้เข้าร่วมกับ ค่าย lost paradise ด้วยเถอะ" โม่ฟานกล่าวออกมาอย่างเชื่อมั่น ดวงตาเเละน้ำเสียงของเขาปราศจากความลังเล
เเม้เเต่ผู้เฒ่ากอรลี่ก็ยังต้องหวั่นไหวกับสายตาอันจริงใจของโม่ฟาน
"เ้า........เฮ้อ~~~!!!"
"ก็ได้ๆ เ้าหนุ่มข้าขอยอมรับในความตั้งใจของเ้า ตอนนี้เ้าได้เป็ส่วนหนึ่งของค่าย lost paradise อย่างเป็ทางการเเล้ว"
"ข้าขอพูดอีกครั้ง ยินดีต้อนรับสู่ค่าย lost paradise"
***ตริ๊ง***
เเจ้งจากระบบ:ผู้เล่นได้รับภารกิจฟื้นฟูค่าย lost paradise(ระดับ:B-)
เนื้อหาเควส:ผู้เล่นจำเป็ต้องยกระดับ LV. ของตนเอง เเละข้อจำกัดต่างเพื่อฟื้นฟูค่าย lost paradise ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
ความก้าวหน้าของภารกิจ(0.00%)
รางวัล:skill(ระดับ A)คลื่นดาบทลายทัพ
เศษสมบัติ(ระดับ สีฟ้าเข้ม) 1 ชิ้น
ค่าประสบการณ์ 10000 หน่วย
ค่าสถานะทั้งหมด 5 จุด
Black coin 5000 เหรียญ
ค่าพิชิต:1000เเต้ม
เสียงปริศนาดังขึ้นในหัวของโม่ฟานพร้อมภารกิจให้เเก่เขาอีกครั้งหนึ่ง
"เควสระดับ A การฟื้นฟูค่ายงั้นรึ"
"ว้าว รางวัลของภารกิจนี้มันสุดยอดไปเลย skill ระดับ A เศษสมบัติระดับสีฟ้าเข้ม เเล้วไหนจะค่าประสบการณเเละเงินอีกจำนวนมหาศาล"
"ถึงเเม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเศษสมบัติกับ Black coin นี่มันเอาไว้ใช้ยังไง เเต่มันย่อมมีประโยชน์ในอนาคตอย่างเเน่นอน"
โม่ฟานตื่นเต้นอย่างมากเมื่อเห็นถึงรางวัลจำนวนมหาศาลที่เขาจะได้รับจากการพิชิตภารกิจนี้ เเต่เขาก็รู้ดีว่าเควสนี้ย่อมไม่ง่ายอย่างเเน่นอน เพราะยังไงมันก็เป็ถึงเควสระดับ B-
"เ้าหนูรับ!" ผู้เฒ่ากอรลี่หยิบของบางอย่างออกมาจากเเขนเสื้อของตนเเล้วโยนไปทางโม่ฟาน
หมับ!
ถึงเเม้ว่าผู้เฒ่ากอรลี่จะโยนมาอย่างกระทันหันเเต่โม่ฟานก็ใช้มือขวาของตนรับได้อย่างเเม่นยำ
สิ่งที่อยู่ในมือของโม่ฟานคือตราสัญลักษณ์รูปทรงเหมือนดวงอาทิตย์เก่าๆอันหนึ่งที่เขียนคำว่าทหารลับจ้างเอาไว้
"เ้าหนู เ้าห้ามทำตราสัญลักษณ์นั้นหายเด็ดขาดเลยละ นั้นคือเคนื่องหมายที่เเสดงว่าเ้าได้เป็ส่วนหนึ่งของ ค่าย lost paradise เป็ที่เรียบร้อยเเล้ว"
"ขอบคุณท่านมากท่านผู้เฒ่า" หลังจสกโม่ฟานกล่าวจบ เสียงปริศณาก็ได้ดังขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง
*ตริ๊ง*
"ขอเเสดงความยินดีด้วย ผู้เล่นได้รับการยอมรับจากผู้เฒ่ากอรลี่เป็ส่วนหนึ่งของค่าย Lost paradise เรียบร้อยเเล้ว เเละได้รับฉายา ผู้กอบกู้เเห่ง Lost paradise"
"ผู้เล่นท่านได้ถึงเวลาสูงสุดสำหรับวันนี่เเล้ว....โปรดเตรียมตัวออกจากมิติเเห่งนี้ใน 10....9.....8.....7..."
ถึงเวลาเเล้วสินะ
หลังจากที่โม่ฟานใช้เวลาในมิติเเห่งนี้ครบ 3 ชั่วโมงเเล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปเเล้ว
"ท่านผู้เฒ่ากอรลี่งั้นข้าก็คงต้องขอตัวลาไปก่อน" โม่ฟานหันหน้ากลับมาพร้อมกล่าวคำอำลา
"อืม เ้าจงไปเถอะ เ้าหนุ่มเ้าจะต้องพัฒนาความเเข็งเเกร่งของเ้าให้สูงกว่านี้ ด้วยความสามารถของเ้าในตอนนี้ย่อมมิอาจต่อสู้กับภัยร้ายที่กำลังคลืบคลานมาได้อย่างเเน่นอน"
"จำไว้ว่าตอนนี้อนาคตของ ค่าย lost paradise อยู่ในมือเ้าเเล้ว" ผู้เฒ่ากอรลี่กล่าวสั่งสอนเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะยิ้มอ่อนๆไปยังโม่ฟาน
"ข้าจะจำคำท่านไว้"
หลังจากที่โม่ฟานกล่าวจบร่างของเขาก็ถูกดูดเข้าไปยังมิติอื่นอีกครั้ง